Group Blog
All Blog
|
สลับลายคดีรัก ตอนที่ 3 หน้า 3 เขาบอก พิชญาเลยเดินตามอย่างเลี่ยงไม่ได้แต่เธอก็เอาแต่อ่านมือถืออย่างตื่นเต้นจนเดินชนหลังกิติเทพ “เดินดีๆ สิ” เขาหันมาดุ แต่พิชญาก็เบ้หน้าใส่เขาทันที ทำเอาเส้นเลือดแทบปรี๊ดอยากจับมาตีก้นลงโทษให้รู้แล้วรู้รอด พอนั่งลงตรงข้ามกิติเทพ เธอไม่แม้จะเงยหน้ามองเขา ทำเอาเคนเริ่มหงุดหงิด พอป้าแมวเอาโจ๊ก มาเสริฟ “ป้าแมว นิๆๆๆๆ เขาบอกหมดเลยนะ ว่าเราต้องเตรียมอะไรบ้าง ไม่ว่า รูปถ่าย วุฒิการศึกษา บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน เรซูเม่ มันคืออะไรน่ะ” เธอหันไปถามป้าแมว ป้าแมวยิ้มแห้งๆ “อะไรเม่ๆ ป้าไม่รู้หรอกค่ะ ถามคุณเคนสิคะ” ป้าแมวรีบเสนอ พอมองหน้าคนเก๊กหล่อแล้ว พิชญาก็เบ้ปากอีก ทำเอากิติเทพอยากจะจับเธอมาบี้หน้าหลายๆ หน มองแล้วขัดหูขัดตาจนยกน้ำขึ้นดื่มแล้วเบือนหน้าหนี แต่ก็ไม่ทำให้พิชญาสะทกสะท้าน อยากเกลียดเธอนัก ดุเธอนัก เธอก็หากลัวไม่ “เรซูเม่ คืออะไรเหรอคะ คุณเคนขา” ทำจีบปากจีบคอถาม กิติเทพชายตามามองอย่างมีชั้นเชิง มองหน้าแป๋วๆ ที่มองเขาเหมือนเด็กน้อย อย่างน้อยคนอย่างเธอต่อให้ความจำเสื่อมยังไงก็ต้องพึ่งพาเขาสักเรื่อง “เรซูเม่ก็ คือประวัติบุคคล ที่ให้รายละเอียดประวัติตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นอายุ ส่วนสูง น้ำหนัก ครอบครัว สถานภาพ ที่อยู่ การศึกษาและการทำงาน ที่ทุกคนเอาไว้นำเสนอให้กับบริษัทที่ไปสมัครงานดูเพื่อดูความสามารถที่สามารถทำได้ บริษัทต่างๆ ก็จะคัดเลือกคนที่น่าสนใจจากเรซูเม่” เราอธิบายย่อๆ เพราะคิดว่าพูดมากกว่านี้ พิชญาก็คงไม่รู้เรื่อง “แต่คนอย่างคุณก็คงไม่มีกับเขาหรอก” แล้วการสบประมาทนี่คืออะไรกัน “ฉันเป็นคนมีความสามารถ บริษัทไหนเขาก็ต้องรับฉันย่ะ” พูดแล้วทำตาเหลือตาถลนใส่เค้าอย่างไม่เกรงกลัว ความมั่นอกมั่นใจนั่น มองกี่ทีมันก็ไม่ใช่ คุณหนูที่เขาเคยรู้จัก “คิดว่ามีก็ลองดูสิ” คนเราฆ่ากันได้แต่หยามไม่ได้ คอยดูนะ เธอจะหางานดีๆ ทำ แล้วออกไปจากชีวิตผู้ชายหน้ายักษ์คนนี้ ตอนนี้เพราะเธอไม่มีที่ไปเท่านั้นล่ะ อย่าได้หลงระเริงว่าหน้าตาดีแล้วเธอจะหลงใหล “กินแล้วก็เตรียมตัวนะผมจะพาออกไปข้างนอก” เขาบอก แต่ก็เหมือนออกคำสั่ง พิชญาแกล้งกินไปเล่นไป จนกิติเทพ ผู้เข้มงวดทุกบทบาทข่มอกข่มใจอย่างหนักที่จะไม่ดุเธอ พอทานข้าวเสร็จ พิชญาก็โยกโย้ ลีลา ขอเปลี่ยนเสื้อผ้า เขาก็นั่งรอเธออย่างใจเย็นที่โซฟา กว่าเธอจะแต่งตัวเสร็จก็ผ่านไปครึ่งชั่วโมง เขาก็นึกว่าจะใช้เวลากับการแต่งชุดสวยและแต่งหน้า ก็เปล่าเลย หน้าตาที่ไร้การแต่งแต้มเติมสีตั้งแต่กลับมาจากโรงพยาบาลครั้งนี้ ก็เป็นเช่นเดิม ตามธรรมชาติของพิชญานั้น การไม่แต่งหน้าเท่ากับการไม่แต่งตัว เธอจะไม่มีวันก้าวไปไหนโดยใช้หน้าสดเป็นเด็ดขาด แล้วการปล่อยเขาให้รอมาครึ่งชั่วโมง กลับลงมาด้วยชุดเดิมทำเอาขัดอกขัดใจ กับการเสียเวลาโดยไร้ประโยชน์ แต่ก็อย่างว่า ยามนี้ เขาเองยังลังเลว่า ระหว่างคนที่ความจำเสื่อม กับ คนแปลกหน้า อันไหนคือพิชญาคนปัจจุบัน เมื่อมาถึงห้างหรูกลางเมือง “คุณอยากได้อะไรก็ซื้อได้ตามสบาย ผมจ่ายให้ไม่อั้น” แม้จะปากร้าย หน้ายักษ์ขนาดไหน ถ้าให้แบบนี้ เห็นทีแบบนี้เธอคงสงบศึกไปก่อน “จริงเหรอ?” เธอถามเขา “ใช่สิ” “งั้นไม่เกรงใจนะ” “ได้ ขนหน้าเข้งผมไม่ร่วงหรอก” ช็อปแรกที่พิชญาเดินเข้า คือร้านถ่ายรูป ที่เธอเดินวนหาอยู่หลายชั้นทั้งถาม รปภ ทำเอากิติเทพแปลกใจ ว่าเธอจะถ่ายรูปไปทำอะไร? หรือเรื่องหางานที่เธอว่าจะเอาจริงจังจริงๆ หลังจากได้รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว และ 1 นิ้วครึ่ง เธอก็ไปต่อที่ร้านขายโน๊ตบุค ที่ร้านโน้ตบุค เธอขอให้เขาซื้อปริ้นเตอร์ให้เธอด้วย พร้อมหมึกอีกชุดใหญ่ เขาชักจะเห็นความจริงจังของพิชญาแล้ว แต่ก็อดไม่ได้ที่จะถาม “คุณไม่คิดจะซื้อเสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋าเหรอ นั่นคอนเลชั่นใหม่ที่พึ่งออกนะ” เขาบอกเธอเมื่อเดินผ่านร้านขายเสื้อแบลนเนม พิชญาหันไปมองแล้วส่ายหน้า แล้วลากเขาไปที่ร้านเครื่องเขียนต่อ พร้อมหากระดาษ ปากกา เครื่องเขียนที่จำเป็น แล้วไปต่อที่ร้านกระเป๋าเป้ รองเท้าผ้าใบ มันช่างเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะกับเธออย่างแรง ความจำเสื่อมทำคนเปลี่ยนไปขนาดนี้เชียวหรือ? จากที่คิดว่าเธอจะซื้อ เสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ กระเป๋า รองเท้า คอนเลคชั่นใหม่ๆ แบบที่เธอชอบซื้อ ต่อให้ต้องเสียเงินก็ไม่เป็นไร วันนี้เขาอยากเห็นว่าเธอจะแสดงจิตใจอันกระหายอยากได้มากขนาดไหน แต่สิ่งทีได้ กลับเป็นอุปกรณ์สำนักงานแล้วอุปกรณ์เหมือนเตรียมเดินทางไปไหน แต่กระนั้นเขาก็ตามใจเธอให้เธอซื้อของเท่าที่เธอต้องการไม่มีขัดสักคำ เมื่อได้ของที่ต้องการครบหมดแล้ว เธอแวะร้านนั้นร้านนี้ที่สนใจ เขามองดูแผ่นหลังบอบบางที่เดินดูของอย่างสนใจข้างหน้า แล้วให้นึกถึงใครบางคน วันหนึ่งในฤดูฝน มอสที่เรียนคนละคณะ แต่ก็มีบางวิชาที่เจอกับเขา มาขอร้องให้เขาไปรับมิลินแทนหน่อย ตอนนี้พวกเขาเรียนมหาลัยปี 2 แล้ว แต่มิลินน้อยยังอยู่ประถม เมื่อเขารับปากไปรับแล้ว พอไปรับที่โรงเรียน เด็กน้อยก็บอกหิวข้าวกลางทาง เขาเลยโทรบอกแม่ตาว่าจะพาน้องแวะหาอะไรกิน เขาได้แต่ขำตั้งแต่เลี้ยงมาตั้งแต่อนุบาล มิลินไม่เคยเปลี่ยนไปเลย เขาต้องคอยหาขนมไว้ให้กินหลังเลิกเรียนประจำ วันนั้นเขาพาเธอแวะห้าง เพราะถามน้องแล้วอยากกินไก่เคเอฟซี มิลินก็วิ่งเล่นอย่างสนุก ผ่านตุ๊กตาก็วิ่งเข้าไปดู ผ่านเก้าอี้รูปสัตว์ก็วิ่งเข้าไปนั่ง ผ่าน ม้าโยกก็วิ่งเข้าไปโยก “กุ๊บกั๊บๆ” แทบทุกตัวที่เธอผ่าน จะต้องแวะ กว่าจะถึงร้าน เคเอฟซี ต้องเสียพลังงานไปอย่างมาก พอสั่งไก่เคเอฟซี เธอก็ทานอย่างอร่อย ทั้งป้อนเขาด้วย กินด้วย อย่างร่าเริง พอทานเสร็จจูงมือเขาออกมาจากร้าน ผ่านตู้กดเครื่องดื่มๆ “พี่เคนดี้ นี่ไงๆ สินค้าหนู” เธอชี้บอกเขา เพราะไม่รู้ว่าอะไร “มิลินด้าไง” เธอหันมาทำหน้าสดใส เขาได้แต่ยิ้ม พอมาส่งเธอที่บ้าน เธอก็ไหว้ขอบคุณแล้วจุ๊บที่แก้มเขาเหมือนเคยเป็นค่าตอบแทนที่ให้ลูกอบหรือขนม สิ่งเหล่านี้มันทำให้หัวใจเขาฟูมาตลอด เมื่อสติกลับมาในตอนนี้ “ป่ะ เรากลับบ้านกันเถอะ” เธอชวนเขากลับบ้าน ไม่ถามเขาสักคำว่าอยากซื้ออะไรบ้าง เหนื่อยบ้างหรือเปล่าที่ต้องเดินไปแทบทุกชั้น เพื่อหาของที่พิชญาต้องการ หรือว่าเขาหิวบ้างไหมไม่มีแม้แต่จะถามเขาสักคำ ส่วนเธอพอได้ของครบตามที่คิด ก็รับกลับ แต่วันนี้เธอทำให้กิติเทพได้แต่ตั้งคำถามอยู่ในใจกับรสนิยมที่เปลี่ยนไป บวกกับการวางแผนการซื้อของของเธอ ทั้งที่เธอไม่ได้ลิสต์รายการไว้ แต่บอกสิ่งที่ต้องการ ซื้อครบจบแค่รูดการ์ดของเขา “เคน” เสียงใครสักคนเรียกกิติเทพ ทั้งสองหันไปมองต้นเสียง ชายร่างสูงโปร่งหน้าตาดี หัวเกรียนเดินเข้ามาหาทั้งคู่ พิชญา มองเขาเหมือนพึ่งเคยเจอ “สวัสดีครับคุณเพื่อน” เขาเอ่ยทัก พิชญาหันไปมองกิติเทพ เป็นเชิงถามว่า ชายคนนี้คือใคร เขาพยักหน้าให้เธอเหมือนบอกว่าคนรู้จัก แต่สีหน้าดูบูดบึ้งมากกว่าที่มองเธอ เธอเลยหันไปยกมือไหว้ เพราะเห็นหน้าตาทรงหน้าแล้วน่าจะรุ่นเดียวกันกับกิติเทพ “สวัสดีค่ะ” “หายดีหรือยังครับ แต่ดูแล้วน่าจะดีแล้วมั้งออกมาช้อปปิ้งกันได้แล้ว” เขามองเธอแปลกๆ แต่พิชญาไม่รู้จักจึงได้แต่ยิ้ม “ค่ะ” เธอตอบเขาเพียงเท่านั้น ลอบสังเกตสีหน้าของกิติเทพที่ดูเรียบเฉยกว่าตอนมองเธอเสียอีก ก็พอจะเดาว่าไม่ใช่คนสนิท เพราะงั้นเธอไม่ต้องคุยด้วยก็คงไม่น่าเกลียดอะไร “แล้วนี่จะไปไหนกันต่อครับ” เขาหันไปถามกิติเทพ “ก็ว่าจะพาเพื่อนช้อปปิ้งต่อครับ ไม่รู้เขาอยากได้อะไรอีก” จากที่คิดว่าจะกลับบ้านตอนนี้ ตาก็เหลือบไปเห็นร้านขายโทรศัพท์มือถือ “ฉันอยากได้โทรศัพท์ใหม่ได้ไหม” เธอหันไปพูดกับกิติเทพ จากสถานการณ์ที่เธออาจจะได้สินค้าใหม่ กับสภาวะที่ดูอึดอัดฟึดฟัดของเทพจอมโหดของเธอพอเห็นหน้าคนหัวเกรียน แค่เขามองเธออย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อคนเดียวก็หาที่ยืนลำบาก นี่แรงอำมหิต 2 เท่า เธอคิดว่าควรรีบพาเขาไปจะดีกว่า “ก็เอาสิ” เขาตอบ “ไปก่อนนะครับ” “ครับ” กิติเทพเอ่ยลา ลอบมองปฎิกิริยาของพอสว่าเขาจะมีสีหน้าอย่างไร กับการไม่สนใจใยดี และเมินหนีของพิชญา และเป็นจริงที่เขาทันได้เห็นคิ้วขมวดของพอส ที่มองพิชญาอย่างสงสัยกับท่าทีแปลกไปไม่สนใจเขาเลย แม้จะชายหางตาลอบมองก็ไม่มี ราวกับคนไม่รู้จักกัน
![]() โดย: หอมกร
|
unitan
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]![]() Link |



ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [