กันยายน 2568

 
2
3
4
6
7
8
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
23
24
25
27
28
29
30
 
 
All Blog
สลับลายคดีรัก ตอนที่ 5 หน้า 2
“จะอรัมพบทอะไรเยอะ ฉันแค่ถามว่า ไม่รักฉัน ทำไมถึงแต่งงานกับฉัน แต่นี้ จะไปรื้อเรื่องเก่ามาพูดทำไม ฉันไม่รู้เรื่องด้วยหรอก ถ้าเรื่องเก่ามันแก้ไม่ได้ เราก็แค่แก้ปัจจุบันเท่านั้นเอง ก็แค่บอกมาว่าทำไม”

กิติเทพอึ้งไปครู่ใหญ่ ไม่คิดคาดคิดว่าเธอจะกล้าพูดกับเขาเช่นนี้

“แล้วลืมไปแล้วจริงๆ เหรอ?”

เขาถามเธอกลับ พิชญาถอนหายใจอย่างอ่อนใจ ก่อนจะถือวิสาสะกระโดดขึ้นไปนอนที่เตียง กะว่าจะนอนฟังเขาร่ายต่อยาวๆ

“คุณจะมานอนเตียงผมไม่ได้นะ”

เขากระโจนเข้ามากะจะดึงเธอออกไปอย่างตกใจ เขาไม่ต้องการให้พิชญามานอนบนที่นอนของเขา แต่กลายเป็นว่าขาพันกับผ้าล้มลงไปทับเธอเข้า ทำเอาตกใจไปทั้งคู่ เขารีบดีดตัวออก พอตั้งตัวได้ก็ฉุดเธอลุกนั่ง

“ออกไปๆๆๆ”

เขารีบดึงเธอออกไปจากห้อง
พิชญาโดนโยนออกไปจากห้องอย่างหัวเสีย

“อะไรว้า ยังไม่ได้คำตอบเลย ตาแก่นี่ เยิ่นเย้อ พิรี้พิไรอยู่ได้ แค่เตียงก็หวง ไม่อยากนอนด้วยหรอก”

พูดแล้วก็สะบัดหน้ากลับห้อง

เช้าวันต่อมา เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากันที่โต๊ะทานข้าว กิติเทพมองตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อยืดกางเกงยีนส์ หน้าใสๆ ไม่แต่งแต้มเครื่องสำอางค์ปล่อยผมยาวสยาย หนีบกิ๊บดาวเล็กๆ เขาไม่เคยเห็นลุคนี้ของพิชญาเลยตั้งแต่รู้จัก สาวสังคม ที่แต่งแต่งตัวโฉบเฉี่ยวดัวยเสื้อผ้าหรูหราราคาแพงมาสวมใส่ก่อนออกจากบ้านเสมอ แบบนี้ดูเรียบๆ ง่ายๆ บ้านๆ ไม่ใช่สิ่งที่เธอจะทำได้ลง แม้จะทำใจยาก กับการเปลี่ยนไปคนละขั้ว แต่ก็ดูสบายตาดีไม่น้อย
พิชญานั่งลงตรงข้ามกินข้าวต้มที่ป้าแมวตักมารอเธอ มองหน้านิ่งเข้มที่จ้องเธออยู่

“นอนไม่หลับหรือไง หน้ายังกะตูด”

วาจาก็อีกล่ะ ไม่รู้ไปเกิดจากที่ใดมา ขืนพาไปพบท่านเจ้าสัวจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเปลี่ยนใจตอนนี้จะทันหรือไม่?

แต่ก็ช่างมันเถอะอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด อะไรที่มันจะสามารถรื้อฟื้นความทรงจำของพิชญาได้เขาก็ควรเร่งทำให้เร็วที่สุด เมื่อเธอฟื้นความทรงจำแล้ว เข้าใจทุกอย่างก่อนหน้านี้ ถ้าจะต้องแยกกันไป ก็ไม่มีเรื่องค้างคาใจกันอีก

พอทานข้าวเสร็จทั้งสองออกจากบ้าน พิชญา เอารองเท้าผ้าใบมาสวม สะพายเป้ เดินตามเขาออกมา

เขาจะต้องปรับตัวให้ชินกับรูปลักษณ์เหล่านี้ให้ได้
วันนี้เขาให้ลุงหวังพักผ่อน และเป็นคนขับรถเอง

“เวลาคุยกับคุณพ่อคุณแม่ คุณควรจะรู้กาลเทศะด้วยนะ อย่าใช้คำพูดที่ดูไม่มีมารยาท”

เขาเริ่มบทครูฝ่ายปกครอง พิชญา หันมามองอย่างงงๆ

“ยังไง ที่ไม่มีมารยาท”

ถามโยกโย้ เขารู้ว่าเธอรู้แต่ก็แสร้งทำเป็นต่อปากต่อคำกับเขา

“พ่อแม่ของคุณไม่ได้ใจดีเหมือนผม”
“นี่มีใครใจร้ายกว่าคุณอีกเหรอ?”

เธอหันมามองแรง ทำเอาคนที่ถูกกล่าวหาว่าใจร้ายเหลือบมองอย่างเคืองๆ

“เวลาจะพูดจะจาอะไรก็ดี ดูกาลเทศะ มีมารยาท รู้ว่าคุยกับผู้ใหญ่ต้องทำตัวยังไง พวกท่านจะจัดการคุณยังไงผมก็ช่วยอะไรไม่ได้นะ”

เขาพูดหน้าเรียบๆ อบรมราวกับครูระเบียบ แต่ก็หากลัวไม่ เบ้ปากใส่เหมือนเคย เหมือนสีซอให้ควายฟัง ควายหรือจะเข้าใจกับโน๊ตต่างๆ ที่เราบรรจงบรรเลง

อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด...เขาได้แต่เตรียมใจเอาไว้เช่นนั้น
กิติเทพแวะซื้อของมาฝากครอบครัวของพิชญา ท่านเจ้าสัวกับคุณนายรู้ว่าลูกเขยกับลูกสาวจะมา ก็รอต้อนรับไม่ได้ออกไปไหน ทันทีที่เห็นบุตรสาวคนเล็กกลับมาบ้านก็สร้างความแปลกตาและแปลกใจกับการเปลี่ยนแปลงไปของเธอ ทั้งสองมองตั้งแต่หัวจรดเท้า ที่ลูกสาวไม่เหมือนเดิม

กิติเทพแอบเรียนทั้งสองท่านว่า พิชญาตกน้ำไป ก็มีอาการสมองเสื่อม จำอะไรไม่ได้ แถมกิริยา การพูดจาอะไรก็เปลี่ยนไปหมด ทั้งสองแม้จะงุนงง แต่ก็พิจารณาลูกสาวตามที่ลูกเขยบอกเอาไว้
พิชญาไหว้พ่อกับแม่ของตัวเองแล้ว ยังไม่พอ นางก็โผเข้ากอดทำออเซาะชอเลาะอย่างน่ารัก ทำเอาคนเป็นแม่กับพ่ออึ้งทำตัวไม่ถูก เพราะที่แล้วมา เจ้าสัวเข้มงวดและดุ จนลูกๆ กลัว ส่วนแม่ ก็เอาแต่บังคับลูกๆ จนไม่มีใครอยากเข้าหา

“คุณพ่อ คุณแม่คะ หนูคิดถึงคุณพ่อคุณแม่จังเลยค่ะ จุ๊บๆ”

การเรียกขานแบบนี้ก็ไม่มีมาก่อน ปกติพิชญาจะเรียกเจ้าสัวว่า เตี่ย และเรียกคุณนายว่า มาม๊ะ แล้วท่าทีออดอ้อน จุ๊บ ซ้ายที ขวาที ทำเอาผู้สูงวัย ได้แต่นั่งมองหน้ากัน

ทำเอาทั้งสองท่านที่วางตัวไม่ถูกรู้สึกเกร็งๆ กับการพบลูกสาวครั้งนี้ ปกติ ลูกสามคน ไม่เคยแสดงความรักกับพ่อแม่เลยสักนิด จะมาพูดจาฉอเลาะอออ้อนกัน เอาใจกัน ไม่ได้ ทุกคนต้องมีระเบียบ วางตัวเองเป็นถูกเข้มงวดและวางกรอบจนดูห่างเหิน แต่พี่ทั้งสองคนนั้น เก่ง ฉลาด ทำธุระกิจตัวเองได้ มีก็แต่ลูกคนเล็กที่ไม่เอาไหน วันๆ เอาแต่ตะลอนเที่ยวไม่ทำงาน เธอจึงโดนดุมาตั้งแต่เด็ก เรียนก็ไม่ตั้งใจเรียน เอาแต่แต่งสวย ออกไปเที่ยว

“คุณพ่อ คุณแม่สบายดีเหรอคะ”

เสียงแจ้วๆ ถามไถ่ไม่หยุด

“ดูหน้าคุณแม่สิ สดใสยังกะสาววัยใสเลย คุณพ่อก็ด้วย ยังหล่ออยู่เลย”

คุณนายถึงกลับยิ้มหน้าบานมองหน้าสามี แล้วหัวเราะชอบใจ กอดลูกสาวเอาไว้

“แม่สบายดี แม่รอหนูอยู่ตั้งแต่เช้าแล้ว นี่ทำกับข้าวที่หนูชอบเอาไว้รอเลยนะ”

นางไม่เคยแทนตัวเองว่าแม่ก็อดเขินไม่ได้

“ดีเลยค่ะ หนูหิวมากเลยนะคะ แม่ หนูอยากกินข้าวฝีมือคุณแม่ทุกวันเลยค่ะ”

กิติเทพมองหน้าตาสดใสของพิชญายามอยู่ต่อหน้าคุณนาย ที่ทำตัวร่าเริงเบอร์นี้ ราวกับเสแสร้ง แล้วคิดถึงคราที่เคยพามาคราวก่อน คุณนายบ่นให้ลูกสาวที่นั่งก้มหน้ากุมมือนิ่งไม่ตอบโต้อะไร เจ้าสัวก็ดุ เข้มจนเธอไม่กล้าแม้จะหายใจ สีหน้าซีดเหลือแค่ 1 นิ้ว มือสั่นเทาซีดเย็นตอนที่มาสัมผัสเขา ยังจดจำได้ดี

“แต่งงานแล้ว ก็รู้จักอยู่บ้านอยู่ช่อง ดูแลครอบครัว ดูแลสามีให้ดี เข้าใจไหม?”

แม่นั่งหน้านิ่งพูดกับบุตรคนเล็ก ที่นั่งต่อหน้า เขานั่งอยู่ข้างๆ

“อย่าเที่ยวตะลอนจนไม่รู้ว่าต้องทำหน้าที่ของภรรยายังไง อย่าให้สามี หรือ ครอบครัวสามีตำหนิได้ว่า เราเลี้ยงดูอบรมลูกไม่ดี”

น้ำเสียงที่แสนเย็นชา ดูไม่เหมือนแม่ที่กำลังอบรมลูกสาวที่กำลังจะออกเรือนไปเสยสักนิดตอนนั้นเขาจำได้ดี ถึงใบหน้าที่เก็บความหวาดกลัวเอาไว้ไม่ยอมเงยหน้าสบตามารดา

“ฝากคุณเคนดูแลลูกสาวแม่ด้วยนะคะ อะไรนิดอะไรหน่อยก็อบรมแกได้ แกยังเด็กนัก”
“ครับ”

แต่ยามนี้หน้าบานกว่ากระด้งใบใหญ่ สดใสไร้กังวล สวมบทบาทลูกที่น่ารักได้เนียน จนไม่เหมือนคนเดิม
มองดูคุณนายจูงมือลูกสาวไปที่โต๊ะอาหาร พ่อตาก็ชวนเขาตามไปอีกคน

“เขาเป็นไงบ้างล่ะ แบบนี้ แย่กว่าเดิมไหม?”

 



Create Date : 26 กันยายน 2568
Last Update : 26 กันยายน 2568 7:35:33 น.
Counter : 180 Pageviews.

1 comments
  
โดย: หอมกร วันที่: 26 กันยายน 2568 เวลา:8:44:33 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

unitan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]