วิธีดูแลรักษาหมอนรองกระดูกเสื่อมที่ถูกต้อง

           ปวดคอร้าวมาไหล่ เสี่ยง!หมอนรองกระดูกเสื่อม หลาย ๆ คนคงสงสัยว่าภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อมเกิดขึ้นได้อย่างไรวันนี้เราจะมาอธิบายให้เพื่อน ๆ เข้าใจกันครับ หมอนรองกระดูกเสื่อมเกิดจากการใช้งาน และอายุที่มากขึ้น จึงมักพบในผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 25 ปี ขึ้นไป ส่วนในกลุ่มที่มีอายุน้อยกว่า มักเกิดจากปัจจัยเสี่ยงพิเศษอื่น ๆ เกิดได้ทั้งบริเวณคอและเอวส่วนมากจะพบที่ระดับ C5-6 และที่เอวจะพบที่ระดับ L4-5 หรือ L5-S1 อาการที่แสดงถึงภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อมคือผู้ป่วยจะมีอาการปวดรอบ ๆ ต้นคอร้าวมาไหล่ 1 หรือ 2 ข้าง ส่วนที่เอวจะมีอาการปวดหน่วง ๆ รอบ ๆ เอว มักเกิดเมื่อเฉพาะนั่งทำงานนาน ๆ ยืนนาน เดินนาน โดยมีอาการปวดร้าวมาแขน หรือขา ถ้าทำ MRI จะพบว่าหมอนรองกระดูกมีสีดำ (Dark Disc)

วิธีดูแลรักษาหมอนรองกระดูกเสื่อมที่ถูกต้อง
           - การรักษาโดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด การรักษารักษาหมอนรองกระดูกเสื่อม คือการทานยา การทำกายภาพบำบัด การออกกำลังกายบริหารที่ถูกต้อง และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการทำงาน การเล่นกีฬา
           - การรักษาหมอนรองกระดูกเสื่อม โดยวิธีการผ่าตัดมี 2 วิธี คือ การเชื่อมข้อกระดูกสันหลัง (Fusion) ซึ่งทำโดยการใส่สกรู (ทำด้วยโลหะ Titanium) ยึดระหว่างกระดูกสันหลังและปลูกกระดูกไว้รอบ ๆ หรือใช้กล่องใส่กระดูกสอดเข้าแทนหมอนรองกระดูก และวิธีการใช้หมอนรองกระดูกเทียม (Total Disc Replacement) ซึ่งทำจากโลหะผสม โดยบางชนิดจะมีส่วนที่เป็นพลาสติกอยู่ ตรงกลางการผ่าตัดโดยใช้หมอนรองกระดูกเทียม เป็นวิธีที่นิยมสำหรับระดับคอมากกว่าเอว ส่วนการรักษาโดยใช้ Laser คลื่นความถี่สูง (Radio Frequent) ขดลวดความร้อน (IDET) อาจนำมาใช้ในรายที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาโดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด แต่ผลของการรักษา โดยวิธีดังกล่าวนี้ ได้ผลเพียงชั่วคราว บางรายอาจรักษาโดยนักจัดกระดูก (Chiropractor) สามารถ ใช้ในการรักษาอาการปวดหลัง หรือคอ ในกรณีไม่มีอาการทางระบบประสาท แต่ถ้ามีอาการปวดแขน หรือขาอ่อนแรงลง ควรส่งให้แพทย์เฉพาะทางทำการรักษาต่อไป
           - การรักษารักษาหมอนรองกระดูกเสื่อมด้วยวิธี จี้ด้วยคลื่นความถี่ (Radio Frequency) วิธีการจี้หมอนรองกระดูกสันหลังด้วยคลื่นความถี่นี้ สามารถทำได้กับคนไข้บางคนเท่านั้น ก่อนที่ทำการรักษา ต้องทำการ X-ray Computer เพื่อตรวจดูว่าหมอนรองที่เคลื่อนออกมานั้น มีลักษณะการเคลื่อนเป็นแบบไหน เพราะวิธีการจี้เหมาะสำหรับคนไข้ที่หมอนรองกระดูกเคลื่อนที่ยังไม่ได้หลุดออกมาเป็นชิ้น โดยหัวจี้จะมีขนาดบางเท่ากับเหรียญบาท จี้ไปตรงตำแหน่งหมอนรองที่มีการเคลื่อนออกมา แล้วปล่อยคลื่นความถี่เข้าไปสลายตัวเนื้อเยื่อของหมอนรองให้หดตัวลง หลังการรักษาส่วนใหญ่อาการคนไข้ดีขึ้นประมาณ 70% อาการปวดร้าวตามเส้นประสาทจะลดน้อยลง ใช้เวลารักษาประมาณ 20-30 นาทีเท่านั้น และใช้เพียงการฉีดยาชา สามารถทำการรักษาแบบ One Day Case ได้ ไม่จำเป็นต้องนอนพักที่โรงพยาบาล

           หลังการรักษาหมอนรองกระดูกเสื่อม แพทย์แนะนำให้ใส่ Support อย่างน้อยประมาณ 1 เดือน เพื่อให้แผลภายในหายสนิทก่อน หลังจากนั้นจึงแนะนำให้คนไข้เริ่มทำการบริหารกล้ามเนื้อ เพราะกล้ามเนื้อหน้าท้องกับกล้ามเนื้อสันหลังเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยยึดพยุงกระดูกสันหลัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโอกาสที่จะกลับมาเป็นอีกได้ และหลังจากรักษาหายแล้ว ไม่ควรยกของหนัก หรือนั่งนาน ๆ เพราะจะมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำอีก ตามสถิติพบว่าโอกาสที่จะกลับมาเคลื่อนซ้ำได้ประมาณ 5% พบบ่อยในช่วง 3 เดือนแรก
 

 



Create Date : 19 มีนาคม 2564
Last Update : 19 มีนาคม 2564 16:32:25 น.
Counter : 181 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สมาชิกหมายเลข 3883133
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



มีนาคม 2564

 
1
2
6
7
8
10
11
12
13
14
15
16
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
31
 
 
All Blog