Group Blog
 
<<
มีนาคม 2555
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
21 มีนาคม 2555
 
All Blogs
 
:: Montessori

ไปอบรม Montessori มา 6 ชม.
ระหว่างที่อบรมไป ก็ค้านวิทยากรอยู่ในใจ
แบบว่า..เด็กมันจะเชื่อเหรอ เรียกแบบนี้ พูดแบบนี้ เด็กมันจะยอมอยู่นิ่งๆเหรอ
เคยเลี้ยงลูกตอนเขาเล็กมากๆรึเปล่า 1.3 ขวบเนี่ยนะจะยอมนิ่ง ยอมทำ

สุดท้าย ..เรียนจบค่อยแจกเอกสาร
เหตุผลเพราะกลัวเราอ่านแต่เอกสาร ไม่ตั้งใจเรียน
เสียเงินนะคร้าบ จะไม่ตั้งใจได้ยังไง...

เลยได้รู้ว่า ที่วิทยากรสอนมาวันนี้ เริ่มที่ 2.5 ขวบ
เออ..ค่อยรู้เรื่องหน่อย 1.3 ขวบอย่างตอนนี้เล่นได้แค่บางอย่างเท่านั้น

ที่เวิร์คที่สุดคือการสอนคณิตศาสตร์ ทำให้คณิตศาสตร์จับต้องได้
ไม่ใช่เอา 4 ไว้ในใจชูขึ้นมาอีก 2 นิ้ว...
แต่อุปกรณ์แพงจัง หาอย่างอื่น applied ได้มั๊ยเนี่ย


================================


ข้างล่างนี้ลอกเขามา.. เพราะเหมือนกับที่เราไปอบรมมาเป๊ะๆเลย

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก Pantip กระทู้คุณ "ทานปลา"
ลองค้นดูในคลังกระทู้ได้ค่ะ


ของเ่ล่น มอนเทสซอรี่ คืออะไร
montessorie นี่เป็นชื่อ ของ Marie montessorie ค่ะ เป็นคุณหมอเด็กชาว อิตาเลียน ที่เกิดเมื่อปี 1870 ที่ใช้เวลากับการพัฒนาเด็กกลุ่มพิเศษ แล้วค้นพบว่าการเรียนการสอนแบบที่เธอนำมาใช้กับเด็กกลุ่มพิเศษได้ผลเป็นอย่างมากต่อการพัฒนาการเรียนรู้ สามารถนำมาใช้กับเด็กกลุ่มธรรมดาก็สามารถพัฒนาการเรียนรู้ได้ เป็นอย่างดี

Montessorie จึงเป็นแนวทางการเรียนรู้ หรือส่งเสริมการเรียนรู้ที่ คุณหมอ มาเรีย คิดขึ้น แล้วก็มีคนนำไปใช้งานต่อ

ส่วนของเล่นนั้นจะว่าเป็นของเล่นก็ไม่ค่อยจะใช่ เพราะว่าที่จริง มันคือ อุปกรณ์สอนให้เด็กสามารถเข้าใจสิ่งที่ต้องการสอน อุปกรณ์แต่ละอย่าง คุณพ่อ คุณแม่ต้องเข้าใจ การ present อุปกรณ์ นั้นอย่างถูกต้อง ให้เด็กเข้าใจค่ะ

ของเล่น หรือ อุปกรณ์ จะแบ่งเป็น

1. Practical life
เช่น แบบเสื้อสอนติดกระดุม หรือ ผูกเชือกรองเท้า ขวดน้ำไว้หัดเทน้ำ ช้อนหัดตักสิ่งของ ที่คีบไว้สำหรับหัดคีบ เพื่อกล้ามเนื้อมือ หรืออย่างอื่นที่คุณแม่คิดออก เืพื่อเสริมพัฒนาการให้ลูกสามารถ ทำสิ่งประจำวัน ช่วยเหลือตัวเองได้

Montessorie ใช้หลักการจากการเรียนรู้จากของจริง ไม่บังคับ แต่เน้นให้เด็กเลือกด้วยตนเอง Practical life จึงเป็นอุปกรณ์แรกที่นำมาใช้ในการสอน

2. Sensorial
อุปกรณ์ำเน้นพัฒนาประสาทสัมผัสทั้งห้า เช่น พัฒนาการด้านเสียง กล่องแยกเสียง กระดาษทรายเนื้อหยาบต่างกัน กล่องใส่สี ตัวอักษร A-Z บนกระดาษทรายให้เด็กสัมผัสตาม ลูกบาศก์ขนาดต่างกัน Cylinder Blocks กว้าง ยาว ตื้น ลึก หนา บาง

3. Mathematics
เป็นอุปกรณ์เพื่อส่งเสริมด้านคณิตศา่ตร์ เช่น รูปทรง fraction กล่องตัวเลข

4. Culture
ส่งเสริมความรู้ด้าน Geographic และวัฒนธรรมต่าง อาจเป็นในรูปการจัด Japan day หรือ Food week แล้วก็มี Map jigsaw ให้ต่อ

5. Creation ( Music and ART )
เป็นกระดานวาดรูป หรือ เทปเพลงเต้นประหกอบหรือ อุปกรณ์ ประกอบจังหวะ ทั้งหลาย

ทั้ง 5 อย่างเป็นอุปกรณ์ หลักตามแนว Mostessorie ซึ่งสิ่งที่จำเป็นที่สุด เห็นว่าน่าจะเป็น คุณครู หรือ ผู้ทำการ present อุปกรณ์นั้นๆ ให้น่าสนใจ เพราะอุปกรณ์แบบ montessorie ส่วนมาก ไม่ได้มาด้วยเสียงที่ตื่นเต้น หรือ สีที่เร้าใจ ซึ่งทำให้คุณครูมีบทบาทมากในการทำให้เด็กสนใจ

โดยจากหลักการที่ว่า ไม่มีการบังคับหรือตัดสินใจให้ เด็กมีโอกาสเลือกที่จะทำกิจกรรมเอง โดยที่ครูหรือ พ่อแม่ เป็นผู้แนะแนว ฝึกให้เกิดการตัดสินใจเรื่องเล็กน้อยด้วยตัวเอง และสร้างความมั่นใจให้เด็ก

ยกตัวอย่าง เช่นการสอนให้ลูก อ่าน A-Z ได้ จะไม่สอนด้วยการเอา กระดานแปะ a-z แล้วชี้ให้อ่านตาม หรือ บังคับจำ เค้าจะเริ่มด้วย การให้เด็กเข้าใจว่า a-z มันคือเสียง ด้วยเพลง และออกเสียงด้วย อะ แทน เอ เพราะเป็นเสียงเริ่มแรกที่เด็กเข้าใจ ให้เด็กสัมผัสตัวอักษรที่ทำด้วยกระดาษทราย เพื่อเข้าใจสัมผัสและรูปร่างของมัน เขียนลงบนมือ และ ลากตามรูปทรงเพื่อ พัฒนาเป็นการเขียน ไ่ม่เน้นลำดับของตัวอักษร แต่เน้นตามความสนใจของเด็ก

อุปกรณ์ ไม่สำคัญเท่าการ present ที่ไปเข้า work shop มา ส่วนมากเป็นหลักที่คุณครูแนะนำให้มาทำที่บ้าน

หลักการง่ายของการ present คืออย่างนี้ ค่ะ
1. อุปกรณ์ส่วนมากเริ่มต้น จาก ซ้าย ไป ขาว เพราะเป็นพื้นฐานในการอ่านหนังสือ เนื่องจากหนังสือ หรือ การเขียนส่วนมากเริ่มจาก ซ้ายไปขวา เช่น สอนให้ลูกใช้ช้อน ก็เอาถ้วยมาสองใบ ทางซ้ายใส่ ของลงไป เช่น spaghetti หรือ ลูกปัดใหญ่ ทางขวาเป็นถ้วยเปล่า แล้วก็นั่งลงทำให้ลูกดู ตักจากซ้ายไปขวา

2. พยายามหามุมที่ เด็กสามารถนั่งมีสมาธิกับอุปกรณ์ จัดหาโต๊ะ เก้าอี้ ขนาด เด็ก ไว้สักมุมเป็นพื้นที่ของเขา

3. จัดวางของเ่ล่น Montessorie จะเน้นมากเรื่องการวางของเป็นระเบียบ และหยิบใช้ง่ายค่ะ เช่น ของเล่นลูก ไม่ควรมี Toy Box ที่ใส่ทุกอย่างรวมกัน สำหรับเด็กตัวเล็ก เค้าจะไม่เข้าใจถ้ามีทางเลือกมากเกินไป จึงทำให้เด็กไม่สามารถ เลือกของด้วยตัวเองได้ หรือตัดสินใจไม่ถูก ทาง รร แนะนำ ให้คุณแม่ หาชั้นวางของวางของเล่น กระดาษ ดินสอสี สี หรือ อุปกรณ์ อื่น เรียงให้เห็น ถ้ามีมากกว่านั้นก็เก็บไว้ แล้วค่อยนำมาสลับ เปลี่ยนแต่ละอาทิตย์ เด็กก็จะไม่เบื่อ ของเล่นก็จะถูกใช้ จากประสบการณ์ พอทำแบบนี้ ก็เห็นเลยว่า เออ ลูกเรามีของเล่นเยอะมาก ไม่ต้องซื้อได้อีกนาน

4. เมื่อจัดวางของแล้วเป็นระเบียบแล้ว พยายามใ้ห้เด็กเลือกเล่นที่ละอย่าง เล่นเสร็จแล้วเก็บก่อน ก่อนเอา อันต่อมา มาเล่น

5. มีอุปกรณ์เผื่อ ความผิดพลาด เช่น ถ้าสอนลูกกรอกน้ำ ก็มีผ้าเอาไว้ให้เค้าเช็ดเมื่อน้ำหก อันนี้ คุณครูบอกว่า จะเป็นวิธีคิดที่ติดตัวไปจนโต เป็นการสอนโดยไม่ใช้คำพูดว่า "คนเราทำผิดได้เสมอ และไม่ว่าความผิดอะไร เราต้องรับผิดชอบ และแก้ไขมัน และมันแก้ไขได้ "

สำหรับหลักสูตร montessorie เอง แบ่งเป็นช่วงอายุประมาณ 0-3 ปี, 3-6 ปี , 6-9 ปี , 9-12 ปี นี่คือตามหลักสูตร การเรียนของคุณครูที่จะเป็นผู้สอนแบบ montessorie โดยเด็กเล็กอาจไม่ได้เป็นรูปแบบของ รร แต่ออกแนวเป็น play group มากกว่า

================================



Create Date : 21 มีนาคม 2555
Last Update : 21 มีนาคม 2555 14:47:58 น. 2 comments
Counter : 971 Pageviews.

 
เข้ามาอ่านค่ะ......มีเพืิ่อนทำงานด้านนี้อยู่พักนึง ก็เคยค้านแบบคุณการเวกนะคะ แต่ไปดูที่โรงเรีัยนด้วยก็เข้าใจค่ะ ว่าครูคนแรก ๆ ทำงานค่อนข้างหนักจริง แต่เมื่อทุกอย่างเข้าระบบก็ง่ายล่ะค่ะ เค้าต้องมีการอบรม ฝึกหัดครูตลอด และสื่อก็สำคัญค่ะ หาคนทำยากมาก ๆ ถ้าซื้อของต่างประเทศเลยก็แพง


โดย: อันต้า วันที่: 14 เมษายน 2555 เวลา:11:10:52 น.  

 
อบรม montessori ที่ไหนค่ะ สนใจอยากไปลองศึกษาคะ่


โดย: i am dao IP: 171.99.180.196 วันที่: 4 มิถุนายน 2555 เวลา:20:28:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เจ้าการเวกเสียงหวาน
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สิ่งไหนยากกว่ากันระหว่าง
การหาคำตอบ
กับ
การพิสูจน์ว่าคำตอบ
ที่คนอื่นหามาได้นั้นถูกต้องหรือไม่
Friends' blogs
[Add เจ้าการเวกเสียงหวาน's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.