การดูแลผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต

           อัมพฤกษ์ อัมพาตเป็นโรคที่น่ากลัวในกลุ่มผู้สูงอายุ เพราะวัยนี้เป็นวัยที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคทางสมองมากกว่าวัยอื่น หากเป็นแล้วจะทำให้เกิดอาการแขนขาอ่อนแรง ขยับตัวไม่ได้ เสี่ยงต่อการเป็นผู้ป่วยติดเตียง และยังเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในอันดับต้นๆ แม้โรคนี้จะเป็นโรคที่ดูน่ากลัวแต่เราสามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ และควรทำความเข้าใจโรคนี้เพื่อให้ตัวเรา และคนในครอบครัวห่างไกลจากโรคร้ายนี้ด้วย และวันนี้เราจะมีบอกวิธีการดูแลผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ว่าต้องดูแลแบบไหนบ้างมาดูกันเลยครับ
 
การฝึกฝนให้ผู้ป่วย
           คือการฟื้นฟูผู้ป่วยที่เจ็บป่วยเรื้อรังหรือฉับพลัน เพื่อลดอาการความพิการ หรือป้องกันความพิการให้ได้มากที่สุด เพื่อการใช้ชีวิตให้เป็นปกติที่สุด และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ผู้ป่วยที่สามารถเข้ารับการฟื้นฟูได้ ได้แก่ ผู้ป่วยระบบประสาท ระบบสมอง กล้ามเนื้อและกระดูกรวมไปถึงหัวใจและปอด สำหรับผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาตจัดเป็นอาการป่วยทางสมอง ซึ่งมีสาเหตุมาจากเส้นเลือดสมองตีบหรือแตก ทำให้อ่อนแรงบางส่วนหรือขยับร่างกายไม่ได้เลยทั้งร่างกาย นอกเหนือจากการขยับร่างกายก็อาจมีในเรื่องของอาการชา พูดจาไม่รู้เรื่อง ฟังไม่เข้าใจ หรือมีปัญหาเรื่องการกลืน รวมถึงการหมดสติส่วนของแขน จะฝึกเพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหวและทิศทางของแขน โดยจะเน้นในเรื่องของการเหยียดมากที่สุด เพราะคนไข้มักจะมีปัญหาในเรื่องของการเหยียด ส่วนการเดินจะฝึกในท่าเดินที่ถูกต้อง และมีการเน้นในเรื่องของจำนวนครั้ง ยิ่งฝึกมากเท่าไรก็จะยิ่งดีขึ้น บางครั้งอาจมีการใช้เครื่องช่วยในการบำบัดด้วย ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของนักกายภาพ โดยวิธีการฝึกจะมีความหลากหลายอย่างมาก ขึ้นอยู่กับอาการที่เป็นและระดับความรุนแรง
 
สำหรับการดูแลผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาตเมื่ออยู่บ้าน
​​​​​​​           ญาติผู้ป่วยอาจต้องคอยดูแลในเรื่องของการนอนไม่ให้ทับเส้น และต้องคอยพลิกตะแคงตัวให้ผู้ป่วยเป็นระยะๆ แต่ถ้าผู้ป่วยเริ่มตะแคงตัวเองได้แล้ว ก็ควรตะแคงด้วยตนเอง
 
สำหรับการฟื้นฟูผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาตผลลัพธ์ที่ได้คือ
​​​​​​​           ช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น สามารถช่วยตนเองได้มากขึ้นเท่านั้น อาจไม่ถึงขั้นกลับมาเป็นปกติ ส่วนการป้องกันการเกิดโรค เนื่องจากโรคอัมพฤกษ์อัมพาตมีปัจจัยหลายอย่าง ทั้งในเรื่องของอายุที่เพิ่มมากขึ้น เพศ โรคประจำตัว การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เป็นต้น ดังนั้นการป้องกันคือควรควบคุมในเรื่องของปัจจัยที่สามารถควบคุมได้ เช่น ดูแลในเรื่องของโรคประจำตัวอย่างเคร่งครัด ปฏิบัติตนตามที่แพทย์สั่ง หลีกเลี่ยงการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยลงได้



Create Date : 16 ธันวาคม 2564
Last Update : 16 ธันวาคม 2564 16:59:12 น.
Counter : 358 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สมาชิกหมายเลข 3883133
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



ธันวาคม 2564

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
17
18
19
20
21
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog