Photobucket">
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2556
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
7 พฤษภาคม 2556
 
All Blogs
 
เสน่ห์ของอัมพวาในวันธรรมดา: โฮมสเตย์บ้านแม่อารมย์-ล่องเรือชมหิ่งห้อย-ตลาดร่มหุบ

ถ้าพูดถึงอัมพวา คนส่วนมากก็จะนึกถึงตลาดน้ำที่คึกคักวันเสาร์-อาทิตย์ที่แทบจะไม่ต้องเดินเพราะเอาตัวเบียดกันไปเรื่อยๆ ดีไม่ดีอาจตกน้ำตกท่าได้อาจเป็นเพราะอัมพวานั้นไม่ไกลจากกทม.เท่าไหร่หยุดสุดสัปดาห์ก็ขับรถไปแป๊บเดียวก็ถึง ไปวันธรรมดาก็ไม่มีของขายจะไปทำไม

แต่ด้วยแมวน้ำเป็นพวกรับความสงบ จะไปเสาร์-อาทิตย์ไปเบียดกับคนอื่นนั้นไม่ไหวอ่ะง๊าบ เลยขอลี้ไปเที่ยววันธรรมดา เงียบๆ เปลี่ยวๆวังเวงๆดีกว่า วันนี้เลยมุ่งหน้าไปอัมพวาตอนบ่ายแก่และตั้งใจจะไปหาที่พักเอาดาบหน้า แหม วันธรรมดาไม่มีใครมาหรอก เลือกนอนได้ตามใจชอบเลยง๊าบ

แต่ก่อนที่จะเข้าไปหาที่พักที่ก็แอบเล็งๆมาก่อนแล้ว ว่าจะพักแถวๆริมน้ำอัมพวาเนี่ยแหล่ะ เย็นๆตอนนี้ 4 โมงกว่าๆขอมุ่งหน้าไปไหว้พระทำบุญกันนิดนึงไปตอนนี้มั่นใจว่ารองเท้าไม่หายแน่นอน 

เพราะไม่มีใครถอดวางมั่วซั่วอยู่หน้าโบสถ์

เริ่มกันที่วัดบางแคน้อยก่อน แหม บรรยากาศวันนี้มันครึ้มๆนิดๆลมเย็นสบายก่อนที่วัดจะปิดแมวน้ำรีบขึ้นไปไหว้พระที่บนโบสถ์ไม้สักทองแกะสลักที่สวยงามมากๆจริงๆเคยมาหลายครั้งแล้วแต่มาทีไรคนเยอะทุกที


ไหว้เสร็จ พระสงฆ์ท่านกำลังจะทำวัตรเย็นแล้ว

 แมวน้ำเลยรีบลงมามาไหว้รูปสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ที่ประดิษฐานในกุฏิข้างพระอุโบสถด้วย

เดินทางไปวัดต่อไปก่อนจะหมดเวลา วัดปิดซะก่อนที่วัดบางกุ้งวัดนี้มาทีไรคนเยอะ...มาก 

มาถึงอัมพวาไม่แวะไม่ได้ เพื่อมาไหว้พระในโบสถ์ปรกโพธิ์ Unseen Thailand

หลวงพ่อนิลมณี

สวยงามจริงๆ (มุมบังคับ)



เย็นมากแล้ว ชาวค่ายบางกุ้งยังคงสู้รบกันอยู่


วัดจะปิดแล้ว แมวน้ำว่าเราเข้าไปหาที่พักกันดีกว่า วันนี้กะว่าตอนเย็นๆจะนั่งเรือไปดูหิ่งห้อยซะหน่อย

ตอนแรกมีเล็งที่พักไว้หลายที่อยู่เหมือนกัน แต่มาจบที่บ้านแม่อารมย์โฮมสเตย์เจ้าแรกของอัมพวา

เดี๋ยวเราจอดรถไว้หน้าศาลเจ้าแล้วเดินเข้าไปที่พักกันในนี้เลยง๊าบ


ตามมาเลยง๊าบทางนี้เลย


บรรยากาศเก่าๆเริ่มมาและ เดินมาทางนี้เลยง๊าบ


ถึงแล้วบ้านแม่อารมย์โฮมสเตย์ริมน้ำ เจ้าแรก อายุเก่าแก่ UNESCOให้เป็นบ้านอนุรักษ์ของชุมชนอัมพวาด้วย


เดี๋ยวเข้าไปจองห้องแล้วเดินดูข้างในกันดีกว่า

อย่างที่บอกว่าวันนี้วันธรรมดา เลยไม่มีคน แมวน้ำเลยครองโฮมสเตย์บ้านแม่อารมย์นี้โดยผู้เดียวหงืดๆๆๆ


บ้านโฮมสเตย์ที่ดูอบอุ่น มีของเก่าโบราณที่เก็บสะสมแปะเต็มฝาผนัง



เดี๋ยวเราไปดูห้องพักกันดีกว่า 

คุณลุงเจ้าของเลยให้พักที่ห้องลำพูห้องนี้ ให้ชื่อเข้ากะบรรยากาศตันลำพู ดูหิ่งห้อยอะไรยังงั้น

แต่ถ้ามากันมากๆ จะปูเสื่อนอนแจกหมอนคนใบก็แล้วแต่ท่านเลยง๊าบ


ห้องพักกะทัดรัด แต่เตียงใหญ่ แถมลายผ้าปูที่นอนหมีน้อยทำให้รู้สึกเหมือนนอนเตียงที่บ้าน 


ส่วนห้องน้ำเป็นห้องน้ำรวมง๊าบ จะฉี่จะปุ๋งทีก็ต้องหนีบๆนิดนึง กลัวคนอื่นได้ยิน

 ส่วนกลางก็มีกระติกน้ำร้อนให้บริการตนเอง จะชงกาแฟหรือจะต้มมาม่ารอบดึกก็เชิญตามสะดวก อยู่ที่นี่อยู่อย่างกันเอง แต่ดึกๆก็อย่าเสียงดังมากนะงับอยู่ร่วมกันก็ต้องเกรงใจกันและกันด้วย


และที่ชอบมากก็คือสิ่งนี้ เจ้าลิ้นชักที่ยาวที่สุดในโลก ยาวมาก ยาวกว่าแขนแม่นาคเอื้อมเก็บมะนาวอีก


สำรวจพอได้ที่ออกไปเดินเล่นหน้าบ้าน นั่งคุยกับคุณลุงเจ้ากันดีกว่า

โฮมสเตย์นี้อายุอานามกว่า 100 ปี เป็นบ้านอนุรักษ์ภายใต้โครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม และเป็นโฮมสเตย์ที่เข้าร่วมโครงการกับมูลนิธิชัยพัฒนา จังหวัดสมุทรสงคราม คุณลุงบอกว่า คนที่มาพักส่วนใหญ่ก็มากันเป็นหมู่คณะ ที่นี่มีกิจกรรมให้ทำมากมาย จะอยู่กินนั่งเล่นชิลๆ ขี่จักรยาน นั่งเรือ แข่งกินก๋วยเตี๋ยวเรือก็ทำได้ ฝรั่งที่ชอบความสงบก็มาพักอ่านหนังสือชิลๆช่วงวันธรรมดา พวกเราอยู่อย่างเป็นกันเอง 


มีน้องคิงคองเป็นเพื่อนเล่นด้วย



คุณลุงเลยถามว่าอยากไปดูหิ่งห้อยมั้ย วันธรรมดาคนน้อย ต้องไปลงเรือที่ท่าตรงสะพานใหญ่ตลาดน้ำ แมวน้ำเลยกะว่าจะไปดูหิ่งห้อยซะหน่อย เลยเดินไปที่ท่าเรือเพื่อซื้อทัวร์ล่องเรือดูหิ่งห้อย ไฮไลต์ที่ไม่น่าพลาดเมื่อมาเที่ยวอัมพวา

งั้นไปเดินเล่นกันง๊าบ เดี๋ยวค่อยกลับมานั่งเล่นต่อ 

อัมพวาช่วงเย็นๆวันธรรมดา บรรยากาศเงียบสงบดีง๊าบ


แวะทักทายเพื่อน สองตัว เจอกันครั้งแรกก็สนิทและ


เดินมาถึงท่าเรือก็โพล้เพล้ ได้เวลาเหมาะกับการนั่งเรือชมหิ่งห้อย เพราะ ต้องรอมืดซักนิด เดี๋ยวมองไม่เห็นแสงหิ่งห้อย

จ่ายค่าตั๋วเสร็จ (ขออภัยนะง๊าบจำไม่ได้ว่าเท่าไหร่) แล้วก็ก้าวขึ้นเรือเล

 ใส่กระโปรงยาวมาลำบากพอสมควร


จริงๆถ้ามาหลายคนก็เหมาเรือไปได้ง๊าบ จะเหมากลางวันไปไหว้พระ หรือจะเป็นช่วงกลางคืนชมหิ่งห้อยก็แล้วแต่การจัดสรรทริปของแต่ละท่านนะง๊าบ

อุ๊ย...เรือผ่านหน้าบ้านแม่อารมย์แล้ว


ทริปชมหิ่งห้อยนี่ใช้เวลาประมาณ ชั่วโมงกว่าๆ กลับมาถึงท่าก็เกือบสองทุ่ม อยากจะถ่ายรูปมาให้ดูจัง แต่ทำไม่ได้ ดังนั้น ถ้าใครอยากเห็นคงมาดูด้วยตาของท่านเอง มันเยอะจริงๆ แต่อย่างว่า ที่ไหนมีนักท่องเที่ยว การท่องเที่ยวบูม สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติก็จะถูกเบียดเบียน ปริมาณของหิ่งห้อยที่ควรจะมากกว่านี้ก็เริ่มน้อยลง เพราะการมาเที่ยวของเราๆเนี่ยไปรบกวนการวางไข่ของหิ่งห้อย ทำให้ลูกหลานหิ่งห้อยน้อยลง  จริงๆน่าจะมีฤดูนึงที่ปิดไม่ไปรบกวนมันให้มันเจริญเติบโตเต็มที่บ้าง น่ากลัวจะสูญพันธุ์เหมือนกันนะง๊าบ

อยากให้ชาวอัมพวาช่วยกันอนุรักษ์และให้ความรู้นักท่องเที่ยวด้วย เพื่อจะได้ให้ธรรมชาติอยู่กับชุมชนไปนานๆ

แลดูแมวน้ำจะกลายเป็นน้องเนย รักษ์โลกไปแล้ว ...ยังไงตอนนี้เริ่มหิวแล้ว ว่าแต่จะมีอะไรให้แมวน้ำกินบ้าง

เพราะวันธรรมดา ตลาดน้ำปิดเงียบฉี่เลยจ้า ลุงที่แม่อารมย์บอกว่าคนที่มาเปิดร้านขายยองที่ตลาดน้ำอัมพวาส่วนใหญ่เป็นคนเมืองกรุงทั้งนั้นแหล่ะ มาอาศัยพื้นที่อัมพวาทำมาหากินในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งบางทีคนกลุ่มนี้ก็มาพรากความเป็นชุมชนคนอัมพวาตัวจริงออกไปเหมือนกัน คนที่มาท่องเที่ยวจึงคิดว่า อัมพวาที่ครึกครื้นที่คนแย่งกันเบียดเสียดกันทุกวันหยุดนั้นคือชีวิตของคนอัมพวา ซึ่งจริงๆแล้วคนอัมพวาอยู่กันอย่างสงบ ไม่จอแจเหมือนทุกครั้งที่ตลาดน้ำเปิด

เอาไงล่ะ พล่ามซะนาน ไม่มีอะไรกินแล้วทีนี้ ไหนลองข้ามสะพานไปดูฝั่งนู้น มีอะไรกินป่าว ขึ้เกียจขับรถออกไปข้างนอกแล้ว

แต่อย่างน้อยแมวน้ำก็ภูมิใจที่ได้พิชิตสะพานข้ามตลาดอัมพวา โดยไม่มีคนเบียด 

เริ่ดอ่ะ ...ฉันรักการท่องเที่ยววันธรรมดา


โชคดีจริงที่ข้ามมาแล้วยังพอมีร้านที่เปิดขายให้ชาวบ้านคนท้องถิ่นได้กินกัน

เลยได้สุกี้มาประทังชีวิตของมื้อเย็นนี้


และได้ปาท่องโก๋จิ้มนมกะน้ำขิงมาเป็นของหวาน


อิ่มท้องแล้ว กลับไปนั่งเล่นที่บ้านแม่อารมย์ดีกว่า

นั่นไงนั่งเป็นเจ้านางด้วย (แต่แหม เก้าอี้นวดไฟฟ้าด้านซ้ายกะพัดลมฮาตาริแอบผิดthemeนิดนึง)


หมีขาวอุดหนุนเสื้อมา 1 ตัว เป็นลายภาพสเก็ตช์บ้านแม่อารมย์ที่คนมาพักวาดให้ เกร๋กู๊ด



ไปอาบน้ำแล้ว เดี๋ยวมานั่งชิลหน้าบ้านจิบน้ำขิงแกล้มปาท่องโก๋ที่พึ่งซื้อมาดีกว่า

ชิลมากกกกกกกก...........

ของหวานก่อนนอนมั้ยง๊าบ


นั่งจิบน้ำขิงไปพลางคุยกับคุณลุงไปพลาง คุณลุงคุยเก่ง แกเป็นคนอัมพวาโดยพื้นเพ ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของบ้านเกิดแกอยู่ตลอด ยิ่งตอนที่ตลาดน้ำบูม อัมพวาเปลี่ยนแปลงไปเยอะ อย่างที่เล่าไปข้างต้นว่า คนส่วนใหญ่ที่มาขายของไม่ใช่คนอัมพวาหรอก อัมพวาเป็นแค่พื้นที่ทำมาหากินสร้างรายได้เสริมก็เท่านั้น ยิ่งโครงการโรงแรม รีสอร์ทหรู5-6 ดาวของไฮโซนางหนึ่ง ที่สร้างอยู่เยื้องไม่ไกลจากบ้านแกเท่าไหร่นี้ ยิ่งจะมารบกวนและกำลังจะทำลายระบบนิเวศและชีวิตความเป็นอยู่ที่วุ่นวายขึ้นตามลำดับ

พูดไปเอาขาจุ่มน้ำไป เย็นดีจัง นี่คือ 1 ข้อดี ของการมีบ้านริมน้ำ


แมวน้ำเคยดูรายการหนึ่งทาง Thai PBS ที่เป็นสกู้ปชีวิตของชาวอัมพวาที่อยู่กันมาหลายชั่วอายุคน แต่กลับต้องโดนออกจากบ้านเพราะบ้านที่อยู่นั้นเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่โครงการ คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ที่เคยชินกับการอยู่บ้านริมน้ำเมื่อชีวิตเปลี่ยนไปก็ยากที่จะปรับตัว

แมวน้ำว่า การพัฒนาการท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องใส่ความเจริญและวัตถุนิยมให้มันมากจนเป็นสิ่งแปลกปลอมของชุมชนเดิม ชาวบ้านที่เค้าอยู่กันมากอยากพัฒนาชุมชนที่ตนอยู่ในลักษณะแบบเกื้อกูลและยั่งยืนนะง๊าบ

เห็นอย่างนี้ก็ได้แต่ภาวนาให้อัมพวาอย่าได้หลงระเริงกับแสงไฟ จนลืมแสงอ่อนๆของหิ่งห้อยเลยนะง๊าบ...

พูดเยอะไปและ ไปนอนดีกว่า เอาคิงคองไปกอดด้วย ราตรีสวัสดิ์


+++++++++++++++++

เช้านี้ที่อัมพวา...

การมาเที่ยววันธรรมดาทำให้เราได้เห็นชีวิตชาวบ้านเค้าจริงๆ ตื่นเช้า ใส่บาตร ล้างบ้าน พาลูกไปโรงเรียน ฯลฯ มัน real กว่ามาตอนตลาดน้ำเปิดจริงๆ คนละฟีลเลย



เช้าวันใหม่สดใสเช่นเคย วันนี้แมวน้ำหวังใจว่าจะใส่บาตรพระที่ท่านพายเรือมาซะหน่อย เมื่อวานซื้อผลไม้กับน้ำนมไว้แล้ว แต่ถ้าใครไม่มี ทางบ้านแม่อารมย์ก็มีขนมปังกรอบใส่ห่อไว้ให้บริการนะง๊าบ

นั่งรอพระท่านพายเรือมา


นิมนต์ค่ะหลวงพ่อ


ทำบุญวันละนิดจิตแจ่มใส ดำรงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนานะง๊าบ


ใครถนัดจะใส่บาตรกับที่เดินบิณฑบาตริมน้ำก็ตามศรัทธานะง๊าบ พระท่านออกบิณฑบาตทุกเช้า


ใส่บาตรเสร็จก็ได้เวลาออกเดินทางกลับบ้านดีกว่า มีภารกิจที่กทม.อีกมากมายต้องสะสาง

กราบลาลุงที่บ้านแม่อารมย์นะ บล็อกนี้ เพราะตอนออกมายังไม่มีใครตื่น แต่ออกมาแต่ตัวไม่ได้เอาของอะไรติดมือกลับมานะง๊าบ ด้วยความสัตย์จริง (กะหนีบคิงคองมาด้วยแล้ว อิอิ)

แต่ก่อนกลับกทม.เดี๋ยวแวะเข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม เพราะได้เวลาหุบร่มของแม่ค้าที่ตลาดร่มหุบเพื่อให้รถไฟแล่นผ่าน ได้ยินชื่อเสียงมานาน วันนี้มีโอกาสขอแวะไปดูซะหน่อย อยากรู้ว่ารถไฟจะเกี่ยวเข่งปลาทูแม่กลอง ถุงผักอะไรติดโบกี้ไปด้วยรึเปล่า

ขณะรอเวลารถไปมาก็เดินเล่นดูของสดไปพลาง


 อยากจะเหมาแผงปลาทูแม่กลองมาซะจริงๆ หน้างอคอหักตัวมันเลื่อมเข่งละ 5 บาท 10 บาท เอง


ตอนรถไฟยังไม่มา ก็ขายผักกันเป็นปกติ ผู้คนพลุกพล่น ทั้งคนท้องถิ่น ทั้งนักท่องเที่ยวมากมาย พาทัวร์มาลงกันจริงจัง ถือเป็นเรื่อง unseen และ Amazing มาก...โอ้ว มาาย ก๊อดด 


และเมื่อรถไฟกำลังจะมา ร่มเตรียมหุบ


รถไฟมาแล้วๆๆๆ


ไอ้หนู...ระวังหัววววว...


และเมื่อรถไฟไป ก็กางร่มขายต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

อุ๊ย...เฉียดแผงผักไปไม่ถึงเซ็นจริงๆ


ฟินและ...ได้มาเห็นกับตาแล้วว่าตลาดร่มหุบในตำนานเค้าเป็นยั่งงี๊นี่เอง 

ยังไงขอให้breakfast แมวน้ำเป็นข้าวมันไก่ ข้างทางรถไฟ แล้วตีรถเข้ากทม.กันง๊าบ


ไม่น่าเชื่อว่าเวลาสั้นๆไม่ถึง 24 ชั่วโมง เราก็สามารถท่องเที่ยวได้อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งไหว้พระ นอนโฮมสเตย์ ดูหิ่งห้อย ฟังเรื่องราวชาวอัมพวา ใส่บาตร ตื่นเต้นกับตลาดร่มหุบ 

อยากลองมีประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ไม่ต้องแย่งชิงและชื่นชมธรรมชาติแบบเบียดกับคนอื่่น ก็ลองวางแผนท่องเที่ยววันธรรมดาดูง๊าบ บรรยากาศอาจจะเงียบสงัดไปบ้าง ของขายน้อยไปบ้าง แต่คุณจะได้รับสิ่งแวดล้อมของจริงแบบเต็มๆ ไม่มีใครแย่งเลยง๊าบ หงืดๆๆๆ





Create Date : 07 พฤษภาคม 2556
Last Update : 7 พฤษภาคม 2556 20:15:38 น. 3 comments
Counter : 17524 Pageviews.

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 8 พฤษภาคม 2556 เวลา:12:53:48 น.  

 
ถึงเวลาน้อย แต่ใช้เวลาช้าๆนั้นได้ครบๆ เจ๋งง่า ^^


โดย: หมี อารมณ์ IP: 27.145.176.135 วันที่: 12 พฤษภาคม 2556 เวลา:22:02:36 น.  

 
เข้ามาชมค่า รีวิวน่ารักจัง


โดย: กุ้ง IP: 110.49.251.171 วันที่: 2 กรกฎาคม 2556 เวลา:18:12:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Seally-Go-Round
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]











Vassamon Anansuakkasem

Make your own Badge!

Stock Images

Thank you to All Viewers!

Free Hit Counter by Pliner.Net
Instagram Seally-Go-Round | Promote Your Page Too
Friends' blogs
[Add Seally-Go-Round's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.