เวลาเรียนภาษา ต้องเรียนแกรมมาไหม
ปกติเวลาที่เราเรียนภาษาใหม่ เรามักจะพยายามเลียนแบบการเรียนตามธรรมชาติของเด็ก มีนักการศึกษาหลายคนที่คิดว่า ในเมื่อเวลาเด็กเล็กๆเริ่มเรียนภาษา ก็ไม่เห็นจะต้องใช้คำอธิบายแกรมมาสักเท่าไหร่ ก็สามารถพูดได้ถูกต้อง ฉะนั้นถ้าเราเรียนภาษาต่างประเทศก็น่าจะไม่จำเป็นต้องอธิบายแกรมมาให้มากนักก็ได้ เน้นการทำซ้ำๆและการเลียนแบบก็พอ ซึ่งดูๆก็น่าจะสมเหตุสมผล แต่ลองมาคิดดูดีๆซิว่า ถ้าเราเอาวิธีการที่เด็กเรียนภาษาแม่ มาเปรียบเทียบกับวิธีที่เด็กหรือผู้ใหญ่เรียนภาษาที่สองตรงๆ มันจะเป็นการเปรียบเทียบที่สมเหตุสมผลหรือ?

ตอนเป็นเด็กๆ จะยังไม่มีความสามารถในการคิดถึงอนาคตหรือสิ่งที่เป็นนามธรรม ความสามารถพวกนี้จะเริ่มพัฒนาช่วงวัยรุ่น จนถึงผู้ใหญ่ ซึ่งเมื่อเป็นอย่างนี้ เราก็เห็นได้ว่าความสามารถทางความคิดของเด็กและผู้ใหญ่นั้นไม่เหมือนกัน การที่เอาวิธีที่เด็กเรียนภาษามาเปรียบกับวิธีที่ผู้ใหญ่เรียนตรงๆนั้นก็คงไม่ได้ นักภาษาศาสตร์ เช่น Ausubel เห็นว่า ผู้ใหญ่สามารถได้ประโยชน์จากการอธิบายแกรมมาในการเรียนภาษาต่างประเทศได้ เพราะผู้ใหญ่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์แล้ว ในขณะที่คำอธิบายทางแกรมมาแบบเดียวกันนั้นอาจจะมีประโยชน์กับเด็กๆน้อยกว่า เพราะเด็กๆยังไม่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์แบบผู้ใหญ่ค่ะ

www.kru-mon.com



Create Date : 29 ตุลาคม 2553
Last Update : 29 ตุลาคม 2553 12:18:21 น.
Counter : 714 Pageviews.

3 comments
  
Grammar กับ Mother tounge มันเป็นคนละแนวทางกันครับ นำมาเปรียบเทียบกันไม่ได้หรอกครับ เหมือนกับเอาขาวกับดำมาเทียบกันว่าอันไหนสวยกว่า ถ้าไปถามจิตรกร เขาจะบอกว่าไม่รู้ว่าอันไหนสวยกว่าแต่ งานศิลป์ขาด 2 สีนี้ไม่ได้
Grammar กับ Mother tounge ก็เป็นแค่รูปแบบของการจดจำ เพียงแต่หลายคนอาจจะมองว่า Grammar ดูเป็นรูปแบบที่ดูเหมือนเป็นความเข้าใจ เป็น Logic แต่ถ้าศึกษาไปเรื่อยๆจะพบว่าหลายๆส่วนก็แย้งกันเอง อาจารย์ท่านนึงที่เคยสอนผมบอกว่าGrammar ที่คุณเรียนไปมันจะใช้ได้แค่ช่วงหนึ่งเท่านั้น วันหนึ่งเมื่อคนค่อนโลกพร้อมใจกันเปลี่ยนสิ่งที่ Grammar บอกว่าไม่ถูกต้อง ว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง สื่อสารได้เข้าใจได้ สิ่งนั้นก็จะกลายเป็น Grammar ในที่สุด
โดย: Anglo วันที่: 31 ตุลาคม 2553 เวลา:17:35:13 น.
  
ขอบคุณสำหรับความเห็นนะคะ แต่ม่อนไม่ได้เอาGrammarมาเปรียบเทียบกับภาษาแม่ค่ะ แต่ม่อนอาจจะเขียนไม่clear คือว่า เพิ่งได้อ่านหนังสือพบว่าเมื่อก่อน คนมักจะเอาการเรียนภาษาแม่ มาเปรียบเทียบกับการเรียนภาษาที่สอง แล้วสรุปเอาว่า การเรียนภาษาที่สองที่ดี ควรจะเรียนเหมือนกับภาษาแม่ ซึ่งปกติเวลาเด็กๆเริ่มเรียนภาษาแม่ เราไม่ได้ไปอธิบายแกรมมาให้เด็กฟังมากนัก แต่เด็กจะฟังไปเรื่อยๆ แล้วจับหลักการได้เองอัตโนมัติ
ซึ่งจริงๆแล้วถึงแม้เราจะอธิบายแกรมมา เด็กๆก็อาจจะไม่เข้าใจอยู่ดี เพราะยังไม่สามารถคิดอะไรที่เป็นนามธรรมได้ แต่ถ้าผู้ใหญ่เรียนโดยมีคำอธิบาย อาจจะเรียนได้เร็ว เพราะผู้ใหญ่สามารถเข้าใจคำอธิบายที่เป็นนามธรรมได้มากกว่าค่ะ

แต่ทั้งนี้ทังนั้นก็ไม่ได้บอกว่าแบบไหนถูกหรือผิดนะคะ โดยส่วนตัวคิดว่า แล้วแต่นิสัยของแต่ละคนด้วยว่าเรียนแบบไหนถึงจะดีค่ะ

เห็นด้วยค่ะที่ว่าแกรมมาจริงๆแล้วไม่ได้เป็นเหตุเป็นผลตลอดเวลา มีอะไรที่ขัดแย้งเยอะ บางภาษาก็ขัดแย้งน้อย บางภาษาก็ขัดแย้งเยอะ อย่างภาษาอังกฤษเนี่ยข้อยกเว้นเยอะมาก จนเคยสงสัยเหมือนกันว่าจะตั้งกฏมาทำไหมในเมื่อข้อยกเว้นเยอะเหลือเกิน ความเห็นส่วนตัวของม่อนคิดว่า ภาษามันก็ใช้มาก่อน แต่คนเรามาศึกษาและรวบรวมให้เข้าใจมันมากขึ้นทีหลัง ซึ่งถ้าเป็นภาษาแม่เราอาจจะไม่ค่อยสนใจมันเท่าไหร่ แต่ในการเรียนภาษาที่สอง เราคิดว่าหลักการค่อนข้างมีประโยชน์ทีเดียว เพราะถ้าให้มัวฟังเยอะๆจนจับหลักได้เอง มันช้าค่ะ แต่คนอื่นอาจจะต่างออกไปก็ได้
โดย: Vinter วันที่: 1 พฤศจิกายน 2553 เวลา:4:14:49 น.
  
แต่ผมผมแปลกใจมากเลยครับ
ว่าทำไมแรงงานพม่าที่มาทำงานที่ไทยไม่เคยเข้าคอร์สเรียน
ภาษาไทยสักนิดเลย แต่กลับพูดภาษาไทยได้อย่างธรรมชาติ บางคนถึงกับขนาดว่าไม่รุ้แน่ว่าเป้นคนไทยหรือพม่า จนตำรวจบ้านเราต้องไห้ร้องเพลงชาติ(ฮ่าๆ) ผมว่ากรณีนี้น่าศึกษาน่ะครับ เพราะภาษาพม่ากับไทยก็ไม่ได้ใกล้เคียงกันเลย ผมอาจจะมองอีกมุมนึงน่ะครับว่า บางทีการเรียนภาษาโดยมุ่งเน้นไปทางแกรมม่ามากๆๆจะทำไห้การพูดภาษาไม่เป็นธรรมชาติ เพราะขนาดว่าเจ้าของภาษาเอง ยังพูดผิดแกรมม่า ผมมองภาษาว่าคล้ายๆๆแฟชั่นน่ะครับว่า เค้าพูดกันแบบนี้ เค้าใช้แบบนี้เหรอ แล้วก็พูดตามไปเรื่อยๆๆ ผมว่าแบบนี้จะทำไห้เป็นธรรมชาติดีมากๆๆเลยอ่ะครับ
โดย: นันเดะ (นันเดะ ) วันที่: 6 พฤศจิกายน 2553 เวลา:19:10:08 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Vinter
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



กลับมาเขียนอีกครั้งล่ะ
New Comments
ตุลาคม 2553

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
21
22
23
25
26
27
28
30
31
 
 
All Blog