Group Blog
All Blog
|
สลับลายคดีรัก ตอนที่ 6 หน้า 3 “ผมมารบกวนคุณแม่นานแล้ว เห็นทีจะลากลับแล้วครับ” แม่ตาได้แต่พยักหน้า แอบมองหน้าพิชญา แล้วบอกแม่อิ่มไปแพคคุกกี้มาให้ทั้งสอง “เดี๋ยวเอาคุกกี้ไปทานด้วย” พิชญาหันมายิ้มอย่างดีใจ “ขอบคุณค่ะคุณแม่” เธอพนมไหว้ขอบคุณ “ถ้าว่างก็มาเล่นกับโมน่าอีกนะ” แม่ตาเอ่ยบอกเธอ พิชญายิ้ม “ค่ะ” กิติเทพได้แต่เงียบและอึ้งๆ เกินคาดหมายของเขา ที่แม่ตาชวนพิชญามาเที่ยวที่บ้านอีก เขาเข้าใจว่านางจะยังสะเทือนใจเรื่องลูกสาวอยู่ จนเขาเองก็พลอยอึดอัดไม่กล้าชวนคุยอะไรก็ตาม สายตาที่เขาเห็นแว๊บแรก ก็เหมือนยังมีความโกรธเคืองพิชญา แต่ด้วยความที่เป็นผู้ใหญ่นางย่อมเก็บอาการได้ แม้ทุกคนยังไม่รู้ว่าเหตุการณ์วันนั้นมีข้อเท็จจริงยังไงก็ตามที เขาคิดว่าไม่ควรที่จะอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้อีกนานเกินไป ทั้งสองไหว้ลาผู้สูงวัย นางเดินออกมาส่งที่รถ มองทั้งสองจากไปแล้ว กลับเข้าบ้าน หยิบรูปลูกสาวคนเล็กมาดู แม่อิ่มเอาน้ำชามาวางไว้ให้ “อดคิดถึงมิลินไม่ได้เลย” แม่กอดรูปเอาไว้ น้ำเสียงอันแสนสะเทือนใจ และสีหน้าที่สลดอย่างมากมาย แม่อิ่มเอามือเตะที่ตักแม่ตาเบาๆ เป็นการปลอบ ไม่รู้ว่าจะหาถ้อยคำใดมาปลอบนายตัวเอง ทุกคนต่างเสียใจ และไม่มีวันที่จะทำใจได้กับการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักยิ่งก่อนวัยอันควร อยคำแม้มันจะดีปานใด ก็ไม่อาจจะเยียวยาหัวใจที่แหลกรานนี้ได้อย่างแน่นอน “คุณนาย พรุ่งนี้เราเอาคุกกี้ใส่บาตรดีไหมค่ะ คุณหนูชอบคุกกี้ที่คุณนายทำนะคะ” เป็นทางออกที่ดีที่สุดที่แม่อิ่มจะหาคำพูดปลอบใจเจ้านายของนาง แม่ตาหันไปพยักหน้าให้แม่อิ่ม พอออกจากบ้านแม่ตามาแล้ว พิชญาก็อดไม่ได้ที่จะถามกิติเทพ “ทำไมแม่ตาหน้าเครียดจัง จนฉันรู้สึกว่าแกกำลังโกรธฉันอยู่เลย” “ฮืม” “ดูเหมือนท่าจะใจดีนะ แต่ก็น่ากลัวดุๆ” “ฮืม” “ฉันยังแปลกใจเลยว่าท่านเหมือนไม่ชอบหน้าฉัน แต่ทำไมชวนไปบ้านอีก” ทั้งที่ดูหน้าตาตอนนั้นเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจอย่างหนึ่งคือ พิชญาเก็บรายละเอียดคนรอบกายได้ดีทีเดียว ซึ่งคือสิ่งที่แตกต่างจากพิชญาคนเดิมที่มีเพียงศีรษะให้ผมงอก เธอนอกจากจะคิดอะไรไม่ได้แล้ว ยังไม่มีความเฉลียวฉลาดใดๆ คำพูดแต่ละอย่างออกมาจากสมองส่วนน้อยๆ ที่ไม่เคยผ่านการกลั่นกรองการวิเคราะห์ กิติเทพหันมามองเสี้ยงหน้าน้อยๆ ที่หันมาสบตาเขาเช่นกันอย่างสงสัย “คุณอยากรู้เหรอ ถ้ารู้แล้วคุณอาจจะไม่กล้ามาที่นี่อีกก็ได้นะ” เขาพูดเกริ่นแล้วหันไปมองทางตามเดิม “ทำไมล่ะ?” ยิ่งเพิ่มความสงสัยให้พิชญา “คนอย่างคุณ จะรู้สึกอะไรได้?” “เอาอีกแร่ะ!!” เธอชักจะรู้ว่าความเยิ่นเย่อกำลังจะมา กิติเทพชายหางตาอย่างไม่เข้าใจสิ่งที่เธอสถบ “คุณมันพวกไร้สำนึก ไม่เคยเข้าใจหัวใจคนอื่น ไม่เคยเอาใจใส่คนอื่น นอกจากความต้องการของตัวเอง” เขาพูดเสียงกดดัน พิชญามองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ “นี่คุณด่าฉันเหรอ?” เธอถามหน้าตาตื่น “เรื่องแค่นี้คุณยังคิดไม่ได้เลย” “แล้วฉันไปทำอะไรไว้ล่ะคะ ถึงได้กลายเป็นคนไม่มีสำนึก ไม่คิดถึงความรู้สึกของคนอื่น?” เธอถามเขาอย่างอยากรู้ กิติเทพหันมามองแว๊บหนึ่ง การเป็นคนช่างซักไซร้ ก็เป็นสิ่งที่เขาได้พบเจอใหม่จากพิชญา เธอเถียงคำไม่ตกฟาก ถามเอาความจริงอย่างไม่หวาดกลัวหัวหดเหมือนเมื่อก่อน แถมคำพูดคำจาก็ดูโผงผาง ไม่นิ่มนวลเหมือนเคย “คุณคือคนสุดท้ายที่อยู่บนดาดฟ้าเรือกับมิลิน” เขาบอกเธอเสียงเรียบ พิชญานิ่งไปครู่ใหญ่ พยายามใช้ความคิดหลายๆ อย่างเพื่อวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เธอเจอมา “เป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับมิลิน แล้วหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น?” เธอถามต่อ กิติเทพ หันมามองอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจว่าเขาไม่ควรบอกกับพิชญาเรื่องนี้ เพราะอาจจะทำให้เธอตื่นตูม และรู้ตัวก่อนที่เขาจะได้ความจริง “ไม่มีใครรู้หรอก” เขาตอบสั้นๆ แต่คราวนี้เขาได้เห็นแววตาและสีหน้าพิชญาดูเครียดไป “คิดว่าฉันจะเป็นคนผลักมิลิน ตกน้ำไปอย่างนั้นเหรอ จะเป็นไปได้ไง เขาว่ายน้ำเป็น” พิชญาตอบเขา แต่กลับทำหน้าครุ่นคิดเสียเอง กิติเทพหันมามองคิ้วขมวด หากเธอความจำเสื่อมจริงทำไมถึงจำได้ว่ามิลินว่ายน้ำเป็น “เพราะคุณรู้ว่าเขาว่ายน้ำเป็นเลยจงใจผลักเขาเหรอ?” พิชญาทำหน้าคิดอะไรสักอย่างไม่ได้สนใจจะตอบเขา ยิ่งทำให้ชายหนุ่มโกรธเธอเข้าใจใหญ่ พอถึงแยกรถติดไฟแดง เขาหันมามองพิชญาด้วยสีหน้าที่พร้อมเอาเรื่อง “คุณจงใจผลักเขาใช่ไหม?” พิชญามองเขาด้วยสายตางงๆ “ผลักอะไร ฉันไม่เห็นจะจำได้เลย” สีหน้า ท่าทาง เหมือนคนไม่รู้เรื่องจริงๆ ตอบเขา ทั้งสองมองหน้ากัน “แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าเขาว่ายน้ำเป็น?” ชายหนุ่มยังคาดคั้นต่อ “สมัยนี้ใครก็ว่ายน้ำเป็นไหม ขนาดเด็กๆ ยังถูกเอาไปหัดว่ายน้ำตั้งแต่ 3 เดือนเลย คุณไม่เคยดูติ๊กต๊อกหรือไง โลกอินเตอร์เน็ตมีทุกอย่าง ไม่เห็นเปิดโลก ไปส่องดูบ้างล่ะ แบร่ะ” เธอแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เขา “นี่ๆ ไฟเขียวแล้วไปสิๆ” เธอหันไปมองไฟแล้วบอกเขา เสร็จแล้วก็ร้องเพลงต่อ กิติเทพหายใจแรงด้วยความโกรธ เรื่องของมิลินมันทำให้จิตใจเขาอ่อนไหวนัก พูดนิดเดียว เขาก็ระงับโทสะไม่ได้ แต่กับคนที่ยั่วเขาตรงหน้านิ้สิ ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน แล้วยังร้องเพลงวัยรุ่นไม่รู้เรื่องอะไรนี่อีกล่ะ อะไรก็แปลกไปหมด หรือนี่เธอกำลังทำตัวเพื่อปกปิดความผิดของตัวเอง การที่เธอพาเขามาเส้นทางที่เขาไม่รู้จัก แต่เธอรู้จัก ก็แสดงว่า เธอไม่ได้ความจำเสื่อม เรื่องนี้เขาจะต้องหาความจริงให้ได้ “คิดจะปกปิดความจริงหรือไง?” “ความจริงอะไร?” “คุณจะแกล้งความจำเสื่อม ให้ผมเชื่อว่า คุณไม่รู้เห็นเหตุการณ์บนเรือวันนั้นเหรอ?” “แล้วคุณเห็นอะไรล่ะ?” คำตอบ เหมือนคนไม่ได้ความทรงจำเสื่อมสักนิดเดียว เธอตอบโต้ได้อย่างรวดเร็ว แล้วยังมีความฉลาดในการใช้คำพูด แม้บางครั้งเขาจะรู้สึกว่าไม่ใช่พิชญา แต่บางครั้งเขาก็จับได้ว่าเธอต้องการเบี่ยงเบนความจริง “คุณต้องการให้ทุกคนเชื่อว่าคุณไม่ได้ทำร้ายมิลินบนดาดฟ้า” “ฉันจะทำร้ายเขาได้ไง เขาออกจะแข็งแรง” “แล้วคุณจำอะไรเกี่ยวกับเขาได้” ในเมื่อคุยแล้วมีแต่เบี่ยงเบน ลองถามหาข้อมูลความทรงจำบ้าง “ฉันก็จำอะไรไม่ได้นะ ฉันยังจำคุณไม่ได้เลย แต่ก็คุ้นๆ ชื่อ เหมือนเคยเรียก” “ถ้าคุณจำอะไรไม่ได้ ทำไมคุณจำทางมาบ้านเขาได้” สิ่งที่เขาสงสัยและข้องใจมาตลอดทาง “เหมือนฉันเคยขับรถผ่านมาทางนี้” “มากี่ครั้ง” “ฮืม....ก็บ่อยนะ” การคุยลักษณะนี้น่าจะเป็นการดีกว่า อาจเป็นการช่วยกระตุ้นความทรงจำ มันจะดูมีผลมากกว่าการพูดแบบบีบคั้น ยังไงก็ดูพิชญาไม่น่าจะคิดอะไรออก แต่บางทีก็เหมือนเธอแกล้งเขาทำเหมือนคนความจำเสื่อม ทำหน้าซื่อๆ ตาใส เบี่ยงประเด็น บางทีก็เหมือนจำอะไรได้บ้าง บางทีก็เหมือนเป็นเป็นคนแปลกหน้า สรุปแล้ว เธอเป็นใครกันแน่ กิติเทพ ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ รอเวลาที่จะพิสูจน์ความจริง
![]() ![]() โดย: หอมกร
|
unitan
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]![]() Link |



ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [