Group Blog
All Blog
|
สลับลายคดีรัก ตอนที่ 1 หน้า 3 “ฉันก็ไม่รู้ ปกติคนที่จะความจำเสื่อมได้ ก็ต้องถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจนมีผลต่อเซลล์สมองส่วนเซริบรัม ไม่แน่เขาอาจจะสำลักน้ำอย่างแรงจนส่งผลให้น้ำขึ้นบนสมอง” ถึงจะฟังศัพย์อวัยวะจากหมอแล้วไม่รู้ว่าส่วนของสมองต้องเรียกชื่ออะไรบ้าง เคนก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ว่าทำไมพิชญามีเหตุอะไรถึงความจำเสื่อม แต่มีเรื่องที่เขาคาดคิดเอาไว้ “หรือว่าการที่แกไม่รักเขา ทำให้จิตใจเขากระทบกระเทือนอย่างแรงวะ” อะไรคือการกระทบกระเทือนจิตใจ แล้วมันจะกระทบกระเทือนสมองได้อย่างไร เป็นหมอทำไมอธิบายไม่ขาด กิติเทพมองหน้าเพื่อนยุ่งยากหาคำตอบ “แกรู้ได้ยังไงว่าเขาความจำเสื่อม?” ใช่....มันอาจจะเป็นมารยาของนางที่จะกลบเกลื่อนการกระทำผิดใหญ่หลวงที่ไม่น่าให้อภัยได้ ตื่นขึ้นมาแกล้งความจำเสื่อมเนียนๆ จำอะไรไม่ได้ จำไม่ได้เท่ากับไม่ผิด เมื่อทุกคนซักไซร้นางขึ้นมา ตอบแค่ไม่รู้ๆ คิดว่าจะรอดอย่างนั้นหรือ คิดมาถึงตรงนี้เขาก็โกรธจนเผลอตบโต๊ะ ทำเอามูผงะตกใจนึกว่า เทพจอมโหดจะทำร้ายเขา อะไรกัน เขาก็ทำตามหน้าที่หมอ อย่างเต็มที่แล้ว คนไข้ฟื้นมาก็แค่ถามอาการและตรวจสอบ ทำไมเพื่อนต้องมาโกรธเขาได้ “อะไรว้า....” “ฉันก็ดูอาการเขาน่ะสิ” หมอมูรีบตอบอย่างรนๆ กับท่าทีเทพอสูรที่ไม่เคยปราณีใคร “เขาถามฉันว่าเขาเป็นใคร เขามาทำอะไรที่นี่ เขาเป็นอะไรมา? พวกฉันก็งง เขาไม่รู้จักฉันเลย ทั้งที่ฉันเป็นเพื่อนรักแก ไปมาหาสูกันตลอด ถึงไม่ได้หล่อเท่าแก แต่ฉันก็เก่งกว่าแก (ตรงไหน) ก็ต้องรู้สิว่าเป็นฉัน” เคนรับฟังเรื่องราวเหล่านั้นอย่างเดือดดาล “แล้วยังไงต่อ?” เสียงห้วนๆ ถามเขาต่อ “ฉันเลยส่งเขาไปสแกนสมอง เพื่อให้แน่ใจชัดเจนว่ามีอะไรกระทบกระเทือนเขาไหม? ผลสแกนอาจจะรออีก 1 วัน” กิติเทพพยักหน้ารับทราบ ความข้องใจนี้เขาเป็นคนหนึ่งที่ไม่เชื่อโดยเด็ดขาด ผู้หญิงคนนี้เล่ห์เหลี่ยมเยอะนัก หน้านิ่งๆ แลดูนุ่มนิ่มนุ่มนวล แต่จิตใจร้ายกาจ ทำไมเขาจะไม่รู้ “แกก็ใจเย็นๆ นะ เขาอาจจะจำแกไม่ได้เหมือนกัน เราอาจจะค่อยๆ ช่วยกัน ฟื้นความทรงจำให้เขา” “ทำยังไง?” “ให้เวลากับเขา พูดคุยเรื่องราวของเขาที่เคยเกิดขึ้น พาเขาทำสิ่งที่เขาเคยทำบ่อยๆสิ่งที่เขาชอบ ให้อยู่กับญาติที่สนิท พาไปที่ที่เคยไป” กิติเทพนิ่งคิด ถึงจะแต่งงานกันมา 1 ปี เขาแทบไม่เคยเตะต้องภรรยา สิ่งที่เธอชอบ สิ่งที่เธอเกลียด สิ่งที่เธออยากทำ มันมีอะไรบ้างอย่างนั้นหรือ ข้อมูลเหล่านี้เขาแทบจะไม่มีเลย ที่ที่เคยไปด้วยกันแทบไม่มี จะมีแค่บ้านพ่อ บ้านแม่ทั้ง 2 ฝั่ง และบ้านมิลิน “เขาแค่แกล้งความจำเสื่อม หรือต้องการปกปิดความผิดที่ตั้งใจฆ่ามิลินกันแน่” แทบระเบิดเสียงใส่หน้าหมอมู เขายังไม่ปักใจเชื่อว่า พิชญาจะความจำเสื่อมจริงๆ “เรื่องนั้นฉันก็ไม่รู้ได้หรอก ก็แค่ตรวจสอบให้แกในฐานะหมอ และมั่นใจว่าไม่ใช่การแกล้ง ถ้าหากเขาแกล้ง แกก็คงจะจับผิดเขาได้ เพราะแกเป็นสามีเขา ส่วนฉัน ตรวจสอบได้เพียงเท่านี้ ถ้าหากเป็นคุณเพื่อนเท่านั้นที่รู้ความจริงในวันนั้น แกก็ต้องทำให้เขาเขาฟื้นความจำกลับมาเสียก่อน ฉันเชื่อว่า ความจริงก็คือความจริง เขาปิดบังไม่ได้หรอก” “ผู้หญิงคนนี้ มารยาหลายเล่ม และร้ายกาจ เหมือนครอบครัวของเขา” กิติเทพเอ่ย มู เข้าใจเพื่อนดี ตระกูลใหญ่โตแบบนั้น ข้างในไม่ใช่กลีบกุหลาบอย่างที่เราคิด มันต้องมีสู้เพื่อให้ตัวเองรอดพอสมควร “ถ้าเขาจงใจฆ่ามิลินจริงๆ แกจะทำยังไง?” มูเอ่ยถามเพื่อน กิติเทพมองเขาด้วยสายตากร้าวยิ่งนัก ข้อมูลจากคนบนเรือที่เห็นเหตุการณ์ ว่าสองสาวขึ้นไปดาดฟ้าด้วยกัน รวมทั้งกล้องบางมุมที่บันทึกภาพไว้ได้ เขาได้เก็บเอามาหมดแล้ว ด้วยอำนาจเงินและชื่อเสียงของเขาก็พอที่จะปิดข่าวพวกนี้ได้ ข่าวจึงออกมาเพียงแค่ว่า ทั้งสองพลัดตกน้ำไป พิชญาที่ว่ายน้ำไม่เป็น จึงดูไม่ออกว่าจะเป็นฆาตกรที่จะเสนอภาพออกมาให้ตัวเองบริสุทธิ์ด้วยการลงทุนกระโดดน้ำไปด้วยกันแบบนั้น อากาศหน้าหนาวเพียงนี้ คนอย่างเธอถึงจะหัวดีเพียงใดก็คงไม่คุ้มที่จะเสี่ยงเอาชีวิตเข้าไปแลก มันต้องมีอะไรที่ทุกคนไม่เห็น ส่วนมิลิน เขารู้ว่าเธอสามารถสู้พิชญาได้ ด้วยน้องสาวคนเล็กที่เขาเห็นมาตั้งแต่เธออายุ 6 ขวบ เก่งกาจ ร้ายไม่ใช่เล่น ตอนเธออยู่มัธยมปลาย เธอยังแอบพวกเขาไปเรียนมวยปล้ำ ศิลปะป้องกันตัว แค่รู้ว่าไปปล้ำกับผู้ชายเขาก็หัวเสียพอทนแล้ว แม้พิชญา จะเป็นเพียงภรรยาในนามการสมรสที่ไม่เต็มใจ แต่ก็ขึ้นชื่อว่าภรรยา การจะมีข่าวภรรยาของเขาฆ่าเพื่อนสาวบนเรือก็จะกลายเป็นข่าวฉาวโฉ่ไม่น้อย แล้วการดำเนินธุระกิจของเขาก็อาจจะมีผลกระทบ แรงจูงใจ ที่เธอกล้าทำเช่นนี้ เพราะอะไร? เขาต้องรู้ให้ได้ เหนือกฎหมายทั้งมวล เขานี่แหล่ะจะเป็นมัจจุราชที่จะคร่าชีวิตของเธอเอง ตลอดมา พิชญารู้อยู่แก่ใจ รู้ทั้งรู้ แต่ก็ยอมแต่งงานกับเขา ทั้งที่เขาสามารถปฎิเสธได้ แต่เขาก็ยอมแต่งงานกับพิชญา เพราะมารยาของเธอที่ใช้กับมิลิน ที่รักเพื่อนอยากให้เพื่อนได้คนดีๆ เป็นสามี แล้วทำไม..กันนะ..ฮืม เสียงถอนหายใจหนักหน่วงทำเอาหมอมู ไม่เข้าใจว่า เพื่อนกำลังหนักใจเรื่องอะไรกันแน่ในยามนี้ “แล้วแกแวะไปที่บ้านมิลินบ้างไหม? คุณพ่อคุณแม่ มอส ทุกคนโอเครหรือเปล่า?” หมอถามชายหนุ่ม ยามนี้ไม่รู้เพื่อนคิดอะไรอยู่ “ทุกคนยังไม่โอเครหรอก ยังเสียใจอยู่ มิลิน เหมือนเป็นแก้วตาดวงใจของพ่อแม่ เป็นน้องสาวที่มอสรัก พวก....เรา.....ก็....รัก” เสียงขาดห้วงในลำคอ ทำเอาหมอมู ได้แต่เงียบ เป็นอันรู้กัน ความรู้สึกเศร้าโศรกเสียใจกับการสูญเสียทุกครอบครัวเมื่อพบเจอก็คงต้องสะเทือนใจและยากเกินกว่าจะรับได้ “พวกเขาอาจจะเมินฉันไปบ้าง ก็พอเข้าใจ” “เอาไว้ฉันว่าง จะแวะไปหาเหมือนกัน เวลาผ่านไปทุกคนคงจะทำใจได้ แล้วนี่เห็นบอกว่า น้องโมน่า กำลังพลิกตัวด้วย” เขารีบเปลี่ยนเรื่อง โมน่า คือลูกของมอสที่พึ่งเกิดได้ไม่กี่เดือน ซึ่งก็เป็นที่รักของ ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ อา และลุงๆอย่างพวกเขา ที่ช่วยแวะเวียนกันไปเลี้ยง “แล้วพอสล่ะ ติดต่อมาบ้างไหม?” พอส....เขาลืมชื่อนี้ไปเลย เพื่อนของมอส ที่เขาไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่นัก เพราะพึ่งมาเจอกันตอนเรียนมหาวิทยาลัย เจอทีไรก็เหมือนโดนหอกข้างแคร่ทิ่มแทงใจของเขา “ไม่รู้สิ ไม่ได้ติดต่อกัน” “เห็นบอกว่า เขาเสียใจมาก บวชให้มิลินด้วยนิ เขาโทษว่าตัวเองเป็นคนพามิลินไปเที่ยวจนทำให้เธอเสียชีวิต แต่ก็เห็นว่าสึกแล้ว” หมอมูบอกเขา “ใครก็เสียใจทั้งนั้นล่ะ” เขาตอบเสียงเย็น เจอกันล่าสุดในงานศพของมิลิน เขาก็ไม่ได้เห็นสายตาอันเศร้าสลดมากมายของบุรุษที่สวมจีวรนั่น “แล้วจะให้เขาออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อไหร่?” เคนถามหมอ “พรุ่งนี้ผลสแกนสมองออกแล้ว ถ้าไม่มีอะไรดูอาการอีกวันก็ออกได้ ร่างกายเขาปกติมาก ไม่มีอาการอ่อนเปลี้ยเสียแรง เจ็บ พกช้ำตรงไหน” นั่นสิ แล้วทำไมความจำเสื่อม คิดจะกลบกลื่นความผิดของตัวเองอย่างนั้นหรือ ยิ่งคิดแล้วความไฟโกรธที่สุมทรวงเขาก็พุ่งปรี๊ดออกมา ลุกเดินจากห้องหมอไปที่ห้องพักฟื้นผู้ป่วย พยาบาลเห็นเคนเข้าห้องมาเลยปล่อยให้เขาอยู่กันตามลำพัง เคนนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียงผู้ป่วยมองคนฟื้นจากการนอนหลับไหลมา ร่วม 2 อาทิตย์ นั่งกินผลไม้ที่มีคนเอามาเยี่ยมอย่างหิวโหย เธอเหลือบมองเขาแวบนึง ด้วยสายตาเหมือนคนไม่รู้จักกัน หน้าน้อยๆ ที่ไร้เครื่องสำอางค์เป็นหน้าสดที่เขาไม่เคยเห็นนัก แต่จะว่าไปหน้าภรรยาเขาก็แทบจะไม่เคยเหลียวแล นี่คงเป็นสาเหตุที่เธอโกรธแค้นเขา จึงพาลทำร้ายผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาใกล้ชิดเขาไปเสียหมดสิ้น ไม่ว่าจะเป็นคู่การค้าธุระกิจ ต่างก็ค่อยๆ ถอยหนีจากเขาไปหมด แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่ง เธอจะกล้าลงมือกับเพื่อน ที่เรียกว่ารักกัน เพื่อนที่ชักนำเธอมารู้จักกับเขาเอง และเป็นเพื่อนที่ขอร้องให้เขาคบหากับเธอ จิตใจผู้หญิงคนนี้ทำด้วยอะไรกัน ช่างโหดร้าย ป่าเถื่อน ขัดกับหน้าตาที่เสแสร้งแกล้งดี หน้าหวานๆ งดงามแต่งแต้มสีฉูดฉาดปิดบังความเลวร้ายของตัวเองอยู่ตลอดเวลา พอเธอทานส้มที่ปลอกในมือจนหมดแล้ว ก็หันไปคว้าน้ำมาดื่ม หันมามองเขาที่นั่งกอดอกจ้องเธออยู่นาน “คุณเป็นใครเหรอ?” คำถามซื่อๆ ดวงตาใสๆ เอ่ยถามเขา มองมายังใบหน้าบึ้งตึงของเขาราวว่าโกรธแค้นอะไรเธอ ส่วนเธอมองเขาราวกับคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน มันช่างแตกต่างกับเมื่อก่อนที่ปั้นหน้ายิ้มแย้มระริกระรี้ พยายามเข้าหาเขาทุกอย่าง เพราะต้องการให้เขาสนใจ “คุณแกล้งผมเหรอ?” นี่คือคำถามที่เขาเอ่ยออกไป ใบหน้าสดใสที่ไร้เครื่องสำอางค์ขมวดคิ้วโก่งเล็กน้อย เคนไม่เคยมองหน้าภรรยาอย่างเต็มตา พอเพ่งพิศดีๆ แล้ว เธอมีใบหน้าที่งดงามไม่แพ้ มิลิน ปากนิด จมูกหน่อย พวงแก้มใส มีรักยิ้ม ยามนี้ดูใสซื่อไม่มีพิษภัยอะไร “แกล้งอะไร ทำไมต้องแกล้ง เรารู้จักกันงั้นเหรอ คุณรู้เหรอว่าฉันเป็นใคร?” เธอถามเขาอย่างอยากรู้ ทำเอาเคนนิ่งงันไป ท่าทางแค่นี้จะมาหลอกเขาไม่ได้หรอก ยังไงเขาก็จะต้องจัดการเธอให้ได้ “ทำไมคุณถึงทำร้ายมิลิน” เขาตั้งคำถาม “มิลินคืออะไร?” เธอถามเขากลับ แล้วทำหน้างุนงงเข้าไปใหญ่ ก่อนจะหันไปคว้าแอปเปิ้ลมากินต่อ แล้วกดปุ่มที่หัวเตียง เพื่อเรียกพยาบาลเข้ามา “มีอะไรหรือเปล่าค่ะ?” พยาบาลเปิดประตูเข้ามาถามอย่างสงสัย มองทั้งสองที่มีหน้างุนงงกันคนละแบบ “พยาบาลค่ะ ช่วยตามญาติให้ฉันหน่อยได้ไหมค่ะ คุณคนนี้ เป็นใคร มีความสัมพันธ์อะไรกับฉัน แล้วมิลินคืออะไร?” เธอหันไปถามพยาบาลปากก็เคี้ยวแอปเปิ้ลอย่างหิวโหย พยาบาลหันไปสบตาหน้าคมหล่อ ที่มองเธออย่างไม่เข้าใจเหมือนกัน “เอ่อ...คุณเพื่อนค่ะ คนนี้คือ คุณเคนค่ะ สามีของคุณเองค่ะ” พยาบาลพยายามอธิบายให้ฟัง ทำเอาเพื่อนที่กำลังเคี้ยวกินอย่างหิวโหยตาถลน “ฉันแต่งงานแล้วเหรอคะ?” พยาบาลสาวได้แต่สบตาเคนอย่างไม่รู้จะช่วยเหลืออะไรเขาได้
เรื่องนี้เริ่มสนุกแล้วต่ะ
![]() ![]() โดย: หอมกร
|
unitan
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]![]() Link |



ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [