สิงหาคม 2568

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
20
21
23
24
25
26
28
29
30
31
 
 
All Blog
สลับลายคดีรัก ตอนที่ 3 หน้า 1
หลังจากตามป้าแมวทั้งวันจนเหนื่อย ป้าแมวบอกให้เธอนั่งพักที่โซฟาแล้วหาน้ำชากับขนมมาให้ทาน แล้วไปหารูปถ่ายตอนแต่งงานมาให้เธอนั่งดู ดูไปดูมา ถามป้าแมวว่าแต่ละคนในรูปมีใครบ้าง

“คนนี้เพื่อนๆ คุณเคนค่ะ พวกหมอมู คุณมอส คุณโจอี้ คุณพอส”


ป้าแมวบอกเธอ ป้าแมวรู้จักเพียงเพื่อนที่สนิทที่มักไปมาหาสู่กัน การที่ให้ดูรูปเก่าๆ อาจจะเป็นทางหนึ่งที่จะช่วยฟื้นความทรงจำได้


“แล้วผู้หญิงคนนี้ล่ะ”


เธอชี้ที่รูปสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มที่ยืนข้างๆ มอส และก็ถ่ายร่วมเธอหลายรูป รวมทั้งกลุ่มเพื่อนๆ เธอ


“คุณ...เอ่อ”


ป้าแมวหน้าสลดไปครู่ ไม่แน่ใจจะบอกเธอยังไง


“คนนี้น้องสาวคุณมอสค่ะ เป็นเพื่อนคุณเพื่อนด้วยนะค่ะ ชื่อมิลิน”
“น่ารักมากเลยนะคะ”


“ใช่ค่ะน่ารักมาก”


ป้าแมวรู้สึกจุกในอกเล็กน้อย ป้าแมวเองก็รู้จักมิลินสาวน้อยน้องรักของนายเคนเป็นอย่างดี บางทีเธอก็เคยมาเล่นและนอนค้างที่บ้านนี้เสมอ เธอทั้งน่ารัก นิสัยดี เป็นผู้หญิงคนเดียวที่นายพาเข้าบ้าน แม้ปากจะบอกว่ารักเช่นน้องสาว แต่น้องสาวแท้ๆ เคนไม่เคยอ่อนโยนมากขนาดนี้ ใครๆ ก็รู้ดีว่า เทพน้ำแข็งอย่างนายเคน เย็นชากับคนทั้งโลก


“เป็นเพื่อนสนิทของหนูด้วยเหรอคะ”
“ค่ะ”
“งั้นหนูก็มีเบอร์เขาสิ เขาอาจจะช่วยทำให้หนูฟื้นความทรงจำได้ใช่ไหมค่ะ”


เป็นคำถามที่แสนเจ็บปวดนัก ป้าแมวรับรู้จากนายแล้วว่า มิลินเสียชีวิตจากการไปเดินทางท่องเที่ยวด้วยกัน งานศพเธอพึ่งจัดไปเมื่อไม่นาน ป้าแมวแค่รับฟังมาว่า เหตุการณ์วันนั้นแล้วคนสุดท้ายที่อยู่กับเธอคือพิชญา แม้ป้าแมวไม่ได้รู้รายละเอียดมากกว่านั้น ก็ควรที่จะพูดเรื่องที่พอพูดได้



“คุณมิลิน เสียไปแล้วค่ะ”
“ห๊า..”



พิชญาอ้าปากค้างอย่างตกใจ แล้วทำหน้าสลดลง เหมือนจะมีความหวัง แต่แล้วก็ดับวูบลง


ใช่เธอพยายามหาญาติ หาเพื่อน ที่พอจะเป็นไปได้ ที่จะพาเธอออกจากบ้านหลังนี้ได้ บ้านที่ดูเงียบเหงา เยือกเย็นราวจิตใจเจ้าของบ้าน


หลังจากป้าแมวตอบคำถามเธอครู่ใหญ่มองดูเวลาแล้วขอตัวไปทำกับข้าว ปล่อยพิชญานั่งดูรูปต่อคนเดียว


พิชญาก็พล้อยหลับไป ป้าแมวเอาผ้ามาห่มให้เธอ กิติเทพกลับมาจากที่ทำงาน มองดูร่างบอบบางที่นอนที่โซฟา เขาคิดว่าพิชญาแกล้งหลับเพื่ออ่อยเขาตอนกลับมา เขานั่งลงข้างๆ ด้วยน้ำหนักตัวและแรงยุบของโซฟา ปลุกพิชญาตื่นขึ้นอย่างงัวเงีย เธอสีหน้าตาเพื่อปรับแสง กิติเทพไม่ได้สนใจ คว้าเอารีโมตทีวีมาเปิด พิชญามองอย่างเคืองๆ กับความไม่มีมารยาทของเขา เธอบิดขี้เกียจไป 2 ที คว้าเอารีโมตมาได้ ก็เปลี่ยนช่องจากข่าวไปเป็นละครน้ำเน่าทันที กิติเทพหันมามองตาขวาง


“ใครสั่งใครสอนกัน”


เขาทำเสียงดุอย่างเอาเรื่อง ราวผู้ใหญ่ดุเด็ก


“ใครกันแน่ คุณมาปลุกฉันเองนะ”
“อย่ามาทำมารยา”


พิชญานึกฉุน นี่น่ะ ทั้งที่เธอนอนอยู่ก่อนแล้วอย่างสงบ แต่กิติเทพเองที่มาทำให้เธอตกใจตื่น แล้วยังพูดจาแบบนี้ คนรักกัน คุยกันยังกะคนเกลียดชังกันก็ไม่ปาน เธอดีดตัวขึ้นจากโซฟา ท้าวสะเอวตรงหน้าเขา แล้วเต้นยึกยักยั่วอารมณ์เขา


“มารยาอะไรไม่มีย่ะ มารยาทน่ะมีไหม?”


พูดแล้วก็สะบัดตัวหนี เดินไปหาป้าแมว


“ป้าแมวววววว หิวข้าวแล้ว”


เธอร้องหาป้าแมวอย่างไม่สนใจกิติเทพ ป้าแมวยกน้ำมาเสริฟให้กิติเทพ สบตากันอย่างกับมีคำถามมากมาย


“วันนี้เป็นยังไง?”
“ก็ไม่มีอะไรค่ะ ชวนป้าคุยทั้งวันเหมือนเดิมเลยค่ะ ถามเรื่องเกี่ยวกับครอบครัว ญาติๆ แล้วก็ บ่น เลาๆ อยากไปทำงาน”
“ไปทำงาน!!!”


แม้จะแปลกใจแสนแปลก แต่เขาต้องปรับตัวให้ได้ มันยังมีเรื่องอีกมากมายที่เขาต้องจัดการเคลียร์เกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้ แล้วเขาจะต้องได้เจอเรื่องที่แสนแปลกไปมากกว่านี้ การที่เธอยังอยู่ข้างเขา มันก็ยังง่ายที่เขาจะรื้อความทรงจำทั้งหมด แล้วค่อยๆ ถามเอาความจริงจากเธอ


ทั้งสองนั่งทานข้าวกันที่โต๊ะอาหาร ไม่มีการชวนคุยออดอ้อนคอยตักอาหารเหมือนเมื่อก่อน แต่ปกติ นับครั้งได้ที่เขานั่งทานอาหารร่วมโต๊ะกับเธอ ถ้าไม่เพราะเป็นเทศกาล หรือ เพื่อนพยายามเตือนให้สานสัมพันธ์ หรือมีเพื่อนมาหาที่บ้าน


“ป้าแมวทำกับข้าวอร่อยมาก”


ปากน้อยๆ เอ่ยถึงป้าแมวและอาหารไม่สนใจคนตรงหน้า
ป้าแมวก็ได้แต่ยิ้มแก้มปริกับคำชม


สายตาดุดันที่คอยจับจ้องเธอ เหลือบมองป้าแมวเป็นเชิงถามว่า ดูเอนเอียงเข้าข้างพิชญา จนเกินไป เธอพอดูออก และรู้สึกได้ถึงสายตาพิฆาตอย่างอำมหิต แต่ก็เฉย ทำหน้ายียวนกวนเขา เลยต้องแกล้งสนใจแต่อาหาร พอทานเสร็จก็ทานผลไม้

“ฉันอยากจะกลับบ้าน”


อยู่ๆ เธอก็บอกเขา กิติเทพแม้จะขมวดคิ้ว ว่าเธอจะหมายถึงบ้านของพ่อแม่


“ก็กลับสิ”
“แต่ฉันไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน พ่อกับแม่ฉัน เขายังอยู่ไหม?”


น้ำเสียงเหมือนสั่นๆ พ่อเอยถึงพ่อแม่


“ท่านก็ยังอยู่ พ่อของคุณเจ้าสัวภัทร  ปรีชาเวช เป็นเจ้าของกิจการอสังหาฯ อันดับต้นๆ ของเมืองไทย พี่ชายคุณ คุณพู่ ก็ทำงานด้านวิศกรคอยซัพพอร์ตคุณพ่อ พี่สาวคุณ คุณแพงก็มีกิจการโรงแรมหลายที่ ก็มีแต่คุณไม่ทำงานทำการอะไร”


แม้จะรู้สึกดีใจว่า ครอบครัวก็พอมีอันจะกิน พอจะพึ่งใบบุญได้ แต่ไอ้คำเหน็บแหนมตอนท้ายคืออะไรกัน


“ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวฉันจะออกหางานทำ เลี้ยงตัวเอง ไม่ขอเงินคุณก็ได้”


แล้วคำพูดเด็ดเดี่ยว ไปพกความมั่นอกมั่นใจมาจากไหน แม้จะรู้ดีว่า มันคืออีกด้านที่อาจจะแสดงออกมาจากอาการของคนความจำเสื่อมตามที่หมอบอก เดิมที พิชญา เป็นคนที่ขี้ขลาด หวาดกลัว ไม่กล้าตัดสินใจอะไร ความเด็ดขาดก็ไม่มี หรือสิ่งเหล่านี้คือความเก็บกดในใจของเธอ


“แล้วพ่อแม่ฉัน ท่านไม่รู้เหรอ ว่าลูกสาวเป็นอะไร ไม่เห็นโทรมาถามข่าวฉันเลย”


เสียงอ่อยๆ สะเทือนอารมณ์นั่น ทำเอา น้ำเข็งก่อนใหญ่ๆ พลอยสั่นไปด้วย แล้วสีหน้าสายตาออดอ้อน เหมือนแมวน้อย มันช่างดูแตกต่างกับแม่เสือสาวที่คอยจ้องจะตะครุบเอาเขาให้ได้เช่นเดิม


“ผมไม่ได้บอกว่าคุณอาการเป็นยังไง แค่รายงานว่าคุณดีขึ้นแล้วกลับมาอยู่ที่บ้านแล้ว อาทิตย์นี้จะพาไปหาพวกท่าน”

 



Create Date : 13 สิงหาคม 2568
Last Update : 3 ธันวาคม 2568 18:33:53 น.
Counter : 248 Pageviews.

1 comments

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร, คุณ**mp5**

  
โดย: หอมกร วันที่: 13 สิงหาคม 2568 เวลา:8:57:02 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

unitan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]