space
space
space
<<
เมษายน 2564
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
space
space
2 เมษายน 2564
space
space
space

การฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกสามารถช่วยป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ยังไงบ้าง


                  รู้หรือรึเปล่าคะว่ามะเร็งปากมดลูกนั้นเกิดขึ้นมาจากการติดเชื้อฮิวแมนแพปพิลโลมา ไวรัสหรือเชื้อเอชพีวีกลุ่มความเสี่ยงสูง (high-risk  human papillomavirus, high-risk HPV) ได้แก่ สายพันธุ์ 16, 18, 31, 33, 35, 39, 41, 42, 45, 52, 55, 58, 66 และ 68 ซึ่งสายพันธุ์ที่ดุร้ายที่สุดคือ 16 และ 18 เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกถึงร้อยละ 70-80 การที่ร่างกายจะติดเชื้อเอชพีวีได้ต้องมีบาดแผลเล็ก ๆ บริเวณเยื่อบุผิวที่ปากมดลูก ปากช่องคลอด รอบทวารหนัก หรือปลายองคชาติ  โดยผู้ที่ติดเชื้อเอชพีวีจะไม่มีอาการใด ๆ ซึ่งถ้าผู้ที่ร่างกายแข็งแรง มีภูมิคุ้มกันดีจะสามารถกำจัดเชื้อเอชพีวีได้เอง ร้อยละ 10 ของผู้ที่ติดเชื้อเอชพีวีกลุ่มความเสี่ยงสูงที่เชื้อจะอาศัยอยู่ในเซลล์ปากมดลูกแบบฝังแน่นนานกว่า 6 เดือน มีเพียงร้อยละ 1 ที่เชื้อเอชพีวีกลุ่มความเสี่ยงสูงทำให้เซลล์ปากมดลูกเปลี่ยนเป็นเซลล์ผิดปกติระยะก่อนเป็นมะเร็ง มีเพียง 1 ใน 1,000 ของผู้ที่ติดเชื้อ โดยในทางป้องกันสามารถทำได้หลายวิธีหนึ่งในนั้นคือการฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก หรือวัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูก นอกจากฉีดวัคซีนแล้วยังมีวิธีป้องกันแบบอื่น ๆ อีกดังนี้

1.  ฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกป้องกันการติดเชื้อเอชพีวี ร่วมกับใช้ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์

2. หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร คู่นอนหลายคน สูบบุหรี่ โรคติดเชื้อเอชไอวี (human immunodeficiency virus, HIV)

3. ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก อย่างสม่ำเสมอเพราะมะเร็งปากมดลูกระยะเริ่มแรกนั้นไม่มีอาการแต่สามารถตรวจพบได้ด้วยการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกพร้อมการตรวจภายในประจำปี

4. เมื่อพบเซลล์ผิดปกติ หรือตรวจพบรอยโรคก่อนเป็นมะเร็งต้องรับการรักษาและตรวจติดตามอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดมะเร็งปากมดลูกในอนาคต

                  นอกจากการฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกป้องกันการติดเชื้อเอชพีวีแล้ว เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดควรทำร่วมกับการตรวจคัดกรองเป็นประจำ โดยวิธีการตรวจมีทั้งหมด 3 วิธี คือ 1).การตรวจ Pap smear เป็นการใช้ไม้พายเล็ก ๆ เก็บเนื้อเยื่อบริเวณปากมดลูกเพื่อนำไปตรวจในห้องปฏิบัติการ ซึ่งการตรวจมะเร็งปากมดลูกวิธีนี้จะมีความแม่นยำประมาณ 50% 2).การตรวจ ThinPrep เป็นการใช้อุปกรณ์เฉพาะในการเก็บเซลล์บริเวณปากมดลูก ก่อนใส่ลงในขวดน้ำยาตินเพร็พเพื่อนำส่งห้องปฏิบัติการต่อไป ซึ่งวิธีนี้จะมีความแม่นยำประมาณ 90-95%  3).การตรวจ ThinPrep + HPV DNA Test วิธีนี้เป็นการตรวจที่มีความแม่นยำสูงที่สุด เพราะเป็นการตรวจหาเซลล์มะเร็งปากมดลูกร่วมกับการตรวจดีเอ็นเอของเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์ที่มีความเกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูก ซึ่งหากตรวจแล้วไม่พบว่ามีการติดเชื้อ ก็สามารถมั่นใจได้ถึง 99% เลยทีเดียว แหละที่นอกเหนือจากสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้แล้วก็อย่าลืมใส่ใจและดูแลตนเองในด้านต่าง ๆ ให้ดีด้วยนะคะ อย่างเช่นการเลือกทานอาหาร เพราะมันก็มีอาหารอยู่หลายชนิดที่สามารถช่วยป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ เช่น แครอท มันเทศ และฟักทอง มีคุณสมบัติช่วยต้านการเกิดเซลล์มะเร็ง เนื่องจากเป็นผัก-ผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ หรือเบต้าแคโรทีนที่สามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอเมื่อถูกดูดซึมเข้าร่างกายได้ และก็ยังมีผักอื่น ๆ อีกมากมาย อย่าง มะละกอ  ทับทิม  ชาเขียว  ถั่ว ผักใบเขียว  บรอกโคลี  กะหล่ำ  โฮลเกรน  หอม กระเทียม  สาหร่ายทะเล และกรดไขมันโอเมก้า 3 เป็นต้น ยังไงก็อย่าลืมลองหามาทานกันบ้างนะคะทุกคนเพื่อสุขภาพที่ดีต่อตัวเองค่ะ
#วัคซีนมะเร็งปากมดลูก




 

Create Date : 02 เมษายน 2564
0 comments
Last Update : 2 เมษายน 2564 15:58:22 น.
Counter : 242 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

space

BlogGang Popular Award#17


 
สมาชิกหมายเลข 4738180
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 4738180's blog to your web]
space
space
space
space
space