โลกจะสวยงาม เพราะมีความรัก ไม่ว่าจะเป็นความรักแบบไหน
Group Blog
 
<<
กันยายน 2552
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
22 กันยายน 2552
 
All Blogs
 
วัยแรกรุ่นครุ่นคิด 2

น้องรัก

อย่างที่เคยบอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่า พี่อ้อได้เสียแม่ไปในปีแรกของการเป็นนักเรียนมัธยม ความรู้สึกเป็นอย่างไร ได้บรรยายไว้แล้วในจดหมายตอน "พ่อกับแม่ของพี่อ้อ คำว่ารักคงยังไม่พอ” จึงขออนุญาตไม่เล่าซ้ำ แต่ผลของการที่เป็นเด็กผู้หญิงที่ย่างเข้าสู่วัยรุ่น แต่ขาดแม่คอยชี้นำ ซ้ำต้องห่างพ่อไปโดยพลันเพราะพ่อแต่งงานใหม่หลังจากที่แม่ตายเพียงสามเดือนก็ทำให้พี่อ้อเรียนรู้ที่จะพึ่งตนเองตั้งแต่นั้นมา อันที่จริงก็เป็นนิสัยส่วนตัวของพี่เองด้วย ที่ไม่ค่อยยอมเอ่ยปากขออะไรจากใคร นิสัยแบบนี้อาจจะเป็นเพราะพี่อ้อชินกับการที่มีแม่คอยจัดหาอะไรๆให้โดยที่ไม่เคยต้องเอ่ยปาก และส่วนหนึ่งก็อาจมาจากการที่พี่ถูกเลี้ยงคู่กับน้องสาวขี้แยและเอาแต่ใจมาแต่เด็ก เวลาที่พ่อกับแม่พูดถึงพี่อ้อก็มักจะพูดว่า “ลูกคนนี้ไม่โยเย พาไปไหนไม่ต้องกลัวว่าจะร้องเอานั่นเอานี่” ทำให้พี่อ้อฝังหัวตัวเองว่านี่คือเรา และไม่เคยที่จะเรียกร้องอะไรเลย แม้กระทั่งเมื่อถึงเวลาที่ควรจะร้องขออะไรที่จำเป็นก็ไม่สามารถเอ่ยปากออกมาง่ายๆ ทำให้พี่ตกอยู่ในสถานะ “ไม่มีก็ไม่ใช้ ไม่ได้ก็ไม่เอา ไม่ทำให้ก็ทำเอง ยอมอด ยอมหิว ดีกว่าขอค่าขนมเพิ่ม” ดังนั้นถึงแม้ว่าฐานะทางบ้านจะไม่ขัดสน แต่พี่อ้อในวัยรุ่นก็มีเงินติดตัวน้อยมากเมื่อเทียบกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน ข้าวของที่คนอื่นมีนั้น ถ้าเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยก็ไม่ต้องหวังว่าพี่จะได้สัมผัส ถ้าจะมีก็เพราะเงินที่ได้มาจากการอดมื้อกินมื้อของพี่เอง

น้องอาจจะสงสัยว่าเหตุใดพ่อหรือแม่เลี้ยงที่พี่อ้อเรียกว่า “น้า...” จึงไม่สนใจจะไถ่ถามทุกข์สุขของพี่อ้อ นั่นก็เพราะพ่อของพี่อ้อต้องทำงานหนัก ออกจากบ้านแต่เช้ามืด กลับก็ดึก ถึงไม่กลับดึกก็มักจะปิดประตูดูทีวีในห้องนอนกับน้า ห้องนั้นไม่ได้ล็อค... แต่ใครเล่าจะอยากเข้าไป... ดังนั้น พอพ่อกลับมาจากทำงาน ถ้าโชคดีก็ได้ทานข้าวพร้อมกัน แต่หลังจากนั้น ที่ของพี่อ้อกับน้องคือบ้านทั้งหลัง ยกเว้นห้องส่วนตัวของพ่อกับน้า...

พ่อยกหน้าที่ดูแลพี่อ้อกับน้องให้เป็นของน้า ซึ่งมองอย่างยุติธรรมแล้ว น้าก็ทำหน้าที่แม่บ้านได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง บ้านช่องสะอาดเอี่ยม ข้าวปลาก็หามาให้กินครบทุกมื้อ แต่ถามว่าน้าทำหน้าที่แม่ให้แก่พี่อ้อกับน้องได้ดีแค่ไหน พี่อ้อคงจะต้องบอกได้แต่เพียงว่า “ไม่ใกล้เคียงแม่เลย” แต่พี่ไม่โทษน้าสักนิด เพราะสำหรับผู้หญิงสาวโสดที่ไม่เคยมีลูก แล้วต้องมาเจอเด็กวัยรุ่นเก็บกด อยากได้อะไร ไม่อยากได้อะไรก็ไม่พูดอย่างพี่อ้อ และยังมีน้องสาวช่างเรียกร้องอีกคน ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจัดการ นี่เป็นความคิดของพี่อ้อเมื่อโตขึ้นและมีวุฒิภาวะมากพอแล้ว แต่พี่อ้อในเวลานั้นยังไม่สามารถคิดแบบนั้นได้ ได้แต่สงสัยว่าเราไม่ดีตรงไหน ทำไมคนนั้นคนนี้ไม่ทำแบบนั้นแบบนี้

ชีวิตที่บ้านของพี่อ้ออ้างว้างสิ้นดี ยิ่งนานวันพี่อ้อกับพ่อก็คุยกันน้อยลงทุกที เมื่อคุยกันน้อยก็เข้าใจกันน้อย และอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้พ่อเข้มงวดและไม่ไว้ใจพี่อ้อเลย เพื่อนคนไหนหน้าตาไม่เรียบร้อยถ้ามาหาพี่อ้อที่บ้านแล้วพ่อเห็น พ่อจะห้ามคบอย่างไร้เหตุผล พี่เข้าเมืองไปหาเพื่อนแต่ละครั้งจะต้องกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต ยิ่งถ้าวันไหนกลับค่ำก็เป็นอันว่าพรุ่งนี้เตรียมรับเทศนาช่วงเช้า บางครั้งพี่ถูกด่าว่าเสียๆหายๆ และถูกตราหน้าราวกับว่าไปทำอะไรผิดศีลธรรมใหญ่หลวง สิ่งที่ทำให้ไฟโทสะของพ่อพุ่งสูงขึ้นอีกก็ดูเหมือนจะเป็นการที่พี่อ้อไม่โต้เถียง ไม่ตอบคำถาม เอาแต่เงียบ เพราะหลายๆครั้งพี่เองไม่รู้ว่าจะตอบอะไรเพราะมันไม่มีอะไรต้องตอบ และอีกหลายๆครั้งที่โกรธกับคำถามเกินกว่าจะตอบออกไป และเมื่อไหร่ที่ถึงที่สุดพี่อ้อก็จะใช้สายตาจ้องกลับอย่างไม่เกรงกลัว และจุดนี้เองที่อารมณ์ของพ่อจะระเบิดถึงขีดสุด และนี่คือพี่อ้อในอีกมุมหนึ่ง มันคงทำให้พ่อโกรธมาก และคงสงสัยว่าอะไรที่ทำให้ลูกสาวสุดที่รักของพ่อกลายเป็นแบบนี้ ก็คงคล้ายๆ กับคำถามในใจของพี่ ว่าอะไรที่ทำให้พ่อที่แสนใจดีของลูก กลายเป็นพ่อที่ไม่ดูดำดูดี และดูถูกลูกตัวเองขนาดนี้ มานึกในตอนนี้ บางทีการมองมาที่พี่กับน้องคงเตือนให้พ่อนึกถึงอะไรบางอย่างในอดีต และหวาดระแวงว่าพี่กับน้องจะทำให้ตัวเองอับอายขายหน้าเหมือนแม่ของเรากระมัง แผลใจของพ่อก็มีแต่พ่อเท่านั้นที่รู้ พี่อ้อซึ่งขณะนั้นเด็กเกินกว่าจะเข้าใจก็ได้แต่รู้สึกโกรธและเกลียดพ่อเท่านั้น

ทุกครั้งที่พ่อโมโหและด่าว่าพี่อ้อ เสียงของพ่อจะดังไปสามบ้านแปดบ้านจนชาวบ้านได้ยินกันทั่ว ทำให้พี่อ้ออับอาย โกรธและเกลียดพ่ออย่างที่สุด สิ่งที่พี่คิดตอนนั้นคือ คงสมใจคนบางคนที่อุตส่าห์เอาเรื่องเล็กเรื่องน้อยของพี่อมารายงานพ่อ ก็มิใช่คนเหล่านี้ละหรือที่ทำให้พ่อกับแม่ของพี่อ้อต้องลงเอยอย่างน่าสลด เพราะอย่างนี้ พี่จึงไม่สุงสิงกับคนในละแวกบ้าน พูดด้วยนับคำได้ ยิ่งบางคนที่พี่รู้ว่าชอบใส่ไฟพี่ พี่ก็จะไม่มองหน้า ไม่ไหว้ ไม่เห็นว่ามีตัวตน ไม่ว่าจะอายุมากคราวแม่หรือคราวย่า พี่อ้อก็ไม่ไว้หน้า ความโกรธ ความเกลียดที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มควันหนาทึบในใจทำให้พี่อ้อเป็นเด็กสาวเย่อหยิ่ง เย็นชา ไม่น่ารักสำหรับพวกเขา และก็อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขาหมั่นไส้และยิ่งจับผิดหนักขึ้นไปอีก แต่พี่อ้อก็ไม่เคยสนใจ เพราะรู้อยู่อย่างเดียวว่าเราต้องไม่มีวันตกลงมาให้เขาซ้ำ พวกเขาไม่มีวันทำให้เราเสียคนได้

ชีวิตของพี่อ้อเวลานั้นเหมือนแยกเป็นสองส่วนคือ ชีวิตที่บ้าน กับชีวิตที่โรงเรียน

อยู่ที่บ้าน พี่มักปิดประตูเงียบ อ่านหนังสืออยู่ในห้อง ถ้าไม่จำเป็นก็แทบจะไม่ออกจากห้องเลยจนเพื่อนๆรุ่นเดียวกันในละแวกบ้านเรียกว่า “นางห้อง” ดูเผินๆพี่อ้อเป็นเด็กไม่มีปัญหาอะไรเลย เรียนเก่ง ไม่เที่ยวเตร่ ไม่คบเพื่อนเกเร แต่แท้จริงพี่อ้อคิดอะไร ก็แทบจะไม่มีใครรู้ ในขณะเดียวกัน ที่โรงเรียนพี่อ้อเป็นเด็กร่าเริง คบกับคนง่าย เข้ากับใครก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นเด็กเรียนหรือเด็กเที่ยว แต่ความที่พี่ค่อนข้างมีโลกส่วนตัวสูง ทำให้พี่อ้อมีเพื่อนสนิทจริงๆนับคนได้ และเพื่อนที่สนิทที่สุดของพี่ก็ไม่เคยรู้เลยว่าพี่มีปัญหาอะไรที่บ้าน และแทบจะไม่มีใครได้มาที่บ้านของพี่เลย จะบอกว่าพี่อ้อเป็นคนที่อยู่กึ่งกลางของคำว่าสนิทกับทุกคน และคนที่ไม่มีใครสนิทด้วยเลยก็อาจจะใช่

ฉันใดก็ฉันนั้น ในเมื่อปัญหาที่บ้านเพื่อนไม่เคยรู้ พี่อ้อทำอะไรที่โรงเรียนที่บ้านก็ไม่เคยรู้เลยเช่นกัน พี่อ้อเป็นแชมป์อ่านทำนองเสนาะของจังหวัด เป็นแชมป์วาดรูปบนกำแพง ชนะเลิศโต้วาที พ่อพี่จะรู้ก็ต่อเมื่อมีคนอื่นไปเล่าให้ฟัง หรือฟังจากข่าวเช้าทางวิทยุ ปลายปีพ่อพี่ลืมไปแล้วว่าลูกกำลังจะจบชั้นมัธยมและต้องเรียนต่อ มารู้อีกทีพี่อ้อสอบติดโควต้ามหาวิทยาลัยชื่อดังในภาคเหนือและกำลังจะย้ายออกไปแล้ว เป็นต้น

สุดท้ายนี้ก็อาจสรุปชีวิตในวัยรุ่นของพี่อ้อได้ว่ามีแต่การครุ่นคิด หมกมุ่นอยู่กับตนเองในอันที่จะประคับประคองตนให้รอดพ้นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญที่สุด พี่อ้อไม่เคยคิดว่าตัวเองมีปัญหา คิดเพียงว่าถ้าที่นี่เราไม่มีความสุข เราก็ต้องไปจากที่ตรงนี้ให้ได้ ใครมองว่าเรามีปัญหา มองว่าเราไม่ดี เราจะพิสูจน์ให้เขาดูว่าไม่ต้องพึ่งใครเราก็ดีได้ พี่โชคดีที่เข้มแข็งพอที่จะลากตัวเองให้ก้าวผ่านชีวิตช่วงนั้นมาได้ ถึงแม้ตัวของพี่จะผ่านพ้นช่วงเวลานั้นมาแล้ว แต่กว่าที่ใจของพี่จะก้าวข้ามความรู้สึกโกรธและเกลียดก็กินเวลาหลายปี “เวลาเท่านั้นที่ช่วยรักษาแผลใจได้” คำกล่าวนี้จริงเสียยิ่งกว่าจริง แต่อะไรก็ไม่สู้ประสบการณ์ ใจที่มองอย่างเป็นกลางและเมตตาที่เรามีต่อผู้อื่น

มาถึงตรงนี้ น้องคงพอจะรู้จักตัวตนของพี่อ้อมากขึ้น พี่ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตวัยรุ่นตอนต้นของพี่มีผลกระทบมากๆต่อการมองโลก ความนึกคิดและการแสดงออกของพี่ในเวลาต่อๆมา และจนบัดนี้ การมองย้อนกลับไปดูอดีตทำให้พี่พบว่าหลายๆครั้งตัวเราก็ไม่ได้ทำสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป เพราะฉะนั้นเราจึงควรให้อภัยการกระทำที่ผิดพลาดของผู้อื่น และขณะเดียวกันก็ทำให้พี่ยอมรับว่าบุคคลต่างๆที่เกี่ยวข้องในชีวิตช่วงหนึ่งของเราจะมีเจตนาและแสดงออกต่อเราแบบไหน บางครั้งมันก็ขึ้นอยู่กับว่าเราเปิดรับเขาแค่ไหนด้วย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบางครั้งมันก็ไม่ใช่ความผิดของใคร

คราวหน้าจะเล่าให้ฟังนะจ๊ะว่าออกจากบ้านไปเรียนมหาวิทยาลัยแล้วเป็นอย่างไร

รักจ๊ะ

พี่อ้อ



Create Date : 22 กันยายน 2552
Last Update : 7 ตุลาคม 2552 13:32:00 น. 29 comments
Counter : 358 Pageviews.

 
ประวัติศาสตร์ของชีวิต
อาจเป็นแง่มุมความคิดที่ดี
สำหรับใครอีกหลายคนทีไ่ด้อ่านนะครับพี่อ้อ







ปล. ผมไม่ได้เป็นคนโรแมนติกเลยครับ
แต่ชอบเขียนถึงเรื่องราวความรักนะครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 กันยายน 2552 เวลา:13:49:27 น.  

 
สวัสดีค่ะ ต้องขอโทษก่อนเลยนะคะ เพราะว่าวันนี้อ่านอะไรยาวๆในคอมฯไม่ได้เลย
เนื่องจากมีึความจำเป็นต้องใช้คอมฯมาตั้งแต่เช้า
ตอนนี้ปวดตามาก ๆ
แวะมาบอก ขอบคุณ สำหรับคอมเม้นท์นะคะ
ภาพฝั่งซ้าย กับภาพในกล่องความคิดเห็นนี่ เหมือนเป็นคนเดียวกันเลยแฮะ
วาดเองรึป่าวคะ น่ารักมากๆค่ะ


โดย: ชินโจมายุ วันที่: 25 กันยายน 2552 เวลา:13:52:51 น.  

 
'วัสดีค่ะพี่อ้อ (ของลูกชาย อิ อิ)
รูป เรื่อง และภาษาน่ารัก อบอุ่น และน่าอ่านมากค่ะ
แวะไปอ่านหลายเรื่องในบล็อกก่อน ๆ หน้านี้รู้สึกชอบจัง
ขออนุญาต add บล็อกไว้กลับมาเยี่ยมเยือนกันใหม่นะคะ

ขอให้มองโลกอย่างเข้าใจ อบอุ่นและมีเมตตาต่อตัวคุณอ้อเองมาก ๆ นะคะ

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ


โดย: kangsadal วันที่: 25 กันยายน 2552 เวลา:14:15:32 น.  

 
อ่านแล้วรุ้สึกดีจัง นึกถึงสมัยเป็นวันรุ่นเลย


โดย: กุ๊กไก่ (t.noppawan ) วันที่: 25 กันยายน 2552 เวลา:16:17:41 น.  

 
คุณอ้อ อยากทานน้ำพริกแนวไหนอีกไหมคะ

แม่โสมจะคิดสูตรและตำมาฝาก


โดย: โสมรัศมี วันที่: 25 กันยายน 2552 เวลา:18:42:52 น.  

 
สวัสดีค่ะ...คุณอ้อ
...หายไปนานเลยนะค่ะ
สบายดีใช่ไหมค่ะ...ยังคิดถึงอยู่นะค่ะ


โดย: เพราะฉันห่างไกล วันที่: 25 กันยายน 2552 เวลา:19:50:10 น.  

 
พี่อ้อ สอนน้อง น่ารักจังค่ะ


โดย: Shallow Grave วันที่: 25 กันยายน 2552 เวลา:20:17:49 น.  

 
สวัสดีคะคุณอ้อ
ขอบคุณนะคะที่แวะไปทักทายที่บล๊อก
ณ ช่วงเวลานั้น กับ มุมมองในปัจจุบัน มันช่างผิดกันลิบลับเลยนะคะ
มีคนชอบถามคำถามว่า"....ถ้าหากคุณย้อนเวลากลับไปได้ คุณจะแก้ใขสิ่งใด?" ถึงจะรู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แต่.....ในใจกลับมีคำตอบที่กระจ่างชัดเตรียมไว้อยู่แล้ว
คุณอ้อเลือกที่จะมองให้เป็นประสบการณ์....น่านับถือคะ
รูปสวย น่ารัก glitter emoticon //www.yenta4.com


โดย: pinklilac วันที่: 25 กันยายน 2552 เวลา:20:49:26 น.  

 
ชีวิตเราคล้ายกันหลายอย่าง แต่อ้อ เข้มแข้งมากกว่า ย่าอ่อนแอ

แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ การไม่พูด ไม่โต้ตอบ เป็นอย่างตลอด

แต่ตอนนี้แก่แล้ว ตอบโต้แล้วแต่ก็ไม่มากนะ เพราะ ผู้ใหญ่เราก็ต้องเคารพ
แต่ความรักของเรา สำหรับ คนที่ควรจะรักเรามากที่สุด เป็นคนแรกของโลก ได้ตายไปแล้ววววว

ขอบคุณค่ะ

เศร้า แต่มันคือชีวิตจริงค่ะ

สู้ๆๆนะ


โดย: ย่าชอบเล่า วันที่: 25 กันยายน 2552 เวลา:21:04:25 น.  

 
โหยยยยยยยยยยย


พี่อ้อครับ

ทำไมยังสูบบุหรี่ในที่ประชุมได้อีกครับเนี่ย

ผมแพ้ควันบุหรี่มากเลยครับ
เดินผ่านยังมึนเลยครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 กันยายน 2552 เวลา:22:01:07 น.  

 
ประสพการณ์ของแต่ละคน มันก็ไม่เหมือนกันทุกคน หากเราผ่านไปได้ด้วยดีหรือไม่ก็แล้วแต่ แต่เป็นเรื่องที่ดีที่มาแชร์กันค่ะ ชื่นชมค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 25 กันยายน 2552 เวลา:23:18:49 น.  

 
แวะมาอ่านเรื่องราวอันเยาว์วัยของคุณอ้อ

!...วัยที่ผ่านมา..แซวเล่นนะครับ


โดย: sananda (sananda ) วันที่: 25 กันยายน 2552 เวลา:23:56:46 น.  

 
พี่อ้อเก่งจังค่ะ ถ้าเป็นหนูก็คงไม่รู้จะทำอย่างไรกะชีวิตดี อ่านแล้วรู้สึกถึงอารมณ์โดดเดี่ยว อ้างว้างเหมือนเราอยู่คนเดียวบนโลกที่กว้างใหญ่ยังไงก็ไม่รู้


โดย: gieyewon วันที่: 26 กันยายน 2552 เวลา:1:01:01 น.  

 
คนเรามีชีวิตแตกต่างกันนะคะ .. อ่านแล้วเชื่อได้เลยว่า
คุณ จขบ.เองก็เป็นคนเข้มแข็งไม่น้อยเลยค่ะ

ปัญหาสำหรับบางคนหาทางแก้ยากแต่ว่าก็ไม่พยายาม
อย่างที่สุดในการแก้ไข แต่ว่าปัญหาสำหรับบางคน
เป็นเสมือนยาและการพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นคนเข็มแข็ง
หรือว่าเป็นคนที่มุ่งมั่นแค่ไหน


จะมาอ่านและติดตามเรื่องราวแต่หนหลังอีกนะค่ะ


โดย: JewNid วันที่: 26 กันยายน 2552 เวลา:8:43:43 น.  

 
ตามมาอ่านแล้วนะคะ
พี่อ้อตั้งใจเล่าให้ใครคนนึงอ่านเป็นพิเศษรึป่าวคะ
พี่อ้อสูบบุหรี่ด้วยเหรอคะ -->>อ่านความเห็นของพี่ก๋า

ปล.พี่อ้อเข้มแข็งดีจัง ถ้าเป็นเจี๊ยบคงแย่ไปแล้วล่ะค่ะ



โดย: ชินโจมายุ วันที่: 26 กันยายน 2552 เวลา:9:16:54 น.  

 
ตามมาอ่านชีวประวัติของพี่อ้อค่ะ.....เข้มแข็งมากนะคะ ชื่นชม....
ขอบคุณที่แวะเวียนไปที่บล็อคนะคะ


โดย: auau_pi วันที่: 26 กันยายน 2552 เวลา:9:28:57 น.  

 
สวัสดีครับพี่อ้อ








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 กันยายน 2552 เวลา:10:14:47 น.  

 
สวัสดีค่ะ

นั่งอ่านตั้งนานแน่ะ
เรื่องราวชีวิตน่ารักน่าคิดดีนะคะ
ไว้จะมาอ่านตอนต่อไป

อัพบล้อกแล้วไปบอกด้วยนะคะ

ขอ Add ด้วยจะได้ตามมาไม่ลำบาก
ขอบคุณนะคะ


โดย: raya-a วันที่: 26 กันยายน 2552 เวลา:10:23:44 น.  

 
แวะมาทักทายค่ะ


โดย: C.sasumi วันที่: 26 กันยายน 2552 เวลา:13:10:23 น.  

 
เขียนได้ดีจัง
ทั้งวิธีการถ่ายทอด ถ้อยคำ บททบทวนอดีต และการครุ่นคิดไตร่ตรอง

มาทักทายในวันหยุดสุดสัปดาห์ค่ะ



โดย: sangseetong วันที่: 26 กันยายน 2552 เวลา:14:50:17 น.  

 
หวัดดีค่ะ แวะมาทายทักตามประสาคนจะรู้จักกันแล้ว .. น่าน ๆๆ - -

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง


หอบดอกไม้มาแอ่วหาเพื่อนใหม่ค่ะ
หวัดดีวันฝนตกพรำ ๆ แบบนี้นะค่ะ ..


โดย: SongPee วันที่: 26 กันยายน 2552 เวลา:14:55:00 น.  

 



รออ่านต่อนะคะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 26 กันยายน 2552 เวลา:16:15:28 น.  

 
ขอบคุณที่แวะมาทักมายค่ะ

เรื่องเราอาจจะคล้ายๆกันค่ะ แต่ของเราไม่มีใครล้มหายตายจากไป

แต่เมื่อโตขึ้น มองกลับไป มันก็เป็นสิ่งที่สอนเราให้แข็งแรงค่ะ


โดย: Pocoyo's วันที่: 26 กันยายน 2552 เวลา:17:09:22 น.  

 
สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่แวะไปที่บล็อคนะคะ

ยังไงชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไปค่ะ สู้ๆค่ะ



โดย: babyL' วันที่: 26 กันยายน 2552 เวลา:17:17:48 น.  

 
สวัสดีคะพี่อ้อ....แอบมาอ่านจดหมายพี่อ้อ...อิอิ


โดย: นางฟ้าอรชร วันที่: 27 กันยายน 2552 เวลา:11:45:13 น.  

 
แวะมาทักทายค่ะ เรื่องราวในอดีตบางครั้งก็ทำให้เราเข้มแข็งในปัจจุบันค่ะ ขอบคุณที่แวะไปทักทายนะคะ


โดย: LoveParadise วันที่: 27 กันยายน 2552 เวลา:14:51:49 น.  

 
เข้าใจความรู้สึกอย่างมากเลยค่ะ เพราะชีวิตคุณอ้อคล้ายเรามาก แต่เราเป็นคนเถียง โวยวาย และเราไม่เคยอยู่กับพ่อเลยตั้งแต่แม่เสีย....

ขอบคุณที่แวะเยี่ยมนะคะ



โดย: Just a life วันที่: 27 กันยายน 2552 เวลา:16:22:33 น.  

 
คุณอ้อเข้มแข็งมากค่ะที่ผ่านจุดนี้มาได้



โดย: หมูปิ้งไม้ละ 5 บาท วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:12:24:30 น.  

 
สวัสดีอีกรอบ

นึกว่าอัพใหม่แล้วซะอีกค่ะ แหะๆ

ใช่ค่ะ..ราคาค่อนข้างสูง แต่สำหรับบ้านเค้าก็ไม่ได้สูงมากค่ะ ค่าครองชีพบ้านเค้าแพงกว่าเราสองเท่าเกือบๆ สามเท่าน่ะนะคะ



โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:14:03:40 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

sandseasun
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add sandseasun's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.