|
|
| | 1 | 2 | 3 |
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
เพราะอยาก..จังรู้
ความต้องการเป็นบ่อเกิดแห่งความรู้...ยกตัวอย่างเช่น เราหิวน้ำ...เราก็ต้องเดินไปหาน้ำแล้วเราก็จะรับรู้ได้ว่ามีแหล่งน้ำที่ไหนบ้าง...น้ำที่ไหนอร่อย...ที่ไหนสะอาด...ที่ไหนถูก....ที่ไหนแพง..ที่ไหนแพ็คเกจสวย...พอรู้มากๆเราก็จะนำมาเปรียบเทียบกับศักยภาพของตัวเราเช่น เราต้องการน้ำที่สะอาด..แพ็คเกจสวยๆ..หาดื่มได้ง่ายและราคาไม่แพง..ถ้าเราสามารถทำได้ราคาถูกกว่าในท้องตลาด เราก็อาจจะคิดผลิตเองก็ได้ดังนั้นความรู้เรื่องเกี่ยวกับน้ำเกิดขึ้นมาจาก ความต้องการน้ำ นั่นเอง..เคยมีคนบอกว่าประธานาธิปดีของอเมริกาตอนที่จะส่งยานอพอลโล่ขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์ประกาศเพียงแค่ว่า ภายใน 10 ปี นี้อเมริกาจะต้องส่งมนุษย์ขึ้นไปเหยียบบนดวงจันทร์ให้ได้ ซึ่งตอนนั้นไม่มีนักวิทยาศาสตร์ขององค์การนาซ่าคนไหนรู้วิธีไปดวงจันทร์สักคนเดียว...แต่หลังจากนั้นความรู้แขนงต่างๆก็เริ่มถูกนำมาประติดประต่อเข้าด้วยกันองค์ความรู้ต่างๆ ทั้ง คณิตศาสตร์ ตรรกะศาสตร์ วิศวะกรรมศาสตร์ ดาราศาสตร์ หรือแม้แต่ ศาสนศาสตร์ ทุกๆองค์ความรู้ได้ส่งให้มนุษย์คนแรกของโลกที่ขึ้นไปเหยียบบนดวงจันทร์ในที่สุด ถูกต้องครับถ้าตอนนั้นประธานาธิปดีของอเมริกาประกาศว่าจะส่งมนุษย์คนแรกไปเหยียบดาวอังคารเราก็คงจะเห็นคนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งในปัจจุบันนาซ่าเองก็มีโครงการที่จะส่งมนุษย์ไปเหยียบดวงอังคารอยู่แล้วอย่างแน่นอน ปัจจุบันบางคนมองว่าความต้องการเป็นสิ่งไม่ดีเปรียบเสมือนกับกิเลศ ตัณหา แล้วความต้องการที่ไม่จำเป็น ซึ่งบางทีการมองย้อนกลับไปในอดีตทำให้รู้ว่าทำไม ไม่มีนักวิทยาศาสตร์ไทยคนไหนสร้างนวัตกรรมอันยิ่งใหญ่ที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติเลยเพราะว่า เราคิดว่าเราพอแล้ว ทั้งที่เรายังไม่พอ หรือเราคิดว่า ดีอยู่แล้ว ทั้งที่ยังไม่ดี...ถ้าอย่างนั้นคนเราก็ต้องยอมจำจนต่อเชื้อโรคและโรคร้ายต่างๆ เพราะถ้าไม่มีนักวิทยาศาสตร์คนไหนคิดที่จะต่อสู้กับธรรมชาติแทนมนุษยชาติเลยมนุษย์เราก็ต้องสูญพันธุ์ไปในที่สุด ถ้าเรายอมรับตั้งแต่ตอนที่เกิดโรคฝีดาษระบาดไปทั่วโลกผู้คนล้มตายไปเป็นจำนวนมาก(ประมาณ 10 ล้านคนภายใน 1-2 ปี) ตอนนี้มนุษย์บนโลกก็ไม่ทราบว่าจะเหลือกี่คน หรือถ้ามีคนยอมรับว่าเราไม่สามารถที่จะเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าม้า เราก็คงไม่มีรถขับมาจนถึงทุกวันนี้ เรายอมรับว่าคนบินไม่ได้เหมือนนก เราก็คงไม่มีเครื่องบินในการเดินทางข้ามทวีปได้จนถึงทุกวันนี้ หรือถ้าเรายอมรับว่าการเขียนจดหมายเป็นการส่งสารที่ดีที่สุดเราก็คงจะไม่มีมือถือใช้กันจนทุกวันนี้ จะเห็นได้ว่าบางที ความต้องการ หรือ ความอยาก ก็นำมาซึ่งองค์ความรู้ในปัจจุบันอย่างมากมายและความรู้หลายๆอย่างทรงคุณค่าและมีประโยชน์ไม่ใช่เฉพาะต่อประเทศชาติเท่านั้น แต่ยังเผื่อแผ่ไปถึงมนุษยชาติร่วมโลกเราอีกด้วย หากเราห่วงเพียงแต่ตัวเองเราไม่อยากจะต่อสู้ต่อโชคชะตาเพื่อที่จะหาวิถีชีวิตที่ดีกว่าเดิมก็เท่ากับว่าเราก็ใช้ภูมิปัญหาของคนต่างชาติในการคิดค้นหาสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ มาอำนวยความสะดวกให้แก่ตัวเองเองจึงเสมือน เราเป็นคนเห็นแก่ตัว หวังเพียงแต่รอคนต่างชาติพัฒนานวัตกรรมแล้วเราก็นำมาลอกเลียนแบบ ถ้านวัตกรรมนั้นๆราคาแพงเราก็จะหลอกตัวเองว่าเราไม่จำเป็นต้องใช้ เช่น ตอนที่มีรถยนต์คันแรกในโลกเราไม่สามารถหามาขับได้เราก็บอกว่าเราจำเป็นต้องใช้หรอก..แต่พอราคารถยนต์ถูกลงเราก็อยากที่จะหามาใช้เพราะว่ามันก็สะดวกดี..และก็ยังบอกตัวเองว่า ฉันไม่ต้องการรถยนต์ราคาแพงๆมาขับหรอกเพราะมันไม่จำเป็น แต่ถ้ารถยนต์แพงๆคันนั้นลดราคามาเหลือพอๆกับรถที่ตัวเองขับอยู่ปัจจุบันก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่เปลี่ยนมาขับรถคันใหม่ บางคนก็พยายามจะอธิบายแทนตัวเองว่าฉันเลือกแต่สิ่งที่จำเป็น และ ฉันรู้แต่สิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ ถ้าอย่างนั้นเราทำไมต้องเรียนเรื่องดาวเคราะห์ทั้ง 8 ดวงด้วยละครับในเมื่อมันไม่ได้ทำให้เรากินอิ่มขึ้นหรือทำให้เราแข็งแรงขึ้นซะหน่อย..และดาวเคราะห์ทั้ง 8 ก็ไม่ได้ทำให้พืชผักโตเร็วขึ้นด้วยถ้าจำเป็นต้องเรียนจริงๆควรจะรู้เฉพาะแต่เรื่อง ดวงอาทิตย์ และ ดวงจันทร์เท่านั้นก็พอจริงหรือเปล่าครับ ดังนั้นตัวกระผมเองจึงอยากให้ขอให้ท่านผู้อ่านได้มองคำนี้ในอีกด้านหนึ่งก็คือคำว่า อยาก ไม่อยากให้ท่านทั้งหลายแปลเป็นแต่เพียงความหมายในด้านลบเพียงเท่านั้นแต่อยากให้ท่านมาความหมายที่แปลว่า แรงจูงใจ หรือ การไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ไว้ด้วย เพราะมนุษย์เรานั้นอยู่ได้เพราะเราเชื่อว่าเราจะยังมีชีวิตอยู่ในพรุ่งนี้และวันต่อๆไป หวังว่าในวันพรุ่งนี้ เราจะต้องดีขึ้นกว่าวันนี้ครับแน่นอนว่าเราใช้ชีวิตไม่ได้เพียงแค่เพื่อตัวเรา แต่เราใช้ชีวิตเพื่อทำให้ชนรุ่นหลังได้นำประโยชน์จากการความคิดของเราไปใช้ ชนรุ่นหลังนี้ไม่ได้หมายถึงเฉพาะลูกหลาน หรือ คนหมู่บ้านด้วยกัน หรือคนประเทศเดียวกันเท่านั้นแต่ยังหมายถึงมนุษยชาติทั้งหมดด้วย...การจะเกิดมาเป็นคนหนึ่งคนดำเนินชีวิตและตายลงไปโดยที่ไม่ได้สร้างประโยชน์ใดๆไว้ให้กับชาวโลกเลยนั้นกระผมจึงถึงว่าเป็นการใช้ชีวิตที่สิ้นเปลืองมากๆ ผมยังแอบรู้สึกเสียดายภูมิปัญญาต่างๆที่มีคนไปจดสิทธิบัตรของตัวเองเอาไว้เพื่อหวังผลทางด้านการตลาดโดยไม่เอื้อประโยชน์ให้แก่มนุษยชาติเลยนั้นเป็นวิธีที่ไม่ดีมาก แต่ใช่ว่าการหาประโยชน์จากความคิดเป็นชั่วช้าซะเลยที่เดียว หากแต่ทำให้พอเหมาะ พอควร และให้ผู้อื่นสามารถนำความรู้ต่างๆ ไปต่อยอดความคิดต่อไปได้เพราะหากความคิดที่เราคิดแล้วเรากระจายความคิดที่ดีๆต่างๆ ออกไปแต่มีกลุ่มบุคคลนำเอาความคิดเราไปจดสิทธิบัตรทางปัญญาเราเองก็คงจะเสียใจ และรู้สึกไม่ดีเอามากๆอย่างน้อยที่สุดก็ต้องให้เครดิตว่าได้แรงบันดาลใจมาจากผู้ที่ริเริ่มก็ยังดี
| Create Date : 26 พฤศจิกายน 2550 |
| Last Update : 26 พฤศจิกายน 2550 10:43:50 น. |
|
13 comments
|
| Counter : 4064 Pageviews. |
 |
|
|
| โดย: สิทธิไชย IP: 202.149.24.177 วันที่: 5 ธันวาคม 2550 เวลา:0:01:52 น. |
|
|
|
| โดย: 12 IP: 192.55.18.36 วันที่: 7 ธันวาคม 2550 เวลา:13:03:31 น. |
|
|
|
โดย: Candydolls วันที่: 25 ธันวาคม 2550 เวลา:10:29:12 น. |
|
|
|
โดย: =Lord Gary= วันที่: 25 ธันวาคม 2550 เวลา:14:57:37 น. |
|
|
|
โดย: Polball วันที่: 25 สิงหาคม 2554 เวลา:17:07:27 น. |
|
|
|
| โดย: Mariomab IP: 190.2.133.230 วันที่: 14 มิถุนายน 2564 เวลา:10:14:22 น. |
|
|
|
| โดย: BennieRar IP: 190.2.130.167 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2564 เวลา:4:35:52 น. |
|
|
|
| โดย: Louisunalo IP: 89.38.97.125 วันที่: 11 ธันวาคม 2564 เวลา:22:03:35 น. |
|
|
|
| โดย: DJCharlesSyday IP: 92.119.179.84 วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา:17:26:27 น. |
|
|
|
| โดย: Derrickelido IP: 89.39.106.222 วันที่: 20 มกราคม 2566 เวลา:19:02:19 น. |
|
|
|
| โดย: MatthewhulsE IP: 45.132.194.17 วันที่: 2 ธันวาคม 2566 เวลา:5:09:37 น. |
|
|
|
| โดย: Jamesdob IP: 79.137.89.102 วันที่: 22 ธันวาคม 2567 เวลา:6:08:14 น. |
|
|
|
|
|
|
|
meaw_mam@yahoo.com
ขอบคุณมากครับ