เทคนิคการเตรียมสอบreadingของโทเฟล (TOEFL)

โดยส่วนตัวแล้วคิดว่า readingเป็นส่วนที่เราควบคุมได้มากที่สุดนะคะ เพราะว่าเราควบคุมเวลาตัวเอง แล้วเราก็แค่อ่านให้เข้าใจแล้วเลือกตอบ ไม่ต้องคิดเองว่าจะพูดหรือเขียนยังไง แต่ว่าโทเฟล เขามักจะมีวิธีที่ทำให้เรารู้สึกว่ามันยาก โดยการเอาคำยากๆมาใช้เยอะๆ ทำให้เราอ่านไม่รู้เรื่อง ยิ่งถ้าได้บทความที่อยู่นอกวงการตัวเองยิ่งไปกันใหญ่ อย่างถ้าครูม่อนได้เรื่องพวกประวัติศาสตร์อเมริกา ไม่ก็ศิลปะเนี่ยจะงงไปเลย แต่ถ้าเป็นชีววิทยาหรือเรื่องการแพทย์เนี่ย มันจะพอเดาๆได้เลยด้วยซ้ำ

ครูม่อนคิดว่า เรื่องการอ่านต้องฝึกอ่านเยอะๆค่ะ ถ้าเรามีเวลาก็อ่านนิยาย อ่านหนังสือพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ แต่ถ้ามันต้องสอบแล้ว ไม่มีเวลาแล้ว ก็เอาข้อสอบแนวโทเฟลมาลองอ่านดูเยอะๆค่ะ ของโทเฟลเวลาฝึกเราต้องจับเวลาด้วย คือดูว่า เราอ่านเร็วแล้วรู้เรื่องไหม ถ้าคำแนะนำเฉพาะก็น่าจะอย่างนี้ค่ะ

1. อ่านให้ได้ใจความสำคัญ ย่อหน้าที่ควรให้เวลาในการอ่านนานหน่อยคือ อันแรกกับอันสุดท้าย ส่วนย่อหน้าอื่นก็ให้เน้นอ่านประโยคแรก ไม่ก็ประโยคสุดท้ายของย่อหน้านั้น แต่ถ้าอันไหนไม่เข้าใจก็ข้ามไปค่ะ อย่าไปเสียเวลา

2. พออ่านจบแล้ว อย่าเพิ่งดูคำถาม ให้ถามตัวเองก่อนว่า นี่มันเกี่ยวกับเรื่องอะไรกันแน่ ใคร ทำอะไร ที่ไหน เพราะอะไร อย่างไร คนเขียนมุ่งหวังอะไร เราจะได้พอรู้คร่าวๆว่าตัวเองเข้าใจหรือเปล่า ถ้าถามตัวเองแล้ว ยังมึนไม่รู้เรื่องเลย ก็ควรจะย้อนกลับไปอ่านย่อหน้าแรกหรือย่อหน้าสุดท้ายที่เป็นใจความสำคัญดูอีกทีค่ะ

3. เวลาอ่านคำถามแล้ว อย่าเพิ่งดูchoiceนะคะ ให้เราคิดก่อนว่าเราจะตอบว่าอะไร แล้วค่อยไปดูchoice เพราะโดยปกติแล้วchoiceมันชอบหลอกค่ะ คือมันจะเอาคำหรือวลีที่อยู่ในpassageมาทำให้เรางง แต่จริงๆแล้วไม่ใช่คำตอบ ฉะนั้นควรจะตอบในใจก่อน แล้วค่อยไปหาคำตอบว่าในตัวเลือกมีอันไหนที่ตรงกับที่เราจะตอบ

4. เวลาอ่านเจออะไรที่เป็นรายละเอียด แล้วเราไม่ค่อยเข้าใจเนี่ย ข้ามไปเลยนะคะ ไม่ต้องมาเสียเวลาทำความเข้าใจ เพราะเราไม่รู้ว่าเขาจะถามเรื่องนี้หรือเปล่าด้วยซ้ำ ถ้าเกิดเขาถามขึ้นมาจริงๆ เราก็รู้แล้วว่าต้องย้อนกลับไปอ่านย่อหน้าไหน แล้วค่อยกลับไปทำความเข้าใจค่ะ ไม่งั้นเสียเวลาอ่านรายละเอียดที่เขาไม่ได้จะถามเปล่าๆค่ะ

5. สุดท้ายคือถ้าไม่รู้เรื่องจริงๆ วิธีเดาก็คือว่า ถ้าตัวเลือกไหนที่ใช้คำในpassageเยอะๆ ก็มักจะผิดนะ ตัวเลือกที่ถูกมันมักจะใช้paraphrase คือ ใช้คำอื่นที่ไม่มีอยู่ใน passage  มาเขียนให้ความหมายเหมือนกับที่เขียนในpassageค่ะ

Reading  จริงๆง่ายค่ะ ไม่มีใครอ่านออกหมดหรอกค่ะ ยิ่งในเวลาที่จำกัดมาให้แล้ว ยิ่งเป็นไปได้ยาก ที่สำคัญคือ เราต้องไม่ตกใจเวลาเจอคำที่ไม่รู้จัก อ่านไปเรื่อยๆค่ะ เอาใจความก็พอ เราก็ตอบได้แล้วค่ะ

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ kru-mon.com ค่ะ




Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2556 12:31:57 น.
Counter : 6174 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Vinter
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



กลับมาเขียนอีกครั้งล่ะ
New Comments
กุมภาพันธ์ 2556

 
 
 
 
 
1
2
3
4
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
 
 
All Blog