My baby...my hubby...my family...MY WORLD ^^
ตอน 2 แสวงหาความรู้ในการรักษามะเร็ง

หลังจากรู้ว่าเป็นมะเร็ง (ประมาณกลาง มิ.ย.) คุณหมอเสนอให้มีการรักษาตามแผนปัจจุบันแบบ conventional medicine ได้วิธีเดียวคือ การฉายแสง radiotherapy เนื่องจากมะเร็งตัวที่เป็นไม่มีผลตอบสนองต่อคีโม หมอจึงไม่แนะนำให้ทำ (แต่ถึงหมอจะให้ทำคีโม จริงๆ ก็ตั้งใจไว้แต่แรกก่อนรู้ว่าเป็นมะเร็งแล้วว่า ถ้าเป็นมะเร็งวันใดจะไม่ทำคีโมเด็ดขาด แล้วก็คุยกับสามีไว้นานแล้วด้วย สามีก็เห็นด้วย เหตุผลที่ต่อต้านคีโมจะเขียนให้อ่านในตอนต่อๆ ไป) พอหมอบอกไม่ให้ทำคีโม จึงโล่งใจไปส่วนหนึ่ง หมอเดิรคส่งเราให้ไปรักษาที่ Poole Hospital ที่เมือง Poole ทางใต้ของอังกฤษ บ้านเราอยู่ใต้แล้ว แต่นี่ลงไปใต้กว่าอีก! (ขับรถไป 1.30 ชม) เพราะมีหมอที่เชี่ยวชาญด้านมะเร็งตัวนี้และการรักษาด้วยการฉายแสงอยู่ที่นี่ เราก็โอเคตามนั้น หลังจากไปพบหมอ onco (หมอผู้หญิงจำ้ม่ำใจดี) ที่ Poole หมอให้ทำ cast แขนไว้เป็นบล็อคเรซินล็อคแขนตอนฉายแสงไม่ให้ขยับ หมอจะเริ่มทำฉายแสงกลางเดือนก.ค. ทุกวันเป็นเวลา 6 อาทิตย์ครึ่ง จึงเจรจาขอเลื่อนออกไป ขอกลับไปเมืองไทยปรึกษาหมอดูทางเลือกอื่นๆ ที่เมืองไทยด้วย หมอก็น่ารักมากยอมให้ตามนั้น

อยากเล่าตอนไปพบหมอที่ Poole คุณหมอก็มาคุยเรื่องการรักษา แต่จำเพาะเจาะจงมากขึ้น ประมาณว่า เราจะทำฉายแสงจำนวนกี่ครั้ง เสร็จแล้วรอให้รังสีเวิร์คต่อไปอีก 3 เดือนแล้วมาสแกนดูผลว่ามันหยุดขยายไหม หมอยำ้นักหนาว่า การฉายแสงมันไม่ได้ฆ่ามะเร็งหรือกำจัดมันออกไปจากร่างกายเรานะ แค่หยุดไม่ให้มันโตกว่าเดิมเท่านั้น หากผลสแกนออกมาว่ามันไม่หยุดขยาย ทางหมอก็มีออพชั่นสุดท้ายให้เราตัดสินใจคือ...amputation! ตัดแขนออก! เชื่อหรือไม่ว่าตอนหมอพูดถึงคำว่า amputation ใจหายวูบเลย! (ยังพูดกับสามีทีหลังว่า บอกว่าเราเป็นมะเร็งไม่มีทางรักษา ไม่น่ากลัวเท่ากับตอนบอกว่า...ต้องตัดแขนออกเลยอ่ะ! ทำไมไม่รู้ อันแรกรับได้แต่อันหลังมันรับไม่ได้อ่ะ! )

ต่อ...ต่อ...พอหมอยอมให้เลื่อนกำหนดการฉายแสงออก เราก็รีบไปเจรจาขอเอาเชลซีกลับเมืองไทยก่อนปิดเทอม 1 อาทิตย์ โดยบอกเหตุผลกับครูใหญ่ไปตามจริง ทางโรงเรียนก็อนุญาติ เราก็รีบจองตั๋วบินกลับเมืองไทยทันที (ต้องเอาลูกกลับด้วยเพราะสามีลางานยาวๆ ฉุกเฉินไม่ได้ ต้องลาล่วงหน้า)

 ด้วยความกรุณาของพี่หมอที่รักท่านหนึ่งที่ประจำอยู่โรงพยาบาลเอกชนในกทม. ไปนัดพบคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งที่เคยทำงานอยู่ที่อเมริกามากว่า10 ปีให้ ได้พบคุยกันในเรื่องมะเร็งตัวนี้และทางเลือกการรักษา แต่คุณหมอท่านดังกล่าวก็บอกว่ามันเป็นตัวที่รักษาไม่ได้จริงๆ ในชีวิตการทำงานเคยเห็นอยู่แค่ 3 เคส เราเป็นเคสที่ 3 นี่แหล่ะ! คำแนะนำที่มีให้เราได้ดีที่สุดก็คือ ไปหัด้มือซ้ายให้ถนัดแทนมือขวาไว้เลย!!!! (เพราะเป็นคนถนัดมือขวา) หมอเตือนว่าหลังจากทำฉายแสง รังสีมันจะไปทำลายเซลล์มะเร็งและเนื้อเยื่อดีๆบางส่วน และเมื่อมันเป็นที่เส้นประสาท ตัวเส้นประสาทบางส่วนจะถูกทำลายด้วย แขนกับมือขวาจะไม่เหมือนเดิม อาจจะใช้ไม่ได้เหมือนเดิม (ชั้นจะพิการ!!!)

หลังจากพบหมอแผนปัจจุบันแล้วไม่มีทางเลือกอื่นใดเพิ่มเติม เราเลยไปหาข้อมูลเพิ่มเติมทางแพทย์ทางเลือกแทน โชคดีที่มีเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่มีคุณแม่เคยทำการรักษาโรคที่บัลวี จึงไปช่วยติดต่อจะให้เราเข้าคอรสการรักษา เราก็ว่าจะลองดู แต่ดูระยะเวลาแล้วก็ไม่สามารถเพราะเราต้องเอาเชลซีไปด้วย จึงได้แค่ไปพูดคุยกับคุณหมอ และรับคำแนะนำเรื่องการดูแลรักษาตัว อาหาร การออกกำลังกายและ จำนวนวิตะมินที่ต้องกิน(เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน) คุณหมอทางนี้ (เป็นเพียงท่านเดียว!) ให้ความหวังไว้หน่อยหนึ่งว่า ถ้าเราสามารถเลื่อนกำหนดการฉายแสงออกไปได้อีกสัก 3 เดือน แล้วทำตามโปรแกรมที่แนะนำอย่างเคร่งครัด ภายใน 3 เดือน โดยการงดเนื้อสัตว์ และโปรตีนทุกอย่าง(อย่างเด็ดขาด) กำจัดทอกซินด้วยการทำดีท็อกซ์ กินวิตะมิน ออกกำลังกาย ทำสมาธิ ถ้าทำได้ภายใน 3 เดือนให้กลับไปขอสแกนดู คุณหมอมั่นใจว่าก้อนมะเร็งเราจะลดขนาดลง และถ้ามันเวิรคใน 3 เดือนนี้ ให้ทำต่อไปจะกำจัดมะเร็งได้เด็ดขาด 

แต่เราไม่ค่อยมั่นใจว่าจะสามารถเลื่อนหมอได้อีกเพราะขอเลื่อนออกมาแล้วครั้งหนึ่ง หมอทางนี้ก็บอกว่าถ้าในกรณีที่ต้องทำฉายแสงจริงๆ เลื่อนไม่ได้อีก ก็ให้ทำตามโปรแกรมที่กำหนดให้นั่นแหล่ะ อาจจะไม่ได้ผลเร็วเท่าที่ตัดการฉายแสงออกไป แต่ต้องทำดีท็อกซ์เช้าเย็นเพราะร่างกายมีท็อกซินจากรังสีเพิ่มมากกว่าปกติ 

หลังจากไปพบแพทย์ที่บัลวี ก็ลองไปหาข้อมูลเพิ่มเติมที่ชีวจิตโฮมดู ไปพบแพทย์ที่ชีวจิตโฮมได้รับแนะนำคล้ายๆกับของบัลวี ทำดีท็อกส์ ทานผักผลไม้ ออกกำลังกาย ทำสมาธิ เพียงแต่ของชีวจิตไม่งดเนื้อสัตว์เด็ดขาด สามารถกินปลาได้เป็นครั้งคราว โดยส่วนตัว ชอบทางนี้มากกว่าเพราะยังอนุญาติให้กินปลา เห็ดและถั่วได้อยู่! (เป็นความตะกละส่วนตัวที่ไม่เอื้อต่อการรักษาโรคที่เป็น!) 

แต่พื้นฐานการรักษาตัวของทั้งสองแห่งมีเหมือนกันคือ...ใช้ การกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรงเพื่อไปกำจัดเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ มะเร็งจริงๆแล้วไม่ใช่โรคแต่เป็นความบกพร่องของเซลในร่างกาย เมื่อเกิดมะเร็งขึ้นมาแล้ว การแพทย์แผนปัจจุบันจะใช้ยาและสารเคมี (คีโม) ในการกำจัดเซลมะเร็ง (เป็นวิธีลัดที่รวดเร็ว) และก็ทิ้งสารตกค้างจากยา และสารเคมีไว้เป็นท็อกซินในร่างกายต่อไป เหมือนๆ จะหาย แต่เมื่อท็อกซินยังอยู่ในร่างกาย เซลล์ที่ผิดปกติกระจายไปส่วนอื่นๆ และระบบภูมิคุ้มกันที่ไม่ดีกำจัดเซลล์ที่ผิดปกติไม่ได้ ก็ทำให้กลับมาเป็นมะเร็งอีกในที่สุด (ถึงได้ไม่ต้องการ การรักษาด้วยคีโม)

***ใครอยากรู้เพิ่มเติมในเรื่องทฤษฏีและการปฎิบัตของแต่ละที่เข้าไปที่ homepage ของแต่ละศูนย์เขาได้นะคะ หรืออ่านในหนังสือของชีวจิตเรื่องภูมิคุ้มกัน ฯลฯ เราจะไม่ไปในรายละเอียดนะคะ ***

ในความคิดส่วนตัว...เพื่อตัวเอง...ในเมื่อการรักษาแบบแผนปัจจุบัน ไม่สามารถกำจัดมะเร็งของเราได้ (หมอบอกเองว่าการฉายแสงไม่ได้ฆ่ามะเร็ง) เราก็ต้องพึ่งตัวเอง พึ่งภูมิคุ้มกันของตัวเองในการกำจัดเจ้าเซลล์มะเร็งนี่ ด้วยการกระตุ้นภูมิคุ้มกันตามแผนปฎิบัติดูแลรักษาตัวของบัลวีและชีวจิต (มิกส์กันเป็นเวอร์ชั่นของเรา!!!)


Create Date : 24 สิงหาคม 2555
Last Update : 24 สิงหาคม 2555 0:42:15 น. 4 comments
Counter : 2076 Pageviews.

 
พี่คิดอย่างเดียวกับคุณ และคีโมทรมานมากๆสำหรับคนป่วยมีญาติทำได้หนึ่งครั้งบอกว่ายอมตาย เธอว่ามันกระชากวิญญาณเธอ และหันมารักษาทางอื่น เธอหาย คือคุมได้ในระยะที่ดีมาหลายปี จนหมดทึ่ง เอาใจนะคะ คุณังมีมุขเด้ดได้แสดงว่าใจแข็ง


โดย: supersupy วันที่: 24 สิงหาคม 2555 เวลา:6:49:03 น.  

 
แต่พี่ว่าหนูรักษาได้นะดูใจแข็งมาก ลูกก็น่ารัก ใจเป็นตัวรักษาโรคนะ


โดย: supersupy วันที่: 24 สิงหาคม 2555 เวลา:7:27:53 น.  

 
ขอบคุณค่ะ เพื่อนๆ ที่พึ่งรู้ก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ค่ะ เขาบอกเราไม่เหมือนคนป่วย (เป็นมะเร็ง) เพราะเห็นเรายังทำตัวระรื่นอยู่เป็นปกติ 555


โดย: virgo girl วันที่: 24 สิงหาคม 2555 เวลา:7:37:03 น.  

 
ดีแล้ว ใครๆก็ต้องป่วย ทำชีวิตปกติ สุขไป มีลูกน่ารัก นั่นละ ยา ดี


โดย: supersupy วันที่: 24 สิงหาคม 2555 เวลา:7:53:40 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

virgo girl
Location :
กรุงเทพ United Kingdom

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]








Group Blog
 
 
สิงหาคม 2555
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
24 สิงหาคม 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add virgo girl's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.