All life is an experiments the more experiments you make, the better....
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
8 มีนาคม 2551
 
All Blogs
 
8th trip- Varanasi-1st half

3/11/07

หลังจากตะลุยมาสิบวัน เย็นนี้ก็คือวันพักและวันสังคายนาเสื้อผ้า เพื่อเตรียมตัวเดินทางต่อ แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่าทริปหลังจากนี้ต้องได้ชื่อว่า Don’t tell my mother ฮะ เพราะตอนนี้ทุกคนกำลังคิดว่าดากำลังนั่งรถไฟกลับบังกาลอร์ แต่จริงๆ แล้ว ทริปเรายังไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะดากะยา สองสาวเราจะไปต่อกันที่เมือง Varanasi หรือ พาราณสีที่เราๆ ชาวไทยได้รู้จักกันผ่านหนังสือพระพุทธศาสนา

วาราณสีได้ชื่อว่าเมืองแห่งวัดและการศึกษา เป็นเมืองของ Lord Shiva (พระศิวะ) บางคนก็เรียกที่นี่ว่า Banaras และยังมีคำกล่าวว่า :"Banaras is older than history, older than tradition, older even than legend and looks twice as old as all of them put together." ซึ่งคงอธิบายความเก่าแก่ของเมืองนี้ได้เป็นอย่างดี

เมืองนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Ganga (Ganges) แต่คุ้นหูคนไทยเราสุดคงต้องเรียกว่าแม่น้ำคงคา


4/11/07

ไปวาราณสีก็ทำได้หลายทาง ไม่ว่าจะรถบัสหรือเครื่องบิน แต่วิธีประหยัดสุดและสนุกที่สุดสำรับดาก็คงไม่พ้น รถไฟ ดาเลือกรถไฟสาย New Delhi Varanasi Kashi Vishwanath Express รถออกจากสถานีรถไฟ New Delhi ตอนบ่ายโมงครึ่งคับ

สถานีรถไฟนิวเดลีก็ยังเหมือนเดิม สกปรก คนเยอะ ที่นั่งและถังขยะหายากพอๆ กัน ด้วยที่เราไปถึงสถานีก่อนเวลา หลังจากตรวจดูแล้วว่ารถไฟจะมาที่ Platform ไหน ก็ซื้อหนังสือพิมพ์ติดมือไปหนึ่งฉบับ ปูนั่งลงที่พื้นนั่นแหละคับ นั่งไปนั่งมาก็หลับ มาตื่นตอนถูกเรียกตรวจตั๋ว ให้ตายเหอะ ตูหน้าเหมือนขอทานนักหรือไงฟะ

เนื่องจากรถไฟสายนี้เป็นสายสั้นๆ ทำให้มีคนขึ้นลงตลอดเวลา เล่นเอาไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลยฮะ อืมแต่ว่า 15-16 ชั่วโมงนี่บ้านแขกเค้าเรียกสั้นๆ คับ แต่ถ้าบ้านเราคงไปได้เกือบเหนือจดใต้เนอะ

5/11/07

ประมาณหกโมงเช้าเราก็ไปถึงวาราณสี ตอนแรกกะเอากระเป๋าไปฝากไว้ในห้องเก็บสัมภาระที่สถานี เพราะไม่ได้คิดจะค้างที่เมืองนี้ แต่ไปเห็นห้องสัมภาระแล้ว เหอ เหอ มันเอาไว้เก็บแต่เสบียงสินค้าชิ้นเบ้งๆ ทั้งนั้น เลยตัดสินใจไปหาโรงแรม เพราะอย่างน้อยก็มีที่ล้างหน้าล้างตา

แต่ให้ตายเหอะคับ โรงแรมทุกที่ในซอยตรงข้ามสถานีวาราณสีเต็มแบบไม่น่าให้อภัย เราเลยตัดสินใจกันว่าไปหาโรงแรมใกล้ๆ แม่น้ำคงคาแล้วกันเนอะ ก็เลยว่าจะไปหาโรงแรมสะเลย แต่โรงแรมตรงซอยตรงข้ามสถานีก็เต็มแบบไม่น่าให้อภัย

จนไปเจอลุงปั่นสามล้อคนนึงแกบอกว่า จะพาไปหาโรงแรมใกล้แม่น้ำ คิดราคายี่สิบรูปี เราก็คิดว่าคงไม่ไกลเพราะแค่ยี่สิบ แต่ไหงทำไปทำมา มันเกือบ 4-5 กิโลได้ เล่นเอาอึ้ง เพราะแกบริการแบบไม่คิดชีวิต พาเข้าโรงแรมนู้นโรงแรมนี้ แต่แพงไปคับ แค่จะเอากระเป๋าไปวางกะล้างหน้าล้างตา ไม่ต้องดีมากก็ได้ จนพระอาทิตย์เปลี่ยนจากสีแดงจนกลายเป็นสีขาวจ้า อยู่รอมร่อ

เราเลยตัดสินใจบอกลุงว่าไปที่แม่น้ำเหอะลุง ไม่ต้องหาแล้วโรงรงโรงแรม แต่แกก็ดื้อฮะ พาเราไปจนถึงโรงแรมสุดท้ายจนได้ โรงแรมนี้ชื่ออะไรๆ Yoga สักอย่างนี่แหละ มีทั้งบริการสอนโยคะ และพาเที่ยว ราคาห้องก็แค่ 150 รูปีสำหรับสองคน มีห้องน้ำในตัว ห้องก็สะอาด น่านอนจริงๆ



บริการพาเที่ยวของโรงแรมนี้ คือ การพาล่องแม่น้ำคงคา และวัดอีกสามวัด ในราคาหัวละ 120 รูปี เราก็ตกลงด้วยความใจง่ายฮะ เพราะดูราคาแล้วก็ยุติธรรมดี

เรื่องน่าขำของที่นี่อีกอย่างคือ อย่าไปเชื่อระยะทางพี่แขกเชียว เพราะดาลองถามเจ้าของโรงแรมดู ว่าแม่น้ำอยู่ไกลมั้ย เค้าบอกเดินสิบนาที เราก็กะจะเดินไปเล่นก่อน แต่พี่แกรีบห้ามเลยฮะ แล้วก็มาร้องอ๋อตอนหลังว่าทำไมถึงห้าม ก็ให้ตายเหอะ ขนาดเรานั่ง Auto นะฮะไอ้แค่ 10 นาทีนี่ยังมาได้แค่สามส่วนสี่ของระยางเอง แล้วทางก็คดเคี้ยวเลี้ยวลด ไม่อยากจะจินตนาการว่าถ้ามาเองจะกลับยังไงถูก



ตามริมฝั่งแม่น้ำจะแบ่งออกเป็นท่าย่อยๆ เรียกว่า Ghat ท่าที่พวกเราลงชื่อ Vijaya Nagaran Ghat ฮะ ท่านี้ก็มีพวกมาอาบน้ำล้างบาป ทำบุญ แปรงฟัน สวดมนต์ ซักผ้า เอ่อ คือทำทุกอย่างแหละฮะ ยกเว้นเผาศพ เพราะเค้ามีท่าน้ำสำหรับเผาศพต่างหาก

เค้าเชื่อกันว่าแม่น้ำคงคาไหลมาจากสวรรค์เพื่อล้างบาปให้กับมนุษย์ ชีวิตริมฝั่งแม่น้ำเริ่มตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น นักแสวงบุญนับพัน จะมารอพระอาทิตย์ขึ้นริมฝั่ง หลังจากนั้นก็จะลงชำระบาป

แต่ละคนก็จะมีวิธีที่แตกต่างกันไป บางคนก็ใช้การอาบน้ำ บางคนก็ดำน้ำตามจำนวนครั้งที่ต้องการ บางคนก็ใช้การดื่ม หรือบางคนอาจจะถวายน้ำให้พระอาทิตย์ บางคนก็อาจจะเอาน้ำกลับบ้านไปทำพิธี บางคนก็ถวายดอกไม้ ผลไม้ หรือตะเกียง




















มีความเชื่อว่าหากได้ตายข้างๆ แม่น้ำจะทำให้ได้รับการปลดปล่อยจากวงจรชีวิตที่ไม่มีที่สิ้นสุด ปลอดภัยจากสิ่งชั่วร้าย

ถ้าหากถามว่าลักษณะน้ำเป็นไง ก็ต้องบอกว่าน้ำมันเป็นตะกอนตะกอนฮะ แล้วก็มีเศษดอกไม้ กระทง อะไรต่อมีอะไรติดอยู่ตามริมตลิ่ง มีเรือพายที่นักท่องเที่ยวนั่ง แล้วก็เรือพายสำหรับพวกมาทำบุญล้างบาป พายไปพายมา

แม่น้ำที่นี่ก็กว้างฮะ ถามความเห็นส่วนตัวว่ามันสะอาดมั้ย ก็คงต้องบอกว่าไม่สะอาด แต่รู้สึกถึงความขลังมั้ย บอกได้คำเดียวว่าขลังมาก ทั้งเสียงสวดมนต์ และฝูงชนของผู้ศรัทธา ก็ทำเอาขนลุกไปเลย



Create Date : 08 มีนาคม 2551
Last Update : 8 มีนาคม 2551 16:29:29 น. 1 comments
Counter : 354 Pageviews.

 
ย้อนเข้ามาดู 1st half ก่อนเดี๋ยวไม่ต่อเนื่อง


โดย: ลุงแอ๊ด วันที่: 8 มีนาคม 2551 เวลา:17:24:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

veeda
Location :
ประจวบคีรีขันธ์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add veeda's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.