Group Blog
All Blog
|
สลับลายคดีรัก ตอนที่ 6 หน้า 1 เมื่อตกลงกับคุณนายทิพย์แล้วว่า เธอจะมาเรียนทำอาหารที่บ้านทุกวันเสาร์- อาทิตย์ กิติเทพก็ไม่ได้ว่าอะไร เป็นตัวเขาเองต่างหากที่จะต้องปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงของพิชญา หาใช่ปัญหาของพิชญา เวลามองหน้าเธอมันว่างเปล่า จนเขาเองคิดว่าเป็นคนแปลกหน้าไปแล้ว ไม่เหลือความคุ้นเคยอะไร เป็นคนใหม่ที่เขาพึ่งเจอ เหตุใดเธอทำตัวได้เนียนขนาดนั้น เขาได้แต่นิ่งฟังการสนทนาของ พ่อ แม่ ลูกอย่างเงียบๆ พิชญาคนนี้ดูเข้ากับพ่อกับแม่ได้อย่างประหลาดนัก ไม่เหมือนคนเดิม แม้ไม่เคยเถียงแต่ไม่เคยทำตามสิ่งที่พ่อแม่ต้องการ จนบรรยากาสยามกลับมาบ้านดูอึมครึม จนพิชญาหลังๆ ไม่ชวนเขามาเยี่ยมพ่อกับแม่ อีก เมื่อทั้งสองกลับไปแล้ว “ลูกเรามันเป็นแบบนี้ก็ดีนะท่านเจ้าสัว” คุณนายพูดกับสามี “ฉันอยากให้ลูกเรามันอยากทำงานมานานแล้ว ถึงจะมีสามีดูแล แต่เขาก็ต้องอยู่ด้วยตัวเอง” “ที่แล้วมา ฉันอาจจะไม่ได้เข้มงวดมากพอให้ลูกเรามันอยากทำงานมันเลยเหลวไหล” คุณนายก็เอาแต่โทษตัวเอง ทั้งที่จริง เข้มงวดจนตึงเกินไปขนาดนั้นแล้ว พิชญาไม่ใช่คนเอาถ่านอะไร ย่อมไม่เห็นดีงามกับการพยายามให้รู้จักรับผิดชอบการงาน นอกจากวันๆ เอาแต่เที่ยว ช้อปปิ้ง และสนใจว่ามีผู้ชายคนไหนที่เธอพอจะออกเดทได้บ้าง “ที่จริง ผมเองก็ผิด ที่ไม่ได้สนใจเจ้าเพื่อนมาตั้งแต่เล็ก เราใช้เงินเลี้ยงลูกจนเขา ไม่อยากทำอะไร” 20 ปี ที่แล้ว ตอนนั้นท่านเจ้าสัวพยายามขยายธุระกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำงานหนักจนไม่ได้ สนใจการเลี้ยงดูลูกคนเล็ก ประจวบกับน้ำขึ้นให้รีบตักเอาไว้ อาจจะละเลยการเอาใจใส่ครอบครัวไปบ้าง ลูกคนเล็กจึงถูกเลี้ยงดูโดยพี่เลี้ยงมาโดยตลอด เห็นว่าเงียบๆ แต่เอาแต่ใจไม่น้อย ท่านเจ้าสัวก็ใช้เพียงเงินเลี้ยงลูก ต่างจากพี่ทั้งสอง ที่เติบโตมาก็รู้จักทำงาน “เห็นแบบนี้แม้จะรู้สึกใจหายว่า เหมือนไม่ใช่ลูกเรา แต่เขาก็น่ารัก” แว๊บหนึ่งของความคิดที่คุณนายคิดถึงเพื่อนลูกสาวอีกคน “เมื่อก่อนเรามักจะพูดกับลูกว่าทำไมไม่ขยันทำงานเหมือนหนูมิลิน ที่วันๆ เดินสายไปดูสวน ดูฟาร์มต่างจังหวัด ไม่ห่วงสวยเลย คิดแล้ว ก็อดคิดถึงแกไม่ได้นะคะ แกมักมาหาเราทุกเดือน เอาผลไม้มาฝาก” คุณนายคิดถึงด้วยหน้าใสๆ ที่คอยพูดจาชวนหัวเราะ ตอนนี้ไปเป็นนางฟ้าบนสวรรค์เสียแล้ว บนสวรรค์คงอารมณ์ดีกันทุกคนที่ได้นางฟ้าสวยน่ารัก ช่างคุย เจ้าสัวหน้าเปลี่ยนไปทันที เท่าที่รู้มาวันที่เกิดเหตุ ลูกสาวตัวเอง เป็นคนสุดท้ายที่อยู่บนดาดฟ้าเรือกับมิลิน ตลอด 1 เดือนต่างมีเรื่องซุบซิบมากมาย ทั้งสองเองก็ละอายแก่ใจอย่างหนัก ถ้าหากว่า พิชญารู้เห็นการตกน้ำด้วย เท่ากับว่าจงใจและมีเจตนาที่จะทำให้มิลินตกน้ำ แต่ในเมื่อทุกคนต่างก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ลูกเขาก็ย่อมไม่ผิด พิชญาเป็นที่รู้กันว่าว่ายน้ำไม่เป็นจะยอมลงทุนกระโดดน้ำลงไปด้วยทำไม แล้วตลอด 2 อาทิตย์ที่ลูกสาวนอนไม่รู้สึกตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ก็เป็นที่รู้กันว่านางได้รับบาดเจ็บเหมือนกัน แม้จะไม่ได้ไปเยี่ยม แต่ลูกเขยก็ส่งข่าวมาบอกเสมอ แม้จะมีความกังขาในเรื่องการเกิดอุบัติเหตุ แต่ลูกก็คือลูก หากจะผิดหรือถูกยังไง ก็ยังเป็นลูก เมื่อออกจากบ้านท่านเจ้าสัว พิชญาก็ยิ้มร่าเริงใหญ่ ร้องเพลงให้กิติเทพฟัง ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ว่าเพลงอะไร ได้แต่อดทนอย่างเงียบๆ ให้เวลาผ่านไป เวลาอาจจะช่วยเยี่ยวยาทุกสิ่ง เขาไม่อาจจะรู้ว่าพิชญาคิดอะไรอยู่ ส่วนเขาได้แต่คิดทบทวนวางแผนการณ์ที่จะรื้อฟื้นความทรงจะเธอ “อา พา เทือ พา เทือ พา เทือ อา พา เทือ พา เทือ พา เทือ อา พา เทือ พา เทือ พา เทือ อ่ะ อะ อ่ะ อะ” ฟังไม่ได้ศัพท์ว่าเป็นเพลงอะไร แต่ก็ยังดีหน่อย ที่ไม่เงียบเควิ้งคว้าง เหมือนเมื่อก่อนที่ไปไหนมาไหนด้วยกัน เขาไม่มีแม้เรื่องจะเอามาคุยกับเธอ เช่นเดียวกับเธอ ที่นั่งเงียบไม่รู้จะเริ่มอะไร แม้เขาอ่านสายตาเธอออกว่ารู้สึกอึดอัด เกร็ง หวาดกลัว ที่อยู่กับเขาลำพังก็ตามที แต่เขาก็ไม่รู้จะปฎิบัติกับเธอเช่นไร เป็นเช่นนี้มาเป็นปี สามีภรรยาที่ห่างเหินกัน แม้เธอจะพยายามเข้าหาเขา ก็เต็มไปด้วยความเกร็งและหวาดกลัว “พ่อกับแม่ก็ออกจะใจดี ไม่เห็นเป็นอย่างคุณพูดเลย” เธอหันมาพูดกับเขา “ฮืม” เขาตอบเสียงในลำคอ อย่างไม่รู้จะบอกอะไรเธอดี เหมือนที่เคยเป็นมาเวลาที่อีกฝ่ายถามอะไร ก็ตอบแค่ผ่านๆ “เอ๊ะ” อยู่ๆ พิชญา ก็มองรอบด้าน “เหมือนฉันเคยมาแถวนี้” เส้นนิมิตรใหม่ ไปลำลูกกา เป็นเส้นทางที่พิชญาใช้ประจำ เพื่อที่จะไปเชื่อมสู่รามคำแหงบ้านท่านเจ้าสัว และจะผ่านบ้านของมอส “เลี้ยวๆๆๆๆๆ ซ้าย” เธอหันมาบอกเขา เมื่อถึงไฟแดง แล้วเธอก็บอกให้เขาเลี้ยงเข้าซอยเล็กซอยน้อย อย่างชำนาญ ราวกับว่าจดจำได้ดี จนมาทะลุกับซอยที่เขาเองก็คุ้นเคยดี แต่ไม่เคยมาเส้นนี้มาก่อน เขาจอดรถที่หน้าบ้านที่แสนคุ้นเคย เขามาบ่อยราวเป็นบ้านเขาเอง คนสวนโผล่หน้าออกมาดูเห็นเป็นรถเขาก็จำได้เลยเปิดประตูให้ แม้ว่าจะยังไม่พร้อมที่จะมาที่นี่ แต่ก็ต้องจำใจมาอีก หญิงสูงวัยร่างบอบบาง สวมชุดสีดำเดินออกมาดูเพราะเห็นคนสวนเปิดประตูให้คนเข้าบ้านมา พอเห็นว่าเป็นพิชญาลงจากรถมากับกิติเทพ นางก็ยิ้ม ให้ “สวัสดีครับคุณแม่” กิติเทพยกมือไหว้หญิงสูงวัยที่ยืนยิ้มท่าทางใจดี เขารู้สึกเกร็งๆ มองใบหน้า ผู้สูงวัย พิชญาไหว้ตามแล้วรอกิติเทพเดินนำ อย่างลังเล “พ่อเคน มอส ไม่อยู่นะวันนี้” หญิงสูงวัยเอ่ยบอก “ครับ” เขาตอบเพียงเท่านี้ การมาที่ไม่ได้เตรียมการณ์ไม่มีของติดไม้ติดมือมาฝาก “พอดีพึ่งไปบ้านท่านเจ้าสัวมา เลยแวะกราบคุณแม่ครับ” “อ้อ” นางตอบรับคำเบาๆ มันมามองหน้าพิชญา ที่มองมายังนางสายตาสดใส ก็ทำหน้าเครียดสลด ก่อนจะเชิญทั้งสองคนเข้าบ้าน “งั้นเข้ามากินน้ำกินท่ากันก่อนนะ” “พอดี พ่อมอส กับแม่โบว์ไม่อยู่ ส่วนพ่อก็ออกไปหาเพื่อนที่สนามกอล์ฟ อยู่แค่แม่กับโมน่า” “ครับ ผมก็แวะมาด่วนไม่มีอะไรติดมือมาฝากเลย” เขาบอกเขินๆ “ไม่เป็นไร พอดีแม่ทำขนมอบเอาไว้ มาชิมให้แม่หน่อย” นางพูดอย่างเมตตา แม้ยามนี้ต่างคนต่างทำหน้าตาไม่ถูก จะยิ้มก็ไม่สุด จะหน้าตึงก็ไม่ได้ พิชญาเดินตามเงียบๆ เขาดูเธอเกร็งๆ อย่างเห็นได้ชัด ไม่ร่าเริงเท่าไปบ้านท่านเจ้าสัว ยังแอบคิดว่าคงจะมีสำนึกผิดบาปอะไรในใจเป็นแน่ แล้วการเผชิญหน้ากับแม่มิลิน เขาเองก็พลอยทำใจลำบากไปด้วย ![]() ![]() โดย: หอมกร
|
unitan
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]![]() Link |



ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [