Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2557
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
10 สิงหาคม 2557
 
All Blogs
 

ตราบเวลามิอาจกั้นรัก บทที่ 1




พายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงจากมรสุมที่ถูกพัดพามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ทั่วอาณาบริเวณโดยรอบของผืนป่ามีสภาพเจิ่งนองเต็มไปด้วยน้ำ กิ่งไม้น้อยใหญ่หักระเกะระกะจากลมพายุที่โหมกระหน่ำ เสียงอัสนีบาตฟาดผ่านชั้นบรรยากาศจนบ้านสะเทือนไปทั้งหลัง สายฝนโหมกระหน่ำรุนแรง สาดซัดตัวบ้านอย่างไร้ทิศทาง ราวกับวันนี้อาจเป็นวันสิ้นโลก

จานดาวเทียมที่ใช้รับสัญญาณอินเตอร์เน็ต และทีวีถูกตรึงไว้ด้วยเชือกเส้นใหญ่ยึดไว้กับเสาปูนรวมถึงข้าวของต่างๆ ที่อาจปลิวเพราะลมถูกจัดเก็บไว้อย่างดีก่อนที่พายุลูกนี้จะแวะเข้ามาเยี่ยมเยือน

นั่นเป็นเพราะปีนี้เป็นปีซึ่งไม่ว่าอะไรต่อมิอะไรก็มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าผ่านสื่อหลากประเภท และนี่ก็เป็นผลพวงจากสื่อช่องทางหนึ่ง พยากรณ์อากาศทางทีวีทำให้รู้ล่วงหน้าไม่ต้องตื่นเต้นตกใจวิ่งเก็บโน่นเก็บนี่ยามพายุกระหน่ำ

“คุณหนูเบญครับ”

สิ้นเสียงเรียกนั้นหญิงสาวร่างสูง วงหน้ารูปไข่ขาวอมชมพูภายใต้คิ้วเข้มโค้งเรียว รับกับดวงตาสีดำสนิท ผมหยิกยักโศก สั้นปะบ่าหันกลับมามองชายยืนอยู่ที่โค้งประตูซึ่งเชื่อมห้องรับแขกและห้องทำงานเล็กๆ ของเธอ

“คะลุงสม”

“พายุแรงอย่าไปยืนเอาหน้าแนบกระจกแบบนั้นสิครับ เผื่อกิ่งไม้มันปลิวมาปะทะตัวกระจกแตกคุณหนูจะบาดเจ็บได้นะครับ”

ลุงสมคนสวนเก่าแก่เอ่ยปากบอกด้วยน้ำเสียงห่วงใย เขาอยู่เฝ้าบ้านนี้มาตั้งแต่เธอจำความได้กับป้าศรีภรรยา ชายสูงวัยเป็นคนเก่าคนแก่ที่คุณตาของเธอรับเข้ามาอยู่ด้วยโดยแลกกับการทำงานในสวนและบ้าน พร้อมมีเงินเดือนให้ จนกระทั้งคุณตาสิ้นลุงสมก็ยังอยู่ที่นี่

ชายวัยชรา หากแข็งแรง มีบ้านไม้หลังหย่อม ซึ่งบิดาเธอสร้างแทนบ้านหลังเก่าซึ่งทรุดโทรมไปมากตามกาลเวลาที่หมุนผ่านไปให้ใหม่ แต่ไม่ว่าใครจะกล่อมยังไง ลุงสมก็ไม่ยอมรื้อบ้านหลังเก่า เพราะบ้านหลังนั้นมีความทรงจำมากมาย รวมถึงเป็นบ้านที่คุณตาเธอสร้างเป็นเรือนหอให้ลุงสมในวันแต่งงานของเขากับป้าศรี แต่เมื่อเธอเป็นคนเอ่ยเรื่องนี้กับเขา ชายสูงวัยครุ่นคิดอยู่ไม่นาน ก่อนจะยอมให้มีการรื้อบ้านหลังเก่าท่ามกลางความแปลกใจของทุกคนที่เกลี้ยกล่อมแก

เบญญารู้ว่าลุงสมรักเธอเหมือนลูกสาว และจงรักเหมือนที่เขามีให้กับตา เมื่อสิ้นคุณตา ความรัก จงรักนั้นจึงโอนถ่ายมายังเธอ ซึ่งเป็นหลานสาวสุดที่รักแทน เบญญาอมยิ้มนิดๆ เอ่ยปากบอกคนเก่าแก่ด้วยน้ำเสียงรื่นเริง

“ถ้ามันปลิวมาเบญก็หลบสิคะลุงสม”

“มันจะไม่ทันนะซิครับลมก็ยังแรงอยู่เลย อีกอย่างผมกังวลกลัวว่าฝ้ายน้ำหลังบ้านที่ทำเอาไว้มันจะพัง เพราะน้ำป่ารอบนี้คงจะแรงผิดปกตินะครับ” สีหน้ากังวลปรากฏให้เห็นในดวงตาของชายชรา

“ถ้ามันแตกเราก็ซ่อมมันใหม่ จะไปกังวลให้ปวดหัวทำไมละคะ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องธรรมชาติ ว่าแต่เบญไม่เคยเห็นพายุแรงเท่านี้มาก่อนเลยนะคะ ฟ้าคะรองยังกับโกรธใคร”

เบญญาเงยหน้ามองฟ้าสีเทาหม่น สายฟ้ายังคงแลบแปลบปราบอยู่เป็นระยะ สายฝนซาเม็ดลงบ้างแต่ก็ยังคงตกปะปรายสลับกับแรงบ้างเป็นบางครั้ง

“ทางลงเขาบ้านเรามันเป็นช่องลมด้วยน่ะครับคุณหนู เวลาฝนตกฟ้าคะนองลมจะแรงกว่าตรงอื่น เค้าเรียกว่าประตูลมครับ โน่นไงครับตรงนั้น”

ลุมสมเดินเข้ามายืนอยู่ข้างๆ ชี้มือไปยังภูเขาลูกใหญ่ตรงหน้าบ้าน ตรงกลางระหว่างเขานั้นคือประตูลม ซึ่งทุกครั้งที่เกิดลมพายุหรือหน้ามรสุม ลมจะถูกพัดเข้ามาจากบริเวณนั้น ยังดีที่ตัวบ้านของเธอไม่ได้ปลูกอยู่ในแนวกวาดของประตูลม ไม่อย่างนั้นคงต้องกังวลทุกครั้งที่มีพายุหรือมรสุม

“หนูเพิ่งรู้ว่ามีประตูลมด้วยนอกจากประตูบ้าน ประตูรั้ว ประตูครัว” หญิงสาวพูดติดตลก เย้าคนสูงวัยข้างกาย ซึ่งยังมีทีท่ากังวลกับสภาพอากาศไม่คลาย
“คุณหนูอยู่ไปนานๆ ก็จะได้เห็นฤทธิ์ของประตูลมหน้าบ้านเรานี่แหละครับ วันดีคืนดีไม่ทันตั้งตัวพามาจนเรือนกล้วยไม้คลอนก็มีครับ นี่ผมก็ดึงสลิงไว้แล้ว กลัวมันหอบโรงกล้วยไม้คุณท่านไปกินซะ”

“แรงอย่างนั้นเชียวหรือคะลุงสม”

“ครับ ทั้งแรง ทั้งเสียงดังเชียวล่ะ ว่าแต่คืนนี้คุณหนูจะนอนคนเดียวได้ไหมครับ เสียงพายุมันดังอย่างนี้ ให้ยายศรีมานอนเป็นเพื่อนเอาไหมครับ”

“ไม่ต้องค่ะ เบญนอนได้ แหมนอนคนเดียวมาตั้งเดือนกว่าแล้วกับแค่พายุ ฝนตกฟ้าคะนอง ไม่เป็นไรหรอกค่ะเบญไม่ใช่เด็กตัวเท่าเมี่ยงแล้วนะคะเลิกกลัวฟ้าผ่าฟ้าร้องแล้วค่ะลุงสม”

หญิงสาวปฏิเสธพร้อมรอยยิ้มอ่อนหวาน นึกชอบใจความทรงจำดีเยี่ยมของลุงสมเกี่ยวกับวัยเด็กของเธอ ซึ่งไม่ถูกโรคกับฟ้าผ่า ฟ้าร้องเลยสักครั้ง จึงทำให้มีหลายครั้งป้าศรีจะคอยเปิดประตูห้องนอนเล็กเข้ามานอนเป็นเพื่อน ครั้งที่เธอมาอยู่กับคุณตาช่วงปิดเทอม และอาจเพราะลุงสมกับป้าศรีไม่มีลูกด้วยกัน เธอจึงได้รับความเอาใจใส่จากทั้งสองอย่างเต็มที่ในทุกคราที่มาพักที่บ้านคุณตา

“อย่างนั้น ถ้าคุณหนูต้องการอะไรก็ตะโกนเรียกนะครับ

“จ้ะ ลุงสมไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวเบญจะทำงานอีกสักหน่อยแล้วก็จะเข้านอนแล้วล่ะค่ะ”

“ครับงั้นผมขอตัวนะครับคุณหนู”

“จ้ะ”

เบญญามองตามแผ่นหลังของชายสูงวัยเดินออกไปจากห้อง ก่อนหมุนตัวเดินกลับไปยังห้องทำงานด้านใน คอมพิวเตอร์โน้ตบุคถูกปิดไปตั้งแต่ฝนฟ้าคะนองหนัก แต่เธอก็ปริ๊นงานส่วนหนึ่งออกมาก่อนแล้ว

นวนิยายเรื่องใหม่ของเธอ ตัวละครได้ชื่อ พร้อมคาแรตเตอร์ทุกตัวตามแล้ว เหลือเพียงสิ่งเดียวที่ยังขาดไปก็คือพล็อต หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่กับสิ่งที่ยังขาดไปและเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนเขียนนิยายอย่างเธอ โดยปกตินิสัยการเขียนของเธอแล้ว ชื่อตัวละคร กับคาแรตเตอร์จะเหมือนตัวเชื่อมทำให้พล็อต ปิ๊งขึ้นในสมอง แต่ไม่ใช่ครั้งนี้ดูเหมือนมันมึน ๆ ตัน ๆ ไปหมด

“บล็อกไรเตอร์” เป็นอาการที่นักเขียนจะต้องได้พบกันแทบทุกคน มันคือช่วงเวลาที่คิดอะไรไม่ออก เกิดอาการไม่อยากเขียน ๆ เขียนไม่ออก หมดมุข หมดพล็อต ตอนนี้เธอกำลังประสบกับตัวเองอย่างจัง ถึงจะพยายามเคี่ยวเข็นตัวเองสักแค่ไหนในหัวก็คงยังว่างเปล่า

อาการหนักถึงขนาดเปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้ว แม้แต่บรรทัดเดียว หรือคำเดียวก็ยังพิมพ์ไม่ออก ... หญิงสาวเลยตัดสินใจเก็บข้าวเก็บของ อัปเปหิตัวเองมาอยู่กลางป่าลานผืนใหญ่ของประเทศบ้านเดิมของคุณตา ความสงบของที่นี่ บรรยากาศที่เปลี่ยนไป อาจจะช่วยให้เธอคิดอะไรออกบ้าง

ถึงพ่อและแม่จะไม่เห็นด้วยกับการย้ายมา แต่ก็ไม่ได้ขัดข้องในการย้ายมาที่นี่ หลังจากเห็นเธอหมกตัวอยู่ที่คอนโดริมทะเลเป็นอาทิตย์ ก็ไม่ได้ช่วยให้หน้ากระดาษเธอรกขึ้นเพราะตัวอักษรเลยสักตัว

และมันได้ผลทันทีที่ได้สัมผัสกับความชื้น ไอ้หมอก ความเขียวของแมกไม้ในป่า คาแรตเตอร์ตัวละครตัวหลัก และตัวรองก็พอหลุดออกมาให้ได้เขียนอะไรต่อมิอะไรบ้าง ยกเว้นเรื่องเดียว พล็อต....

“เฮ้ออออ.....”

เบญญามองแผ่นเมนคาแรกเตอร์ในมือพร้อมถอนใจรอบที่ร้อยแข่งกับเสียงของฟ้าฝนด้านนอก เธอทิ้งตัวเองลงบนโซฟาตัวใหญ่ มองผ่านกระจกออกไปยังสายฝนเบื้องนอก ซึ่งยังคงตกกระหน่ำจนเบื้องนอกลายเป็นสีขุ่นมัวไปหมด และบางครั้งสายฝนนั้นก็หยุดหายไปดื้อๆ ปล่อยให้ลมพัดพายอดไม้ให้ไหวลู่ไปตามกระแสลมแรง
เสียงฟ้าคำรามดังก้องในขณะที่แสงสีขาวแล่นเป็นสายพาดอยู่บนฟากฟ้า

….เปรี้ยงงงงงงง!!!......

หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวกับเสียงฟ้าผ่าที่ได้ยิน มันรุนแรงเสียจนบ้านทั้งหลังสั่นสะเทือน น้ำที่อยู่ในแก้วน้ำบนโต๊ะระริกไหว เธอพบว่าถลายืนขึ้นยกสองมือขึ้นปิดหู ดวงตาจ้องมองไปยังแก้วน้ำใบบนโต๊ะทำงาน แล้วแสงวูบวับวาบที่ปลายสายตาดึงความสนใจให้หันกลับไปมอง

บนหิ้งสูงเหนือตู้หนังสือเป็นหิ้งสำหรับวางรูปคุณตาเชื้อสายชาวเขมรที่สิ้นไปแล้วของเธอ แสงวูบวาบปรากฏขึ้นจากที่นั่น

หญิงสาวปล่อยมือลงแนบลำตัว ค่อย ๆ ก้าวไปยังทิศทางของตู้หนังสือ คุณตาในภาพถ่ายเบื้องบนส่งยิ้มคุ้นเคยให้เธออีกครั้ง เบญญาพยายามจะเอื้อมมือดึงภาพนั้นลงมา แต่ก็เอื้อมไม่ถึง เธอคว้าเก้าอี้แถวนั้นมา ก่อนก้าวเท้าขึ้นไปยืนอย่างมั่นคงบนนั้น

ดวงตาของคุณตาจ้องมองเธอด้วยรอยยิ้มในระดับเดียวกันแล้ว เบื้องหลังภาพชายชรามีพานทองเหลืองหม่นมัวใบเล็กวางแอบอยู่ เธอเอื้อมมือไปหยิบพานนั้นมาถือไว้ และพบว่า ในพานมีม้วนสายสินธุ์เก่าๆ ถูกหยากไย่เกาะเต็มไปหมด ตะกรุดไม้สีดำถูกมัดด้วยด้ายแดงซีดเก่า เศษไม่ชิ้นเล็ก ๆ ถูกมัดไว้ด้วยกัน และอีกหลายๆ อย่างที่เธอไม่รู้ว่ามันคืออะไร หากสิ่งที่ดึงดูดสายตาเธอตั้งแต่แรกคือ สิ่งที่กำลังส่องแสงวูบวาบ ก่อนจางหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อเธอเอื้อมไปหยิบมันขึ้นมา

วัตถุชิ้นนั้นมีลักษณะคล้ายเขี้ยว มีสีเหลืองเก่าหม่นมัว ตรงด้านบนมีห่วงใส่สำหรับร้อยกับสายสร้อย พลิกไปด้านหลังเขี้ยวมีอักขระโบราณภาษาเขมรสีดำจาง จารอยู่ในผิวเนื้อ

คุณตาของเธอเป็นพวกเล่นแร่แปรธาตุ เป็นคนเล่นของชื่อดังในสมัยท่านยังหนุ่ม จึงไม่น่าแปลกที่จะมีของพวกนี้อยู่ในบ้านท่าน แต่ที่น่าแปลกคือของพวกนี้น่าจะถูกแจกจ่ายไปตั้งแต่ตอนท่านเสียต่างหาก นั่นเพราะคุณตามีแม่เธอเป็นลูกสาวคนเดียว ซึ่งไม่สามารถเป็นผู้สืบทอดได้ ของเหล่านี้จึงน่าจะถูกแจกจ่ายไปยังลูกศิษย์คนสนิททั้งหบายต่างหาก ไม่ใช่ถูกเก็บจนลืมไปไว้บนหิ้งหลังภาพเช่นนี้

แต่หากคิดอีกแง่หนึ่ง ของบางส่วนอาจจะถูกแจกออกไปแล้ว ส่วนของที่เหลือคือของที่คุณตาเธอตั้งใจเก็บเอาไว้ให้ใครบางคนในสายตระกูลก็เป็นได้ ...เบญญาก้าวลงจากเก้าอี้สายตายังไม่ละไปจากสิ่งของในมือ

....เขี้ยวเสือ....
จู่ ๆ คำนี้ก็ผุดขึ้นในมโนสำนึก พร้อมกับภาพคุณตาในวันสิ้นใจก็ผุดตามขึ้นมา ภาพวัยเยาว์ลางเลือนแต่ก็พอจำได้ คุณตาจับมือเธอเอาไว้และพึมพำอะไรสักอย่าง เกี่ยวกับชีวิตของเธอในอนาคต ก่อนที่ท่านจะสิ้นไปพร้อมรอยยิ้ม ๆ ที่เหมือนกับภาพถ่ายเบื้องบน

“คุณตาอยากให้เบญพบสิ่งเหล่านี้หรือคะ” เธอเงยหน้าเอ่ยถามกับภาพถ่ายเบื้องบน แม้ไม่มีคำตอบเธอก็ยังเห็นรอยยิ้มของคุณตาที่ส่งยิ้มให้เธอ “งั้นเบญขออนุญาตทำความสะอาดของในพานนี้ของคุณตานะคะ”

เสียงฟ้าเบื้องนอกยังคงส่งเสียงคำรามเป็นระยะ เบญญาเดินกลับมายังโต๊ะทำงานตัวใหญ่พร้อมกับถาดทองเหลืองใบน้อย แต่ก่อนที่เธอจะลงมือทำอะไรเสียงโทรศัพท์เครื่องน้อยของเธอดังเป็นเพลง “home sweet home” เสียก่อน เพลงที่ทำให้รู้ว่าคนที่โทรมาหาใช่ใครอื่น แต่เป็นบุพการีที่ให้กำเนิด ไม่ใครคนใดคนหนึ่ง รวมถึงอาจจะเป็นน้องชายสุดเลิฟที่ตอนนี้ไปเรียนเตรียมทหารอยู่ที่อังกฤษแน่ๆ

“สวัสดีค่ะ”

“แม่เองนะเบญ” เสียงมารดาดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มผุดขึ้นบนริมฝีปากบาง

“แหมเบญกำลังจะโทรหาแม่เชียว เหมือนแม่มีญาณทิพย์รู้ว่าลูกคิดถึง”

“ไม่ต้องมาปากหวานเลยเรา เมื่อไหร่จะกลับบ้านสักทีนี่ก็หลายเดือนแล้วนะที่เบญไม่ได้กลับมาบ้านเลย แม่เป็นห่วงนะลูก”

เสียงของมารดามีแววกังวลติดมาด้วย เบญญายิ้ม เพราะรู้ดีกับนิสัยช่างห่วงของมารดา บางครั้งอาจจะดูมากเกินไปหน่อย แต่มันคือความรัก หวังดีที่มาพร้อมกันด้วยซึ่งเธอเข้าใจเป็นอย่างดี

“โธ่แม่คะ...เบญสบายดีค่ะไม่เห็นมีอะไรต้องห่วงเลย ลุงสมแกก็ดูแลเบญดีอย่างดี แม่ก็รู้ไม่ใช่เหรอคะ ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ”

“แม่ก็ยังห่วงลูกอยู่ดีนั่นแหละ บ้านคุณตาหันไปทางซ้ายก็ป่าขวาก็ป่าหลังก็ป่า ดีนะด้านหน้ายังพอมีถนนตัดเข้าไปไม่อย่างนั้นคงเป็นบ้านโดดเดี่ยวหลังเดียวกลางป่าจริง ๆ แน่”

เบญญายิ้มกับความช่างเปรียบของมารดา แต่มันก็จริงหากไม่มีถนน บ้านคุณตาจะถูกตัดขาดออกจากหมู่บ้านเลย เพราะบ้านอยู่ลึกสุดเข้ามาติดกับแนวเขตป่า ด้านหลังบ้านนอกจากจะเป็นป่าไม้แล้วยังมีลำธาร ต้นน้ำคือน้ำตกที่อยู่ลึกเข้าไปในป่า

“แม่เห็นพยากรณ์อากาศว่าแถบนั้นพายุเข้านี่ลูก”

“นี่ฝนกำลังตก ฟ้าก็กำลังร้องเลยค่ะแม่ แต่เบญอยู่ได้ไม่กลัวฟ้าแล้วแม่ไม่ต้องห่วงค่ะ แล้วพ่อล่ะคะแม่” เธอเอ่ยถามถึงบิดา ซึ่งตอนนี้น่าจะนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องทำงาน หรือไม่ก็ดูข่าวอยู่หน้าทีวี

“วันนี้มีงานเลี้ยงยังไม่กลับเลยลูก”

“งั้นหรือคะ แม่ไม่ไปด้วยระวังพ่อพากิ๊กไปออกงานจะหาว่าหนูไม่เตือนนะ พ่อยิ่งหล่อๆ อยู่ด้วย” หญิงสาวแซว พร้อมนึกอะไรออกจึงเอ่ยปากถามต่อ “อ้อ ..แม่คะ ภาพคุณตาบนหิ้งในห้องทำงานเก่าที่หนูใช้อยู่น่ะ หนูปีนขึ้นไปเจอพานทองเหลืองเล็กๆ ใส่ของๆ คุณตาไว้หลายชิ้นเชียวค่ะนี่เบญกำลังยกลงมาทำความสะอาดอยู่เชียว แม่เคยรู้ไหมคะว่าตาทิ้งหิ้งนี้ไว้”

เบญญาถามโดยไม่รู้เลยว่า สีหน้าของมารดาทางปลายสายเปลี่ยนไปทันทีที่ได้ยิน เธอรู้เพียงว่ามารดาเงียบเสียงไปชั่วอึดใจ ก่อนตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงติดจะผิดปกติ

“ตอนคุณตาจะเสีย ท่านสั่งให้เก็บของพวกนั้นไว้บนนั้น แล้วบอกว่ามีของอย่างหนึ่งที่เป็นของลูก แต่ลูกจะรู้เองว่าคืออะไร”

“เขี้ยวเสือค่ะ” เธอโพล่งออกไปทันทีโดยไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายหนึ่งนั่งหน้าซีดขาวราวกระดาษ “มันเป็นของหนูใช่ไหมคะ”

“แม่ไม่รู้หรอกลูก” มารดาตอบด้วยน้ำเสียงติดจะสั่นๆ

“แม่ไม่สบายหรือเปล่าคะ เสียงไม่ดีเลย”

“ปะ...เปล่าลูกไม่มีอะไร”

“ถ้าไม่สบายต้องไปหาหมอนะคะแม่ๆ อายุมากแล้วอย่าทิ้งเอาไว้นาน เดี๋ยวจะเป็นหนักเข้าจะไม่ดี”

“แม่ไม่เป็นไรหรอกลูก..... แล้วทำไมลูกรู้ว่ามันเป็นเขี้ยวเสือล่ะ”

“ไม่รู้สิคะแม่ แต่มันรู้เอง”

“งั้นหรือ” เสียงมารดาแผ่วไป ก่อนได้ยินเสียงมารดาอุทานขึ้นอย่างตกใจ “อ้าว ตาบรรณโทรมา งั้นแม่คุยกับน้องก่อนนะลูก แล้วจะโทรไปหาใหม่”

เสียงตัดสายเงียบไปแล้ว เบญญาได้แต่แอบยิ้มกับโทรศัพท์ มารดาตื่นเต้นทุกครั้งที่ลูกชายคนโปรดโทรทางไกลจากประเทศอังกฤษมาหา ไม่ว่าบรรพตจะไปเรียนที่นั่นตั้งแต่เด็กมารดาเธอก็ยังไม่ชินที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนต้องไปอยู่ไกลขนาดนั้น ยังดีที่เขาอยู่ที่นั่นในความดูแลของคุณปู่และภรรยาใหม่ คุณย่าน้อยชาวอังกฤษ เธอแต่งงานกับคุณปู่ซึ่งไปเที่ยวพักผ่อนหลังจากหายโศกเศร้าเมื่อย่าใหญ่เสียไป ทั้งคู่ถูกคอกัน และยังมีอะไรเหมือนๆ กันอีกหลายอย่างจึงตกลงที่จะใช้ชีวิตที่เหลือด้วยกันที่นั่น

ตอนบรรพตเกิด ทั้งสองคนเดินทางมาเยี่ยม และเคยเอ่ยปากอยากให้บรรพตไปอยู่ที่อังกฤษ ซึ่งตอนแรกมารดาเธอก็ไม่ยอมแต่ก็จนด้วยเหตุผล ด้านการศึกษาซึ่งจะมีผลดีกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอ ในขณะที่ลูกสาวอย่างเธอดันไม่ขึ้น....และไม่อยากไปไหนนอกจากบ้านเกิดเมืองนอนตัวเอง

ทั้งที่ห่างกันแต่เบญญากับบรรพตก็ยังรักกัน เธอกับน้องชายโทรคุยกันเสมอ และมักจะแอบนินทามารดาในเรื่องพายุความห่วงเกินธรรมดาของมารดา เพราะเธอกับน้องชายโตขึ้นกว่าแต่ก่อนความแรงของพายุความห่วงจึงลดลงบ้าง แต่ก็ยังพอมีพัดมาเป็นระยะให้พอได้นินทากันบ้าง

เบญญาทำความสะอาดสิ่งของในพานทองเหลือง ก่อนจะยกมันขึ้นไปเก็บในที่เดิม เหลือเพียงเขี้ยวเสือไว้บนโต๊ะทำงานซึ่งเธอกะว่าหาสร้อยเงินมาร้อยสวมไว้กับตัว เมื่อวางพานเก็บเข้าที่เก่าก่อนลงมาเธอพบว่าบนหลังตู้หนังสือมีสมุดเก่าๆ หนึ่งเล่มที่ถูกฝุ่นเกาะจนแทบจะมองไม่เห็นหากไม่สังเกตให้ดี

หญิงสาวค่อยๆ หยิบสุดเล่มหนาลงมา ผงฝุ่นคุ้งกระจายเมื่อหยิบขึ้นจากตำแหน่งเดิม สภาพเก่าบ่งบอกการผ่านวันเวลาเนิ่นนาน กระดาษด้านในกลายเป็นสีเหลืองซีด กลิ่นอับโชยให้พอได้กลิ่น ลายมือขยุกขยิกบนกระดาษเก่ายังพอมองเห็น

หน้าแรกของสมุดมีชื่อของคุณตาเขียนอยู่พร้อมลายเซ็นภาษาเขมร หน้าถัดไป เต็มไปด้วยลายมือจดข้อความบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของเครื่องรางของขลังต่าง ๆ วิธีสร้าง รวมถึงบทสวดสำหรับของขลังบางชิ้น เป็นภาษาไทยและเขมรปะปนกันไป และยังมีข้อความเหมือนไดอารี่เป็นระยะ ๆ ทั้งที่กำลังจะตั้งใจอ่านข้อความบางข้อความแท้ๆ แต่เสียงโทรศัพท์เครื่องเล็กของเธอกลับดังขึ้น

บทเพลง “I Love How You Love Me” ดังแผ่วเบาหวานละมุน และมีเพียงคน ๆ เดียวที่ทำให้บทเพลงนี้ขับขานส่งเสียงหวานละมุนในโทรศัพท์เธอ...พี่วยัคฆ์ ว่าที่คู่หมั้นของเธอเอง

(โปรดติดตามตอนต่อไป)





 

Create Date : 10 สิงหาคม 2557
0 comments
Last Update : 10 สิงหาคม 2557 21:40:07 น.
Counter : 3035 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


เปียร์รุส
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




In Rememberกองความทกข์ทับถมกองพะเนินเหมือนกองหิมะขาวโพลนตรงหน้าแต่..มันจะแตกต่างกันตรงที่ เมื่ออากาศเริ่มอบอุ่นขึ้น กองหิมะก็จะละลายกลายเป็นน้ำไป...แต่ความทุกข์ที่เกาะกุมแนบแน่นอยู่ชิดติดเนื้อใจนั้น...วันใดถึงจะหายเจ็บปวดและ...ทรมานเสียที



:::คำเตือน:::ขอสงวนสิทธิ์ใด ๆ ตามกฎหมาย ในการทำคัดลอก เผยแพร่ ดัดแปลง ส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมดของนิยาย เรื่องสั้น ในบล็อคแห่งนี้ โดยไม่ได้รับอนุญาต และ หากผู้ใดกระทำการคัดลอกหรือนำไปโพสในเวปอื่น ๆ หรือบล็อค โดยมิได้รับอนุญาตมีโทษปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือ หากนำเรื่องไปเสนอต่อสำนักพิมพ์ ถือเป็นการเสนอขาย มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 4 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 800,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 69 แห่ง พ.ร.บ.กฏหมายลิขสิทธิ์

:::แจ้งข่าว:::
10 ส.ค. 57 อัปฯ นิยาย

เรื่อง : ตราบเวลามิอาจกั้นรัก บทที่ 1

สวัสดีค่ะ หล้งจากห่างหายไปนานมากกกับ การเขียนนิยายในบล็อค พยายามเจียดเวลามาจัดการงานค้างในไหดองค่ะเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ คนไหนยังคงจำกันได้และแวะเวียนมาอ่าน ลงคอมเม้นให้ด้วยนะคะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจล่วงหน้าค่า... ^_^

ขอบคุณค่ะ
นัท
เปียรุส / ปรานต์ปัณฑ์
วังน้ำเขียว โคราชค่ะ




:::บอกเล่า::: ห้องที่งดการให้กุญแจ คือ

ฝากฟ้าถามดาวถึงข่าวคราวความรัก

เกลียวใจใยรัก (หัวใจที่ปลายฝัน)

ก็แค่ใครคนหนึ่งซึ่งคิดถึงเธอ

ทะเลทรายลายดาว

เรื่องสั้นขนาดยาว Season Of Love

เรื่องสั้นขนาดยาว Project Love & Kiss

ริ้วทรายใต้ตะวัน

เรื่องสั้นขนาดยาว Silver Fall's รสรักกรุ่นหัวใจ

หัวใจเพื่อรักความรักเพื่อลืม

มหรรณพแสงจันทร์

นิยายที่อยู่ในห้องที่ใส่กุญแจหาอ่านได้ตามร้านหนังสือนะคะ

ขอบคุณค่ะ

นัท...เปียรุส /ปัณณธร


รวมผลงานของเปียรุส , ปรานต์ปัณฑ์

ผลงานเดี่ยว



รวมเล่มกับนักเขียนท่านอื่น



Season Of Love

โดย ปัณณธร (เปียร์รุส)



Friends' blogs
[Add เปียร์รุส's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.