ตุลาคม 2553

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
16
17
18
19
21
22
25
26
27
28
29
30
31
 
 
วันแรก สุวรรณภูมิ-สนามบินผู่ตง นครเซี่ยงไฮ้

วันจันทร์ที่ 11 ตุลาคม 2553 เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินไทย TG 662 เวลา 00.30 น. ถึงท่าอากศยานผู่ตง นครเซี่ยงไฮ้ เวลา 06.00 น. เวลาที่เซี่ยงไฮ้เร็วกว่าเมืองไทยอยู่ 1 ชั่วโมง ระบบไฟฟ้าเป็น 220 เหมือนบ้านเรา แต่ปลั๊กมาตรฐานไม่เหมือนกับบ้านเรา แต่ในโรงแรมที่แผงปลั๊กไฟ จะมีรูเสียบแบบบ้านเราอยู่ด้วยเสมอ จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร อุณหภูมิกลางวันประมาณ 22-25 องศา หลังดวงอาทิตย์ตกอุณหภูมิประมาณ 18-22 องศา และจะเย็นลงเรื่อยๆ เนื่องจากเข้าฤดูหนาว นั่งรถ Airport Bus สาย 5 เข้าเมืองไปยังใจกลางเมือง ที่ Shanghai Railway Station ค่าโดยสารคนละ 22 หยวน (1 หยวน = 4.60 บาท) จากนั้นต่อ Taxi ไปยังโรงแรม Eastern Airline อีก 16 หยวน (ค่า Taxi เริ่มต้น 12 หยวน) โรงแรมนี้อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า Shanghai Metro คือสถานี Zhenping Road ซึ่งเป็น Junction Station ของสาย 3,4 และ 7 ท่านสามารถดูแผนที่รถไฟฟ้าของเซี่ยงไฮ้ได้ที่ลิ๊งค์ต่อไปนี้ครับ (ค่ารถไฟฟ้าที่เซี่ยงไฮ้ราคาถค่อนข้างถูก เริ่มจาก 3 หยวน สูงสุด 7 หยวน และค่อนข้างครอบคลุมพื้นที่ทั่วนครเซี่ยงไฮ้)
//www.chinatouristmaps.com/travel/shanghai/subway/2010-expo-subway.html




การเดินทางครั้งนี้ มีตั๋วเครื่องบิน TG ไป-กลับ อยู่แล้ว จึงสืบหาบริษัททัวร์ ที่มีวันเดินทางสอดคล้องกับวันไป-กลับ เรียกว่าเป็นการซื้อบริการแบบ Join Land ซึ่งหาจาก Internet ได้บริษัทไทยทราเวิลเซนเตอร์ จำกัด //www.thaitravelcenter.com ในราคาเพียงคนละ 7,500 บาทเท่านั้น

ทัวร์รายการนี้เป็นConsortium ในนามบริษัท ซีซั่นฮอลิเดย์ จำกัด มีคุณหริณลักษณ์ ลิตตา หรือคุณหลิว เป็นหัวหน้าทัวร์


ผมกับครอบครัวเดินทางไปก่อนคณะฯ 1วัน เดินทางถึงสนามบินผู่ตงเวลา 6.00 น. แล้วหาทางไปโรงแรมที่บริษัททัวร์จองไว้ให้ คือโรงแรมอิสเทริ์น แอร์ไลน์ จากสนามบิน เข้าเมืองเซี่ยงไฮ้ มีวิธีการหลายวิธี ดังนี้

1. รถไฟฟ้า Shanghai Metro สาย 2 ราคา 7 หยวน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงถึงใจกลางเมือง เช่น People Square, Century Avenue เป็นต้น
2. รถบัส Airport Bus ราคาไม่เกินคนละ 22 หยวน (ขอเอกสารแสดงเส้นทางและราคา ได้ที่เคาน์เตอร์ Information ที่สนามบิน)
3. รถแท็กซี่ (กลางวันและกลางคืนราคาไม่เท่ากัน) โดยเริ่มต้นที่ 12 หยวน ถ้าเดินทาง 1-2 คนไม่แนะนำให้ใช้วิธีนี้ เนื่องจากมีราคาแพง
4. รถไฟความเร็วสูง ใช้เวลาเข้าเมืองเพียง 7 นาที แต่มีราคาแพงมาก เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการหาประสบการณ์

จุดประสงค์ของการมาเซี่ยงไฮ้ในครั้งนี้ คือการเข้าชมงาน World EXPO 2010 ที่มหานครเซี่ยงไฮ้ และถือโอกาสท่องเที่ยวที่เมืองต่างๆ ใกล้ๆ เซี่ยงไฮ้ การมาครั้งนี้เป็นการมาเซี่ยงไฮ้-หังโจว-ซูโจว ครั้งที่สามของผม


สภาพบ้านเมืองของนครเซี่ยงไฮ้




ภาพนี้คือสะพานข้ามแม่น้ำแห่งแรกที่สร้างโดยวิศวกรชาวจีน เป็นสะพานสองชั้น
ชั้นบนสำหรับรถยนต์ ชั้นล่างสำหรับรถไฟ


สภาพที่อยู่อาศัยของชาวนา ที่สามารถมองเห็นได้ตลอดทางระหว่างเมื่องต่างๆ ในประเทศจีน ซึ่งจะเห็นได้ถึงฐานะทางเศรษฐกิจโดยรวมของเกษตรกรจีนในปัจจุบัน





อาหารการกิน
1. อาหารเช้าที่โรงแรม จะมีข้าวต้ม-ผักกาดดอง น้ำส้มแบบเจือจางมากๆ บางครั้งเป็นน้ำส้มร้อนๆ นมร้อนๆ ซาลาเปา หมั่นโถว ไข่ต้ม (บางที่ต้องนำคูปองอาหารเช้าไปรับไข่ต้มคนละ 1 ฟองที่เจ้าหน้าที่) ไข่ดาว บางแห่งมีบ๊ะจ่างก้อนเล็กๆ ด้วย ผักผัด หมี ข้าวผัด ขนมปังปิ้ง ผลไม้ ฯลฯ
2. อาหารตามภัตตาคาร
ไก่ต้มสับ หมูสามชั้น ผัดผัก แกงจืด ปลานึ่ง ไข่เจียว อาหารสามารถสั่งได้โดยดูจากรูปภาพในเมนู ราคาประมาณ 15-28 หยวน ควรเตรียมน้ำปลา ซอสแมกกี้ หรือน้ำพริก ตามชอบ ไปด้วย เนื่องจากรสชาติอาหารค่อนข้างจืด
3. อาหารตามฟาสต์ฟูด
มีหลากหลาย โดยดูจาก Model ของอาหารที่วางตั้งไว้หน้าร้าน พร้อมแสดงราคาไว้ด้วย ซึ่งเป็นจานใหญ่มากๆ บางครั้งใส่กระทะใบโต มาให้
4. อาหารข้างถนน (ซื้อแล้วเดินทาน หรือนั่งทานข้างๆ ฟุตบาท)
เสี่ยวหลงเป่า อาหารใส่ถุงพลาสติก ราคาประมาณ 2-3 หยวน
5. ร้านบะหมี ซาละเปา (ส่วนใหญ่อยู่ตามตรอก ซอย ย่อยๆ)
บะหมีราคาประมาณ 4-5 หยวน ซาลาเปา เข่งใหญ่ ประมาณ 20 ลูก ราคาประมาณ 7-8 หยวน
6. ราคาน้ำดื่ม
โค๊ก น้ำอัดลม (ขวดหรือแคน) 3-5 หยวน ชาเขียว 5 หยวน น้าส้ม 3-5 หยวน เบียร์ 3-5 หยวนต่อขวด สามารถหาซื้อได้ตามตู้กดหรือ Vending Machine

รูปภาพ



แอบมองเข้าไปหลังร้าน "เซี่ยงไฮ้เสี่ยวหลงเป่า"


ในวันแรกที่เซี่ยงไฮ้ หลังจากเดินทางถึงที่พักแล้ว ก็นอนพักผ่อนก่อน ประมาณ 3 ชั่วโมง ตื่นขึ้นมาประมาณ 11 โมง (กรุงเทพฯ 10 โมง) ก็ออกไปเดินสำรวจรอบๆ โรงแรม ว่าสถานีรถไฟฟ้าอยู่ตรงไหน มีร้านอาหารอยู่ตรงไหนบ้าง มีร้านสะดวกซื้อหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตอยู่ตรงไหนบ้าง โชคดีที่โรงแรมที่พักอยู่ใกล้สถานที่ ที่กล่าวมาทั้งหมด เช่น มีห้างเทสโกโลตัส ขนาดใหญ่ อยู่เยื้องๆ กัน มีสถานีรถไฟฟ้าอยู่ด้านหลัง มีร้านอาหารอยู่ตรงข้าม ไม่ต้องเดินไปหาที่ไหนไกลเลย (อัตราห้องพักก็ประมาณ 500 หยวน ต่อคืนครับ)

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ก็ตรงไปยังสถานีรถไฟฟ้าทันที เพื่อสำรวจราคาค่าโดยสารและวิธีการใช้บริการ พบว่า ค่าโดยสารถูกมาก เริ่มต้นแค่ 3 หยวน สูงสุดแค่ 7 หยวนเท่านั้น แล้วยังมีตั๋วเหมาทั้งวันอีกด้วย แค่ 24 หยวน นั่งสายไหนก็ได้ ตลอดทั้งวัน การเดินทางในนครเซี่ยงไฮ้วิธีที่สะดวกและประหยัดที่สุดก็คือรถไฟฟ้านี้แหละครับ ศึกษาเส้นทางก็ไม่ยาก ดูแผนที่ ดูสายซึ่งแยกเป็นสีๆ ให้เห็นได้ชัดเจน ไม่มีหลงแน่นอน เรานั่งรถไปถนนนานกิงลู่ ซึ่งเป็นถนนคนเดิน เดินจนทั่วหมดแล้ว ก็เดินไปสุดถนนนานกิง ไปยัง The Bund หรือคนไทยเรียกกันว่า หาดเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ซึ่งก็คือสถานที่ชมวิวริมแม่น้ำซึ่งเป็นฝั่งเมืองเก่า ที่สามารถมองไปยังฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นฝั่งเมืองใหม่ ที่ก่อสร้างขึ้นใหม่ประมาณ 12-15 ปีมานี่เอง สัญลักษณ์ที่สำคัญของนครเซี่ยงไฮ้ ก็คือหอไข่มุก ซึ่งเป็นหอสำหรับส่งสัญญาณโทรทัศน์ ที่สุงเป็นอันดับที่สามของโลก ก็ตั้งอยู่ที่ฝั่งเมืองใหม่นี้เอง ระหว่างทั้งสองฝั้่ง เชื่อมด้วยอุโมงค์ใต้แม่น้ำที่ทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้อีก คือประดับไฟสวยงามระหว่างที่รถไฟวิ่งผ่านไปยังฝั่งตรงข้าม




ภาพรถไฟฟ้าลอดใต้อุโมงค์ระหว่างฝั่งเมืองเก่า กับฝั่งเมืองใหม่


ภาพบรรยากาศบริเวณถนนนานกิง ทั้งกลางวันและยามค่ำคืน





จากถนนนานกิง สามารถเดินไปยังตลาดร้อยปี หรือ ตลาดเฉินหวางเหมี่ยว ได้ ซึ่งเป็นตลาดขายสินค้าท้องถิ่น เช่น ของชำร่วย ชาจีน กระเป๋า กาน้ำชา ภาพวาด อาหารต่างๆ ซึ่งรวมทั้ง เซี่ยวหลงเป่า ซาลาเปาดูดได้ (มีหลอดเสี่ยบที่ซาละเปา เพื่อดูดน้ำซุปจากซาลาเปา เห็นบางคนพอดูดน้ำซุปเสร็จ ก็โยนซาลาเปาทิ้งก็มี)

ในภาพหน้าร้าน "เซี่ยงไฮ้เสี่ยวหลงเป่า" ไปทีไร ก็เห็นเข้าคิวยาวเพื่อรอซื้อซาลาเปา ใส่กล่องพร้อมตะเกี่ยบ คีบกินกันริมถนนนั่นเอง ส่วนซาลาเป่าที่มีหลอดนั้นลูกจะใหญ่เท่าลูกแอปเปิ้ล ใส่มาในถ้วยพลาสติกพร้อมหลอดดูด


สภาพบริเวณตลาดเฉินหวางเมี่ยว (ตลาดร้อยปี)



ภาพร้านค้าขายของชำรวย ของฝากสำหรับญาติมิตรสหาย ราคาไม่แพง (ต่อรองได้)


ภาพต่อไปนี้เป็นภาพเก่าๆ สมัยไปเที่ยวเมืองจีนกับเพื่อนๆ เมื่อหลายปีมาแล้วครับ

ภาพอุโมงค์เลเซอร์ ลอดใต้แม่น้ำหวังผู่เจียง


ภาพเพื่อนๆ กำลังจะขึ้นหอไข่มุก และภาพบรรยากาศเมื่อมองลงมาจากหอไข่มุก








กำลังรอคิวขึ้นหอใข่มุก (กลางคืนคิวจะไม่ค่อยยาวเท่าไร และไม่ใช่หน้าเทศกาลของจีนด้วย)

โปรดติดตามต่อวันที่สองครับ




Create Date : 15 ตุลาคม 2553
Last Update : 16 เมษายน 2556 18:20:30 น.
Counter : 6084 Pageviews.

2 comments
  
มารอชมค่ะ
โดย: apple.007 วันที่: 15 ตุลาคม 2553 เวลา:22:46:54 น.
  
สวัสดีครับน้องเปิ้ล SCB หาดใหญ่
พี่ดีใจมาก ที่ยังจำกันได้อยู่ครับ
พี่เพิ่งกลับมาจากเมืองจีน งานเต็มมือ เลยยังไม่มีเวลาว่างที่จะ Update Blog แต่จะรีบเขียนต่อให้จบนะครับ รอหน่อยนะครับน้องเปิ้ล
โดย: พี่พรเทพ (viranda ) วันที่: 20 ตุลาคม 2553 เวลา:8:56:09 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

viranda
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Speakeasy Speed Test

MY VIP Friend