ตุลาคม 2564

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
22
23
24
25
27
28
30
31
 
 
All Blog
หนู นี่ แหล่ะ คือ เทพเจ้า ตอนที่ 3 หน้า 3
“เอาล่ะ ทวดจะเล่าให้เจ้าฟัง ในเรื่องของเทพ สัตว์เทพ และภูติพราย”


ทวดเริ่มเอ่ย


เปิ้ลหันมามองหน้าคนางค์ที่จ้องทวดไม่กระพริบอย่างใคร่รู้
เขาเองก็ไม่เคยรู้เรื่องแบบนี้มาก่อน เลยสนใจทวดเล่าเช่นกัน


“ ในอดีตกาลหลายร้อยพันปี ก่อนที่จะมีมนุษย์อาศัยอยู่ในภูเขาลูกนี้ ณ ที่นั้น มีประตูอยู่ 2 ฝั่ง ฝั่งหนึ่งเปิดไปสู่เมืองภูติพราย อีกฝั่งเปิดไปสู่เมืองแห่งเทพ เทพและภูติพราย แบ่งดินแดนกันอย่างชัดเจน โดยมีภูเขาลูกนี้กั้นเอาไว้”


“เหล่าเทพนั้น มีลำดับขั้น เทพชั้นสูง เทพสถิต และเทพพิภพ ท่านเทพมีรูปร่างที่แตกต่างกันออกไป บางรูปเป็นสัตว์ บางรูปมีหน้าตาเป็นคนรูปร่างเป็นสัตว์ บางรูปที่มีตะบะแก่กล้า จะมีร่างกายทิพย์ที่เป็นรูปเหมือนมนุษย์”


“เทพชั้นสูงนั้น เกิดแต่ใดไม่มีใครรู้ได้ แต่เป็นเทพที่ควบคุม ดิน น้ำ ลม ไฟ และเป็นเทพที่ยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามนัก เป็นที่เคารพยำเกรงแก่เหล่าเทพชั้นล่างลงมา มีอิทธิฤทธิเนรมิตรได้ดั่งใจทุกอย่าง  เทพชั้นสูงเป็นเทพที่บำเพ็ญเพียรจนตะบะแก่กล้าแล้ว มีอิทธิฤทธิ์ ส่วนเทพสถิต เป็นเทพที่สถิตอยู่ตามสถานที่ต่างๆ เพื่อปกป้องสถานที่ สำคัญ ส่วนเทพพิภพ คือเทพที่อยู่ตามหมู่บ้านที่คอยปกปักรักษาเราเฉกเช่นลูก เหมือนที่บ้านของเราไงล่ะ”


“ส่วนสัตว์เทพนั้น เป็นสัตว์ที่เกิดแต่ป่าหิมพานต์ และสัตว์บนเขาประตูสวรรค์ ที่เฝ้าเพียร ฝึกจิตและสร้างตะบะให้แก่กล้าจนจิตเข้าถึงญาณ ก็จะเกิดกายทิพย์ มีรูปร่างเป็นสัตว์หัวเป็นคน บ้างมี หัวเป็นสัตว์ มีอิทธิฤทธิ์เช่นเดียวกับเทพ”


“และสัตว์เทพที่เกิดแต่ชิ้นเนื้อของท้าวเทวะ เพื่อเป็นพาหนะของท่านซึ่งที่พบพานมีไม่กี่องค์แล้ว บางองค์ได้ละสังขารไปตามกาล”


ทั้งสองตั้งใจฟังทวดเล่าเรื่องราวนิทาน มันเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องเล่าสุดจะคาดเดาได้


“เทพก็มีละสังขารด้วยเหรอคะ”


คนางค์สงสัย



“ใช่แล้วล่ะ เมื่อญาณของท่านถึงที่สุดแล้ว จะมิเวียนว่ายตายเกิดอีกเลย”



“แล้วแบบนี้ใครจะคอยคุ้มครองเราล่ะคะ”



เปิ้ลหันไปมองคนางค์ เหตุใดเพื่อนสาวถึงได้ดูจริงจังกับเรื่องที่ทวดเล่า เขายังคิดว่าทวดกำลังเล่านิทานให้ฟัง



“เหล่าเทพนั้นมิเคยทอดทิ้งลูกหลานมนุษย์อย่างเรา ที่ได้ทำสัญญากับเทพเอาไว้ เมื่อเรา รำลึกบูชาถึง พวกท่านก็จะคอยปกปักรักษาเราเอาไว้”


“ท่านเทพเหล่านั้นจะสถิตอยู่ทุกเมื่อมีแรงศรัทธาและผู้มีดวงจิตใสสะอาดเช่นเทพจะสามารถอัญเชิญเทพลงมาประทับร่างได้”


“อ้อ...เหมือนทวดใช่ไหมคะ?”


“ใช่แล้ว แล้วเทพรักษา เป็นเทพชั้นไหนคะ”


“เทพรักษา เป็นได้ทุกชั้นเทพ อยู่ที่ว่า มนุษย์ผู้นั้นมีดวงจิตที่แก่กล้าสามารถเชิญเทพได้ชั้นไหน?”


“และเหล่าภูติพรายล่ะคะ”



“เหล่าภูติพราย คือดวงวิญาณที่คอยกัดกินและทำร้ายมนุษย์ ว่ากันว่า หลังจากที่ทั้งสองเมืองอยู่อย่างแบ่งแยกกันมาหลายร้อยพันปี จนกระทั่งมนุษย์ได้เกิดขึ้นมา มนุษย์นั้นมีเนื้อหนังมังสา และมีดวงจิต เหล่าภูติพรายไม่มี เลยกัดกินดวงจิตของมนุษย์เป็นอาหาร หากมนุษย์คนไหนหลงผ่านประตูภูติพรายไปแล้ว ก็ไม่มีโอกาสที่จะได้พบเขาอีก”



“ประตูภูติพรายอยู่ที่ไหนคะ?”


“ทวดก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เท่าที่ได้ยินมา คืออยู่ในที่ลึกใจกลางความมืดมิด ต่ำจากประตูสู่เทพหลายพันโยชน์”


“แล้วประตูของเทพล่ะคะ”



“ประตูของเทพนั้น อยู่บนเขาสูง มีวิหารตั้งตะหง่าน เบื้องหลังเมื่อผ่านเข้าไปแล้วจะพบกับป่าหิมพานต์ หากผู้ใดที่มีจิตดั่งเทพก็จะมองเห็นและสามารถเข้าไปได้ แต่คนธรรมดาก็มิอาจมองเห็นได้”



“แล้วเทพมาที่เมืองมนุษย์ได้เหรอครับ”



“ได้สิ เพราะเทพคอยรักษาพวกเราอยู่”


“หมูบ้านของเราคือตรงกลางระหว่างประตูภูมิพรายและประตูสวรรค์”


“เมืองของเทพเรียกว่าสวรรค์จริงๆ เหรอคะ ทำไม่ถึงได้เรียกว่าแบบนั้นคะ”


“มันเป็นชื่อที่เรียกต่อกันมา สวรรค์เปรียบเหมือนดินแดนของเทพผู้มีจิตใจใสสะอาด มิมีโลภ โกรธ หลง และความรัก”



คนางค์ทำหน้าสงสัย


“จริงเหรอ..หนูดูซีรี่ย์อินเดีย พระอิศวร ท่านมีชายานะคะ.”

คำถามนั้นผุดขึ้นมาอัตโนมัติ



“ทวดก็ไม่รู้เหมือนกัน ฮ้าๆๆๆ”



“อ้าว...”


ทั้งสองร้องพร้อมกัน



“ณ ดินแดนสวรรค์ เทพชั้นสูงมีร่างทิพย์ อิ่มทิพย์ และอาศัยอยู่ในวิมานที่เต็มไปด้วยมวลดอกไม้ มีกลิ่นกายหอมจิตใจที่ใสสะอาด วิหารแต่ละองค์นั้น สวยงามราววิมานแก้ว 7 สี ”



“ทวดเคยไปเหรอคะ”



“เปล่าหรอก ทวดก็จินตนาการเอง ฮ้าๆๆ”


ทวดหัวเราะชอบใจ



เปิ้ลกับคนางค์แทบหงายหลัง เรื่องที่เล่ามาเมื่อครู่เป็นเรื่องเล่าหลอกเด็กอย่างนั้นหรือ



“เหอะ งั้นเทพมังกรก็ไม่จริงใช่ไหมคะ?”



“เจ้าเด็กโง่”


เสียงทุ้มอีกฝ่ายดังมาจากเบื้องบน




“เอ๊ะ...เป็นเรื่องจริงเหรอ เทพมังกรท่านจะไปกับหนูจริงๆ เหรอ”


คนางค์ถามอีกฝ่าย



เจ้าเด็กโง่ เจ้าทำสัญญาเทพกับข้าแล้ว เจ้าอยู่ที่ใด ข้าก็ต้องอยู่ที่นั่น”



“แต่หนูไม่ใช่ร่างทรงนะ”



“แกคุยกับใคร?”


เปิ้ลถามอย่างสงสัย เพราะตอนนี้ทวดเข้าญาณไปเรียบร้อยแล้ว
คนางค์หันไปมองเปิ้ลที่เริ่มมองเธอหวาดๆ



“แกมองไม่เห็นเทพมังกรใช่ไหม?”



เปิ้ลส่ายหน้า



เทพมังกรปรากฏกายในเกวียน ตัวเท่าเด็ก 10 ขวบ



“อ้าว ทำไมตัวเหลือเท่านี้”


คนางค์เอ่ยอย่างตกใจ



“นี่แกไม่เห็นเหรอ นี่ไงเทพมังกร”


คนางค์หันไปเขย่าแขนเปิ้ล



เปิ้ลส่ายหน้า



“เจ้านั่นเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา มิอาจจมองเห็นข้าได้”



“แล้วทำไมคนธรรมดาถึงมองไม่เห็นท่านคะ”


เพราะดวงจิตเขามิใสสะอาด”



“เปิ้ลแกเป็นอะไร?”


คนางค์หันมาหาเปิ้ลที่ขยับหนีเธอไป



“แกพูดกับใคร คนางค์แกโดนผีเข้าหรือเปล่า?”



“อิอิ..กล้วล่ะสิแกน่ะ ฮ้าๆๆๆ”


พูดเสร็จก็กระโจนเข้าไปกอดเปิ้ลเพื่อที่จะแกล้งเขา แล้วนอนหนุนตัก



“แก.....ฮืม...”


เขามองหน้าใสที่นอนแนบกับตักเขา



พลันหน้าแดง ก่อนจะตบหลังกล่อมเธอเบาๆ



เทพมังกรมองกิริยาเปิ้ลอย่างสงสัย แต่ก็มิได้ใส่ใจอะไร ได้แต่มองใบหน้าสดใสของคนางค์ที่หลับไปแล้ว


“เจ้าจะเป็นนายของข้าอย่างนั้นหรือ มนุษย์น้อย เจ้าเป็นใครกัน”

 



Create Date : 21 ตุลาคม 2564
Last Update : 21 ตุลาคม 2564 18:44:39 น.
Counter : 167 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร

  
โดย: หอมกร วันที่: 21 ตุลาคม 2564 เวลา:20:53:14 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17



unitan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]