มิถุนายน 2556

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
30
 
 
28 มิถุนายน 2556
Washington DC need travel for 3 credit
Travel for 3 credits แรก

เนื่องจากว่าตามกฏของโครงการ ต้องเรียน แล้วก็เก็บหน่วยกิตให้ครบ 6 คะตามกฏของโครงการ วิทยาลัยแถวบ้านมีที่นี่ที่เปิดสอนเกี่ยวกับ American History+Trip เข้าเรียน 3 ครั้ง ได้เครดิตมา 3 เครดิตคะ Woow! ฟังดูเหมือนเน้นจบไม่เน้นคุณภาพ trip trip เที่ยว เที่ยว ตลอดเวลา






การเดินทางเก็บหน่วยกิตเพื่อแรกตั๋วเครื่องบินของข้าพเจ้า

เริ่มต้นขึ้นเเล้ว!!






รถ Bus ขนขบวนการออแพร์นานาชาติออกจาก Boston Massachusetts ออกเดินทางเวลา 13.30 pm ถึง DC ประมาณ 10.30 pm คะ ^.^ บรรยากาศบนรถบัส เราจำไม่ได้แฮ๊ะ!! จำได้แต่ว่าหมอนรองคอสำหรับไว้เดินทางอันใหม่หมุนสบายมาก++! ข้าพเจ้าหลับแซบ หลับยาว ZzZzZzZzzzZZzZZzZz ก่อนจะถึงโรงแรมไม่ได้ไกค์บนรถก็จัดแจงประกาศห้องพักและ Roommate คะ มันก็หมายความว่าถ้าใครเดินทางคนเดียวก็มี Roommate นอนห้องละ 3 คนคะ เราไปกับเพื่อนคนไทยด้วยกันอีกคนเราได้ Roommate เพื่อนใหม่เป็นชาว Taiwan อารมณ์ดี เค้าชื่อ Liang Tong คะ มาถึงโรงแรมกว่าจะ Check-in กว่าจะทำอะไรเสร็จก็ปาเข้าไป 11.30 pm
เรามาถึงห้องคนแรกกับเพื่อนก็จัดแจกยึดที่นอนเลย สาวไต้หวันยังไม่เข้ามา ยึดห้อง ยึดห้องน้ำทำภารกิจธุระส่วนตัวให้เสร็จ บลาบลาบลา กันไป พรุ้งนี้ต้องเก็บแรงเดินตามคณะทัวร์อันแสนจะ... (โดยส่วนตัวเเล้วไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่)...แต่ก็ตื่นเต้น ตำรวจที่นี่หล่อลำ ทุกนาย หลายนาย ไปเปิดหูเปิดตากันเถอะเรา





Welcome to Washington DC







ผู้คนมากมายหลากหลายที่มา คนเยอะยั้วเยี๊ย มันเลยดูทำให้บรรยากาศ ชอบกล ชอบกล



คุณลุง Abraham Lincoln ประธานาธิบดีคนที่ 16 ของอเมริกา บุคคลผู้ปฎิวัติครั้งใหญ่ของอเมริกานังรออยู่บนนั้น คุณลุง Lincoln มีบทบาทสำคัญๆหลายอย่างคะ ที่ทำให้อเมริกาพัฒนาและเจริญรุ่งเรืองจนถึงทุกวันนี้คะ โดยเฉพาะหลักๆ คือเรื่องของสงคราม ซึ่งเป็นวิกฤตการณ์รัฐธรรมนูญ ทางทหารและศีลธรรมครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยที่เขารักษาไว้ซึ่งสหภาพขณะที่เลิกทาส และการส่งเสริมการทำให้เศรษฐกิจและการเงินทันสมัย และการเลิกทาสผิวสี




ลุงลินคอล์นเกิดในครอบครัวยากจนทางชายแดนตะวันตก ส่วนใหญ่เรียนและศึกษาด้วยตนเอง และกลายเป็นทนายความชนบท เคยอ่านประวัติลุงคนนี้คร่าวๆคะ แต่ก็ทึ่งในความสามารถที่แลกมาด้วยความพยายามจาก เด็กชายลูกชาวนาจนกลายมาเป็นประธานาธิบดีคนสำคัญที่สุดอีกคนของอเมริกา





เดินวนไปวนมา ไปมาวนไปไปไปมามา
แถวนี้เป็นเหมือนสวนอนุสรณ์สถาน ที่สร้างไว้เพื่อระถึงช่วงเหตุการสำคัญๆของการ ล่าอนานิคมของอังกฤษและอเมริกา สงครามโลก สงครามเวียดนาม สงครามเกาหลี ฝรั่งเศส



RIP.




RIP. ชีวิตทุกๆชีวิต



ณ อนุสรณ์สถาน สงครามเวียดนาม ก่อนหน้าที่จะมาอเมริกาเราเพิ่งไปเวียดนามมาแล้วก็มีโอกาศได้ไปอนุสรณ์สถานที่เวียดนามด้วย สงครามเวียดนามคือแผลเป็นรอยใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ที่ทุกวันนี้ยังทำให้ชาวอเมริกันเจ็บปวดไม่หาย แม้ว่าเวลาจะผ่านมา 46 ปีแล้วคะ T^T มนุษย์เรานี่ก็แปลก มนุษย์ทำ มนุษย์สร้าง และมนุษย์ก็เจ็บปวดเอง ทั้งสองผ่านต่างก็พบกับความสูญเสียสงครามและไม่มีวันเลื่อนหายไป




ถ้าจะให้บรรยายถึง สาเหตุของการเกิดสงครามเวียดนามมันจะต้องยาวอย่างแน่แท้เลยคะ ขอสรุปอย่างคร่าวๆว่า

ชาวอเมริกันในสหรัฐจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับสงครามครั้งนี้ และแทบจะไม่ลืมบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้เลย

สงครามเวียดนาม Vietnam War เป็นสงครามระหว่างเวียดนามเหนือ(ลุงโฮจิมิน)และเวียดนามใต้ที่สนับสนุนโดยสหรัฐอเมริกา เพื่อตัดสินว่าควรรวมเวียดนามเป็นหนึ่งเดียวตามข้อตกลงเจนีวา ค.ศ. 1954 หรือไม่ สงครามจบลงด้วยชัยชนะของเวียดนามเหนือ และรวมประเทศเวียดนามทั้งสองเข้าด้วยกัน ซึ่งปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศเวียดนาม ในประเทศเวียดนามเองเรียกสงครามนี้ว่า สงครามปกป้องชาติจากอเมริกัน หรือ สงครามอเมริกัน

ถามว่า?

อเมริกันมาเกี่ยวอะไร?

อันที่จริงมันก็แค่
อเมริการ่วมรบกับฝรั่งเสศ(ฐานทัพที่เวียดนามใต้)

เรื่องของสงครามเวียดนามมันเกี่ยวฝรั่งเศสทั้งนั้นอเมริกันก็แค่เข้าไปช่วยให้ฝรั่งเสศ ได้รับชัยชนะ

กลุ่มเวียดมินส์หรือว่ากลุ่มของลุงโฮจิมินเป็นกลุ่มรักชาติ ต่อต้านญี่ปุ่น และขับไล่ญี่ปุ่นเพียงเท่านั้น เวียดมินห์ได้สั่งให้ประชาชนต่อต้านญี่ปุ่น แต่คำสั่งนี้มีเจตนาแอบแฝง ไว้เพื่อหวังผลอีกทางหนึ่ง โดยมีเจตนาหาทางป้องกันไม่ให้ฝรั่งเศสกลับมามีอำนาจในเวียดนามอีก


"ถ้าใครเข้ามาทำลายบ้านคุณ คุณก็ทำอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากต้องยืนหยัดต่อสู้"

เท่านั้นเอง!



สหรัฐอเมริกา ได้เริ่มเข้าช่วยฝรั่งเศสในการรบกับเวียดมินห์ เมื่อปี ค.ศ. 1950 เป็นต้นมา สหรัฐอเมริกาได้เข้าไปพัวพันกับเวียดนามมากยิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายในด้านการทหาร


ณ ตอนนี้อินมากกับเรื่องสงครามเวียดนาม เพราะ ก่อนหน้าที่จะมาอเมริกาเราเคยไป อนุสรณ์สถานสงครามเวียดนามที่ เมืองโฮจิมิน เมืองเว้ และ ฮานอยมาก่อน มันเลยทำให้เราเห็นภาพและเหตุการณ์ต่างๆ คือตอนนั้นเราไม่จำเป็นต้องฟังไกค์บรรยายอะไรมากแล้ว

กาลเวลา 40 ปี ทำให้สงครามเวียดนามกลายเป็นเพียงภาพรางเลือนในความทรงจำของหลายต่อหลายคน ในทางหนึ่งทั้งหมดอาจหดรวมกันเหลือเพียงแค่ แอ็บสแตรคของผู้ชนะและคนแพ้ ในอีกทางความทรงจำที่เด่นชัดกว่ากลับเป็นผลพวงของสงคราม ที่บางคราวเป็นโศกนาฏกรรมยิ่งกว่าตัวสงครามเองด้วยซ้ำไป

เคยอ่านหนังสือวิชาสังคราวๆว่ามีคนที่บาทเจ็บล้มตายเยอะมาก พอเรากลับมาอ่านซ้ำอีกที เยอะจริงคะ ชัยชนะหรือพ่ายแพ้ในสงครามจึงแทบไม่มีนัยสำคัญใดๆ ในเมื่อสิ่งที่หลงเหลืออยู่คือความสูญเสียมหาศาลของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นเอง

สงครามเวียดนามเริ่มต้นในปี 1955 สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการเมื่อไซ่ง่อนแตกในปี 1975 ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่า สงครามนี้คร่าชีวิตผู้คนไปเป็นจำนวนเท่าใดกันแน่ ได้แต่ประมาณกันไว้คร่าวๆ ว่า มีชีวิตคนสูญเสียชีวิตและส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายไปกับสงคราม 20 ปีหนนี้มากถึง 5,773,190 คน

ในจำนวนนี้เป็นการสูญเสียชีวิตถึง 2,122,244 ราย

ในจำนวนอเมริกันที่ถูกเกณฑ์มาทำสงครามในเวียดนาม จำนวนทั้งหมด 2.59 ล้านคน เสียชีวิตไปมากถึง 58,169 ราย อายุเฉลี่ยของอเมริกันที่ตายไปในสงครามหนนี้คือ 23.11 ปี มีราว 11,465 ราย ที่เสียชีวิตในสงครามเวียดนาม อายุไม่ถึง 20 ปีด้วยซ้ำไป

อเมริกันอีก 304,000 คน ได้รับบาดเจ็บ ในจำนวนนี้มีอยู่จำนวน 75,000 คน ที่กลายเป็นคนพิการร้ายแรงไปตลอดชีวิตที่ยังหลงเหลือ นั่นเนื่องเพราะอาการบาดเจ็บที่ทำให้ถึงกับต้องพิการ ตัดแขนขา อวัยวะอย่างหนึ่งอย่างใดออกไปในสงครามเวียดนามนั้นมีสูงกว่าในสงครามโลกครั้งที่สองถึง 300 เปอร์เซ็นต์

ในขณะเดียวกัน มีทหารเวียดนามเหนือและเวียตกง (กองกำลังติดอาวุธคอมมิวนิสต์ในเวียดนามใต้) เสียชีวิตไปในระหว่างการต่อสู้ในสงคราม 444,000 ราย นั่นน้อยกว่าพลเรือนเวียดนามที่เสียชีวิตไปเพราะสงครามครั้งนี้มากถึง 587,000 ราย และมีทหารเวียดนามใต้ เสียชีวิตไปในสงครามครั้งนี้อีก 440,357 ราย ประมาณกันว่า มีคนเวียดนามได้รับบาดเจ็บจากสงครามหนนี้ถึง 935,000 คน

จำนวนคนสัญชาติเวียดนาม ไม่แบ่งแยกเหนือใต้และทหารหรือพลเรือนที่เสียชีวิตไปในสงครามครั้งนี้จึงมีมากถึง 1,471,357 ราย น่าเศร้าเพียงใด น่าสลดใจเพียงใด

อเมริกันใช้เงินงบประมาณที่เก็บจากภาษีของราษฎรไปในการทำสงครามหนนี้ รวมแล้ว 352,000 ล้านดอลลาร์ 6,000 ล้านดอลลาร์จากจำนวนดังกล่าวถูกใช้ไปเพื่อการทิ้งระเบิดแบบปูพรมทั้งในเวียดนาม ลาว และกัมพูชา โดยเที่ยวบินทิ้งระเบิดจำนวนมากถึง 1,899,688 เที่ยวบิน ที่หย่อนระเบิดจำนวน 6,727,084 ตัน ลงสู่พื้นดินเป้าหมาย

ในสงครามโลกครั้งที่สอง กองทัพพันธมิตรทิ้งระเบิดใส่เยอรมนีเพียง 2,700,000 ตัน เท่านั้นเอง

ประเมินความเสียหายของเวียดนามเหนือจากผลของการทิ้งระเบิดเหล่านี้มีมากถึง 600 ล้านดอลลาร์ แต่นั่นยังไม่สำคัญเท่ากับการสูญเสียชีวิตผู้คนจำนวนมาก

ในเดือนเมษายน ปี 1975 เมื่อไซ่ง่อนแตก มีชาวเวียดนามอพยพหนีออกนอกประเทศในวันเดียวมากถึง 140,000 คน อีก 10 ล้านคน หลบหนีออกมาเป็นระยะๆ หลังจากนั้นในจำนวนนี้มี "กำพร้าสงคราม" มากถึง 900,000 คน









พอเขียนมาถึงจุดนี้ปรับอารมณ์ตัวเองไม่ทัน!!!!
อินจัดกับสงครามเวียด

ในที่สุดเราก็เดินมาถึง Bunker-hill ของ DC แล้ว



พอเราเดินมาถึง ณ ที่ตรงนี้เราเห็นออแพร์ชาติอื่นๆโพสท่าถายรูปกัน Normal มากคะ กระเหรี่ยง 2 ชาติอย่างเราเลยจัดไปให้เค้ารู้ เราไม่ธรรมดา



Liang Liang สาวใต้หวันกับเจ๊ปูน
ขอโทษที่มุมไม่ได้นะคะ คนถ่ายหัวเราะไม่หยุดสักทีมันเลยได้ออกมาแบบนี้




เดินมาเรื่อยๆ หลังจากนั้นเค้าก็พาเราขึ้นรถทัวร์กลับโรงแรมไปหาอาหารเที่ยงทาน
เราสามคนเห็นป้าย China town โดดเด่นมาแต่ไกลเลยคะ หิวมาก ต้องการแค่อาหารเอเชียแต่นั้น เท่านั้น ถ้าไม่เจอร้านอาหารไทยก็ขออาหารจีนหรือญี่ปุ่น มาช่วยชีวิต

หลังจากกินเสร็จก็ไปเดินหา White house กัน ไหนๆ ก็มาแล้ว กลางแผนที่ไปหา office คุณโอบาม่า กันมั่งดีกว่า




เหมือนเดินมาไม่ไกลมากเท่าไหร่จาก China town เราก็มาถึง office คุณโอบาม่า แซ๊ะ!!! ถ่ายรูปเก็บไว้ตามธรรมเนียม








ถึงเวลาต้องแยกตัวออกมาจกา Liang Liang แล้ว เราต้องไปงาน Navy Ball ต่อ Liang เองก็ขอตัวไปเดิน Museum





กลับมาที่โรงแรมอีกครั้ง อีก 30 นาที รถ Bus ล้อหมุน

เราสองคนเดินเข้าไปในโรงแรมที่พักซึ่งสวนทางกลับออแพร์ชาติอื่นๆ ที่ทยอยกันลงมาข้างล่าง ทุกคนลงมาในชุดราตรีหางยาวสวยเชียว ธรรมเนียมการแต่งตัวไปในการNight Prom หรือว่า Ball ของฝรั่งคะ สวยเชียวแต่ละคน ควรเป็นแม็คซีเดสยาวคลุมเขา คลุมขา บางคนเป็นหางปลาลากไปกับพื้นเลยก็มีคะ







เรากับพี่ปูนเป็น 2 เกือบคนสุดท้ายที่มาถึงรถ Bus ใช้เวลาวิ่งผ่านน้ำ แต่งตัว คนละ 10 นาที (ถ้าเปรียบเทียบกับแหม่มเก้าอี้ถัดไปเค้าคงใช้เวลาพอสมควร อิอิ)



ระหว่างรอรถในค่ายทหารมารับเขาไปในฮอล์คะ




Navy Ball International
เทศกาลประจำปีของนักเรียนนายเรือหลังจากฝึกหนัก เรียนหนัก ก็จัดหนักปลดปล่อยเต้มที่ เราก็แค่ไปแจม เต้น เต้น เต้นสนุกดี :)

นร นายเรือแต่ละคนมาในชุด Dinner suit เต็มยศ คะ มีการเต้นเปิดฟอร์เหมือนในละครไทยเลย หาดูในชีวิตจริงได้ยาก สิ่งที่เรารอคอยไม่ใช่ ลีลาสเปิดฟอร์คะ กับ นร นายเรือ นะคะ ไม่ใช่คะ




แค่รอจังหวะช่วงเพลงแด๊นมันส์ๆแล้วลงแจมแค่นั้นเอง
ฟรีสไตส์ต่างหากหละ :) เห็นธงชาติไทยอยู่เว๊ปๆ ไกล ไกล










ราตรีสวัสดีพี่น้องชาวไทย



โ น้ ต ตั ว ดำ *ในที่สุดก็ได้เข้ามา Bloggang อีกครั้ง เย้!!!!



Create Date : 28 มิถุนายน 2556
Last Update : 29 มิถุนายน 2556 3:30:50 น.
Counter : 940 Pageviews.

2 comments
  
สวยกันทั้งกลุ่มเลยนะคะ
ไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหน
ก็ไม่เคยลืมรอยยิ้มสยามเลยค่ะ
ยิ้มที่ไหน นี่แหล่ะ คนไทยตัวจริงจ้าาา

ไม่ได้แวะมาตั้งนาน สบายดีนะคะ




โดย: แค่ได้รู้จัก_ก็เพียงพอ วันที่: 29 มิถุนายน 2556 เวลา:7:41:01 น.
  
โอ๊ยยยยยยยยย คิดถึงจัง :)
โดย: แฟนlinKinPark วันที่: 29 มิถุนายน 2556 เวลา:15:11:52 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

โน้ตตัวดำ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



โ น้ ต ตั ว ดำ *
I AM WHAT I AM,I DO WHAT I DO.

Instragram:: jstungwai