Maybe I'm just a fool
I should keep to the ground,
I should stay where I'm at
Maybe everyone has hunger like this and the hunger will pass
But I can't think like that
: Flight - Craig Carnelia
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2550
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
27 พฤศจิกายน 2550
 
All Blogs
 

รีวิวหนังสือที่อ่านช่วงนี้ (จอมโจรยูเจนิดิส ฯลฯ)

เหมือนชื่อบล็อก นี่เป็นรายการรีวิวหนังสือที่ จขบ. ได้บริโภคไปในช่วงนี้

จอมโจรยูเจนิดิส / ราชินีแห่งแอตโทเลีย / ราชันแห่งแอตโทเลีย
เมแกน วาเลน เทอร์เนอร์ เขียน ปัทมา อินทรรักขา แปล สนพ. แพรวเยาวชน




ชุดนี้ทีแรกอยากได้เพราะปกสวยมากมาย แต่ยั้งใจไว้เพราะไม่มั่นใจว่าสนุก กลัวถูกแพ็คเกจหลอก แต่ดูไปๆ เอ๊ะหลายๆ คนชมแล้วกรี๊ดกร๊าดกัน เลยต้องไปเหมาซื้อมาอ่าน อืม...ไม่ผิดหวัง

จริงๆ จขบ. เป็นคนอ่านหนังสือไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่อง คือจะพลิกอ่าน เจาะๆๆ หลายฉากเป็นช่วงๆ แบบสแกนก่อน (การอ่านสแกนแต่ละฉากอาจติดพันไปได้ถึง 50-100 หน้า) แล้วถ้าไม่ปิ๊งก็โยนทิ้งไว้อย่างนั้น ถ้าชอบถึงค่อยๆ ไล่อ่านอย่างละเอียดมาแต่ต้นจนจบอีกที (ผลคือใช้เวลาอ่านหนังสือเพิ่มเป็นสองเท่า = =" ทำไปทำไมก็ไม่รู้)

ชุดนี้อยู่ในข่ายชอบ (แม้เล่ม 1 อืดไปหน่อย) ยิ่งเล่ม 2-3 สแกนติดหนึบต่อเนื่องเป็นจำนวนท่อนละหลายสิบหน้า ตอนนี้สแกนจบแล้ว มีฉากโปรดเรียบร้อยทั้งสามเล่มแล้วด้วย ^^" แต่อ่านละเอียดแบบเจาะทุกช็อตทุกรายละเอียดมาถึงที่ประมาณกลางๆ เล่มสอง

ความรู้สึก: พูดถึงชื่อเรื่องก่อน จริงๆ ชอบทั้งสามชื่อ สะดุดตาสะดุดใจ แต่พออ่านแล้วแอบรู้สึกว่าเล่มแรก ชื่อ จอมโจรยูเจนิดิส มันสปอยล์เรื่องไปหน่อย เทียบกับภาษาอังกฤษคือ The Thief ยอมรับว่าสำหรับไทย จอมโจรนี่เป็นชื่อที่ขายกว่าแน่นอน แต่มันทำให้คนอ่านหงุดหงิดและใจร้อนว่า มันจอมโจรตรงไหนวะ จนแทบจะขว้างหนังสือ แทนที่จะไหลไปเย็นๆ สบายๆ ตามเรื่องแล้วยอมรับว่าเจ็นมันเป็นแค่ "หัวขโมยคนนั้น" จนมาประหลาดใจในตอนจบเรื่อง

แต่ในเมื่อมันทำให้เราสนใจหนังสือ จะว่าเป็นชื่อที่ไม่ดีก็คงไม่เชิง - -" และถ้าถาม จขบ. ว่างั้นชื่ออะไรดีละยะก็นึกไม่ออกเหมือนกันแหละ (ฮา) ตั้งชื่อเป็นเรื่องยากนะ ยากมาก

ฉากที่แว้กที่สุดในเรื่องคือฉากเทพเจ้าหักหลัง ถึงจะบอกว่าแลกอะไรไปเพื่ออะไรก็เถอะ แต่มันอ๊ากกกก เทพเจ้าเมืองนี้มันไม่มี Creative Thinking กันใช่ไหม ช่างทำตัวได้เหมือนเทพกรีกโรมันสิ้นดีจริงๆ คือแบบ...มันต้องมีใครสักคนทุกข์ทรมานน่ะ แล้วก็ใช้วิธีผลักดันคนโน้นกระซิบคนนี้ ทำอะไรเหมือนคนเลย

ก็ไม่ใช่ว่าอ๊ากมากเพราะสงสารเจ็นอย่างเดียวหรอกนะ แต่ จขบ. เป็นคนประเภทเชื่อว่า มนุษย์เป็นคนกำหนดชะตาชีวิตมนุษย์เอง ฉะนั้นถ้ามีเทพโผล่มาในเรื่อง มันก็ควรทำตัวให้เป็นประโยชน์ด้วยการทำอะไรที่มนุษย์ทำไม่ได้ จึงออกจะหงุดหงิดกับหนังสือที่มีเทพแล้วตัวละครยังดันต้อง "ทนทุกข์ทรมานเพราะเทพ" ก็คือถ้าผลทุกอย่างออกมาแบบนี้ มนุษย์ก็ทำเองได้ จะต้องมีเทพไว้ในเรื่องทำไรเนี่ย

คิดอีกทีนี่อาจเป็นสารที่คนเขียนบอกก็ได้ คือถึงมีเทพก็ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะได้มาด้วยการวอนขอ สุดท้ายแล้วเทพก็ไม่อาจฝืนสัจธรรมของโลก ใครได้อะไรมา ก็ต้องเสียอะไรไป ของฟรีไม่มีในโลกอยู่ดี ถึงย้ำในเรื่องว่า "ไม่มีอะไรจีรังแม้แต่สิ่งที่เทพสร้าง" กับ "ไม่มีเทพองค์ใดที่มีอำนาจเด็ดขาด" น่ะ

จขบ.ชอบหนังสือชุดนี้ มีความลึกดี ชอบตัวเอกและชอบตัวรองอีกหลายๆ คนด้วย แต่ไม่ได้ชอบแบบกรี๊ดฉันหลงรักมัน คือแต่ละคนมันทำอะไรให้เรารู้สึกไม่กรี๊ดอยู่หลายหน แต่มันเป็นปุถุชนกันดีน่ะ ความสัมพันธ์ของตัวละครน่าสนใจมาก เห็นถึงบทบาทส่วนตัวและส่วนรวมที่ทับซ้อน ความเปลี่ยนแปลงของใจคนตามเหตุการณ์และเวลา ตัวละครชุดนี้ไม่ใช่แค่กลมแต่ยังพัฒนาไปตามประสบการณ์ตลอด นอกจากนั้นก็ชอบฉากหลังทางการเมืองของเรื่อง และลุ้นดีเวลาพระเอกแกล้งโง่ (ฮา)

รู้สึกอ๊ากมากอีกรอบเมื่อคิดว่า คงอีกหลายปีกว่าจะได้อ่านภาคต่อ ดูจากสปีดการออกหนังสือของคนเขียน (แม้เชื่อว่าน่าจะต้องได้อ่านในที่สุด ดูจากลักษณะการจบเล่ม) เง้อ



The Devil Served Tortellini - Shirley Jump



เป็นนิยายโรมานซ์ในชุด Romance with Recipes คือคล้ายๆ กับนิยายฆาตกรรมพวกที่ฆ่าไปมีสูตรอาหารแทรก แต่อันนี้รักไปมีสูตรอาหารแทรก สำหรับคอโรมานซ์อย่าหวังว่าจะได้อ่านฉาก xxx เพราะคนเขียนดับไฟซะงั้นเหมือนนิยายไทยเดี๊ยะ (ฮา) เล่นเอาคนอ่านเกือบไม่เชื่อตาตอนเห็นทีแรก แต่จริงๆ ก็เบรกบรรยากาศได้ดี สำหรับคนที่เจอโรมานซ์สมัยนี้บางเล่มที่เรทอ้วกแตกอ้วกแตนจนเกือบคายของเก่าออกมา อย่างไรก็ตามนิยายเรื่องนี้เป็นโรมานซ์อยู่ดีและไม่เหมาะกับเยาวชน เพราะมีฉากพระเอกท้านางเอกเล่นหมากรุกถอดผ้า (ผลเป็นไงไม่บอก)

พระเอกของเล่มนี้เป็นเชฟหนุ่มหล่ออิตาเลียน น่า-รัก-ขาด-ใจ เดาว่าสาวสมัยนี้หลายคนย่อมอยากได้พระเอกที่ทำอาหารเก่งแถมนิยมล้างจานเป็นการแก้เครียด (อย่างน้อย จขบ. ก็อยากได้ ฮา) นอกจากนั้นหมอนี่ยังเป็นคนใจอ่อนที่มักขู่ลูกจ้างในร้านว่าจะไล่ออกแต่ไม่มีใครเชื่อ และวาดหวังไว้ว่าอยากมีอะไรกับนางเอกแบบโรแมนติก (ทั้งที่ชีอยากง่ำเขาราวกับพาสต้า)

โทนของเรื่องฮาๆ และน่ารักดีแม้พล็อตไม่มีอะไรใหม่มาก หนุ่มสาวสองคนที่คนรอบด้านไม่อยากให้เป็นโสดและพยายามจับคู่ให้ มีเรื่องความอ้วน ธุรกิจร้านอาหาร มิตรภาพและการนับถือตัวเองแซมนิดหน่อยพอเป็นกระสาย บางอย่างในเรื่องเกิดขึ้นง่ายไปหน่อยจนเหมือนขาดความสมจริง (แต่ไม่ถึงกับรั่ว) อย่างไรก็ตาม จขบ. แทบไม่สนใจพล็อตเพราะมัวแต่กรี๊ดความน่ารักของพระเอกอยู่ น่ารักมาก - สาบาน (นี่คือกรี๊ดแบบกลิ้งไปกลิ้งมาฉันหลงรักมัน ต่างจากชุดข้างบน)

เล่มนี้เป็นเล่ม 2 ของชุด แต่ชุดนี้แต่ละเล่มอ่านแยกจากกันได้โดยสิ้นเชิงค่ะ ไม่เกี่ยวข้องกันเลย มีแต่ความเชื่อมโยงของตัวละครซึ่งบางมากๆๆๆ ไม่มีพล็อตรวมด้วย จะขึ้นต้นอ่านเล่มไหนก่อนหลังเหมือนกันทั้งสิ้น อ่านหรือไม่อ่านเล่มไหนก็ได้เหมือนกัน

โทนจะอยู่แบบนี้ น่ารัก เบาๆ ค่อนข้างจะให้อารมณ์เหมือนดูหนังโรแมนติกคอเมดี้แบบที่ฉายช่วงวาเลนไทน์หรือคริสต์มาส น่ารักนิดๆ อบอุ่นหน่อยๆ เพลินๆ ใจแบบแอบอมยิ้ม แม้ไม่ประทับใจซึมลึกค่ะ



Swimming Without a Net - MaryJanice Davidson



เป็นเล่มสองในชุด Fred the Mermaid เล่มแรกคือ Sleeping With the Fish อ่านไปนานแล้วเหมือนกัน คำเตือนแรกคือ ชุดนี้ไม่จบในเล่ม แม้คนเขียนจะพยายามบอกว่าจบ และแยกกันอ่านได้ แต่คนอ่านมองไม่เห็นความคลี่คลายใดๆ ในท้องเรื่องทั้งสิ้น มีแต่มุกยิงไปยิงมา หนึ่งหญิงสองชาย (มาเล่มสองนี่กลายเป็นสองหญิงสองชาย และพล็อตเดินไปอีกหน่อย) มีพล็อตย่อยจริง แต่เทียบพล็อตย่อยที่จบไปในแต่ละเล่มกับสิ่งที่คนเขียนทิ้งไว้ สิ่งที่ทิ้งไว้มันใหญ่กว่าพล็อตย่อยราวสามเอาหนึ่ง

เข้าใจว่าชุดนี้มีสามเล่ม เล่มสามยังไม่ออก ใครไม่คิดจะซื้อทั้งสามอย่าอ่าน นางเอกของเรื่องเป็นลูกครึ่งเงือก หัวเสียปากร้ายเจ้าอารมณ์และไม่ชอบเข้าสังคม โตในสังคมมนุษย์และเป็นด็อกเตอร์ชีววิทยาทางทะเล พระเอกของเรื่อง (อ่านมาสองเล่มเดาว่ามันคือพระเอก) เป็นเจ้าชายเงือกแห่งทะเลดำ นิสัยมาโชสุดฤทธิ์ (Macho นะคะ ไม่ใช่ Maso เดี๋ยวอ่านผิด) โปรดนึกถึงพวกมนุษย์ถ้ำประมาณนั้นเลย - -" มีฉากบื้อเป็นระยะ และมือที่สาม (มั้ง) คือตานักชีววิทยาทางทะเลอีกคน เป็นหนุ่มหล่อล่ำอัจฉริยะที่เป็นโรคจิตบ้าเงือก (โปรดนึกภาพโอตาคุเงือก) และรวยจากการเขียนนิยายโรแมนซ์โคตรน้ำเน่าขาย เล่ม 1 เป็นการเปิดตัวตัวละคร มีพล็อตย่อยเป็นเรื่องปล่อยของเสียลงทะเล เล่ม 2 นี้ความสัมพันธ์เดินหน้าไปหน่อย พล็อตย่อยเป็นเรื่องเงือกจะเปิดตัวกับมนุษย์ว่ามีตัวตนอยู่ดีไหม

เล่มนี้ก็คล้ายๆ เล่ม 1 ของชุด และเหมือนเกือบทุกเล่มของผู้เขียน คือมีสิ่งที่ชอบและสิ่งที่ไม่ชอบ อ่านจบแล้วก็กึ่งๆ ระหว่างชอบและไม่ชอบ 50-50 เล่มนี้จะมีเรื่องมิตรภาพ การยอมรับและตัดสินผู้อื่น เข้ามาด้วย ข้อคิดในเรื่องทำได้ดีขึ้น พล็อตดีขึ้น ตลกน้อยลง นางเอกจับปลาสองมือและหมาหวงก้างมากขึ้น - -" จบเล่มนี้ไม่ชอบนางเอกในฐานะผู้หญิงคนนึงเลย แต่ในฐานะคนคนนึง อันนั้นโอเค

จขบ. ชอบงานของคนเขียนคนนี้ด้วยเหตุผลเดียวคือมันตลก และเกลียดงานของเขาด้วยเหตุผลเดียวคือฉากเรท ไม่อยากนับเป็นโรมานซ์นักเพราะความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงในเรื่องค่อนข้างหยาบ บางเล่มและบางฉากอ่านไปแล้วจะอ้วกเสียให้ได้ ไม่ใช่เพราะความแรงของเรทแต่เพราะทัศนคติในการเรทนั้นๆ ที่เหมือนการบำบัดความต้องการทางเพศมากกว่ารัก ขอเพียงตัวเอกหื่นแล้วก็นอนกับใครก็ได้ แถมยังรู้สึกดีกับตัวเองเสียอีก = =" ในบรรดาโรมานซ์ คนเขียนคนนี้ไม่แนะนำสำหรับเยาวชนอย่างแรงค่ะ



Sex & the Immortal Bad Boy - Stephanie Rowe



เป็นเล่ม 4 ในชุด Immortally Sexy ถ้าชุดข้างบนเป็นพารานอร์มอลโรมานซ์ที่กึ่งๆ ระหว่างชอบและไม่ชอบ ชุดนี้ก็เป็นชุดที่กรี๊ดมากๆ ชอบมากกว่า Dark Hunter แบบหลายเท่าตัวไม่ติดฝุ่นเลยทีเดียวเชียว แต่คนละอารมณ์กันนะคะ ชุดนี้ออกแนวฮาๆ ต๊องๆ เพี้ยนๆ ยิงมุกกระจุยกระจายมาก และคนเขียนเขียนยังไงไม่รู้ พระเอกโคตรน่าร้ากกกกกก ทุกเล่มเลย

เล่มนี้นางเอกคือ Paige เป็นอดีตสมุนและหนูทดลองของซาตาน ที่สร้างเธอขึ้นมาโดยดัดแปลงให้เป็นอาวุธร้ายกาจ แบบที่ถ้าแตะตัวคนที่มีความดีอยู่ในตัวแล้ว คนคนนั้นจะสลายเป็นผุยผงไปในพริบตา ส่วน Jed พระเอกของเรื่องเป็น Shadow Warrior (เผ่าพันธุ์นักรบอมตะที่เคยเฝ้าประตูเชื่อมสวรรค์กับนรก) ที่ยอมทำสัญญาเป็นนักฆ่าให้ทายาทซาตานเพื่อช่วยน้องชายจากการถูกทรมาน ทายาทซาตานส่งพระเอกเพื่อมาฆ่าอดีตมือขวาซาตาน ซึ่งเป็นเหมือนรุ่นพี่ ครูฝึกและญาติคนเดียวของนางเอก เขาก็เลยได้มาเจอ Paige เธอยื่นข้อเสนอให้เขาช่วยเธอ และความพยายามของทั้งคู่รวมทั้งเหล่าเพื่อนพ้องที่จะช่วยทั้ง Paige และ Rafi น้องชายของ Jed ก็นำไปสู่การเล่นเอาเถิดเจ้าล่อกับซาตานและทายาทซาตาน รวมทั้งเหล่าเทวดาและสภาโลกอื่นอีกโขยง

สนุกกว่าเล่มที่แล้วค่ะ (แต่ยังชอบเล่ม 2 ของชุดมากกว่า) ซื้อมาแล้วนอนอ่านรวดทั้งคืนจนตีสี่ ตื่นไปเรียนเกือบไม่ไหว

จบเล่มนี้แบบ กี๊ซซซซซซ ฉันจะอ่านต่อ ฉันจะอ่านต่อ จะเอาเรื่องของ Rafi (น้องชายพระเอก) ปล่อยมันเฝ้าประตูสวรรค์อยู่แบบนั้นไม่ได้นะได้ยินมั้ยคนเขียน (ไม่ได้ยินหรอก มากรีดร้องอยู่แถวนี้ใครจะได้ยิน) ข่าวร้ายคือคนเขียนไปขึ้นอีกซีรีย์นึงซะแล้ว สามเล่มจบ ถ้าจะกลับมาเขียนซีรีย์นี้อีกคงปีโน้นนน แน่ะ - -" (ดูจากการทิ้งท้ายเรื่องไว้คาดว่าจะต้องมาเขียนต่อ ไม่เขียนต่อเค้าจะพ่นไฟ)

อ่านแยกกันได้ไหม น่าจะพอได้ (ถ้าคุณตัดใจได้ ฮา) แต่แนะนำให้อ่านเรียงจะได้อารมณ์กว่ามาก โดยเฉพาะถ้าไม่อยากสปอยล์ตัวเองกับความเซอร์ไพรส์หลายๆ อย่างในเรื่อง

จขบ. เคยคิดจะแปลเรื่องชุดนี้เสนอ สนพ. สักสำนัก ดันมีเรื่องจับนิยายโรมานซ์เสียนี่ ^^" เลยแปลไว้หนึ่งบทค้างเติ่งไม่ได้เอาไปทำอะไรเช่นนั้น จริงๆ แล้วมันเรทไม่มากนัก เล่มละฉากสองฉากสั้นๆ และโทนจะฮา+น่ารักมากกว่าร้อนแรงเยอะ แต่ตลกใต้สะดือเยอะค่ะ โดยเฉพาะทุกครั้งที่ซาตานโผล่มา (ซาตานเป็นตัวละครที่ จขบ. ชอบสุดในชุด)

ปกติสูตรสำเร็จพารานอร์มอลโรมานซ์มันมักจะเป็น หล่อล่ำ เท่ โดดเดี่ยว อันตราย มีปมในใจให้เยียวยาด้วยรักแต่สุดท้ายจะสละชีพเพื่อเธอ อะไรแนวนั้น (ซึ่งก็ไม่ผิดอะไร แต่ จขบ. เบื่อแล้ว) ส่วนพระเอกชุดนี้หลายเล่มแม้จะมีความเท่ระดับนักรบในตำนาน และเซ็กซี่จนนางเอกน้ำลายหกอะไรทำนองนั้นเลย ส่วนปมชีวิตมันก็มีพร้อม แต่มัน...บ้ามากๆ (ฮา) ขอให้ดูพระเอกเล่ม 2 นาย Zeke นักฆ่ามังกรในตำนานที่สาบานว่าตัวเองจะไม่ฆ่ามังกรอีกแล้ว เป็นอาทิ (เล่ม 2 เป็นเล่มที่ทำให้ จขบ. ติดนิยายชุดนี้อย่างโงหัวไม่ขึ้น) คือตานี่มีแผลในใจหลังจากเป็นผู้นำนักฆ่า วางแผนให้เผ่าเข้าไปฆ่ามังกรล้างหมู่บ้านเมื่อสองร้อยปีก่อน แล้วเดินฝ่าไฟและซากศพไปเจอลูกมังกรกำพร้าแบเบาะเข้า ก็เลยล้างมือจากวงการและสาบานจะไม่ฆ่าอีก ทั้งที่มีความกระหายเลือดและความรุนแรงฝังอยู่ในสายเลือด คือ...ปมดูเหมือนจะขมขื่นซีเรียส

แต่ขอให้ดูวิธีจัดการกับชีวิตของพี่แก แกล้างมือออกจากวงการมาเป็นนักสืบเอกชน แต่ความกระหายเลือดยังไม่หมดไป และทุกครั้งที่แกเกิดบ้าเลือดขึ้นมา แกก็...ตรูม่ายฆ่าาาาา แล้ววิ่งไปเปิดเพลงแจ๊ส นั่งสมาธิหลับตาคิดถึงทุ่งดอกไม้ มีนกร้องจิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ... (แกกลับตัวเป็นมังสวิรัติอีกต่างหาก) และเมื่อทนไม่ไหว แกก็คว้ามีดที่บิดาแกมอบให้ในพิธีและใช้ฆ่ามังกรมานับไม่ถ้วนขึ้น...

...วิ่งไปในครัว หั่นผักอย่างเอาเป็นเอาตาย โอ ค่อยยังชั่ว อย่างน้อยผักพวกนี้ก็เคยมีชีวิต

จขบ. : หัวเราะสิ้นใจอยู่หน้ากระดาษ

แต่ไม่ใช่มันไม่เท่นะ ขอย้ำว่าเวลาพระเอกแต่ละเรื่องในชุดนี้บู๊แบบเอาจริงขึ้นมา มันเท่ขาดใจเลย


Shopping in the Renaissance - Evelyn Welch



นี่เป็นหนังสือที่อ่านค้างอยู่ ไม่ใช่นิยายค่ะ แต่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการค้าในอิตาลียุคเรอเนสซองส์ อ่านสนุกดีเหมือนกัน เขียนได้อ่านง่ายและอ่านเพลินแบบแทบไม่คิดเลยว่าเป็นหนังสือวิชาการ และเห็นภาพชีวิตในยุคเรอเนสซองส์ดีด้วย ช่วงหลังนี้ จขบ. เพิ่งบรรลุสัจธรรมว่าหนังสือ non-fiction ของฝรั่งนั้นอ่านสนุกมากค่ะ ไม่ใช่ยาขมอย่างที่คิดเลย (หลงคิดว่าสารคดีมันต้องเป็นอะไรบัดซบๆ เสียตั้งนาน)

สำหรับเล่มนี้เป็นหนังสือเล่มใหญ่ๆ ปกแข็งที่มีภาพประกอบเยอะๆ นะคะ ราคาเต็ม 48 เหรียญ ถือว่าไม่แพงมากสำหรับหนังสือแนวนี้ แต่แพงสำหรับคนไทย ใครอยากอ่านแนะนำให้หาอ่านในห้องสมุดดีกว่าค่ะถ้าทำได้ (เล่มนี้ที่ห้้องสมุดอักษรจุฬามีอยู่ค่ะ)

***********

บ่นส่งท้ายบล็อก - จขบ. จัดหนังสือและทำบัญชีหนังสือในบ้าน เพิ่งบรรลุไปประมาณ 800 เล่ม ยังไม่เสร็จ (และยังไม่ใกล้จะเสร็จในเร็วๆ นี้ = =") แต่พบว่าประกาศิตเงินตราเล่ม 2 หาย Timeline หาย และ Calling for Dragon (ชุด Enchanted Forest Chronicles) หาย

กี๊ซซซซ ขอสาปส่งพวกเอาหนังสือไปอ่านแล้วไม่คืน ยืมแล้วอม (พ่นไฟ)

ปล. ใครที่ จขบ. ยืมหนังสือมา ไม่ได้อมนะยังอยู่ดี แค่ยังไม่ได้อ่าน แบบว่า จขบ. มีกองดองหลายร้อยเล่มและยังแหวกว่ายเท็กซ์อยู่อีกต่างหาก - -"

...ชาตินี้จะชำระกองดองหมดไหมเนี่ย (ถอนใจ )

ปล. 2 พื้นที่โฆษณา (ฮา) ตอนนี้ จขบ. แปะนิยายเรื่องใหม่ ใครสนใจคลิกไปดูที่กรุ๊ป มนต์อธิษฐาน ด้านซ้าย เรื่องนี้เป็นโครงการใหญ่ต้องการความช่วยเหลือจากผู้รู้และความคิดเห็นจากผู้ไม่รู้ ใครใจดีช่วยเหลือกันหน่อยนะค้า ขอบคุณค่ะ




 

Create Date : 27 พฤศจิกายน 2550
3 comments
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2550 23:15:39 น.
Counter : 3087 Pageviews.

 

Immortally Sexy << อยากอ่านชุดนี้ ง่า เห็นรีวิวแล้วกรีดร้อง อยากอ๊ากกกกกกกกกก อยากๆๆๆ

The Devil Served Tortellini << ไอ้นี่ก็ฟังดูนี่

ส่วนชุดจอมโจร เห็นแล้วอยากได้เหมือนกัน แต่ตังค์หมดแล้ว ฮืออออ

 

โดย: mink IP: 203.113.17.148 28 พฤศจิกายน 2550 8:29:19 น.  

 

ชุดนี้อยากอ่านเหมือนกันค่ะ

ลิสต์ไว้แล้วว่าต้องซื้อมาอ่านแน่ๆ

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 1 ธันวาคม 2550 12:28:32 น.  

 

แวะมาทักทายค่า

ชุดจอมโจรฯ เห็นปกปุ๊บคว้าหมับเลย เป็นชุดที่ทำปกสวยจริงๆค่ะ แต่มีเล่มต่ออีกรึเนี่ย 0_o


The Devil Served Tortellini
Sex & the Immortal Bad Boy
^
^
^
อยากอ่านทั้งชุดของ 2 เรื่องนี้อ่ะ แต่ภาษาอ่อนด้อยอย่างแรง

 

โดย: Wayamin 1 ธันวาคม 2550 22:28:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


วัสส์
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]






ฝากนิยายแปลเล่มล่าสุดด้วยนะคะ Dexter Is Delicious ออกกับแพรวสำนักพิมพ์ค่ะ


Friends' blogs
[Add วัสส์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.