กรกฏาคม 2548
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
20 กรกฏาคม 2548
 

นางแห่งเนินทราย – ฉันเป็นดั่งทราย ถูกแดดสะท้อนมา...

หมายเหตุ: นี่เป็นการบ้านส่งอาจารย์ครับ ใครเผลอเข้ามา อาจจะอ่านไม่รู้เรื่อง (จริงๆ คนที่เคยดูมาแล้ว ก็คงอ่านไม่รู้เรื่องเหมือนกัน ฮา!) เพราะไม่ได้เล่าเรื่องย่อ ไม่ได้วิจารณ์หนัง และจริงๆ ก็ไม่ได้วิเคราะห์หนัง (เอ... แล้วมันคืออะไรหว่า? เอาเป็นว่า โดยส่วนตัว ขอเรียกว่า 'บทความที่มีบางส่วนพูดถึงหนัง' น่าจะดีที่สุด :D) <---- งงจริงๆ ??!!!!


นางแห่งเนินทราย (Hiroshi Teshigahara , 1964, Japan)

รู้สึกตัวเองไม่ถูกชะตากับ ‘ฝน’ เอาเสียเลยครับ ทุกๆ ครั้งที่มีนัดสำคัญ ก็มักจะมีฝนเจ้ากรรมพร่างพรายตกลงมาขัดจังหวะและเวลาอันมีค่าของผมอยู่เสมอๆ ซึ่งในวันนี้ ในวาระที่ผมมีธุระสำคัญต้องออกไปข้างนอก ก็ดูเหมือนว่า จะไม่สามารถหลีกหนีสภาวการณ์ที่เป็นอุปสรรคเหล่านี้ไปได้พ้น ...ขณะนี้ ด้านนอก อณูเล็กๆ ของไฮโดรเจนและออกซิเจนได้รวมและกลั่นตัวเป็นหยาดฝนแล้วครับ !?? จากที่ต้องรีบออกไปทำธุระข้างนอก ตอนนี้เลยจำต้องโยกย้ายร่างกายอันเปราะบางมานั่งจับเจ่ามองดูละอองฝนแทน คิดๆ แล้วก็อดรู้สึกเหนื่อยหน่ายใจนิดๆ ไม่ได้ เหตุใดหนอ ธรรมชาติถึงต้องมา กักกัน ให้ผมอยู่ในพื้นที่สี่เหลี่ยมแคบๆ แบบนี้? จะกระดิกกระเดี้ยวตัวไปไหนมาไหนก็ไม่ได้ (เพราะฝนตกหนักมาก แถมร่มก็ดันมาอันตรธานหายไปอีก) ฤาสวรรค์จะลงทัณฑ์ผมเหมือนที่เพื่อนปากร้ายเคยแช่งเอาไว้จริงๆ !

อย่างไรก็ดี ขณะกำลังครุ่นคิดว่าจะจัดการกับปัญหาเหล่านี้อย่างไร จู่ๆ สมอง (ที่มีอยู่น้อยนิด) ของผม ก็แวบนึกถึง ‘นิกิ จุมเปอิ’ พระเอกในหนัง ‘นางแห่งเนินทราย’ ขึ้นมา เพราะจริงๆ หากจะว่าไปแล้ว ภาพบางอย่างที่ตัวผม และ ‘นิกิ’ ประสบ ก็ดูมีเค้าร่างบางอย่างที่ซ้อนทับกันอยู่เหมือนกัน

‘เราทั้งคู่ต่างถูกกักกันโดยสภาวะแวดล้อมรอบข้างนั่นเอง!’

ในนางแห่งเนินทราย เมื่อนิกิ จุมเปอิ ลืมตาขึ้น เขาก็พบว่าโลกที่เขาอยู่ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เขาไม่สามารถก้าวข้ามและหนีออกไปจาก ‘หลุมทราย’ ที่กักกันเขาได้ คล้ายๆ กัน ตอนนี้ สิ่งแวดล้อมอย่าง “ฝน” ก็ได้พรากผมออกจากฟ้ากว้างข้างนอกเช่นกันครับ แต่ นิกิ คงไม่เหมือนผมเสียทีเดียว เพราะในขณะที่คนไทยขี้เกียจๆ แบบผม ‘เลือก’ ที่จะอยู่เฉยๆ และครุ่นคิดเรื่อยเปื่อยไร้สาระ (อย่างเช่น คิดถึงเรื่องนางแห่งเนินทราย เป็นต้น ฮา!) นิกิ กลับทำตรงกันข้าม เขาพยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อปลดตัวเองออกจากบ่วงนรกแห่งนี้แทน

...คิดๆ แล้วก็อดที่จะรู้สึกละอายใจไม่ได้ แต่เอาเถอะ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม บางที ดูเหมือนว่าการอยู่เฉยๆ ไม่ดิ้นรนแบบผม อาจจะดีกว่าสิ่งที่นิกิกำลังพยายามทำอยู่ตอนนี้ก็เป็นได้ เพราะหากลองตรองดูให้ดีๆ การปีนขึ้นจากหลุมทรายนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งเราตะเกียกตะกายสูงขึ้นเท่าไหร่ ทรายมันก็จะยิ่งหล่นลงมาทับถมเรามากขึ้นเท่านั้น ...นิกิไม่เคยคำนึงถึงข้อนี้ เขาไม่เคยคิดถึงข้อเท็จจริงที่เป็นตรรกะง่ายๆ (ช่างดูเป็นการยั่วล้อ (Irony) กับบุคลิกที่เขามักคำนึงถึงเหตุผลอยู่ตลอดเวลาเสียเหลือเกิน) เหล่านี้เลยทำให้ยิ่งเขาต่อสู้ ยิ่งเขาไขว่คว้า ทุกๆ สิ่งที่เขาพบเจอจึงกลายเป็นเพียง ‘ความว่างเปล่า’! - ถ้าเขาหยุดคิดก่อนเหมือนที่ป๊อดแห่งหมานครบอกก็คงจะดี

แต่ก็อย่างว่านะครับ ในเมื่อคนไร้สติไปแล้ว ก็คงไม่มีเวลาให้หยุดคิดหรอก ตอนนี้ นิกิ ถลำลึกไปค่อนข้างมาก เขาโหยหาถึงคำว่า ‘อิสรภาพ’ มากเกินไป มากจนลืมนึกถึงชีวิตของผู้หญิงที่อยู่ข้างกายเขาไปเสียแล้ว ลองคิดดูสิ แม้กระทั่งหญิงสาวรูปร่างเปราะบาง เขายังสามารถจับเธอ เพื่อใช้เป็นตัวประกันได้ลงคอเลย!

ดูแล้ว ไม่อยากจะเชื่อเลยนะครับว่า นี่คือ สิ่งที่เรียกว่า “ผู้มีจิตใจสูง” - มนุษย์ ซึ่งเป็นผู้ที่สามารถคิดและไตร่ตรองได้ สามารถคิดค้นวิธีหลบหลีกจากพันธนาการได้เพียงเท่านี้หรือ? การเรียกมาซึ่งอิสรภาพ เหตุใดจึงต้องทำลายซึ่งอิสรภาพของผู้อื่นด้วย?

ฤาตอนนี้ นิกิ จะไม่มีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่แล้ว!??? แต่เอาเถอะ ไม่ว่าเขาจะเป็นคนหรือปีศาจ พ้นจากฉากนี้ เขาก็ยังคงไม่ลดละความพยายามที่จะหลบหนี มีอยู่ฉากหนึ่งที่ผมรู้สึกสะเทือนใจยิ่ง นั่นคือ วันหนึ่ง ชาวบ้านได้ยื่นข้อเสนอว่า พวกเขาจะปล่อยตัวนิกิให้มีเวลาออกไปเที่ยวทะเล อาทิตย์ละหนสองหน แต่ทั้งหมดทั้งปวงนี้ มีข้อแม้อยู่หนึ่งข้อ นั่นคือ เขาต้องร่วมรักกับหญิงสาวที่อยู่ด้วยกันให้ดูก่อน ซึ่งก็คาดเดาได้ไม่ยากว่า ‘นิกิ’ จะทำอย่างไร – เขาตอบรับข้อเสนอนั้นด้วยความยินดี เขาลงมือลุกล้ำ ปลุกปล้ำ ขืนใจหญิงสาว โดยไม่สนใจเลยว่าเธอจะยินยอมหรือไม่ แม้นว่าหญิงสาวจะขัดขืน แม้นว่าหญิงสาวจะส่งเสียงกรีดร้อง เขาก็ไม่ลดละความพยายาม เขาถือเอาอำนาจที่สังคมตราให้ว่า ‘ชายเป็นใหญ่กว่าหญิง’ มาข่มเหงเธอโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น ...ดูๆ แล้ว ช่างเป็นภาพที่โหดร้ายเหลือเกิน มันดูหม่นหมอง หม่นเศร้ายิ่งกว่าสีขาวดำในหนังเรื่องนี้เสียอีกครับ

อย่างไรก็ดี ยังโชคดี ที่คราวนี้ หญิงสาวของเรารอดพ้นเงื้อมมือแห่งการ ‘ขืนใจ’ ของนิกิไปได้ เธอ ‘เลือก’ ที่จะไม่ตกอยู่ในอำนาจของผู้อื่น, เธอ ‘เลือก’ ที่จะไม่เลือกสิ่งที่นิกิหยิบยื่นให้

.... ต้องยกย่องในความแข็งแกร่งของเธอจริงๆ


…ถึงจุดนี้ พอลองมาตรองๆ ดู ก็น่าแปลกนะครับ เพราะจะว่าไป จริงๆ แล้ว หญิงสาวของเราก็ตกอยู่ในสภาวะเดียวกันกับนิกิ (ซึ่งจะว่าไป เธออยู่ในตำแหน่งที่เลวร้ายมากกว่านิกิเสียด้วยซ้ำ – สามีและลูกของเธอต้องตายไปในพายุทรายเมื่อปีที่แล้ว) แต่กระนั้น เธอกลับไม่ได้มีปฏิกิริยาต้องการหนีจาก ‘หลุมทราย’ นี้เลย

วันๆ เธอก็ใช้ชีวิตอย่างปกติสุข ? ทำทุกอย่างตามที่คนในหมู่บ้านสั่งให้ทำ พวกเขาให้เธอตักทราย เธอก็ทำ แม้นว่าเดี๋ยวทรายพวกนั้น จะมาหล่นลงมาทับบ้านเธออีก เธอก็ไม่ได้ต่อว่าหรือปริปากบ่นแต่อย่างใด

ฤาหญิงสาวของเราจะเป็น Sisyphus ตัวน้อยๆ อีกคน? (Sisyphus ตามเทพนิยายกรีก ที่มีตำนานว่าถูกพระเจ้าลงทัณฑ์ให้เข็นก้อนหินขึ้นภูเขา เพียงเพื่อให้ก้อนหินเหล่านั้นกลิ้งกลับลงมาที่เดิม) เราจะเห็นว่าทั้งเขาและเธอต่างก็ถูกสั่งให้กระทำในสิ่งที่ซ้ำซาก ไร้สาระเหมือนกัน , ทั้งเขาและเธอ ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถปฎิเสธงานเหล่านั้นได้ คล้ายๆ กันอีก อย่างไรก็ดี หากลองตรองๆ ดู ในความเหมือนก็มีความต่างซ่อนเร้นให้เห็นเช่นกัน

เพราะในขณะที่ Sisyphus ทำทุกอย่างไปด้วยเพราะเขาถูกลงทัณฑ์ (โดยเขาไม่มีสิทธิเลือก) แต่หญิงสาวของเรา กลับทำทุกอย่างเพราะเธอ ‘เลือก’ เอง เราจะเห็นว่าในทุกท่วงท่าของเธอ เธอเป็นผู้กำหนดทุกสิ่งด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการ ‘เลือก’ ที่จะปฏิเสธการร่วมรักกับนิกิ หรือจะเป็นการ ‘เลือก’ ที่จะอยู่ในหลุมทรายแห่งนี้ เหล่านี้ ล้วนแล้วแต่ขึ้นอยู่กับการคิดและการตัดสินใจของเธอเองทั้งสิ้น ครั้งหนึ่ง ฌอง ปอล ซาร์ตร์ นักวรรณคดีและนักปรัชญาร่วมสมัยชาวฝรั่งเศส เคยกล่าวไว้ว่า

“สิ่งสำคัญที่สุดที่ใช้เป็นเครื่องยืนยันคุณค่าของมนุษย์คือเสรีภาพ โดยเฉพาะเสรีภาพในการเลือก วินาทีใดที่มนุษย์ยินยอมให้ผู้อื่นเป็นผู้ใช้เสรีภาพในการเลือกของตน วินาทีนั้น มนุษย์ได้สูญเสียคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ไปแล้ว ตัวของมนุษย์เองเท่านั้น ที่จะเป็นผู้กำหนดจุดหมายปลายทางของตนเอง” (จากบทนำในหนังสือปรัชญาเอ็กซิสเตนเชียลลิสม์ สรุปและเรียบเรียงโดย ศักดิ์ชัย นิรัญทวี)

จริงสินะ นี่คงเป็นคำกล่าวที่สามารถยืนยันถึงตัวตนของหญิงสาวที่แตกต่างไปจาก Sisyphus ได้เป็นอย่างดี เพราะการที่เธอเลือก ทำให้เธอมีเสรีภาพ, เพราะการที่เธอเลือก ทำให้เธอมีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่ คิดมาถึงตรงจุดนี้ ก็ไม่แปลกใจเลยว่า เหตุใดเธอถึงไม่คิดที่จะหลบหนีจากหลุมกักกันเหล่านี้

เพราะแท้จริงแล้ว เธอมี ‘เสรีภาพ’ อยู่ทั่วทุกอณูของเธอนั่นเอง !

...นี่จึงเป็นเหตุทำให้เธอไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะหลีกหนี นี่จึงเป็นเหตุทำให้เธอไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะไขว่คว้าหาสิ่งสมมุติที่ว่างเปล่า ...ตอนนี้ จิตใจของเธอเล็กละเอียด หลุดพ้นจากพันธนาการประดามีทั้งปวงแล้วครับ หรือหากพูดง่ายๆ ก็คือ ตอนนี้ใจของเธอก็คงเปรียบได้ดั่ง “ทราย” ที่ผ่านการกรองจนเล็ก ละเอียด งดงามแล้วนั่นเอง ผิดไปจากชายที่อยู่ร่วมกับเธออย่าง “นิกิ” ที่ตอนนี้ แม้นว่าจะอยู่ร่วมกันมาหลายเดือน ใจเขาก็ยังคงหยาบกระด้างเหมือนทรายก้อนใหญ่ยักษ์เหมือนเดิม !

แต่เอาเถอะ หากมองโลกในแง่ดีแบบหญิงสาว ถ้าภาพแรกของหนังสามารถบอกนัยยะถึงทุกๆ สิ่งที่ปรากฏให้เห็นในภาพยนตร์ได้ “ภาพของทรายใหญ่ยักษ์แล้วค่อยๆ ‘ซูมเอาท์’ ให้เล็กลง เล็กลง เล็กลงจนมีขนาดเท่ากับผงฝุ่นธุลี” ก็คงสามารถบอกเราได้ว่า จริงๆ แล้ว เวลาและสภาพแวดล้อมรอบข้างก็มีพลังสามารถเปลี่ยนอารมณ์และจิตใจของคนเราได้เหมือนกัน

...เพราะในที่สุด ด้วยการค้นพบทฤษฎีแปลกๆ ใหม่ๆ ด้วยการซึมซับวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของหญิงสาว ก็ได้ทำให้นิกิค่อยๆ เริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองทีละนิดๆ จากใจที่หยาบกระด้างเหมือนทรายใหญ่ยักษ์ ก็ถูกลม ถูกกาลเวลากัดเซาะให้เล็กลงๆ จนเริ่มทำใจรับสภาพกับสิ่งที่เป็น พอใจกับสิ่งที่มีอยู่ สร้างทุกอย่างด้วย ‘การเลือก’ ของตน จนในที่สุด ตอนท้ายเรื่อง ใจของนิกิ คงมีขนาดเล็กที่สุด เหมือนถูกกรองจนเสร็จสิ้นแล้วครับ เราจะเห็นว่า ในตอนท้าย แม้นเขาจะพบทางออกไปสู่โลกกว้างอย่างที่เขาเคยปรารถนา แต่กระนั้น ตอนนี้ เขากลับ “เลือก” ที่จะไม่จากไป (จากตอนท้าย ที่หนังประกาศให้เขาเป็นคนสูญหาย ก็เท่ากับว่า ในท้ายสุด นิกิตัดสินใจอยู่ต่อ) เหล่านี้ ก็คงเป็นเพราะตอนนี้ใจเขาเล็กละเอียด จนเกิดสติแล้วนั่นเอง

ขอบคุณ “การมีอยู่” ของน้ำ (จากทฤษฎี Capillary Rise) , ลูก (ในหนัง ผู้ช่วยสัตวบาลบอกว่า ผู้หญิงอาจจะแท้ง (Miscarriage) แต่ ผมขอ “เลือก” ที่จะเชื่อว่า ลูกของพวกเขายังไม่ตายครับ) และหญิงสาว ที่ทำให้หัวใจของผู้ชายอย่างนิกิเปลี่ยนแปลง
..................................

คิดถึงหนังจบไปแล้ว หวนกลับมานึกถึงตัวเองตอนนี้ จริงๆ เราก็ไม่ได้ถูกกักกันอยู่ในห้องสักหน่อย แท้จริง เราก็สามารถนำเอาสภาพแวดล้อมที่เป็นอุปสรรคตอนนี้ให้เป็นเครื่องมือของการกระทำของเราได้นี่นา ...ฝนตก ทำธุระตามกำหนดไม่ได้ ก็ใช้เวลาทำงานอื่นไปก่อนสิ โง่จังเลยเรา !??????!!!!!!


Create Date : 20 กรกฎาคม 2548
Last Update : 24 กรกฎาคม 2548 12:14:16 น. 19 comments
Counter : 1315 Pageviews.  
 
 
 
 
อืมม์...


น่าสนใจแฮะหนังเรื่องนี้


สภาวะทำให้คนจิตใจหยาบเป็นคนละเอียดขึ้น มีสติขึ้น


เป็นหนังที่คงต้องดูด้วยตัวเองอะนะ


ตามมาอ่านค่ะ
 
 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 20 กรกฎาคม 2548 เวลา:16:15:59 น.  

 
 
 
ไม่เคยเชื่อมานานแล้ว
ว่ามนุษย์มีเสรีภาพในการเลือก
 
 

โดย: grappa วันที่: 20 กรกฎาคม 2548 เวลา:17:16:52 น.  

 
 
 
น่าสนใจดี
 
 

โดย: emrysmerlin วันที่: 20 กรกฎาคม 2548 เวลา:18:12:30 น.  

 
 
 
มาดู การบ้านส่งอาจารย์ กัน
 
 

โดย: Mehndi Laga Ke Rakhna วันที่: 20 กรกฎาคม 2548 เวลา:18:45:23 น.  

 
 
 
อิอิ ไม่เชื่อเรื่องเสรีภาพในการเลือกเลยน่ะค่ะ รู้สึกว่า เวลาที่คนเราเลือกอะไร มันก็อยู่ในกรอบของการต้องเลือกอยู่ดี
 
 

โดย: chommanee IP: 221.128.100.238 วันที่: 20 กรกฎาคม 2548 เวลา:20:11:01 น.  

 
 
 
ความจริง เราเป็นทาสของตัวเราเองครับ
อิสรภาพไม่ได้หอมหวานชวนไขว่คว้าเสมอไป..

ว่าแต่ฝนตกก็ดีออกครับ อากาศเย็นสบาย
ถ้าครึ้มใจลองเล่นน้ำฝนเหมือนตอนเป็นเด็กก็เข้าท่าดี อิอิ
 
 

โดย: Mint@da{-"-} วันที่: 21 กรกฎาคม 2548 เวลา:0:36:29 น.  

 
 
 
อ่านที่เกริ่นไว้
เลยไม่กล้าอ่านต่อเลย

แหะๆแต่ชอบเพลง ประกอบละคร ทรายสีเพลิงอ่ะค่ะ
 
 

โดย: quin toki วันที่: 21 กรกฎาคม 2548 เวลา:21:41:34 น.  

 
 
 
ยังไม่เคยดูหนังเต็มๆ เลยครับ แต่ได้ดูผ่านๆ ตอนเรียนคอร์ส อ.แดง คิดว่าตัวเองน่าจะชอบหนังเรื่องนี้นะ
 
 

โดย: merveillesxx วันที่: 22 กรกฎาคม 2548 เวลา:3:00:36 น.  

 
 
 
น่าดูมากครับ

สอบเสร็จรึยังครับน้อง
 
 

โดย: พ่อน้องโจ วันที่: 25 กรกฎาคม 2548 เวลา:12:15:24 น.  

 
 
 
เรื่องนี้เคยอ่าน แต่ยังไม่เคยดูหนังเลยค่ะ ไปหาดูได้จากไหนคะ

ปล. เพิ่งเข้ามาบล๊อกนี้ครั้งแรก...โดนใจมากเลย...ขอแอดเป็นเฟรนด์บล๊อกนะคะ

ขอบคุณล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ
 
 

โดย: ลำพูริมน้ำ วันที่: 27 กรกฎาคม 2548 เวลา:20:22:10 น.  

 
 
 
สอบเสร็จยัง
อัพบล็อคเถอะ
 
 

โดย: grappa IP: 61.91.110.10 วันที่: 27 กรกฎาคม 2548 เวลา:20:52:30 น.  

 
 
 
ยังสอบไม่เสร็จเลยครับ
วันนี้เหลือสอบในตารางอีกหนึ่งตัว (ตอนบ่าย)
อยากอัพบล็อกเหมือนกัน
ตอนนี้ฟังริค วชิรปิลันธร์อยู่
ชอบมากกกกกกกกก
ส่วนอีกอัลบั้มที่ได้ฟังคือ ทาทาอัลบั้มใหม่ -- อัลบั้มนี้เฉยๆ แฮะ ไม่ค่อยโดนเท่าที่ควร (ทั้งๆ ที่หลายเพลงมีบอยด์, พีโอพีช่วยแต่งนะเนี่ย)

หนังที่ได้ดูช่วงนี้
- In July (Fatih Akin ผกก. เฮด ออน) A
- The Keys to the House (A)

ว่างๆ จะมาอัพละกันครับ :D

ป.ล. อย่างไรก็ดี จริงๆ หลังจากอาทิตย์นี้ ก็มีอีกสองวิชาที่จะค่อยๆ ทยอยสอบอีกครับ (กรี๊ดดดดดดดดด)
 
 

โดย: it ซียู IP: 161.200.255.162 วันที่: 29 กรกฎาคม 2548 เวลา:9:11:41 น.  

 
 
 
ลืมตอบคุณลำพูฯ

หนังผมได้ดูจากในห้องเรียนน่ะครับ
แต่เท่าที่รู้
ร้านพี่คนนั้นก็มีขายครับ (ลองสั่งทางเน็ตดูนะครับ ถ้าไม่ทราบวิธีการว่าจะสั่งอย่างไร หลังไมค์มาถามละกันครับ :D)
 
 

โดย: it ซียู IP: 161.200.255.162 วันที่: 29 กรกฎาคม 2548 เวลา:9:17:02 น.  

 
 
 
 
 

โดย: wbj วันที่: 29 กรกฎาคม 2548 เวลา:19:00:18 น.  

 
 
 
โอ นี่ขนาดสอบนะนี่
ว้า แล้วเราทำไมไม่ดูอะไรเลยล่ะนี่
เดือนนี้ ถูกล่ามไว้กับงานตลอด

แต่พรุ่งนี้จะไปดูคอนเสริ์ต
แล้วจะมาเล่าให้ฟังนะ
 
 

โดย: grappa วันที่: 29 กรกฎาคม 2548 เวลา:23:44:16 น.  

 
 
 
ไม่เจอกันหลายอาทิตย์เลยนะครับ หวังว่าคงสบายดี
ตอนนี้สอบเสร็จแล้ว แต่ก็เครียดแทนว่าคะแนนจะเป็นไง
หน่วยกิตละ 240 ไม่อยากดรอปเลย เหอๆ

ตั้งแต่ดูนายนางคู่พิฆาต ก็เพิ่งจะได้เข้าโรงหนังเมื่อวันศุกร์
ดู Somersault ครับ หนังดี แต่เศร้า (ด้วยปัจจัยอื่น)
โชคเอนะครับ
 
 

โดย: Mint@da{-"-} วันที่: 31 กรกฎาคม 2548 เวลา:3:04:03 น.  

 
 
 
มาเป็นกะลังใจให้น้องชายคนเก่ง
 
 

โดย: เกือกซ่าสีชมพู align='absmiddle' วันที่: 1 สิงหาคม 2548 เวลา:15:20:51 น.  

 
 
 
เรื่องนี้ จำเนื้อเรื่องอะไรไม่ได้เลย ..

 
 

โดย: สุภาฯ IP: 210.246.64.11 วันที่: 3 สิงหาคม 2548 เวลา:21:02:42 น.  

 
 
 
ตอนดูก็ไม่ค่อยเข้าใจ แต่ว่าพอมาอ่านอันนี้แล้วซาบซึ้งกับความหมายของเรื่องมากขึ้นแฮะ
 
 

โดย: gALzZ IP: 58.8.3.136 วันที่: 25 กรกฎาคม 2549 เวลา:20:32:54 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

it ซียู
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]








Google




ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
[Add it ซียู's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com