มิถุนายน 2551

1
2
3
4
5
6
7
9
10
11
12
13
14
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
ความคับแค้นใจของคนทำร้านหนังสือเช่า
เราเปิดร้านหนังสือเช่าเล็กๆ บนถนนสามัคคี จุดเริ่มมาจากความชอบอ่านการ์ตูน ที่เราว่าคนชอบอ่านทุกคนอยากเปิดร้านทั้งนั้น บวกกับความบ้าอ่านนิตยสารแทบทุกเล่มของพี่สาว ทำให้เรามีนิตยสารพวกนี้เต็มไปหมด บ้านเรามีหนังสือมากขนาดช่างก่อสร้างบอกให้ย้ายลงชั้นล่างเพราะบ้านทรุด เพราะหนังสือหนักมาก นิตยสารและหนังสือประเภทต่างๆ ถูกอัปเปหิลงข้างล่างเรียบโร้ยยย ยกเว้นอย่างเดียว การ์ตูน (แน่นอน)

หลังจากอยู่ในช่วงเบื่อการทำงานประจำ ก็เล็งๆ หาที่เปิดร้านเช่าการ์ตูนเป็นงานอดิเรก จนได้ความอนุเคราะห์จากพี่ชายสุดแสนใจดี ที่มีร้านกาแฟและทำซุ้มไม้กาแฟเป็นหลังๆ ยกซุ้มหนึ่งให้เราเปิด เป็น 4 เหลี่ยมไม่เล็กไม่ใหญ่ พอก้าว 5 ก้าวถึงอีกฝั่ง เล็กๆ แต่น่ารักและเป็นเรามากที่สุด หลังจากเปิดไปได้พักหนึ่ง เริ่มจับตลาดถูกว่าทำเลนี้มีแต่คนอ่านนิตยสาร อาจจะเป็นเพราะการ์ตูนเราเน้น rare items ไม่โดนใจเด็กสมัยนี้ แต่โดนใจวัยป้ายิ่งนัก แฮ่ม

เปิดร้านมาได้แบบเรื่อยๆ ไม่เจ็บตัว ไม่ได้ตังค์เป็นกอบเป็นกำ แต่ได้ความสบายใจ สบายใจ และวันหนึ่ง...ก็มีไม่สบายใจ (มาแซมเป็นหย่อมๆ) จะมีอะไรให้เจ้าของร้านเช่าปวดใจด๊ายยยยย (กรุณาทำเสียงสูงเพื่อความสมจริง) เท่าสมาชิกที่ไม่รักหนังสือ ฮึ่มมมมม

เราโดนมาหลายอย่าง จากเบาะๆ ที่ให้ตายยังไงก็จะไม่จ่ายค่าสมาชิก แต่ให้ค่ามัดจำหนังสือแทน (แพงกว่าค่าสมาชิก) แล้วยืมอ่านตลอดเป็นประจำ ดังนั้นเค้าก็จะไม่เอาค่ามัดจำคืน จนแบงก์เน่าอยู่ในกระป๋องเรา เงินจมอย่างนี้ผิดหลักการเงินอย่างแรง

ต่อมาด้วยสมาชิกมาเจอหนังสือปกหายากจากเรา ยืมไปแล้วหายไป ปกติถ้าลูกค้าเอาไปเป็นอาทิตย์ยังไม่คืนก็จะโทรตาม เพราะเราไม่อยากให้เค้าเสียค่าปรับเยอะ (จรรยาบรรณงามซะ) แถมบางทีพอมันเยอะเราก็สงสาร ตัดยอดเหลือ 100 เดียวประจำ เพราะเราไม่อยากได้เงินเท่าอยากได้หนังสือ (ที่หายาก) กลับมาอยู่ในร้าน และเราก็รู้ว่าลูกค้าส่วนมากที่แฮฟหนังสือไป ไม่ได้อยากได้หนังสือหรอก แต่งกค่าปรับเลยรีบโทรเตือน แต่ไอ้ที่เล็งหนังสือเราก็มี เช่น
เรา : คุณ...ใช่ไหมคะ
เค้า : ค่ะ
เรา : สวัสดีค่ะ โทรจากร้าน...นะคะ
เค้า : อ๋อ ค่ะ
เรา : จากบันทึกการเช่าคุณยืมหนังสือไปครบอาทิตย์แล้วน่ะค่ะ เลยโทรมาเตือน ไม่อยากให้เสียค่าปรับเยอะน่ะค่ะ
เค้า : อ๋อ แหม พอดีไม่สะดวกเอาไปคืนน่ะค่ะ ขอไว้เลยละกัน
เรา : (เอ๋อชั่วขณะ) เอ่อ ไม่ทราบอยู่แถวไหนคะ พอดีเล่มนี้หายากมากน่ะค่ะ คงต้องขอคืน (นิตยสารเพิ่งออก แต่ขาดตลาดแล้ว)
เค้า : อ๋อ อยู่... (ไม่ไกลจากที่ทำงานเราเลย)
เรา : อ๋อ ใกล้พอดีเลยค่ะ ถ้ายังงั้นเดี๋ยวแวะไปเอาได้ค่ะ สะดวกวันไหน กี่โมงคะ
เค้า : เอ่อ แหม เล่มนี้ชอบมากเลยค่ะ เอางี้ไหมคะ เดี๋ยวแวะไปจ่ายค่าปรับให้ แต่หนังสืออยู่ไหนแล้วไม่รู้น่ะค่ะ
เรา : (อะไรหว่า เมื่อกี๊ไม่ใช่เหตุผลนี้นี่นา) เอ่อ คงไม่ได้ค่ะ เพราะอยากได้หนังสือคืนมากกว่าน่ะค่ะ เอางี้ดีกว่า รบกวนเอาหนังสือมาคืนก็ได้ค่ะ ไม่เอาค่าปรับก็ได้
เค้า : หนังสือหายจริงๆ น่ะค่ะ เอางี้นะคะ เดี๋ยวจะซื้อหนังสือปกอื่นราคาเท่ากันไปใช้ให้แล้วกัน ตกลงนะคะ แค่นี้นะคะ
เรา : เฮ้ย เดี๋ยวค่ะ ฮัลโหลๆ

และไม่ต้องเดา หายจ้อยยยยย

นอกจากนี้ก็มีลูกค้าที่ทำหนังสือชำรุด ขาด เปียกน้ำ ซึ่งส่วนมากจะนิดๆ หน่อยๆ ปล่อยได้ก็ปล่อย แต่ที่หนักที่สุดที่เคยเจอ คือ หนังสือกลายเป็นหิน!!!

ใครที่อ่านนิตยสาร แล้วเคยทำหนังสือข้างในเปียกน้ำ คงจะทราบว่ามันจะติดกันง่ายมาก แนบแน่นสนิท แงะไม่ออก และจะแข็งขึ้น แล้วลองคิดดูนะเคอะ ว่าวันหนึ่งอิชั้นเดินเฉิบๆ เข้าร้าน เด็กที่ร้านทำหน้าแหย หยิบอดีตหนังสือที่แปรรูปเป็นก้อนหินรูป 4 เหลี่ยมมีลวดลายแฟชั่นมาให้ บอกว่าลูกค้าเอามาคืน แล้วรีบหนีไป เด็กไม่ทันจะได้เอ่ยปากขอค่าปรับหนังสือชำรุด เธอก็เป็น Scarlette คือ gone with the wind ไปซะแร้น อิชั้นก็กรีดนิ้วหยิบมันขึ้นมา โอ้ว แม่เจ้า!!! มัน คือ หินชัดๆ แข็งเป๊ก เป็นก้อนอะไรไม่รู้ คาดว่าถ้าทุบหัวคนทำเปียกมันคงมีเลือดกันบ้างไม่ก็คงสลบเหมือด ความรู้ใหม่จริงๆ มันเป็นหินจริงๆ วะค่ะ เห็นมันแปลงร่างก็ว่าแปลกแล้ว แต่เห็นลูกค้าเอามาคืนในสภาพนี้ก็ยิ่งแปลกกว่า คุณขา...เช่านะคะ ไม่ใช่ซื้อ ดังนั้น มันหมายความว่าเมื่อมันกลับมา มันก็ควรอยู่ในสภาพที่หมุนเวียนเอาไช้กันต่อได้ หรือเค้าเห็นร้านเราขายอาหารด้วยเลยเอามาให้ทำเป็นเขียงวะ โอ้วววว...งานนี้ อึ้งงงง

ล่าสุดที่เพิ่งเจอเมื่อวาน และทำให้เราต้องขอระบายซักนิด คือ เพิ่งเกิดเมื่อวานสดๆ ร้อนๆ ขณะที่เราเดินออกมาข้างนอกร้าน ก็มีลูกค้ากาแฟเดินสวนเข้าไปในร้าน หน้าไม่คุ้นเลือกหนังสืออยู่ เราก็ถามเด็กว่าสมาชิกใหม่ป่าว เด็กบอกไม่ใช่ เราก็ไม่ว่าอะไร เมียงๆ มองๆ อยู่แถวนั้น ว่าแล้วพ่อคุณก็หยิบหนังสือออกไป 1 เล่ม (หน้าปกนางแบบใส่บิกินี่ แฮ่ม) ไปนั่งอ่าน เราก็ว่าจะเดินไปทักแล้วเชียว ว่าหนังสือเอาไว้สำหรับเช่า ถ้าไม่เป็นสมาชิกจะอ่านในร้านก็ได้แต่ขอความกรุณาชำระเงิน... แต่ก็คิดว่าไม่เป็นไร ปล่อยลูกค้าอ่านสบายๆ เดี๋ยวเอาหนังสือมาคืนแล้วค่อยบอก เราก็จัดหนังสือไป ทำไปทำมา อ้าว ทำไมลูกค้าเมื่อกี๊ไปที่รถแล้วหว่า แล้วหนังสือชั้นล่ะ เลยวิ่งกลับไป เห็นถูกทิ้งไว้ที่โต๊ะ อ้าวเฮ้ย แถมดูจากเส้นทางเดินกลับรถเนี่ย มันอ้อมร้านเราอะ จงใจหนีชัดๆ เดินตามไปก็เห็นท่านขับรถสกุลยุโรป ท่านเห็นเรามองท่านก็กลับมามอง โดยไม่รู้สึกอะไร เราก็เอ๋อซิค่ะงานนี้ จะว่าเค้าไม่รู้หรือก็ไม่น่าใช่ หน้าร้านก็มีป้ายกันชัดๆ ว่าร้านเช่า ไม่ใช่อ่านฟรี ร้านกาแฟที่ไหนจะมีหนังสือให้อ่านทีทั้งห้องฟะ ได้แต่จดจำหน้าท่านไว้ว่าหนหน้าเจอกันล่ะฮึ่ม เด็กบอกว่าเนี่ยเป็นลูกค้าประจำร้านกาแฟ ทำงานในวัง พอเราเล่าให้พี่ๆ ฟังด้วยความแค้น พี่เลยบอกสงสัยทำงานในวังบูรพา เพื่อนรู้ก็ถามว่าทำไมไม่ทวง เราก็เลยบอกว่าเราอายอะ ให้เดินตามไปถึงรถเพื่อทวงเงิน 9 บาทน่ะ แถมอึ้งๆ ด้วยแหละ ไม่คิดว่า 9 บาทเนี่ยเค้าจะไม่ไห้อะ

กระดานดำหน้าร้าน (เอาไว้เขียนรายการหนังสือใหม่) เพ้นท์ลายดอกลั่นทมที่คุณหญิงแม่และพี่จ๋าวไปสอยมาให้จากบ้านถวาย ก็ถูกถวายให้ใครไปไม่รู้ ใช่แล้วกระดานชั้นถูกขโมยยยยยยย อะไรเนี่ยประเทศไทย เกิดอะไรขึ้นกับคนกรุงเทพฯ กระดานดำอันเท่าฝ่ามือยังถูกสอยไป เด็กที่ร้านเอาสกรูขันน็อตไว้อย่างแน่นหนา พอไปดูร่องรอยก็เรียบร้อยมาก ประมาณคนมาเอาตั้งใจอย่างดี (แต่เจตนาร้าย) อ๊ากกกกกกกกกกกส์

ทำร้านนี้ขึ้นด้วยความรัก แต่เจอลูกค้าแบบนี้ก็ เฮ่อ...คนสวยอารมณ์เสียย่ะ



Create Date : 08 มิถุนายน 2551
Last Update : 8 มิถุนายน 2551 22:14:15 น.
Counter : 3129 Pageviews.

15 comments
  
ง่ะ ไม่ไหวนะแบบนี้

เราเป็นคนหวงของมากๆอะค่ะ คงเปิดร้านแบบนี้ไม่ได้อะค่ะ
โดย: thejkpb วันที่: 8 มิถุนายน 2551 เวลา:22:36:11 น.
  
เป็นร้านในฝัน แต่ไม่เคยคิดถึงปัญหาจุกจิกอย่างนี้เลยคะ เป็นกำลังใจให้นะคะ เพื่อ...อะไรที่มีความสุขจากการอยู่กะหนังสือ คงต้องยอมมันบ้างรึเปล่า...แต่เราก็คงทำใจได้ลำบากเหมือนกัน หวงของเหมือนคุณข้างบนแหละค่ะ
โดย: aom_mY67 วันที่: 8 มิถุนายน 2551 เวลา:22:52:25 น.
  
โห...แย่มากเลย
โดย: gluhp วันที่: 8 มิถุนายน 2551 เวลา:23:03:34 น.
  
คนมันเห็นแก่ตัวค่ะ ทำอะไรมักง่าย ไม่คิดถึงความเดือดร้อนของคนอื่น ไอ้ลำพังอ่านฟรีในร้านก็ไม่เท่าไหร่ แต่ก็น่าจะอยู่ในขอบเขตนิดนึง มีมารยาทสักหน่อย แต่เฮ้อ
ทำใจ แล้วก็ทำใจอะเนอะ
โดย: มอลลี่ (Tukta21 ) วันที่: 8 มิถุนายน 2551 เวลา:23:21:27 น.
  
อ่า

เป็นกำลังใจให้นะคะ

ถ้าเอามาคืนแบบเป็นหินนี่เราก้อคงรับไม่ได้อ่า

แล้วไอยืมไปหายนี่ก้อเคืองได้อีก

เรารักหนังสือมากๆเหมือนกัน อยากให้คนอื่นได้อ่านเหมือนที่เราอ่าน แต่ก้อรักษาของเราด้วย อารมณ์นี้เลย
โดย: vekalover วันที่: 8 มิถุนายน 2551 เวลา:23:26:28 น.
  
อ่านแล้วเศร้าเลย
ยังคิดเลยว่าคงไม่กล้าเปิดร้านหนังสือเช่า

เพราะทำใจเรื่องหนังสือหายไม่ได้

สู้ๆนะครับ เอาใจช่วยจ้า

ป.ล.คงได้ส่งโทรจิตหาตอนคอนเสิร์ตแบบประภาส
อ่ะครับ ไปดูรอบวันไหนเอ่ย

โดย: ชรันจ์ วันที่: 9 มิถุนายน 2551 เวลา:19:12:24 น.
  
อยากดูประภาส เหลือแต่บัตรราคาแพง

เอาใจช่วยครับ ความฝันกับชีวิตจริง บางครั้งก็เหมือนเส้นขนาน
โดย: คนขับช้า วันที่: 10 มิถุนายน 2551 เวลา:19:09:20 น.
  
อึ้งค่ะ ถ้าเราทำร้านหนังสือแล้วเจอแบบนี้ สงสัยวิญญาณฆาตกรเข้าสิงแน่เลย โฮก
โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 10 มิถุนายน 2551 เวลา:23:28:01 น.
  
เฮ่อ ได้ฤกษ์มาเขียนตอบซะทีค่ะ งานเยอะเหมือน... ขอบคุณทุกท่านมากค่ะที่ให้กำลังใจ จริงๆ สมาชิกส่วนมากน่ารักค่ะ แต่ส่วนน้อยเนี่ยก็ช่างเป็นกรณีที่น่าสนใจและไม่น่าจำเป็นเยี่ยงอย่างยิ่งนัก เลยต้องขอระบายซะหน่อย

<คุณ thejkpb เราก็หวงของค่ะ ยิ่งหนังสือเนี่ย หู ไอ้ที่มาลงร้านนี่ก็เลือกค่ะ อย่างการ์ตูนกับพ็อคเก็ตบุ๊คจะเป็นของซ้ำหรือหนังสือตามกระแสที่อยากอ่านเลยซื้อมา (คนเช่าเยอะ แต่ทีของในตำนาน เช่น ต้นส้มแสนรัก เจ้าชายน้อย ฯลฯ ไม่ค่อยมีคนเช่าหรือเค้ามีอยู่แล้วก็ไม่รู้)

<คุณ aom_mY67 เราเปิดเพราะรู้สึกถึงร้านในฝันนี่ล่ะค่ะ ถือว่าฝึกความอดทน ยอมได้ก็ยอมค่ะ

<คุณ gluhp ช่ายค่ะ รู้สึกแย่มากๆ

<คุณมอลลี่ (Tukta21) พยายามทำใจค่ะ แต่ทุกอย่างมันต้องมีขอบเขตน่ะนะ เปิดมา 5 ปีไม่เคยระบายเลย พอดีเพิ่งเจอเรื่องเลยขอซะหน่อย

<คุณ vekalover เราก็เป็นค่ะเรื่องรักษาหนังสือเนี่ย รู้ด้วยว่าเปิดร้านให้เช่าต้องทำใจ แต่เราเปิดตามประสาคนรักหนังสือให้คนรักหนังสือด้วยกันอ่านอะ แต่นี่เจอประมาณชั้นรักแต่หนังสือชั้น (มั้ง)

<คุณชรันจ์ ขอบคุณที่ให้กำลังใจค่า เราก็กลัวหนังสือหายค่ะ แต่ที่บ่นข้างบนเนี่ยถือว่าส่วนน้อย สมาชิกท่านอื่นๆ ส่วนมากน่ารักค่ะ ส่วนประภาสเราไปดูวันที่ 4 ค่ะ

<คุณคนขับช้า ขอบคุณค่ะ กำลังทำให้เป็นเส้นเดียวกันหรือแตะๆ โดนมั่งห่างมั่งก็ยังดีค่ะ ชีวิตมีรสชาติ

<คุณแพนด้ามหาภัย ตอนเจอหนังสือหินก็เกือบแล้วค่ะ เกือบฆ่าตัวตาย
โดย: ViPaSa วันที่: 13 มิถุนายน 2551 เวลา:6:59:06 น.
  
เข้าใจคนรักหนังสือ เพื่อนผมก็ชอบอ่านหนังสือจากร้านเช่า บอกว่าแถวๆบ้านมีร้านใจดีมากอยู่ร้านนึง
ถ้าเช่าตรงกับวันหยุดไม่นับวันหยุดด้วย


แต่เคยเป็นสมาชิกเมื่อนานมาแล้ว ค่าสมาชิก 500 บาทแล้วตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าร้านไปอยู่ไหนแล้ว


นานาจิตตังเหมือนกันครับ
โดย: redPoTatO วันที่: 13 มิถุนายน 2551 เวลา:8:14:35 น.
  
อุ้มคนนึงค่ะ เคยคิดอยากมีร้านหนังสือ แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจเป็นร้านอาหารเล็ก ๆ แต่มีมุมหนังสือด้วยค่ะ อิอิอิ

เข้าใจคนรักหนังสือเลยค่ะ เพราะเป็นคนนึงที่รักหนังสือเหมือนกันค่ะ เวลาอ่านจะค่อย ๆ เปิดหนังสือ กลัวช้ำค่ะ

แต่จะว่าไปเปิดร้านเช่าหนังสือนี่ มีเรื่องให้ปวดหัวเยอะเหมือนกันนะคะ ยังงัยเอาใจช่วยนะคะ
โดย: vanillaorchid วันที่: 13 มิถุนายน 2551 เวลา:19:22:44 น.
  
<คุณ redPoTatO คะ ตอนนี้ทำใจได้ค่ะ ร้านไหนเหรอคะค่าสมาชิก 500 สมัยนี้ 50 ยังอยู่ยากเลย

<คุณอุ้มขา กลับมาเปิดที่ไทยมา คุณอุ้มทำอาหารเอียดทำหนังสือ ดีมะๆ
โดย: ViPaSa วันที่: 15 มิถุนายน 2551 เวลา:9:29:25 น.
  
ย้อนเวลากลับมาอ่าน

ชีวิต But Soap จริงๆ เนาะ 555

หัวเราะให้หายหงุดหงิดใจไปแล้วกัน

หนังสือเล่มที่หวง มันเป็นสิ่งที่คนอื่นบางคนยากจะเข้าใจเนาะ

แล้วทำไมไม่เข้าใจกันบ้างเล่า
โดย: สรุป...เหมือนเดิม วันที่: 9 เมษายน 2552 เวลา:11:29:05 น.
  
มีหนังสือท่วมบ้านเหมือนกันเลย

กะใจจะเปิดร้านให้เช่าอยู่หลายคร่า

แต่ก็ติดเรื่องแบบนี้ เลยไม่กล้าเปิดซักที..

แต่อ่านเรื่องนี้แล้ว เหมือนได้เข้าไปเป็นเจ้าของเองอย่างงัยอย่างงั้นเลยทีเดียว

เอาใจช่วยนะค่ะ ถึงมันจะมีบ้าง แต่เชื่อว่าบางอารมณ์ก็คือความสุขที่เห็นคนอ่านหนังสือของเราใช่ไหมค่ะ
โดย: บางอารมณ์ (ratikorn ) วันที่: 28 เมษายน 2552 เวลา:1:52:44 น.
  
555+ โดนเหมือนกัน แต่ของเราเป็นสมาชิก มายืมบ่อยๆ ส่งคืนตรงเวลา หลอกให้เราตายใจ แล้ววันหนึ่งก็หายไปพร้อมหนังสือ หรือไม่ก็โทรตามแล้วบอกจะเอามาคืน แต่แล้วก็เงียบ โดนบ่อยเหมือนกัน เซ็งโคตะระเลย
โดย: Takaw (Takaw ) วันที่: 23 กันยายน 2552 เวลา:22:45:07 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ViPaSa
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



รักครอบครัวเป็นชีวิตจิตใจ
ชอบดูหนังเป็นชีวิต
ชอบการ์ตูนเป็นจิตใจ
มีเพื่อนดีๆ มากมายช่วยสร้างชีวิต
มี Dark Chocolate ชิ้นนิดๆ สร้างความสุขให้จิตใจ
มีการท่องเที่ยวเพิ่มประสบการณ์ชีวิต
มีความรักที่ดีขึ้นทุกครั้งเพิ่มประสบการณ์จิตใจ มี...