ผู้หญิงไทยอย่างฉันนี่แหละ..ทำให้ฝรั่งยอมรับและปรบมือให้...
หลังจากที่มาทำงานที่ HEB ปีนี้ก็เข้าปีที่ 6 แล้ว หลังจากที่ ทำงานมาอย่างหนัก..จนได้เข้าสมัครสอบเลื่อนตำแหน่ง ตัวเอง จนได้มาเป็นผู้จัดการ
แผนก Deli and Bakery ซึ่งกว่าจะไต่เต้า มาทำงานตำแหน่งนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ สำหรับ คนเอเชียหัวดำ ๆ ซึ่งก็ไม่ค่อยเป็นที่ยอมรับของพวกผรั่งซักเท่าไหร่
แต่เมื่อมีความตั้งใจ และ อดทน สู้ฟันฝ่าอุปสรรค มากมาย วันนี้ฉันก็ได้มายืน อยู่ในตำแหน่งเทียบเท่าที่พวกฝรั่งเขาทำงานกัน และก็มีลูกน้องเป็นฝรั่งจนได้
ถึงแม้ว่า จะไม่ได้นั่งออฟฟิต แต่งตัวสวยงาม แต่ ฉันก็ได้รับเงินเดือน และสวัสดิการ เทียบเท่า กับพวกที่ทำงานในออฟฟิต ถือว่า เราคนไทยก็สามารถทำงาน
เทียบเท่า ฝรั่งตาน้ำข้าวได้
การทำงานที่จะให้ฝรั่งยอมรับเรานี่มันก็เป็นเรื่องยากเหมือนกัน ยิ่งมารับตำแหน่งผู้จัดการแผนก ซึ่งมีหน้าที่ วางแผนการขาย วางแผนจัดเวลาให้
พนักงานทำงานให้ เหมาะกับยอดขายด้วย ซึ่ง เราต้องระวังเรื่องค่าใช้จ่ายที่ใช้กับพนักงานด้วย ซึ่งฝรั่งเขาละเอียด มาก ถึงขนาด ต้องคำนวนว่า หากจ้างพนักงาน
1 ชั่วโมง เราต้องคำนวนว่าต้องขายสินค้าให้ได้จำนวนเท่าไหร่ ถึงจะให้ได้กำไร และการวางแผนการขายก็ไม่ใช้เรื่องง่ายเช่นกัน ต้องดูว่า ช่วงหน้าเทศกาล อะไร
ควรจะนำอะไรมาเสนอขาย ต้องคำนวนจำนวนสินค้าให้พอแก่ความต้องการของลูกค้า ถ้าสั่งของมามาก ขายไม่หมด ก็ทำให้กำไรมันได้ไม่ถึงเป้าหมาย
ทำงานกับฝรั่งนี่ต้องละเอียด รอบคอบมาก จะเช้าชามเย็นชาม เดี๋ยวค่อยทำ แบบที่เมืองไทยไม่ได้เลยนะคะ ทำแบบนั้น จบกัน เราต้องพยายามActive
ตัวเอง และต้องไม่พยายามเป็นคนใจดีเด็ดขาด อาจจะใช้วิธีนี้ที่เมืองไทยไม่ได้ เพราะว่าจะหาว่าเราใจดำ แต่ สำหรับอเมริกันแล้ว คำไหนต้องคำนั้น กฏต้องเป็น
กฏ ผิดก็ต้องว่าผิด เราเลยกลายเป็นคนแล้งน้ำใจในบางครั้ง ซึ่งทุกครั้ง จะมารู้สึกว่า ทำไมเราเปลี่ยนไป เป็นเพราะสังคมที่อยู่เปลี่ยนไป นั่นเอง แต่ก็ไปโทษ
ใครไม่ได้ เพราะว่าเราเลือกที่จะมาใช้ชีวิตที่นี่ เพราะฉะนั้น ต้องเรียนรู้ที่จะต้องทำตัวให้อยู่ได้ในสังคมคนอเมริกัน
พล่ามมายืดยาวอะไรนักหนา ที่มาของ การอัพเดท บล๊อค ก็อยากจะอวด ว่าคนไทย ก็สามารถ ทำให้ฝรั่งยอมรับในความสามารถ ได้เช่นกัน เมื่อวานก่อน
วันที่ 7 มีนาคม เรามีประชุมกับทุก ๆ แผนก คราวนี้พิเศษหน่อย เขาพาไปเลี้ยงและประชุมนอกสถานที่ ซึ่งก็เป็นร้าน Steak ชื่อSalt grass อาหรราคาค่อนข้างแพง
แต่ในเมื่อ หัวหน้าพากันมาทั้งที ไอ้เรารึก็ไม่ให้เสียเที่ยว เขาเลี้ยงแล้วนี่นา จริง ๆ แล้วการออกมาทานอาหรนอกบ้านแบบนี้กับบุคคลอื่นเนี่ย ฝรั่งเขาจะใช้วิธีการ
ต่างคนต่างออก นั่งโต๊ะเดียวกันนี่แหละ เวลาเช็คบิล คนบริการเขาจะถามว่า แยกบิลรึเปล่า ซึ่งแต่ละคนจะจ่านในส่วนของตัวเองที่รับประทาน ไม่เกี่ยวกับของคนอื่น
มาอยู่อเมริกาแรก ๆ ก็รู้สึกไม่ดีเลยเนอ๊ะ เหมือน ไม่ได้มาด้วยกันอ่ะ (ยกเว้นไปทานกับสามีนะคะ เป็นหน้าที่สามีจ่ายจ๊ะ) และแล้ว เราก็ดูเมนู ครั้งแรกในใจ คิดว่าจะ
เลือกรายการอาหารที่ราคาไม่แพง เพราะอย่างว่า เป็นคนไทย ขี้เกรงใจคนมาอันดับหนึ่ง แต่......แอบถามเพื่อนที่มาด้วยเป็นผู้จัดการแผนก Produce เขาบอกว่า
ยู เลือกอาหารที่แพง ๆ ไปเลย ไม่ต้องเกรงใจ เพราะว่า เขาใช้งบของบริษัทจ่ายให้ เออ....งั้น ก็ไม่ต้องเกรงใจแล้วอ่ะดิ เปิดเมนู เลือกอาหารที่อยากทาน แต่ก็
มองดูราคาอาหาร แล้ว โอ้โห นี่ราคาอาหารกลางวันเหรอ แพงอ่ะ ไอ้ที่เราเลือกเนี่ย มันเป็นปลาแซลมอน ย่าง กับ มันฝรั่งบดกับชีสอะไรซักอย่าง ลืมชื่อ เพื่อน
บอกว่า ยูเลือกอันนี้ดิ รับรองยูต้องชอบ เหลือบมาดู ราคา $16.99 โอ้แม่เจ้า จานเดียวเนี่ยน๊ะ แพงจัง แต่เมื่อมีคนจ่ายให้ ก็เลือกอันนี้แหละ ดูซิมันจะอร่อยซักแค่
ไหน

นี่แหละ ลาภปากสำหรับวันนั้น อร่อยมาก
ทานเสร็จ หัวหน้าก็เริ่มประชุม กันไป หม่ำกันไป แล้ว หัวหน้าก็บอกว่า ที่พาออกมาประชุมข้างนอก ก็จะ
ขอบคุณ พวกเราทุกคน
และแล้ว หัวหน้าก็แจ้งว่า แผนกที่ทำยอดขายได้มากที่สุด ในสามเดือนแรกของปี นั่นคือ แผนก Deli and Bakery
เฮ้ย...นั่นมันแผนกของเรานี่นา เพื่อน ๆ ปรบมือให้ ตอนนั้น รู้สึกว่าเฮ้ย เราทำได้ เราทำได้แล้ว
นี่เราทำให้ฝรั่งยอมรับ แล้วฝรั่งปรบมือให้เราด้วย

นี่ใบประกาศ แห่งความสำเร็จ อีกอย่างหนึ่ง ที่แสดงว่า คนไทยหัวดำอย่างเรา สามารถมาทำงาน
ในต่างประเทศ และสามารถทำยอดขายได้มากที่สุด กว่าแผนกอื่น ๆ จากปีก่อน
ทำให้ได้ใบประกาศนี้
แล้วก็ได้ $50 กลับมาอวดให้พี่โจอี้ดู พี่โจอี้ บอกว่า เขาภูมิใจที่เรา ทำได้ และทำได้ดีซะด้วย
พี่โจอี้บอกว่า หากว่าเป็นพี่โจอี้ ไปทำงานที่เมืองไทย ก็ไม่รู้ว่าจะทำใด้อย่างนี้รึเปล่า
คำพวกนี้ทำให้มีกำลังใจต่อสู้งาน ยากลำบากแค่ไหน ก็จะสู้คะ
เย็นนั้น ก็รีบโทรไปบอกน้า บอกแม่ที่เมืองไทยให้ได้ร่วมดีใจ ทุกคนบอกว่าเก่งมาก รู้สึกว่า ดีจัง
นั่งมองใบประกาศ มองแล้วมองอีกหลาย ๆ รอบ นี่เราทำได้ เราสามารถทำงานจนฝรั่งยอมรับในความสามารถของเรา
มันก็น่าภูมิใจมากไม่ใช่เหรอ....
ขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาทักทายกันนะคะ
|