เรื่องเล่าจากดาวโลก
Group Blog
 
<<
มกราคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
26 มกราคม 2550
 
All Blogs
 
ประสปการณ์เดินสายบ้านผีที่อังกฤษ 2: ตอน หวนคืนสู่เทนเบอรี่เวลส์

====================
หลังจากจบการเดินสายบ้านผีคราวที่แล้ว ไนเจล วีฟเวอร์ พี่ชายของไมลส์ ก็เกิดความคิดขึ้นมาว่าควรจะสร้างการเดินสายให้เป็นระบบมากกว่าเดิมและจะมีการเปิดให้ผู้ที่สนใจที่อยู่ในประเทศอังกฤษเข้าร่วมในประสปการณ์อันน่าระทึกครั้งนี้ด้วย ขณะนี้พวกเราก็ได้ดำเนินการวางแผนระบบการจัดการต่างๆ อยู่ ผมต้องขอโทษเพื่อนๆ หลายคนด้วยที่ผมไม่ได้ชักชวนไปในการเดินสายครั้งนี้ เนื่องจากผมเห็นว่าระบบยังไม่พร้อมสำหรับบุคคลอื่น ทั้งทางด้านสุขภาพ และมาตราการต่างๆ ที่จะต้องสร้างขึ้นมาเพื่อทำให้การเดินสายนั้นปลอดภัยและสร้างประสปการณ์ที่น่าจดจำไว้ อีกไม่นานนี้พวกเราก็จะพร้อมสำหรับคนนอกครับ และจะแจ้งให้ทราบเรื่องอีกทีครับผม

การเดินสายบ้านผีครั้งแรกสามารถตามไปอ่านได้ที่บล๊อกของผมครับ (ข้างๆ)
====================

ณ บ่ายของวันที่ 19 มกราคม 2007 ไมลส์ได้ชักชวนผมไปเดินสายบ้านผีอีกครั้งที่เทนเบอรี่เวลส์ ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเพราะว่า มิสเตอร์พีทต้องการที่จะสำรวจวิญญาณต่างๆ ในเมืองนี้โดยละเอียด โดยที่ ไนเจล วีฟเวอร์ พี่ชายของไมลส์ก็ได้ให้การช่วยเหลือและสนับสนุนมิสเตอร์พีทอย่างเต็มที่ การหวนคืนสู่เทนเบอรี่เวลส์เพื่อการเดินสายบ้านผีจึงเกิดขึ้นอีกครั้ง

ผม ไมลส์ และ บิ๊ก รุ่นน้องคนไทยที่เรียนอยู่ที่เดียวกัน ได้เดินทางออกจากที่นี่ราวหกโมงครึ่ง ซึ่งเร็วกว่าการเดินสายครั้งที่แล้วนิดหน่อยเนื่องจากพวกเราต้องการไปให้ทันตั้งแต่ช่วงต้นกิจกรรมและเราก็ไปถึงได้ทันเวลาพอดี สถานที่นัดพบคืนนี้อยู่ที่บ่อน้ำแร่แห่งเมืองเทนเบอรี่เวลส์อันเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมืองนี้ ซึ่งเดิมทีแล้วเมืองเทนเบอรี่เวลส์มีชื่อเทนเบอรี่เฉยๆ จนกระทั่งมีการค้นพบบ่อน้ำแร่นี้ขึ้นในปี 1840 จึงได้ชื่อเมืองเป็นเทนเบอรี่เวลส์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก่อนเริ่มการเดินสายครั้งนี้ ไนเจล ได้สรุปประสปการณ์ที่ทุกคนได้สัมผัสในการเดินสายครั้งที่แล้วโดยคร่าวๆ ก่อนที่จะให้มิสเตอร์พีท เล่าความเป็นมาของเขาให้ทุกคนได้ฟัง

ภาพ: บ่อน้ำแร่แห่งเมืองเทนเบอรี่



มิสเตอร์พีท หรือ ปีเตอร์ แบรดชอว์ (Peter Bradshaw) ผู้ที่ทำหน้าที่สื่อกลางระหว่างโลกวิญญาณและโลกมนุษย์ให้กับพวกเรา ได้เล่าว่าเขาเริ่มมีสัมผัสพิเศษครั้งแรกเมื่ออายุ 6 ขวบ โดยที่พลังพิเศษนี้ทำให้เขาสามารถมองเห็นวิญญาณได้ อย่างไรก็ดีแม่ของเขาและคนรอบข้างไม่ชอบใจเท่าใดนักที่มิสเตอร์พีทได้เล่าสิ่งที่เขาพบเห็นให้ฟัง ทุกคนตัดสินใจไม่ให้มิสเตอร์พีทเอ่ยถึงเรื่องดังกล่าวอีก จนกระทั่งเมื่อมิสเตอร์พีทอายุได้ 17 ปีและได้รับการบรรจุเป็นทหารเรือแห่งสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นที่ที่ทำให้เขาได้สัมผัสกับวิญญาณจำนวนมากและทำให้เขาตัดสินใจเดินทางในทางสายนี้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

หลังจากที่ตัดสินใจเดินทางในสายนี้ มิสเตอร์พีทก็ตระเวนไปทั่วเกาะอังกฤษ ไปในทุกๆ ที่ ที่มีข่าวเรื่องเหนือธรรมชาติ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อค้นหาและพิสูจน์ความสามารถของตน (และอนาคตผมก็จะเชิญเขาไปเมืองไทยเพื่อชิมลางกับผีไทยดูบ้าง) จวบจนถึงปัจจุบันนี้มิสเตอร์พีทได้พบเจอการปรากฎการณ์ทางวิญญาณต่างๆ แทบทุกรูปแบบ ตั้งแต่โต๊ะที่เคลื่อนไหวและเขย่าได้เอง ไปจนกระทั่งมีวิญญาณที่แสดงตัวออกมาเต้นระบำให้เห็นเลย ยิ่งไปกว่านั้นมิสเตอร์พีทยังได้เล่าให้ฟังว่า เขามีวิญญาณสองตนคอยเป็นผู้ช่วยเหลือในการติดต่อและรับรู้ถึงวิญญาณตนอื่นๆ ซึ่งเมื่อผมฟังดูแล้ว ผมคิดว่าวิญญาณที่คอยเป็นสื่อให้มิสเตอร์พีทนั้นมีส่วนคล้ายคลึงกับพรายกระซิบในตำนานขุนแผนเป็นอย่างมากทีเดียว

ด้วยความสามารถพิเศษของมิสเตอร์พีทนี้เอง ผู้คนจำนวนหนึ่งจึงมีโอกาสได้ใช้บริการติดต่อกับคนรักผู้ที่ซึ่งพลัดพรากจากภพนี้ไปแล้ว และในหลายๆ ครั้งมิสเตอร์พีทก็ช่วยให้พวกเขาเหล่านั้นรู้สึกอบอุ่นหัวใจมากขึ้นเมื่อได้รู้ว่าญาติสนิทหรือคนที่รักเรายังคงปกป้องดูแลเราไม่ห่าง

ภาพ: มิสเตอร์พีทเล่าถึงประวัติของตน



เมื่อเล่าประวัติส่วนตัวเสร็จ มิสเตอร์พีทก็เริ่มใช้ความสามารถในการสื่อวิญญาณเดี๋ยวนั้นเลย ซึ่งเขาสามารถสัมผัสได้ถึงวิญญาณของคนแก่และเด็กที่บ่อน้ำแร่แห่งนี้ ซึ่งวิญญาณคู่นี้เป็นวิญญาณดีที่ไม่ทำอันตรายให้ใคร สิ่งที่มิสเตอร์พีทพูดมานั้นทำให้สมาชิกคนหนึ่งของเราแทบหยุดหายใจ เนื่องจากเธอทำงานอยู่ที่นี่และมีอยู่ครั้งหนึ่งขณะที่เธอทำงานอยู่นั้น เธอเคยเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งแล้วหายไปต่อหน้าต่อตา

ภาพ: สมาชิกการเดินสายบ้านผีในรอบนี้



หลังจากนั้นเราก็เคลื่อนทัพไปยัง Counseling House แห่งเมืองเทนเบอรี่เวลส์ ที่ซึ่งเดิมทีเคยเป็นบ้านพักกึ่งคุกในสมัยวิคตอเรีย ที่ใช้สำหรับขังคนจนและคนชราเพื่อไม่ให้เกะกะไปกระทบไหล่ชนชั้นสูงบนถนน มิสเตอร์พีทจัดพวกเราเข้าไปในห้องประชุมที่มีกลิ่นอายของศาลพิพากษา และจัดแจงให้พวกเรานั่งบนเก้าอี้ที่วางล้อมโต๊ะตัวใหญ่กลางห้องแล้วทำการปิดไฟ จากนั้นมิสเตอร์พีทสั่งให้พวกเราหลับตาลงและจับมือกันเพื่อสร้างวงล้อมพลังงาน (energy circle) เพื่อใช้เป็นพลังงานให้วิญญาณปรากฎตัว จากนั้นมิสเตอร์พีทก็เอ่ยขอให้วิญญาณปรากฎตัวออกมา มีใจความว่า "ถ้ามีวิญญาณอยู่ในบริเวณนี้ ขอให้แสดงตนให้พวกเราได้รับรู้ โดยการสร้างเสียง ขยับของ หรือ สัมผัสสมาชิกคนหนึ่งคนใดในนี้ด้วยเถิด"

สักพักหนึ่งสมาชิกในทีมก็บอกว่าได้ยินเสียงคนเดินเบาๆ ส่วนตัวผมเองได้ยินเสียงเคาะทันทีสองครั้งหลังจากที่มิสเตอร์พีทได้เงียบลง นอกจากนั้นก็ไม่มีใครได้ยินอะไรอีก แต่แล้วท่ามกลางความเงียบงั้นนั้นเอง ก็ประกฎเสียงดัง "ฟื้ด" ดังยาวชัดเจนฟังดูวังเวงและค่อยๆเงียบหายไป เป็นเสียงที่ฟังดูประหลาดมาก พวกเราหลายคนในทีมต่างพูดออกมาอย่างตื่นเต้นว่า "ได้ยินนั่นมั้ย" "นั่นเสียงอะไร" จนกระทั่งป้าคนหนึ่งในทีมบอกว่า "เสียงท้องฉันร้องเองล่ะ" ทำให้ทุกคนฮากันไม่หยุด มิสเตอร์พีทก็เลยเล่นด้วยเสียเลยโดยบอกว่า "ขอให้วิญญาณบริเวณนี้หาอะไรมาให้กินหน่อย ไม่อย่างนั้นทุกครั้งเมื่อท้องร้อง ก็จะสร้างความสับสนมากเลยทีเดียว" พวกเราก็เลยฮาต่อในความมืดสนิทนั้น

ภาพ: บรรยากาศภายในห้องประชุมของ counseling house



หลังจากที่นั่งในห้องประชุมได้พักหนึ่ง เมื่อไม่มีสิ่งใดคืบหน้าไปมากกว่าเสียงฝีเท้าและเสียงเคาะผนังที่เบาจนแทบจะไม่ได้ยินแล้วเราจึงตัดสินใจเปลี่ยนสถานที่ไปยังโรงภาพยนตร์ ที่ซึ่งครั้งที่แล้วผมได้พบกับวิญญาณตนหนึ่งโบกมือให้ เช่นเดียวกับครั้งที่แล้วพวกเราถูกจัดให้นั่งกระจัดกระจายกันไปยังตำแหน่งต่างๆ ในโรงภาพยนตร์นั้น น่าแปลกที่ครั้งนี้ผมไม่รู้สึกเกรงกลัวหรือกังวลใจแต่อย่างใด

ภาพ: บรรยากาศเดิมๆ ของโรงภาพยนตร์ Regal แห่งเทนเบอรี่เวลส์



เมื่อนั่งลงผมพยายามยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูป โดยถ่ายในมุมเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมาเผื่อว่าจะติดภาพอะไรแปลกๆ บ้าง ผมพยายามอยู่หลายครา จนกระทั่งสำเร็จติดภาพประหลาดมาให้ทุกคนได้ชมจนได้ ซึ่งจากภาพข้างล่างนี้จะเห็น orbs หรือวงกลมปริศนาที่มักจะพบเห็นในบ้านผีสิงหรือที่วัด ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทางด้านกล้องมักจะให้ความเห็นว่าเป็นเพียงแสงสะท้อนของฝุ่น ผมเองก็ไม่ได้เชี่ยวชาญทั้งทางด้านกล้องและทางด้านวิญญาณจึงไม่สามารถสรุปได้ว่าสิ่งที่ติดมาคืออะไรแน่ ยืนยันได้แค่เพียงว่าภาพที่ถ่ายขึ้นมานี้ไม่ได้ตัดแต่งแต่อย่างใด โดยที่ภาพนี้ถูกถ่ายขึ้นในเวลาเดียวกันกับภาพก่อนหน้านี้นั่นเอง (ผมกดชัตเตอร์ติดๆ กัน)

ภาพ: วงกลมประหลาดที่มักพบในที่ที่มีเรื่องลึกลับ



เมื่อผมได้มีโอกาสตรวจภาพหลังจากที่ได้ย้ำชัตเตอร์เสียหลายคราจนแบตเตอรี่แทบจะหมด ภาพที่ได้มาก็ดูราวกับว่าวงกลมปริศนานั้นมีการเคลื่อนตัวเข้ามาสู่บริเวณที่ผมยืนอยู่ หรือบริเวณหน้าเวทีนั่นเอง (ถ้าใครได้เคยอ่านเรื่องของการเดินสายบ้านผีในครั้งที่แล้วจะจินตนาการได้ง่ายว่าผมยืนอยู่ที่ไหน)

ภาพ: วงกลมประหลาดที่เป็นเฟรมต่อเนื่องจากภาพด้านบน



หลังจากนั่งกระจัดกระจายกันสักพัก มิสเตอร์พีทก็แนะนำให้พวกเราขึ้นไปอยู่บนเวทีและทำการเชิญวิญญาณลงไปในถ้วยแก้วที่ได้เตรียมเอาไว้ ซึ่งการเล่นผีถ้วยแก้วครั้งนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เนื่องจากวิญญาณในโรงภาพยนตร์ได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ทีเดียว

ผีถ้วยแก้วตามแบบฉบับของมิสเตอร์พีทนี้จะไม่มีแผ่นตัวอักษรเหมือนการเล่นผีถ้วยแก้วแบบฉบับที่นิยมทั่วไปหรือที่เรียกกันว่า ouija อุปกรณ์ก็มีเพียงแค่ ถ้วยแก้วใส และโต๊ะเรียบๆ โดยมิสเตอร์พีทได้อธิบายให้ฟังว่า จากประสปการณ์เขาได้ค้นพบว่าการใช้แผ่นตัวอักษรนั้นมักจะทำให้มีวิญญาณร้ายหรือพลังงานทางด้านลบสูง และไม่สามารถทำให้การเล่นผีถ้วยแก้วลุไปได้ด้วยดี เขาจึงจำกัดในการเล่นผีถ้วยแก้วโดยใช้เพียงแค่อุปกรณ์ดังกล่าว และคำถามมักจะเป็น yes/no question เสียส่วนใหญ่

ทุกครั้งที่เล่นผีถ้วยแก้ว มักจะมีคำถามที่ผุดขึ้นมาในใจคนช่างสงสัย เป็นต้นว่าคนหนึ่งคนใดในทีมเป็นผู้ที่เคลื่อนแก้วนั้นอย่างตั้งใจหรือไม่ หรือ เป็นไปได้ไหมที่การเคลื่อนไหวของแก้วนั้นอาจจะเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจจากแรงผลักของนิ้วมือที่แตะตัวแก้ว ซึ่งคำตอบนั้นก็คงต้องขึ้นอยู่กับการพิสูจน์อย่างเป็นระบบต่อไป แต่จากการที่ผมได้ประจักษ์ด้วยตัวเองนี้ทำให้ตัวผมยอมรับว่ามีพลังงานบางอย่างเคลื่อนตัวแก้วจริง เนื่องจากทุกคนที่แตะตัวแก้วนั้นมีจุดหมายร่วมกันคือต้องการพิสูจน์ในสิ่งลี้ลับและทำการตกลงกันว่าจะไม่ขยับแก้วด้วยแรงของตน เพียงแต่จะสัมผัสแก้วให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้เพียงเพื่อเป็นสื่อให้วิญญาณสามารถถ่ายทอดพลังงานลงไปในตัวแก้วเท่านั้น (มิสเตอร์พีทยืนชมอยู่ข้างๆ ไม่ได้สัมผัสแก้แต่อย่างใด) ซึ่งผลที่ได้ออกมานั้นเป็นที่น่าประทับใจมากเพราะแก้วได้เคลื่อนไหวรวดเร็วเกินกว่าที่จะเชื่อได้ว่ามันเกิดจากการจิกนิ้วลงไปเพื่อเคลื่อนมันจากใครคนใดคนหนึ่ง นอกจากนี้แล้วจากการสังเกตุโดยทั่วไปก็พบว่าไม่มีใครเกร็งนิ้วเพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวเลยแม้แต่น้อย

นอกจากนี้แล้ว แก้วก็ยังสามารถตอบสนองต่อคำถามได้อย่างรวดเร็วจนทำให้พวกเราทุกคนประหลาดใจมาก มันได้ให้ข้อมูลกับพวกเราว่าพลังงานที่อยู่ในนั้นเป็นของมิสเตอร์คุกที่เสียชีวิตไปในปี 1967 ซึ่งคนในทีมนี้รู้จักกันดีเพราะเป็นญาติกัน ยกเว้นเพียงแต่ผมกับเจ้าบิ๊กที่มาจากเมืองไทยเท่านั้นที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรไปกับพวกเขาด้วย ซึ่งวิญญาณที่อยู่ในแก้วนั้นยินดีที่จะเล่นด้วย และยินดีที่จะให้พวกเรามาเยี่ยมเยียนอีก มีหลายคำถามที่น่าสนใจ ซึ่งผมได้ทำการ upload ไฟล์วีดีโอส่วนหนึ่งขึ้นไปยัง youtube เพื่อให้เพื่อนๆ ได้เข้าไปชมด้วยตาได้ยินกับหูตนเอง ตามลิ้งข้างล่างนี้ https://www.youtube.com/watch?v=13o56WXQ250

ภาพ: สกรีนชอทจากคลิปวีดีโอขณะเล่นผีถ้วยแก้ว



ถ้าใครได้ดูวีดีโอก็จะเห็นว่าวิญญาณในโรงหนังนี่เฮี้ยนทีเดียว มิสเตอร์พีทเลยเกิดไอเดียใหม่ ให้พวกเราลองให้เอาแก้วออกแล้วให้ทุกคนแตะที่โต๊ะและขอให้วิญญาณนั้นเขย่าโต๊ะเพื่อเป็นข้อพิสูจน์อีกข้อถึงการมีอยู่ของวิญญาณนั้น แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่พวกเราก็ไม่ได้ผิดหวังอะไรกันมากนักเพราะว่าการที่แก้วสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างน่าอัศจรรย์นั้นก็เป็นประสปการณ์ที่น่าจดจำเพียงพอต่อการเดินสายในครั้งนี้แล้ว

ภาพ: พวกเราแตะโต๊ะเผื่อว่ามันจะเคลื่อนไหวได้




พอเสร็จพิธีจากโรงหนังเราก็ย้อนกลับมาที่บ่อน้ำแร่อีกครั้ง มิสเตอร์พีทได้ทำพิธีเปิด vortex หรือประตูเชื่อมโลกวิญญาณกับโลกมนุษย์ขึ้นมา เพื่อให้พวกเราได้เห็นวิญญาณกันด้วยตาเปล่า ผมโชคไม่ดีจริงๆ ที่ดันไปยืนอยู่ในมุมอับทำให้ไม่เห็นอะไรเลยเพราะกำแพงมันขวางสายตา ในขณะที่สมาชิกหลายคนได้รายงานว่า ได้เห็นการปรากฏตัวของวิญญาณออกมาในตำแหน่งต่างๆ ซึ่งผมพยายามที่จะชะโงกหน้าไปมองดูบ้างแต่ก็ไม่ถนัดนัก

หลังจากนั้นผมได้มีโอกาสคุยกับมิสเตอร์พีทเป็นการส่วนตัว ผมสงสัยว่าผู้มีประสปการณ์ทางด้านวิญญาณอย่างมิสเตอร์พีทมีความคิดเห็นอย่างไรในเรื่องของชีวิตหลังความตายบ้าง ซึ่งผมถามมิสเตอร์พีทง่ายๆว่า "เราได้พิสูจน์กันเมื่อสักครู่ว่าวิญญาณนั้นมีอยู่จริงและก็ยังคงวนเวียนอยู่ในโลกใบนี้ ทำไมถึงไม่ไปสวรรค์หรือนรกล่ะ?" ซึ่งมิสเตอร์พีทก็ตอบผมว่า "วิญญาณนั้นเมื่อออกจากร่างไปแล้วก็จะตามแสงสว่างไป เพื่อไปยังสถานที่แห่งใดแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่สวรรค์และนรก เป็นเพียงที่ธรรมดาๆ นี่ล่ะ อาจจะเป็นสถานที่ที่เขาชอบอย่างเช่นในโรงภาพยนตร์ (มิสเตอร์คุกชอบโรงภาพยนตร์แห่งนั้นมาก) ซึ่งชีวิตหลังความตายนั้น ก็เหมือนกับชีวิตก่อนความตายนี้ ต้องเรียนรู้ฝึกฝนและพัฒนาความรู้จนกระทั่งถึงวันหนึ่งก็จะไปถือกำเนิดอีกครั้ง (reincarnation)" แน่นอนว่าตัวผมในฐานะชาวพุทธย่อมเข้าใจคำตอบของมิสเตอร์พีทเป็นอย่างดี และข้อพิสูจน์จุดนี้เองที่ย้ำเน้นให้พวกเราทุกคนต้องหมั่นทำความดีเพราะทั้งนี้ทั้งนั้นผลตอบแทนท้ายที่สุดแล้วเราก็ได้แก่ตัวเราเอง และนี่อาจเป็นคำตอบให้หลายๆ คนได้ทราบว่าแท้จริงแล้วคนเราเกิดมาเพื่ออะไร

ผมก็ขอจบการเล่าเรื่องของการเดินสายบ้านผีครั้งนี้แต่เพียงเท่านี้ครับ สำหรับครั้งหน้าเราจะเปลี่ยนบรรยากาศมาเดินสายบ้านผีในเมืองใหญ่กันบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าก็คือเมืองเบอร์มิงแฮมที่ผมอาศัยอยู่นั่นเอง แล้วเมื่อถึงโอกาสนั้น ผมจะกลับมาเล่าให้ทุกคนฟังอีกครั้งครับ

ภาพ: บรรยากาศเมืองเบอร์มิงแฮมยามค่ำคืน เป้าหมายการเดินสายบ้านผีครั้งหน้า




Create Date : 26 มกราคม 2550
Last Update : 25 มีนาคม 2550 8:38:18 น. 8 comments
Counter : 1165 Pageviews.

 

Myspace Layouts

สวัสดีค่ะ มาเยี่ยมเยียน ค่ะ

(@^_^@)

จุ๊ฟๆๆๆ




โดย: STAR ALONE (STAR ALONE ) วันที่: 26 มกราคม 2550 เวลา:12:29:26 น.  

 


น่าตื่นเต้นดีจังค่ะ เห็นแต่ในทีวีค่ะถามนิดค่ะ แรกๆกลัวมั้ยค่ะ


โดย: icebridy วันที่: 26 มกราคม 2550 เวลา:21:05:42 น.  

 
จาก Birmingham ลองมาต่อที่ Coventry หน่อยไหมคะ
ที่ University of Warwick มีทุ่งชื่อ Cryfield
เห็นเล่ากันต่อมาว่าชื่อ Cryfield
เพราะในอดีตทุ่งตรงนี้เป็นที่ๆเขานำนักโทษมาประหารชีวิต
ไม่รู้ว่าเรื่องจริงหรือเพียงหลอกๆให้กลัว
เพราะตอนนี้พื้นที่ตรงนี้ส่วนใหญ่กลายเป็นResidence Hall
แต่เมื่อก่อนเวลาเดินผ่านดึกๆทีไรก็สยองทุกทีเลยค่ะ


โดย: Brownie point วันที่: 26 มกราคม 2550 เวลา:23:30:41 น.  

 
ขอบคุณ คุณ Brownie point สำหรับข้อเสนอแนะครับ ตอนแรกตามแผนที่วา่งไว้คือเสร็จจากเบอร์มิงแฺฮมแล้วว่าจะขึ้นเหนือไปอีดินเบอระน่ะครับ แต่ Coventry ก็ใกล้หน่อย น่าสนใจมากทีเดียว


โดย: =Por= วันที่: 27 มกราคม 2550 เวลา:8:38:19 น.  

 
ตามมาอ่านค่ะ


โดย: gluhp วันที่: 29 มกราคม 2550 เวลา:0:28:46 น.  

 

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้
รวย ๆ เฮง ๆ
ขอให้มั่งมีศรีสุขนะคร๊าบ


โดย: พีทคุง (redistuO ) วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:11:00:25 น.  

 
โอยย น่ากลัวจริงๆ

ล่าสุดไปอ่านในหว้ากอมา มีคนถามเกี่ยวกับผีถ้วยแก้วเหมือนกัน แล้วก็มีคนมาเล่าประสบการณ์จริงให้อ่าน แต่ตรงนี้ต้องใช้วิจารณญาณ

โดยส่วนตัวเป็นคนค่อนข้างเชื่อมาก เลยกลัวที่จะเปิด youtube ดู กลัว + เครื่องนี้เปิดไม่ได้ 555

แต่ประสบการณ์แบบนี้ทำให้เราเข้าใจชีวิตหลังความตายได้ดีขึ้นเน๊อะ เอ๊ะหรือไม่เข้าใจเลยหว่า

ขอบคุณอีกครั้งสำหรับประสบการณ์ดีๆค่ะ


โดย: snowypaopao IP: 124.120.100.123 วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:9:41:24 น.  

 
โอ้ยๆๆๆ
ที่อังกฤษ ก็มี จตุคามมาตั้งนานเเล้วนี้นา


โดย: มังกรศึก IP: 222.123.229.170 วันที่: 9 ตุลาคม 2550 เวลา:10:57:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

=Por=
Location :
London United Kingdom

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add =Por='s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.