cyber_aum
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




<*center><*/center>
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2554
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
1 กรกฏาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add cyber_aum's blog to your web]
Links
 

 
ทริปส่งท้ายปีเสือ @ Royal Hills นครนายก

ก่อนอื่น..ต้องขอสวัสดีปีใหม่ต้อนรับปีกระต่ายนะคะ
ขอให้ทุกๆคนมีความสุข สุขภาพแข็งแรงกันทั้งครอบครัวค่ะ

ส่วนไดวันนี้อัพทริปส่งท้ายปลายปีที่แล้ว...ที่เขียนกันข้ามปีเลย!
จองโรงแรมรับบรรยากาศลมหนาวระลอกใหม่ได้พอดิบพอดีที่เก่าเวลาเดิม


...Royal Hills นครนายก...


เราว่าที่นี่เป็นจังหวัดใกล้ๆกรุงเทพ
แต่เหมือนกับเส้นผมบังภูเขาทำไมเรามองผ่านจังหวัดนี้ไปได้น๊า..

สงสัยสมั้ยเรียน(ที่ มศว. องครักษ์) คงโดดเรียนไปเที่ยวน้ำตกไม่บ่อยม๊างงง

เลยทำให้จังหวัดนี้ไม่ค่อยแวร๊บบบเข้ามาให้หัวสักเท่าไหร่
55.............^^

แต่คราวที่แล้วที่มา เกิดติดใจในบรรยากาศสายหมอกสวยบนทิวเขา เลยได้กลับมา(ใช้คูปอง 50%)อีกครั้ง ^^




ออกจากบ้านสายๆขับจาก Motorway ออกคลอง 7 เพื่อหนีรถติดเข้าเส้น รังสิต~นครนายก

ขับรถไม่นานนักก็จะเข้าถนนสาย
องครักษ์~นครนายก วิ่งตัดเข้าเส้นเลี่ยงเมือง
ทำให้การเดินทางไป
Royal Hills ของเราทุกครั้งสะดวกสบายรวดเร็ว
ที่สำคัญ...ไม่เจอรถบรรทุกให้เสียอารมณ์
ใช้เวลาเพียงชั่วโมงเศษๆบนถนนที่เต็มไปด้วยดอกสุพรรณิการ์

ดอกไม้ประจำจังหวัดนครนายกบานเหลืองเต็มเกาะกลางถนนตัดกับฟ้าหน้าหนาวไปตลอดทาง

(อย่าหาว่าเวอร์
เป็นงั้นจริงๆ สวยจนเคลิ้มลืมถ่ายรูปเลยเอ้า...)


ระหว่างทางก็มีที่เที่ยวไม่ว่าจะวัดหลวงพ่อปากแดง, อุทยานพระพิฆเนตร
ที่มีพระพิฆเนตรองค์ใหญ่ที่สุดในโลก
,
พุทธิวิหารจีเต็กลิ้ม
ที่นิยมมาไหว้ต่ออายุ แต่ทั้งหมดที่กล่าวมาไม่ได้แวะเลย แฮร่...


โทรกันไปโทรกันมาก็มาเจอบ้านอานุ่นกับอาหนูที่เขื่อนขุนด่านปราการณ์ชล

แต่แบบว่าแดดแรว๊งงงมากๆเราเลยไปหาอะไรรองท้องกันก่อน
(จริงๆรองมาตลอดทาง 55)

ซึ่งก็ไม่ได้จำเพาะเจาะจงว่าจะร้านไหนดี คุณย่าเห็นว่ามีหลายร้านหลายแนวก็ขับหาไปเรื่อยๆ

จนไปสะดุดร้านตรงข้ามน้ำตกวังตะไคร้ดูรถเยอะดีก็กลับรถเลี้ยวเข้าไปโลด
(คือ ขับเลยร้านเค้ามาแระอ่ะนะ
55)

ร้านนี้อยู่ปลายลำธารที่ไหลมาจากน้ำตกวังตะไคร้
น้ำใสไหลเย็นบรรยากาศดีมากๆ

ร้านก็บ้านๆ ไม่ได้หรูหราอะไร โต๊ะแคร่ไม้ไผ่ริมธารกับอาหารส้มตำปลาเผาเบสิคๆ กินกันได้ทุกเทศกาลนะคะ



ก่อนจะได้ลิ้มรสอาหารพวกเราก็ไปชมวิวเป็นออร์เดิร์ฟกันก่อน


ลำธารตรงนี้น้ำไม่ลึกเด็กๆลงไปเดินได้ หรือนั่งตีขาสบายใจสบายๆชิวๆ

โทรฟี่ดี๊ด๊าตอนเอาเท้าจุ่มน้ำมากกกๆๆๆ น้ำใสม๊ากกก โอยยยยใจละลาย





สักพักอาหารมาเสิร์ฟเราก็พุ่งกระโจนเข้าใส่อย่างเร็ว ไม่ได้ถ่ายรูปมาแต่อร่อยมากกกโดยเฉพาะเนื้อแดดเดียวกับส้มตำ
..

เด็กกินปลาเผาไปนิดๆหน่อยๆแบบว่าห่วงเล่นกันอ่ะนะ เวลาเที่ยวเนี่ยแม่อยากจะบิณฑบาตคำว่า
โทรฟี่ไม่หิว โทรฟี่อิ่มแล้ว จริงๆ

ตบท้ายมื้อนี้ด้วยการถ่ายรูปชิวๆ
ริมลำธาร







และไอติมกะทิที่ตอนแรกเราก็ไม่ได้ตั้งความหวังอะไรไว้มาก

แต่สุดท้ายไหงกินของโทรฟี่หมดไปเกือบถ้วยลูกได้แต่แทะโคนที่เค้าแถมมา
แฮร่...หร่อยอ่ะ
!!





หม่ำกันเสร็จก็เข้ามา check in ที่โรงแรมกันได้เลย
วันนี้จอง
บ้านภูฟ้า เอาไว้

ตรงโซนโรงแรมมี
WiFi ฟรีบริเวณ Orchid Café ด้วย เด็กก็ไปเล่นชิงช้าไปร้อนไป ฮา...

ตอนกลางวันยังร้อนนนจนเตรียมใจว่าคงจะไม่หนาวอย่างที่เค้าว่าไว้..







เข้ามาที่บ้าน(ซึ่งยังทำความสะอาดไม่เรียบร้อย)เป็นบ้านเดี่ยว 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1
ห้องครัว

มีนอกชาน
(หย่ายมั่ก) ยื่นเข้าไปริมสนามกอล์ฟ
เอาไว้
BBQ Party ได้สบายๆ








เด็กๆก็เดินๆวิ่งๆตามกันไป โตขึ้นจะพาไปเล่นหนังบอลลีวู๊ดแล้วเนี่ย 55







เป้าหมายต่อไปของเราคือกลับไปที่
เขื่อนขุนด่านฯ อีกครั้ง


วันนี้จะพาเด็กๆไปนั่งรถมาลัยกัน
(อ้างเด็ก จริงๆผู้ใหญ่อยากนั่งมากกก 55)

ก็ตรงดิ่งไปกันโลดเพราะไม่ห่างจากโรงแรมซักเท่าไหร่
ใจจริงจะพาเด็กๆไปดูม้าแถวน้ำตกด้วยแต่หาทางไปดูม้าไม่เจอ ฮา...






รถมาลัย(จริงๆเรียกรถอะไรหว่า
เรียกตามกุ๋งกิ๋งตลอดเลย)
ที่นี่มี 2 คันขับสลับกัน ค่าบัตร 20 บาทเท่าน๊านนน

โดยจะเปิดขายเป็นรอบๆ ต่อคิวนานนิดนุงจนตอนแรกคิดว่าไม่ได้ขึ้นแล้วเพราะไม่เปิดขายตั๊วซักที
เราก็เลยถอดใจ...เดินเล่นตรงแนวสันเขื่อน ดูวิวถ่ายรูปกันไป






แต่จังหวะดีมองเห็นรถมาลิบๆ เดินไปถามเค้าว่าเปิดขายตั๋วยังคะ..คำตอบคือยังค่ะ

ก็ชวนคุยๆเพลินๆซักพักรถก็มาพอดีเราก็ได้วิ่งไปบนสันเขื่อนที่ยาวที่สุดในโลกกันแล้วค่ะ




บนรถจะมีคนคอยเล่าประวัติ
และแนะนำสถานที่ต่างๆในเขื่อนรวมทั้งที่เที่ยวต่างๆด้วย (ฮีฮามาก)

โปรแกรมเที่ยวที่น่าสนใจคือนั่งเรือยาวชาวบ้านล่องไปถึงน้ำตกเหวนรก
แต่ต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน

และที่สำคัญเรามีเด็กเล็กๆหลายคนด้วย โปรแกรมนี้คงอีกอย่างต่ำ
5 ปี 55555

รถแล่นมาจนถึงกลางสันเขื่อนที่มีพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ครั้งที่ท่านเสด็จทอดพระเนตรโครงการสร้างเขื่อนขุนด่านฯ แห่งนี้..



รถแล่นไปจนสุดแนวเขา บรรยากาศเย็นสบายผิดกับบริเวณสันเขื่อนมากๆ
ตรงนี้อีกหน่อยจะมีกิจกรรมปีนผาด้วยนา..

ใช้เวลาบนรถประมาณ
20 นาทีเป็นอันคุ้ม 20 บาทที่ได้จ่ายไป โทรฟี่สนุกมากๆ




เสร็จจากกิจกรรมเขื่อน
เราก็เข้าที่พักกันเลยดีกว่าค่ะเพราะว่าเย็นแล้ว อากาศก็เริ่มเย็นลง

เข้าบ้านกันพักนึงโทรฟี่ก็แวะออกมาดูกวางค่ะ ที่
Royal Hills เค้ามีฟาร์มกวางด้วย

และก็มีให้อาหารกวางเป็นกล้วยดิบถังละ
20 บาท
แต่เราได้ฟรีเพราะพักในนี้ด้วยมั๊งคะ

โทรฟี่ก็สงสัยใหญ่ว่าทำไมกวางไม่กินกล้วยเหลืองๆ เพราะแม่เคยให้โทรฟี่บ่มกล้วย

ให้สังเกตสีกล้วยจากสีเขียวไปเป็นสีเหลืองแล้วถึงจะกินได้

โทรฟี่เลยงงว่าแม่บอกว่ามันต้องเหลืองสิถึงจะกินได้แต่ไมกวางกินกล้วยเขียว
55






กลับมาจากกวาง ก็มาไดรฟ์กอล์ฟกันสนามบอลข้างบ้านนั่นแล

จริงๆเค้ามีสนามไดรฟ์ภายในนี้ด้วยแต่ขี้เกียจไปแล้ว หนาวเกิ๊น...ขี้เกียจเกินอากาศก็เย็นเกินด้วย






มื้อเย็นวันนี้..ป่าป๊าเตรียมอาหารมา BBQ Party กันที่เทอร์เรสของบ้านกันค่ะ...วิวดีอากาศดีมาก







อาหารก็เตรียมกันมาพร้อมสรรพทั้ง
สเต็ก และก็ไส้กรอกกรอบๆอย่อยๆของโทรฟี่

จริงๆว่าจะมีเมนูเบอร์เกอร์ให้เด็กๆ แต่เกรงว่าจะแยะไป...ซึ่งก็จริง
แค่นี้ก็หม่ำไม่หมดแว้ววว





โทรฟี่บอกว่าจะมา Pajamas Party กันกับน้องแก้ม

เลยถือโอกาสที่ป๊าแมนซื้อชุดนอนมาใหม่เหมือนกันพี่น้อง เลยเอามาใส่พร้อมกันซะเลย

เด็กๆดีใจกันใหญ่ ร่าเริง ดูดาวเต็มฟ้ากับบรรยากาศหนาวหนาวววววววที่นครนายก...................



ตอนเช้าตื่นมารับอากาศสดชื่นนน..ลมหนาวที่นี่ไม่แพ้เขาใหญ่เลยทีเดียว

เด็กๆใส่เสื้อกันหนาวออกไปวิ่งเล่น พอพร้อมแล้วก็ไปทานอาหารเช้ากันแล้วก็ชิวๆแถบกรงกระต่าย






สักพักแม่ก็แว่บกลับมาก่อนเพราะมีธุระ โทรฟี่ก็อยู่กับป่าป๊าและอานุ่นต่อ...เล่นน้ำตกที่วังตะไคร้

แบบที่อานุ่นบอกว่า เสียตังค่าเข้าวังตะไคร้ทั้งคัน
150 บาท แต่โทรฟี่คนเดียวสนุกไปซะ
500

ทั้งๆที่แค่เอาขาไปจุ่มอยู่ในน้ำอ่ะนะ
555
หนุกไม่หนุกวัดได้จากภาพ
^^



หมดภารกิจทริปสั้นๆที่นครนายก
แหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ไกลจากกรุงเทพอีกที่


ถึงแม้จะไม่มีอะไรหวือหวา ไม่มีแหล่งท่องเที่ยวฮิปๆ แต่บรรยากาศถูกใจบ้านเรามาก


รับรองว่า(ถ้าได้
voucher
ลดค่าที่พัก 50% มาอีก 5555)เราจะกลับไปแน่นอน !!!





Free TextEditor


Create Date : 01 กรกฎาคม 2554
Last Update : 1 กรกฎาคม 2554 15:01:08 น. 0 comments
Counter : 3557 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.