<< :: E m p t y R o c k :: >> . . . ม นุ ษ ย์ คื อ . . เ เ ผ่ น หิ น ที่ ว่า ง เ ป ล่า . . .
Group Blog
 
 
มกราคม 2550
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
15 มกราคม 2550
 
All Blogs
 

เขาเรียนอะไรกันในจิตวิทยา เกษตร

เห็นว่าช่วงนี้ก็ใกล้จะสอบเอ็นทรานซ์กันแล้ว น้องๆ หลายๆ คนก็คงกำลังยุ่งกันหัวปั่นเลยสิเนอะ แล้วก้อมักจะมีคำถามจากบรรดาน้องๆ ที่สนใจในเรื่องจิตวิทยาเข้ามาถามบ่อยๆ ว่า ที่เกษตรศาสตร์เนี่ย แบ่งจิตวิทยาออกเป็นตั้ง 4 สาขา (ในขณะที่ที่อื่นจะไปแยกที่หลัง) แล้วมันเรียนต่างกันยังไงล่ะเนี่ย นั่นสิ บอกตรงๆ ว่าวิวก็เป็นนะ ตอนที่เลือกอันดับว่าจะเรียนอะไรดี เอาเป็นว่าบล็อควันนี้น่าจะมีประโยชน์กับน้องๆ ที่กำลังจะตัดสินใจว่าจะเลือกเรียนจิตวิทยาดีไหม และจิตวิทยาสาขาไหนน๊า ที่น่าจะเหมาะสมกับน้องๆ เป็นที่สุด

ก่อนอื่นก็มาว่ากันถึงประวัติแรกเริ่มของจิตวิทยา เกษตรกันก่อนก็แล้วกันนะ



ในปี 2507 คณะสังคมศาสตร์ยังคงเป็นแค่ภาควิชาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์เท่านั้น ซึ่งก็อยู่ในคณะวิทยาศาสตร์และอักษรศาสตร์ และได้มีกลุ่มวิชาจิตวิทยา (เน้นนะคะ ว่าเป็นแค่กลุ่มวิชา -_-“) บรรจุเข้าไปด้วย ก็ ประกอบด้วยวิชา จิตวิทยาเบื้องต้น จิตวิทยาในชีวิตประจำวัน จิตวิทยาสังคม และจิตวิทยามนุษยสัมพันธ์ แต่ต่อมาในปี 2517 ได้เกิดคณะสังคมศาสตร์ขึ้น (เย้ๆๆๆๆๆ) และภาควิชาจิตวิทยาของเราก็ได้ถือกำเนิดและได้เปิดรับนิสิตในปี 2518 โดยตอนแรกเนี่ยเปิดแค่สาขาจิตวิทยาคลีนิก กับจิตวิทยาพัฒนาการเท่านั้น

ต่อมาเพื่อให้ทันต่อความเคลื่อนไหวของโลก และสังคม ในปี 2528 ทางภาควิชาจิตวิทยาเลยเปิดเพิ่มอีก 2 สาขา คือ จิตวิทยาอุตสาหกรรม เพื่อสนองแรงงานและการขยายตัวทางอุตสาหกรรม และจิตวิทยาชุมชน เพื่อรองรับสาธารณสุขมูลฐานของประชาชน โดยเน้นไปที่การป้องกันสุขภาพจิต สุขภาพกายของชุมชน



สาขาต่างๆ ของจิตวิทยา

1.จิตวิทยาชุมชน จะเน้นให้มีความรู้ความสามารถในการทำงานกับชุมชน ตั้งแต่ขนาดครอบครัว องค์การ สังคม โดยจะเน้นไปที่การป้องกันและส่งเสริมสุขภาพจิตของบุคคลทั้งร่างกายและจิตใจให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดังนั้นนักจิตวิทยาชุมชนก็มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยผ่านกระบวนการให้สังคมมีส่วนช่วยในการสร้างความเข็มแข็งให้ชุมชน นักจิตวิทยาชุมชนต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับชุมชน ช่วยให้คนในชุมชนเข้าใจศักยภาพของตนเอง โดยผ่านบทบาทของผู้ให้ความรู้ทางด้านจิตวิทยา การป้องกันสุขภาพกายและสุขภาพจิต การให้การฝึกอบรม การให้คำแนะนำปรึกษา เป็นผู้ให้คำแนะนำ ให้การบำบัดเบื้องต้น และผู้วิจัยปัญหาต่างๆ ที่ก่อให้เกิดการแก้ปัญหาและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคล

ซึ่งหากสนใจที่จะเรียนที่ทางด้านนี้ คงต้องเป็นที่คนที่ชอบทำงานร่วมกับชุมชน (จะว่าอุทิศกาย อุทิศใจเลยก็คงได้ล่ะมั้ง^^) แล้วก็คงต้องมีความสนใจเรื่องกฏหมายบ้าง เนื่องจากสาขานี้ส่วนที่ใหญ่ที่สังเกตเห็นก็มักจะเรียนกฏหมายควบคู่ไปด้วย เพราะเอื้อต่อการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้

สำหรับการจบไปทำงาน จริงๆ จิตวิทยาชุมชนก็สามารถไปทำงานได้หลากหลาย แต่ถ้าตรงสายจริงๆ คงเป็นในส่วนของศาล โรงพยาบาลตำรวจ หรือบรรดาบ้านเมตตา บ้านพักฉุกเฉินต่างๆ

2.จิตวิทยาคลีนิก จะเน้นการนำเอาความรู้ทางจิตวิทยามาใช้ในการช่วยเหลือคนที่มีความเครียด หรือ มีปัญหาทางจิต ซึ่งอาจมีสาเหตุมากจากปัจจัยภายในหรือภายนอก เช่น ปัญหาการปรับตัว ปัญหาพฤติกรรม และบุคลิกภาพ ภาวะโรคจิตโรคประสาท โดยนิสิตจิตวิทยาคลีนิกจะได้เรียนและฝึกฝนการตรวจวินิจฉัยโดยใช้เครื่องมือทางจิตวิทยา (แบบทดสอบต่างๆ เช่น แบบทดสอบไอคิว แบบทดสอบบุคลิกภาพ) และให้ความช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาทางจิต โดยการทำจิตบำบัด และพฤติกรรมบำบัด โดยจะได้มีโอกาสฝึกงานในโรงพยาบาลจิตเวช หรือหน่วยงานจิตเวช

ซึ่งสำหรับผู้สนใจในสาขานี้ ก็คงต้องย้ำว่าเป็นคนขยันนิดนึงนะ เนื่องจากสาขานี้เรียนค่อนข้างหนัก งานเยอะ (งานแปลเพียบเลย หุหุ) แต่ขอได้เปรียบที่น่าอิจฉามากๆ ของสาขานี้ก็คือจะได้เรียนแบบทดสอบ และทดลองทำจริงๆ เยอะมากๆ ได้เรียนจิตวิทยาที่เพียวมากๆ ถ้าใครสนใจพวกโรคจิต โรคประสาท และชอบคลุกคลีกับผู้ป่วยล่ะก็ สาขานี้เหมาะสมมากๆ

สำหรับการทำงาน จิตวิทยาคลีนิกก็มักจบไปทำงานในส่วนของโรงพยาบาลจิตเวช หรือหน่วยงานด้านจิตเวชต่างๆ (แต่เป็นสาขาที่แย่งงานสาขาอื่นได้หมดเลยนะ)

3.จิตวิทยาพัฒนาการ จะเน้นการศึกษาพัฒนาการของมนุษย์ทุกช่วงชีวิต (ตั้งแต่ปฏิสนธิจนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตเลย) เน้นขั้นตอนในการพัฒนาของแต่ละระบบ เช่น ร่างกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคม ซึ่งสัมพันธ์ต่อเนื่องกันตลอดทั้งชีวิต ให้เข้าใจเทคนิคในการส่งเสริมให้บุคคลเติบโตไปตามพัฒนาการ และหาทางป้องกัน และแก้ไข ให้บุคคลเกิดพัฒนาการที่ดี นักจิตวิทยาพัฒนาการจะทำหน้าที่กระตุ้นความพร้อมให้กับบุคคลในแต่ละช่วงอายุ เพื่อให้บุคคลนั้นพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ และมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข

สำหรับคนที่สนใจสาขานี้ แม้จะเห็นว่าเป็นสาขาที่เกี่ยวเนื่องกับคนทุกช่วงวัย แต่โดยมากก็จะคลุกคลีกับเด็กเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นถ้ามีวิญญาณนางงามรักเด็กซะหน่อยก็จะดีมาก (แต่เห็นเพื่อนแต่ละคนที่เรียนสาขานี้มันเกลียดเด็กทุกคนเลยแฮะ -_-“) ยิ่งเด็กดาวน์ซินโดรม เด็กออทิสติก รับรองว่าได้ใกล้ชิดกันมากแน่ๆ ถ้าเป็นคนที่ชอบทำอะไรกุ๊กๆ กิ๊กๆ ละก็ ไม่ผิดหวังกับสาขานี้แน่ เพราได้ทำอะไรเด้กๆ น่ารักๆ อย่างคาดไม่ถึงทีเดียว

เมื่อจบไปแล้ว ก็เหมือนจิตวิทยาอื่นๆ นะคะ ที่สามารถทำงานได้ทั่วไปเช่นกัน แต่ถ้าตรงสายล่ะกก็ โรงพยาบาลเด็ก ศาลเยาวชน หรือแม้แต่เป็นครูอนุบาลก็ได้ค่ะ

4.จิตวิทยาอุตสาหกรรม (เอาล่ะ ถึงสาขาตัวเองซะที) จะเน้นไปที่การประยุกต์เอาความรู้ทางจิตวิทยาและหลักการทางจิตวิทยามาศึกษาให้เข้าใจบุคคลในการทำงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มศักยภาพของบุคคล นำไปสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพและมีความสุข เนื่องจาก “คน” เป็นทรัพยากรที่สำคัญ จิตวิทยาอุตสาหกรรมมุ่งให้เกิดความรู้ ความเข้าใจพฤติกรรมของบุคคลในการทำงาน เพื่อให้สามารถทำงานในหน้าที่ ความรับผิดชอบที่เกี่ยวกับบุคคลในองค์การ เช่น การคัดเลือกบุคลากร การฝึกอบรม และพัฒนาบุคคล การเจรจาต่อรอง การประเมินผลการปฏิบัติงาน เป็นต้น เพื่อให้บุคคลในองค์การทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ซึ่งผู้ที่สนใจสาขานี้นะคะ ต้องอย่าคาดหวังว่าเราจะได้เรียนจิตวิทยาแบบเพียวๆ เหมือนจิตอื่นๆ นะจ๊ะ (อย่างพวกแบบทดสอบต่างๆ เนี่ย ก็ไม่ได้เรียกมากเท่าจิตอื่นๆ เพราะเราจะสร้างแบบทดสอบของเราขึ้นมาเอง) อย่างที่บอกเราเป็นจิตวิทยาประยุกต์ ดังนั้นการเรียนโดยมากจะค่อนข้างคล้ายกับบริหาร เพียงแต่เราเน้นการนำความรู้ทางจิตวิทยามาประยุกต์ใช้กับคน ดังนั้นเนี่ย น้องๆ ที่สนใจก็คงต้องเป็นคนที่ชอบทำงานกับคนหน่อยนะคะ เพราะเป็นสาขาที่ต้องคลุกคลีกับทรัพยากรมนุษย์อยู่ตลอดเวลา

สำหรับการทำงาน โดยมากสาขานี้จบไปก็จะทำในด้านการจัดการทรัพยากรบุคคล หรือไม่ก็ด้านการฝึกอบรม

แต่ทั้งหมดทั้งมวล เราะก็สามารถประยุกต์ไปทำงานได้หลากหลายแล้วแต่ชอบค่ะ จิตวิทยาเนี่ยอยู่รอบๆ ตัวเรา เพราะฉะนั้นสามารถประยุกต์ได้หลากหลายมากๆ อย่างคาดไม่ถึง

สำหรับการเรียนในช่วงปี 1 น้องๆ ทั้ง 4 สาขา ก็จะเรียนรวมๆ กันก่อน โดยในปีแรกน้องๆ จะได้เรียนแต่จิตวิทยาทั่วไปกับวิชาพื้นฐานต่างๆ (อย่าเพิ่งใจร้อนว่าจะได้เรียนจิตวิทยาปุ๊บปั๊บนา) จนมาปีที่ 2 ก็จะได้เรียนในส่วนของจิตวิทยา ซึ่งก็ยังรวมๆ กันอยู่ อย่างเช่น จิตวิทยาบุคลิกภาพ จิตวิทยาทดลอง การรู้สึกและการรับรู้ ฯลฯ เป็นต้น พอย่างเข้าปี 2 เทอม 2 น้องๆ ก็จะเริ่มได้เรียนในสาขาของตัวเองที่ลึกขึ้นแล้วล่ะค่ะ

แต่ถ้าใครสนใจหลักสูตรมหาบัณฑิต ก็มีในส่วนของจิตวิทยาอุตสาหกรรม และจิตวิทยาชุมชนให้ลองเลือกดูได้ตามความสนใจเลย ^^

อ้างอิงจาก : จิตปริทัศน์ Vol. 1 มิถุนายน 2546

p.s. ขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ จิตวิทยาทั้งหลายที่โดยเราบังคับขู่เข็ญให้มาอ่านบล็อคและทิ้งคอมเม้นต์ไว้ จะพัฒนาให้ดีที่สุด อย่างน้อยมันก็น่าจะมีประโยชน์เนอะ

ยังคิดไม่ออกว่าจะเขียนเรื่องอะไรดี บล็อคอัพตามอารมณ์นะจ๊ะ




 

Create Date : 15 มกราคม 2550
18 comments
Last Update : 15 มกราคม 2550 9:26:17 น.
Counter : 11402 Pageviews.

 

เปงการเปงงานจังเรยนะคะคุนเจ้าของบล็อก

เรียนไปเรียนมาก้อจาจบแร้ว
ได้ทำไรตั้งเยอะตั้งแยะ
ได้ทำวิจัย ทำแบบทดสอบ
ได้ปั่นงานกันหัวฟู
ได้เจอเพื่อนๆขาเม้า
ได้เดะจิตคลีมาควง(อิอิ)
ได้ฝึกงานที่ตรงสายโคดๆ
ได้อะไรอีหลายสิ่งหลายอย่างเรย

HaPpY HaPpy เด้อ

 

โดย: nami IP: 203.156.159.97 15 มกราคม 2550 9:48:56 น.  

 

สนใจเรียนจิตวิทยาคลีนิกอ่ะค่ะ
แต่จบตรีมาแล้ว ไม่ทราบว่าถ้าสอบต่อโทเลยจะได้ไหม
หรือต้องไปเรียนปตรีอีกอัน
ขอบคุณค่ะ

 

โดย: estrella 15 มกราคม 2550 10:25:00 น.  

 

แบบว่าเป็นการเป็นการจริงๆ อืมมมมมมม





 

โดย: เข็มขัดสั้น 15 มกราคม 2550 13:29:33 น.  

 

ขอบคุณมากเลยค่ะ ป้าวิว ได้ความรู้มากขึ้นเยอะเลย

แต่ก็ยังตัดสินใจไม่ได้อ่า

ไม่รู้จะเรียนสาขาไหนอ่ะ

ไม่รู้คะแนนจะถึงรึเปล่าก็ไม่รู้ด้วย แงๆๆๆ

หนูอยากเป็นนักจิตวิทยา

 

โดย: chom_chin IP: 222.123.18.31 26 มกราคม 2551 22:22:29 น.  

 

ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ
เพราะกำลังตัดสินใจว่าจะเรียนจิตวิทยา
แต่จะเรียนเอกอะไรดี
ตอนนี้พอจะตัดสินใจได้แล้วค่ะ

 

โดย: หนูน่า IP: 124.120.167.31 18 ตุลาคม 2551 17:15:51 น.  

 

นู๋ชอบเด็ก อยากเรียน จิต-พัฒ
แต่ก้อยากเรียน จิด-อุต อะ
เรียนไปพร้อมๆกัน ได้ไม๊คะ ^^

อยากรุว่า ถ้าเกิดว่า เราเรียนสาขาอื่นๆรวมถึงสาขานี้อะ
เวลาเราจบ ป.ตรีออกมา จาต่อป.โทอะ เราต้องเรียนป.โทเกี่ยวกับสาขานั้นๆรึเปล่า หรือว่าเราสามารถแยกเรียนได้เลย เหมือนกับว่าเราเรียนป.ตรี มีพื้นฐานไห้เรียนเหมือนกัน

ช่วยตอบหน่อยนะคะ ขอบคุนค่ะ

 

โดย: Pandiezz IP: 114.128.115.107 13 ธันวาคม 2551 23:55:04 น.  

 

พี่คะ




ถ้าเรียนไป ย้ายสาขาได้รึป่าวคะ?

 

โดย: ติดจิตเกษตร ตะกี้ ! IP: 118.172.232.170 7 พฤษภาคม 2552 19:04:23 น.  

 

นู๋ได้ จิตวิทยาชุมชน อ่ะค่ะ
ยังไม่ค่อยรู้เรื่องอาไรเลย....
T^T

 

โดย: MO IP: 117.47.79.51 11 พฤษภาคม 2552 14:26:39 น.  

 

ขอบคุณมากครับ ผมอ่านแล้ว รู้สึกว่าดีมากเลย

โดยส่วนตัว แล้ว ผม ตั้งเป้าหมายไว้ที่จิตวิทยา
ตอนนี้ผมอยู่ มัธยมศึกษา 3 แต่อยากรู้ว่า


จิตวิทยา ต้องเรียนเก่ง ด้วยหรือเปล่าครับ



ผมมองในแง่ของตัวเองว่า จิตวิทยาเป็นอาชีพที่น่าสนุกมากครับ

จะได้อยู่กับ ผู้ป่วย ปรับความเข้าใจ แค่นี้ผมก็ รู้สึกสนุกแล้วครับ


แต่ตอนนี้ ผมอยากได้พลัง แต่ไม่สามารถ ไขว่คว้า เอามาได้เลย

 

โดย: เด็ก แป๋นแหลน IP: 113.53.94.30 3 พฤศจิกายน 2552 20:23:13 น.  

 

ก็จบด้านจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การมาเหมือนกัน
รู้สึกว่า จิตวิทยาไม่สาขาใด ก็คือจิตวิทยา
บางคนจะมองพวกเราแปลก แม้แต่อาจารย์(คณะอื่น) ก็ไม่เข้าใจว่าเราน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรอ
จิตวิทยาเป็นอะไรที่ทำให้เราเข้าใจมนุษย์มากขึ้น
ร่วมทั้งเข้าใจตัวเราเองด้วย
ภูมิใจคะที่ได้เรียนจิตวิทยา

 

โดย: ไซคีตัวน้อย IP: 202.149.25.235 24 ธันวาคม 2552 16:27:36 น.  

 

//สำนักพิมพ์ Think Beyond รับพิจารณางานเขียนแนวจิตวิทยา
-- สำหรับนักเขียนอิสระ หรือ ผู้ที่สนใจอยากเริ่มเป็นนักเขียนอิสระที่มีความปรารถนาอยากแบ่งปันเรื่องเล่า แนวคิดดีๆ ไม่ว่าจะเป็นจิตวิทยาพัฒนาตนเอง จิตวิทยาความรัก จิตวิทยาการให้คำปรึกษา จิตวิทยาการพูด จิตวิทยาการสอน จิตวิทยาบุคลิกภาพ จิตวิทยาสังคม จิตวิทยาสำหรับผู้หญิงหรือผู้ชาย จิตวิทยาที่ใช้ในองค์กรธุรกิจ จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ จิตวิทยาการเลี้ยงดูลูก จิตวิทยาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในครอบครัว จิตวิทยาเชิงบวก จิตวิทยาการทดสอบและวัดผล เกมจิตวิทยา จิตวิทยาในการทำงาน จิตวิทยาเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงิน จิตวิทยาเกี่ยวกับการประสบความสำเร็จ จิตวิทยาเด็ก จิตวิทยาเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ ภาวะจิตใจที่เป็นลบ อารมณ์และความเครียด จิตวิทยาความแตกต่างระหว่างเพศ จิตวิทยาเพื่อความสุข จิตวิทยาเกี่ยวกับสุขภาพทางกาย จิตวิทยาการจำ จิตวิทยาเชิงปริชญา จิตวิทยาเกี่ยวกับการเปลี่ยนทัศนคติ จิตวิทยาเกี่ยวกับพฤติกรรม จิตวิทยาการฟื้นฟูจิตใจ จิตวิทยาเกี่ยวกับความรักและเพศสัมพันธ์ จิตวิทยาเพื่อความสมบูรณ์ทางจิตวิญญาณ.
-- โดยผู้ที่สนใจอาจนำเสนอเป็นประเภทความเรียง, สารคดี, เรื่องสั้น, ภาพถ่ายประกอบ, รูปวาดประกอบ,
บทการ์ตูน หรือรูปแบบอื่นๆ

-- ขอเชิญชวนส่งต้นฉบับมาที่สำนักพิมพ์ของเรา ไม่ว่าเรื่องที่ส่งนั้นจะมีลักษณะ :
1.ท่านเป็นผู้เขียนเอง มีต้นฉบับอยู่แล้ว และไม่เคยส่งที่ใดมาก่อน อาจเป็นต้นฉบับภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ
2.ท่านเป็นผู้เขียนเอง มีเรื่องที่ต้องการเขียนอยู่ในใจแล้ว แต่ยังไม่ได้เริ่มเขียน หรือยังไม่สามารถวางโครงร่างได้ สามารถติดต่อสำนักพิมพ์เราเข้ามาอธิบายเนื้อหาที่จะเขียนคร่าวๆ เพื่อให้บรรณาธิการของเราได้รับทราบ หรือติดต่อเข้ามาเพื่อปรึกษาแนวทางการเขียนอื่นๆ ก็ได้
3.ท่านสามารถเป็นผู้เรียบเรียงหนังสือหรือที่เรียกว่า Ghost Writer โดยหากท่านรู้จักหรือใกล้ชิดกับผู้ทรงคุณวุฒิ, อาจารย์หรือผู้มีประสบการณ์ แล้วรู้สึกประทับใจกับความรู้หรือแนวคิดของผู้ทรงคุณวุฒิท่านนั้น มีความปรารถนาดีต่อนักอ่านหนังสือชาวไทยและต้องการบันทึกและเผยแพร่ข้อคิดดีๆ เหล่านั้นออกมาเป็นหนังสือ แต่ติดปัญหาที่ผู้ทรงคุณวุฒิท่านนั้นมีสาเหตุที่ทำให้ไม่สามารถเขียนหนังสือได้ เช่น ไม่มีเวลาเขียน หรือไม่ค่อยถนัดการเขียน เป็นต้น ในลักษณะเช่นนี้ท่านสามารถติดต่อสำนักพิมพ์ของเราเข้ามาได้ เพื่ออธิบายความปรารถนาดีของท่านให้บรรณาธิการของเราได้รับทราบและนำความคิดดีๆ เหล่านั้นมาพัฒนาต่อให้กลายมาเป็นหนังสือต่อไป
4.ท่านที่มีเรื่องราวและแนวคิดน่าสนใจแต่ไม่มีเวลา หรือด้วยเหตุผลต่างๆ ที่ยังไม่สามารถเขียนออกมาได้ เช่น ชอบพูดหรือบรรยายมากกว่าเขียน ไม่ค่อยถนัดการเขียน เป็นต้น แต่ท่านต้องการบันทึกไว้เป็นรูปแบบหนังสือ ลักษณะเช่นนี้ทางสำนักพิมพ์ของเรายินดีรับฟังแนวความคิดเกี่ยวกับเนื้อหาหนังสือที่ท่านกำลังจะทำ เมื่อบรรณาธิการของเราพิจารณาแล้วมีความเห็นว่าน่าสนใจทำออกมาเป็นหนังสือ ทางสำนักพิมพ์ของเราจะจัดหาผู้เรียบเรียงหรือ Ghost Writer ที่เหมาะสมให้ทำงานเขียนและร่วมผลิตหนังสือดีๆ กับท่าน

-- รายละเอียดเพิ่มเติมการร่วมงานกับสำนักพิมพ์ของเรา
1. ต้นฉบับของท่านต้องพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ หากต้นฉบับเป็นรูปแบบที่เขียนด้วยมือ ท่านต้องจัดทำเป็นรูปแบบไฟล์คอมพิวเตอร์โดยการจัดหาผู้รับจ้างพิมพ์คอมพิวเตอร์เอง
2. เกี่ยวกับการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ ทางสำนักพิมพ์ของเราจ่ายให้ในอัตรา 10% ของราคาปก คูณด้วยยอดขายจริง โดยจะจ่ายให้ครั้งแรกในเดือนที่ 6 หลังจากหนังสือวางจำหน่าย และทยอยจ่ายไปเรื่อยๆ ทุกเดือนหลังจากนั้น พร้อมกับแจ้งยอดขายให้เจ้าของหนังสือทราบทุกๆ 6 เดือนเช่นกัน
3. หลังจากเสนอต้นฉบับมาแล้ว ทางสำนักพิมพ์จะแจ้งผลการพิจารณาภายในไม่เกิน 2 เดือน
4. สำนักพิมพ์ขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขต้นฉบับตามความเหมาะสม รวมถึงการตั้งชื่อปก การออกแบบปก การกำหนดราคา หรือรายละเอียดปลีกย่อยของหนังสือ
5. งานเขียนของท่านที่ร่วมกับทางสำนักพิมพ์ของเราจะผลิตออกมาเป็นรูปแบบหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊คหรือตำราเป็นเล่มๆ ไม่ใช่รูปแบบนิตยสารหรือวารสาร
6. ควรส่งประวัติส่วนตัวเพื่อแนะนำตัวให้ทางสำนักพิมพ์ได้รู้จักท่านมากขึ้น

-- แนวทางการติดต่อกับสำนักพิมพ์ของเรา คือ
1. เขียนประวัติที่ระบุข้อมูลส่วนตัวของท่าน ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ประสบการณ์ที่เคยทำ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์ เว็บไซต์ เว็บบล็อก หรือช่องทางการติดต่ออื่นๆ
2. เขียนคร่าวๆ เกี่ยวกับแนวคิด อุดมการณ์ หรือวิสัยทัศน์ของท่านเพื่อให้เราได้รู้จักกับท่านมากขึ้น
3. เขียนอธิบายเนื้อหาของหนังสือที่ท่านปรารถนาจะถ่ายทอดออกมา
4. รวบรวมและส่งอีเมล์หรือจดหมายมาตามที่อยู่ด้านล่าง

-- ผู้สนใจสามารถเสนอต้นฉบับมาได้ที่...
ช่องทางการติดต่อ :
บรรณาธิการ ฝ่ายหนังสือจิตวิทยา สำนักพิมพ์ Think Beyond
บริษัท ธิงค์ บียอนด์ บุ๊คส์ จำกัด
เลขที่ 200 หมู่ 4 ชั้น 5 ห้อง 509 จัสมินอินเตอร์เนชั่นแนลทาวเวอร์
ถนนแจ้งวัฒนะ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120
อีเมลแอดเดรส (สะดวกที่สุด) : tortong51@gmail.com
เว็บไซต์ : //www.thinkbeyondbook.com

-- หมายเหตุ : ท่านสามารถส่งต้นฉบับที่เขียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว หรือ ส่งเป็นเค้าโครงสารบัญ หรือ ส่งเป็นโครงเรื่อง หรือ ส่งเป็นไอเดียมาก่อนก็ได้

หวังว่าจะได้ร่วมงานกันกับท่าน //

 

โดย: tb IP: 124.157.242.142 28 เมษายน 2553 23:58:08 น.  

 

อยากเรียนแต่ที่บ้านไม่สนับสนุนทำไงดี

 

โดย: nightmare IP: 203.172.216.161 24 มกราคม 2554 13:44:05 น.  

 

ขอความกรุณาตรวจทานข้อมูลด้วยค่ะ!
จิตวิทยา ที่ มธ. ก็แยกสาขาได้ตั้งแต่ เข้ามาปี 1 นะจ๊ะ
เจ้าของบทความควรแก้ไขปรับปรุงด้วยจ้า
เพราะ ปีแรกต่างก็ต้องเรียนพื้นฐานเช่นเดียวกันหมด
ส่วนปี 2 3 4 ก็จะได้แยกเจาะไปลงวิชาต่างๆ ตามสาขาที่ตนสนใจจ้ะ

 

โดย: นะคะมวย IP: 141.0.9.36 10 เมษายน 2556 22:22:56 น.  

 

หนูอยากเรียนจิตวิทยา แต่ปัญหาคือแม่ไม่สนับสนุน แม่กลัวจะหางานยาก หนูอธิบายเท่าไหร่ก็ไม่เชื่อ เชื่อแต่ความคิดตัวเอง หนูจะทำไงดีอ่าคะ

 

โดย: เด็กรักจิต IP: 1.4.138.49 24 กรกฎาคม 2556 12:11:55 น.  

 

เพิ่งอ่าน หลังจากเขียนมาหลายปีมากกกกกกกกกก ไม่ได้อัพเดตข้อมูลเลยค่ะ แต่ยังมีน้องๆ เมลล์มาถามอยู่เรื่อยๆ

คุณนะคะมวย (คงไม่ได้มาอ่านแล้วแน่เลย) พี่เขียนมาตั้งกะสมัยยังเป็นเอนทรานซ์เลยค่ะ ที่บอกว่าเลือกคือ ก่อนเข้าเรียนนะคะ มธ เข้ามาก่อนค่อยเลือกค่ะ แต่เกษตรเข้ามาแล้วย้ายสาขา ณ ตอนนั้นไม่ได้นะคะ ต้องตัดสินใจเลยค่ะตอนนี้ผ่านมา 7 ปีแล้ว ถ้าแยกตอนไหน เขียนบอกได้เลยค่ะ คนที่มาอ่านจะได้มีความรู้เพิ่ม

ปอลอ ตอนนี้พี่ก็จบปอโท จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ ที่ มธ ค่ะ อิอิ

 

โดย: เจ้าของบทความค่ะ IP: 110.77.149.84 16 ธันวาคม 2557 14:15:30 น.  

 

คืออยากเรียนจิตวิทยาคลินิก เพราะเนื้อหาน่าสนใจมากก แต่อยากช่วยคนจำนวนมากแบบอ้อมๆมากกว่า เลยเลือกจิตชุมชน
แต่พอหลุดเข้ามาอ่านนี่แบบบบ โอ้ยยย เลือกผิดรึเปล่าา T_T

 

โดย: POOM IP: 171.5.251.56 16 มิถุนายน 2558 4:10:43 น.  

 

พี่ค่ะ หนูสนใจจิตวิทยา ของม.เกษตรอ่ะคะ แต่หนูเรียนศิลป์คำนวณมา หนูเข้าได้มั้ยค่ะ เพราะดูในเว็บของ มก รับตรงเขาเอาแต่วิทย์คณิต ถ้าหนูรอแอดจะได้มั้ยค่ะ เพราะถามครูที่รร เขาบอกว่าถึงแอดติด ก็ตกสัมอยู่ดี เพราะไม่ได้เรียนวิทย์คณิตมา พอฟังแล้วใจแป่วเลย หนูอยากเรียนจริงๆนะคะ

 

โดย: ddd IP: 114.109.218.58 9 มิถุนายน 2559 23:07:06 น.  

 

ตอนนี้ผมก็กำลังเรียนที่จิตวิทยา ม.เกษตร เหมือนกันครับ เป็นสาขาจิตวิทยาชุมชน ผมมองว่าไม่ว่าจะสาขาไหน จะเป็น คลินิก ชุมชน พัฒนาการ อุตสาหกรรมและองค์การ หรือสาขาอื่นๆที่แต่ละมหาวิทยาลัยเปิดสอน ก็มีความแตกต่างกันออกไป และแต่ล่ะที่ก็เน้นไปคนล่ะแบบคนละด้าน ผมมองว่าการที่เราเรียนจิตวิทยาไม่ว่าจะเป็นสาขาไหนเราก็มีความรู้เท่าเทียมกัน อาจจะแค่คนล่ะด้านก็แค่นั้น

จิตวิทยาชุมชน อาจจะฟังแล้วจะไปทำงานอะไร หางานยากไหม จบแล้วจะเป็นอะไร บอกเลยว่าขอบข่ายงานของสายจิตวิทยาชุมชนกว้างมาก บางคนมองว่าเราเรียนไม่เจาะจง เรียนของสาขาอื่นๆไปทั่ว ที่้เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าเราทำงานในชุมชน เราจึงต้องรู้กว้างและรู้ลึก ไม่ใช่แค่เฉพาะของสาขาเท่านั้น เราต้องเรียนรู้จิตวิทยาสาขาอื่นๆด้วย ....เพราะว่าผู้คนในชุมชนนั้นมีมากมายหลายแบบ

 

โดย: ์MAK IP: 110.168.4.38 29 มกราคม 2560 8:36:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


emptyrock
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add emptyrock's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.