กรกฏาคม 2551

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
โรงเรียนกับการป่วยเป็นนิจ
หลังจากที่เอื้อไปโรงเรียนมาได้ประมาณเดือนครึ่ง เอื้อก็เริ่มป่วยน้ำมูกไหลย้อยจากใส ๆ ก็เปลี่ยนเป็นเหลืองนวลเหนียวข้น (คล้าย ๆ นมข้นหวานเลยล่ะ จึ๋ยย....) จากไอแค่ก ๆ เป็นไอโขรก ๆ แม่เลยตัดสินใจพาเอื้อไปหาหมอ โดยโทรไปลาป่วยที่โรงเรียนเอื้อหนึ่งวัน แม่ก็ลางานวันนึงด้วย แม่เตรียมข้าวกล่องให้เอื้อเป็นข้าวต้ม ไข่เจียว ปลาช่อนทอด แหะ ๆ ๆ ของมัน ๆ ทั้งนั้น ไม่เหมาะกับอาการไอของเอื้อ แต่ก็ไม่มีอย่างอื่นแล้วล่ะ



พอเอื้อตื่นนอน แม่ก็จัดการเช็ดหน้าเช็ดตา เปลี่ยนเสื้อผ้า พร้อม!!..ไปหาหมอ โดยไม่ลืมหยิบข้าวกล่องที่แม่เตรียมไว้แล้วไปด้วย ระหว่างทางเอื้อก็ร้องไม่ไปหาหมอ ก็ต้องปลอบกันว่าเอื้อมาเป็นเพื่อนแม่ ถึงได้เงียบไป แล้วเราก็ได้เขาห้องตรวจ คุณหมอขอดูคอกับหูเอื้อ ซึ่งโชคดีที่ไม่มีอาการอักเสบ คุณหมอขอฟังที่อก และหลัง แล้วก็สรุปว่ามีเสมหะเยอะ เสมหะลงไปที่หลอดลมด้วยทำให้ไอมาก คุณหมอให้ยาแก้ไอ ละลายเสมหะ, ยาขยายหลอดลม, ยาลดน้ำมูก, ยาฆ่าเชื้อ รวมแล้วต้องจ่ายค่าเสียหายไป 750 บาท แล้วเอื้อก็กลับมาสบายดีได้ 2-3 วัน



พอวันจันทร์เอื้อไปโรงเรียน แล้วก็กลับบมาเล่าให้ฟังว่าพี่โมเน่ไอ (เพื่อนในห้องของเอื้อ) จากนั้นเอื้อก็เริ่มไอบ้าง (เชื้อหวัดติดจรวดซะจริง ๆ) เริ่มจากไอนิดหน่อย เป็นไอมาก ตามลำดับ -"- พอตกเย็นวันศุกร์เอื้อก็ตัวร้อนจัด ร้อนจนถึงเช้า แม่ต้องนั่งเช็ดตัวให้ตลอดทั้งคืน วันเสาร์เลยต้องหอบหิ้วกันไปหาหมออีกรอบ คราวนี้คุณหมอก็จ่ายยาฆ่าเชื้อตัวใหม่ กับยาพารามาให้ รวมค่าเสียหายรอบสองอีก 450 บาท หลังจากนั้นเอื้อก็ยังตัวร้อนอีกจนถึงวันอาทิตย์ อาการถึงเริ่มดีขึ้น ซึ่งระหว่างที่กินยาไป แต่อาการยังไม่ดีขึ้น แม่ก็คิดสะระตะไปว่าเอื้อจะเป็นไข้เลือดออกรึเปล่านะ??!?! เพราะช่วงนี้เอื้อโดนยุ่งกัดเยอะมากทั้งจากที่บ้าน และที่โรงเรียน แต่พออาการดีขึ้นแล้ว แต่ก็ยังไม่หายดี เอื้อเลยต้องหยุดเรียนยาวถึง 1 สัปดาห์เต็ม ซึ่งเป็นช่วงโปรโมชั่นกันสุด ๆ (7-11/07/ 51)

และเอื้อก็ได้เผื่อแผ่เชื้อหวัด กับไอ ให้คุณปู่ แม่ และพี่มะลิ อย่างเท่าเทียมกัน และด้วยอายุที่แตกต่างกันคุณปู่เลยมีอาการหนักหน่อย ต้องไปหาหมอ 2 รอบเหมือนกับเอื้อเลย ส่วนแม่ลาป่วยที่ทำงานได้ แต่ลาป่วยกับเอื้อไม่ได้ -"- จากการพักผ่อนน้อย บวกกับที่ไม่ได้ไปหาหมอแต่เนิ่น ๆ เชื้อเลยลุกลาม เริ่มจากปวดร้าวตั้งแต่โพรงจมูกด้านซ้าย โหนกแก้ม ไปจนถึงฟันบนด้านซ้ายทั้งแถบ รวมทั้งมีน้ำมูกสีเหลืองข้นๆ (เหมือนเอื้ออีกนั่นล่ะ) เลยต้องถามพี่กูเกิ้ล ว่าอาการแบบนี้เป็นอะไรนะ ??!?! และแล้วก็ได้คำตอบแบบค่อนข้างแน่ใจ

(16:45 น. 11/07/51) จากนั้นก็รีบบอกคุณพ่อเอื้อว่าต้องไปโรงพยาบาลแล้วล่ะ พอไปถึงก็เล่าอาการให้คุณหมอฟังคุณหมอเลยส่งไปเอ็กซเรย์ แล้วก็ได้คำตอบ(ที่รู้อยู่แล้ว)ว่าเป็น "ไซนัส" ตอนนี้เลยต้องกินยาต่อเนื่องไปอีกซักระยะยาว ๆ เลย ส่วนพี่มะลิแข็งแรงที่สุด แม้จะมีไข้ ไอ แต่ก็ดีขึ้นตามลำดับโดยที่ไม่ต้องไปหาหมอ

(19:00 น. 11/07/51) ส่วนเอื้อคิดว่าคงจะไม่เป็นอะไรแล้ว แต่พอกินข้าวเย็นเสร็จ เอื้อก็บอกแม่ว่าเจ็บหู แล้วก็เริ่มร้องไห้งอแง กอดแม่แน่น ก็เลยกระเตงกันไปคลินิคเด็กใกล้บ้าน เพราะตอนนั้นก็เกือบสองทุ่มแล้ว หลังจากคุณหมอตรวจหู โดยให้แม่ดูด้วย เห็นหูเอื้อแดงมาก แล้วก็ตรวจคอ จมูก จากนั้นก็อธิบายว่าพอไข้ลดลงแล้ว ถ้าเชื้อยังไม่หมด อาจจะไปที่หูทำให้หูอักเสบขึ้นมาอีก คุณหมอก็จ่ายยาฆ่าเชื้อตัวใหม่มาอีก (คือไม่ให้ซ้ำกับตัวเดิม) และยาแก้คัดจมูก โดยสั่งห้ามกินยาแก้หวัดที่ทำให้น้ำมูกแห้งเด็ดขาด เพราะจะทำให้เชื้อไม่สามารถระบายออกมาได้

กลับมาถึงบ้านก็จัดการให้เอื้อกินยาอย่างยากลำบากเพราะเอื้องอแงมาก แต่ก็ทั้งปลอบ ทั้งกล่อมกันจนได้ แล้วเรื่องก็ยังไม่จบเมื่อเอื้อกินยาได้ซักชั่วโมง ก็อาเจียนออกมาอีกสองรอบ แม้ว่าแม่จะซึม ๆ จากฤทธิ์ยาก็ต้องตื่นขึ้นมาทันที แล้วคืนนั้นก็นอนผวา กลัวว่าเอื้อจะอาเจียนออกมากอีก

พอเช้าแม่ก็รีบบอกคุณพ่อให้พาเอื้อไปหาหมอเถอะ เพราะยาฆ่าเชื้อนี้คงไม่ถูกกับเอื้อแล้วล่ะ แต่คุณพ่อเอื้อก็ให้ลองกินมื้อเช้าอีก 1 มื้อ ผลคือจากเอื้อผู้ร่าเริง (แม้ว่าจะป่วย) พอกินยาไปได้ 10 นาที ก็เริ่มซึม ผ่านไปอีก 20 นาที ก็อาเจียนออกมาอีก เราเลยต้องกระเตงกันไปหาหมออีกรอบ แม้หมอจะไม่เชื่อ เรื่องที่แม่ปักใจเชื่อว่าเอื้อไม่ถูกกับยาฆ่าเชื้อตัวนี้ แต่หมอก็ยอมจ่ายยาอีกตัวมาให้ แล้วเอื้อก็ไม่มีอาการซึม และอาเจียนอีกเลย จนถึงวันนี้ ซึ่งเอื้อต้องกินยาฆ่าเชื้อนี้ไปอีก 10 วันเพื่อให้เชื้อตายหมด แล้วเราก็จะได้บอกลาเชื้อเจ้ากรรมนี้ซักที




Create Date : 15 กรกฎาคม 2551
Last Update : 15 กรกฎาคม 2551 14:39:05 น.
Counter : 614 Pageviews.

11 comments
  
ลูกเข้ารร.แล้วป่วยนี่ถือเป็นเรื่องปกติไปแล้วเนาะ ลูกสาวก้อเป็นเหมือนกันค่ะ เข้าตั้งแต่ปีที่แล้วแล้ว ตอนนี้ก้อเริ่มดีขึ้น
คุณหมอเคยบอกว่าเชื้อที่เราเคยได้รับแล้วเราก้อจะรู้จักกันแล้วแต่ถ้าเจอเชื้อตัวใหม่ที่ยังไม่รู้จักเราก้อต้องป่วยอีกน่ะค่ะ ยังงัยก้อใจเย็นๆอย่าเครียดมากนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
โดย: ซูเนกะ วันที่: 15 กรกฎาคม 2551 เวลา:15:15:38 น.
  
สวัสดีค่ะ

หายดีหรือยังค่ะน้องเอื้อ ดูแลรักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ ทั้งคุณแม่ และน้องเอื้อ เลย

โดย: paerid วันที่: 15 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:24:25 น.
  
เข้ามาดูนายแบบโป๊ครับ

ช่วงนี้ส่วนใหญ่ไข้หวัดระบาดหนักครับ อากาศเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอด ขนาดตัวผมเองยังไอค่อกแค่กเลย ไม่รู้ได้รับเชื้อจากเด็กๆที่เข้ามาตรวจหรือเปล่า

ยินดีที่ได้รู้จักครับ
โดย: jonykeano วันที่: 16 กรกฎาคม 2551 เวลา:17:34:08 น.
  
อ่านไป ก็ลุ้นไปด้วย ยินดีด้วยครับที่น้องเอื้อหายดีและได้ยาถูกตัว

ภาพน้องเอื้ออาบน้ำ ดูมีความสุขดี

โดย: fzero วันที่: 20 กรกฎาคม 2551 เวลา:1:10:42 น.
  
สวัสดีค่ะแวะมาหาน้องเอื้อค่ะ น้องเอื้อและคุณแม่น้องเอื้อเป็นอย่างไรบ้างค่ะสบายดีกันหรือเปล่า หายป่วยกันดีหรือยังค่ะ คิดถึงค่ะ
โดย: paerid วันที่: 20 กรกฎาคม 2551 เวลา:22:05:45 น.
  
เวลาลูกป่วย แม่ก็ป่วยไปด้วย เพราะพักผ่อนไม่พอ เป็นสัจธรรม
555
โดย: เอ๊กกี่ วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:37:25 น.
  
แวะมาเยี่ยมน้องเอื้อค่ะ
ขอให้น้องเอื้อและคุณแม่น้องเอื้อมีสุขภาพแข็งแรงนะคะ
โดย: นู๋กุลจัง วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:13:23:39 น.
  
สมัยเด็กๆ จำได้ไปหาหมอที่คลีนิกไม่เกิน 150 บาท เดี๋ยวนี้ สี่ร้อยอัพเลยเหรอ แพงเนอะ

นี่ดีน่ะอาศัยเป็นคนช่างสังเกตของแม่ว่าลูกไม่ถูกกับยานี้ ไม่นั้นก็คงอาเจียนอีก

โดย: เพื่อนพ่อเพื่อนแม่ IP: 58.64.96.192 วันที่: 24 กรกฎาคม 2551 เวลา:14:31:42 น.
  
ที่บ้านก็เป็นหวัดกันมาหลายอาทิตย์แล้วครับ
เดี๋ยวเป็นเดี๋ยวหาย อากาศบ้านเราแย่จริงๆ
หรือว่าเดี๋ยวนี้คนเราจะอ่อนแอกว่าเมื่อก่อนก็ไม่ทราบได้?
ขอให้หายไวๆครับ (บอกตัวเองเหมือนกัน)อิอิ
โดย: บ้านธีร์ IP: 61.7.137.94 วันที่: 27 กรกฎาคม 2551 เวลา:14:35:17 น.
  
มีคนบ่นเยอะเลยค่ะว่า เด็กไปโรงเรียน มักจะป่วยบ่อย
แต่ก็เป็นเรื่องจริงค่ะ เพราะเด็กๆ มีเชื้อโรคสารพัดติดกันไปติดกันมา
แต่ก็จะได้มีภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้นด้วยนะครับ หนูเอื้อ!!

หายป่วยเร็วๆ นะครับคนเก่ง
โดย: Second impact วันที่: 28 กรกฎาคม 2551 เวลา:10:23:38 น.
  
แวะมาทักทายน้องเอื้ออีกที

'เข้าใจว่าเป็นคนไม่มีตัวตน คือไม่มีอีโก้' << ชอบประโยคนี้มากมาก ขอบคุณครับ


โดย: fzero วันที่: 4 สิงหาคม 2551 เวลา:0:24:21 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

viji
Location :
Lancaster  United Kingdom

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



คุณแม่ ลูกหนึ่ง...
เมื่อมีลูก จึงรู้ว่าแม่รักลูกมากแค่ไหน...
และจึงรู้ว่ารักแม่ แค่ไหนด้วย....