Group Blog
All Blog
|
สลับลายคดีรัก ตอนที่ 4 หน้า 3 แป๋วววววววว!!!!! เขาพูดหน้าเรียบ เริ่มเพลียหัวใจ พิชญาตาโตเหรอหรากับสิ่งที่ได้รู้ รีบเก็บฟอร์มตัวเองไว้ “ไม่เป็นไร เดี๋ยววันจันทร์ฉันค่อยไปหาก็ได้” เสียงเบาหวิวเอ่ย กิติเทพหันไปอ่านเรซูเม่ที่เธอทุ่มเทเวลาเขียนครึ่งวันต่อ ได้แต่ส่ายหน้าตาลายวิงเวียน กับข้อความที่แสนพิลึกพิลั่นของเธอ ก่อนจะรีบกินข้าว มองหน้าน้อยๆ ที่กินไปเลอะไป จนเขาทนไม่ไหวต้องต้องหยิบทิชชูเช็ดปากให้ “กินข้าวดีๆ” เสียงดุๆ ตามเคย พิชญารับเอาทิชชูเช็ดเอง แต่ก็แอบยิ้มกับคนหน้ายักษ์แต่ก็เอาใจใส่เธอทุกกระเบียดนิ้ว “พรุ่งนี้ผมจะพาคุณไปพบคุณพ่อคุณแม่” เขาบอกเธอ พิชญาทำท่าเหมือนนึกได้ ใช่สินะเขารับปากเธอเอาไว้แล้ว “คุณพ่อคุณแม่ บ้านท่านอยู่ที่ไหน? แล้ว พวกท่านมีธุระกิจทำใช่ไหม?” เธอเอ่ยถามตาวาว เขาก็เคยบอกเธอแล้วว่าเจ้าสัวภัทร ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ “ใช่ นับว่าเป็นเศรษฐีต้นๆ ของเมืองไทย เลยเชียวล่ะ บ้านคุณก็ถือว่ารวย มีทรัพย์สมบัติและธุรกิจในเครือข่ายหลายอย่าง” ถ้ามันมีบริษัทเยอะขนาดนั้น มันก็ต้องมีช่องทางให้ให้เธอไปทำงานได้บ้างล่ะ “ถ้ารวยขนาดนั้น ก็ต้องมีงานให้ฉันทำบ้างสิ” ทำเอากิติเทพอ่านสายตาเธอออก “คิดจะอยากไปทำงานกับพวกท่านเหรอ คิดดีๆ นะ” “ทำไม?” “ถ้าคุณใส่ใจทำงานตั้งแต่เรียนจบ ป่านนี้ก็ได้ทำงานดีๆ ที่บริษัทพ่อคุณแล้ว” สีหน้าเรียบเฉย น้ำเสียงไม่รู้ดุหรือดูถูก ทำเอาพิชญามีแววสงสัย ที่แล้วมาเธอไม่เอาไหนขนาดนั้นเชียวเหรอ ขณะที่เกิดมาในครอบครัวเท่าที่ฟังดูก็ไม่ได้ขัดสนอะไร น่าจะพอมีอันจะกิน ทำไมไม่รู้จักทำมาหากิน จนต้องตกมาเป็นภรรยาคนหน้ายักษ์ที่ไม่มีหัวใจรักเธอเพียงนี้ “ตอนนั้น ฉันอาจจะโง่ที่อยากหาผัวรวยเลี้ยง แต่ตอนนี้ สมองฉันมันกระทบกระเทือนเอาความฉลาดออกมา พอจะรู้แล้วล่ะว่า ผัวรวยที่ดี ไม่มีจริง” ทำเอากิติเทพคิ้วย่นชนกันอย่างแรง “นี่คุณว่าให้ผมเหรอ?” พิชญากระพริบตาปริบๆ เมื่อรู้ว่าพลาดพลั้งปากออกไป เขาต้องดุเธอยาวเป็นแน่ “ก็เอาสิ ถ้าไปเจอพวกท่านแล้ว คุณค่อยตัดสินใจว่าจะไปทำงานกับพวกเขา หรือจะเกาะผัวรวยกิน” เขาพูดแดกดันเธอ มันมีอะไรแอบแฝงมากกว่านี้อย่างนั้นหรือ คำพูดที่เหมือนพูดแดกดันเธอ หรือการทำงานกับครอบครัวมันดูเลวร้าย พ่อแม่ที่ไหนจะไม่ให้ลูกทำงานด้วย กิจการตั้งมากมายสุดท้ายมันก็ต้องส่งต่อมาสู่ลูกหลาน พูดแบบนี้มันดูมีนัย พิชญารีบเปลี่ยนสีหน้าทำท่าทางล้อเลียนคำพูดเขา ทำเอาอารมณ์เดือดเหมือนปล่องภูเขาไฟ ก่อนเธอจะมองเขาตาแป๋ว “ฉันขอโทษ ก็แค่คิดว่าฉันก็แค่อยากทำงาน ฉันไม่ต้องการขอเงินคุณใช้ จะงานอะไรก็ได้ ฉันไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆแล้ว ถ้าฉันพอมีเงินเก็บหน่อย ชีวิตอีก 10 ปีข้างหน้า ที่ฉันอายุ 37 ปี ฉันจะได้ไม่ลำบาก ถ้าเราต้องแยกกันไป ฉันก็คงจะอยู่ได้ด้วยตัวฉันเอง” นับว่าพิชญาแม้จะดูทะเล้นเป็นเด็กอายุ 17 ปี แต่ก็มีความฉลาดพูดไม่ใช่น้อย แล้วกิติเทพก็ไม่คาดคิดว่าเธอจะเอ่ยปากขอโทษเขาออกมา เมื่อเห็นเขาโมโหจริงๆ นับว่าเธอรู้กาลเทศะ รู้ว่าผิดก็เอ่ยขอโทษและชี้แจงความผิดพลาดนั้น แล้วการวางแผนชีวิตในระยะยาวขนาดนั้น จะมีใครล่วงรู้อายุเมื่ออีก 10 ปีข้างหน้า อย่าแต่ว่าพรุ่งนี้เลย พิชญาตื่นมาคิดแค่วันต่อวัน ซึ่ง..........ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีเลย เขามองหน้าน้อยๆ กินข้าวต่อ อย่างไม่สนใจว่าที่พูดเมื่อครู่ มันเป็นเรื่องใหญ่โต เธอพร้อมจะเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ แม้คนตรงหน้านั้นจะน่ากลัวเพียงใด แต่เธอกลับมีสติกับการตอบโต้เสมอ หรือว่าไม่สนใจเหมือนเด็กๆ โดนดุแล้วก็เฉยไป แล้วก็ดีเอง ถ้าเป็นพิชญาในเมื่อก่อน แค่เขาใช้คำพูดที่กดดัน เธอก็มือสั่นเทาอย่างหวาดกลัว ไม่กล้าแม้จะมองหน้าเขาด้วยซ้ำ ราวกับคนเก็บกด แล้วความคิดของเธอยามนี้จริงๆ ดูมีเหตุมีผล มันขัดแย้งกับกิริยาทะเล้นเหมือนเด็กที่ไม่ได้รับการสั่งสอนมา เขาเองที่ต้องดูสับสน ว่าต้องเผชิญกับอะไรในแต่ละวัน เรื่องที่จะต้องสืบ กับการคอยดูแลสั่งสอนเด็ก เขาจะต้องเริ่มงานไหนก่อนดี คิดแล้วช่างเพลียเสียเหลือเกิน เขาอาจจะต้องใช้เวลา แต่เวลานั้น เขาไม่อยากจะเสียมันไปนานกว่านี้ มิลินจากเขาไป ทั้งที่เขาคว้ามือเธอมาไม่ได้ ภาพในวันนั้นยังฝังใจเขาอยู่ เขาคว้ามือเอาไว้ไม่ได้ เท่ากับการคว้าเอาลมหายใจเธอมาไม่ได้เช่นกัน ทำให้เจ้าชายเย็นชาอย่างเขานอนไม่หลับมานับแต่วันนั้น ยิ่งเห็นหน้าพิชญาในแต่ละวัน มันก็ยิ่งตอบย้ำค่ำคืนเลวร้ายไม่รู้จบ ถ้าเขาไม่เคลียร์ให้จบสิ้น เขาก็คงจะหลอนไปจนตาย “คุณทำไมอยากทำงาน นอกจากที่ไม่อยากอยู่กับผมแล้ว?” เขาเอ่ยถาม พิชญาสบตาเขา “ฉันคิดว่า ตัวฉันทำอะไรได้มากกว่าอยู่เฉยๆ สมองฉันมีเรื่องคบคิดตลอดเวลาว่าฉันอยากทำอะไร?” “คุณอยากทำอะไร?” กิติเทพเอ่ยถามอย่างสนใจ สิ่งเหล่านี้อาจจะช่วยกระตุ้นสมองเธอได้ “คิดอะไรได้อย่างนั้นเหรอ?” เขาถามอย่างอยากรู้ แม้ไม่อยากจะคาดหวังให้ต้องเสียความรู้สึกก็ตามที พิชญาทำหน้าครุ่นคิด กิติเทพลุ้นมองหน้าว่าเธอจะตอบอะไรที่พอหาช่องทางกระตุ้นความทรงจำบ้าง แม้มันจะไม่มีประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันเขาก็ตาม คิด เธอคิดแล้วคิดอีก คิดอยู่นาน กิติเทพก็ได้แต่มอง ทีแรกเหมือนมีความหวัง พอผ่านไปเกิน 5 นาทีก็ทีเหลว ก่อนจะถอนหายใจ “ผมก็ไม่ได้คาดหวังหรอกนะ ว่าคุณจะคิดอะไรได้?” เขาอดไม่ได้ที่จะพูด มันก็จริง ตลอด 1 ปี เขาไม่เคยเห็นพิชญาอยากมีกิจกรรมอะไร วันๆ เธอขอเงินเขาใช้ บางวันก็ออกไปกับเพื่อน หรือไปหามิลินที่บ้านในวันหยุด แต่หลังๆ มิลินไปทำงานต่างจังหวัด เธอก็หาที่ใหม่ไป ช่วงหลังๆ ที่โมน่าเกิดมา เธอก็รบเร้าให้เขาไปด้วย เพื่อที่จะสร้างภาพให้ทุกคนเห็นความรักเด็ก และสามีที่ไปด้วยกันราวครอบครัวที่น่ารัก แต่ความเป็นจริง เขารู้ว่าเธอไม่ได้รักเด็ก “ฉันเห็นทะเล” เธอบอกเขา ทำเอากิติเทพเหมือนมีความหวังขึ้นมาอีก “ฉันเห็นภูเขา” “ฉันเห็นป่า”
![]() ![]() โดย: หอมกร
|
unitan
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]![]() Link |




ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [