Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2558
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
22 ตุลาคม 2558
 
All Blogs
 

Paris วันที่3 ช็อบปิ้ง Champs Elysees ,City Pharma,Galeres Lafayette

Paris Day 3 

วันที่ 8 กันยายน 2558

        วันนี้เป็นวันที่ 3 ที่จะอยู่ในปารีส
เพราะว่า พรุ่งนี้ จะเดินทางไปเที่ยว ประเทศ เนเธอแลนด์ วันนี้เป็นวันที่เรารอคอยคะ
เพราะว่า เป็นวันที่เราเลือกสถานที่ช็อบปิ้ง ทั้่งวัน แล้วก็เลือกร้านอาหารเอง สมใจ
ไปกันเลยคะ



    City Pharmacie  ปารีส เป็นร้านที่โด่งดังในกรุงปารีส
ขายยา ขายสกินแคร์อันโด่งดัง และขึ้นชื่อว่าของถูกคะ จริง ๆ
อยากซื้อสกินแคร์มากกว่านี้ แต่ว่า มันหนักเหลือเกิน นี่แค่ประเทศแรก ในยุโรป
เกรงใจกระเป๋า ได้มาพอหอมปากหอมคอ ถ้าเป็นประเทศสุดท้ายของทริปนี้ ป้าจะ
เหมามามากกว่านี้ อิอิอิ



ตื่นแต่เช้า ออกจากห้องพัก Airbnb เจ้าของห้องยังไม่ตื่นเลย ออกมาก็เดินหา มื้อเช้า
กันก่อน ตอนเช้า ๆ จะมีร้านขายกาแฟ ขนมปังเล็ก ๆ เหิดกันเยอะแยะ ครัวซอง
อร่อยมากกกกก พี่โจต้องหากาแฟ รองท้องก่อนเดินช็อบปิ้งกัน











มื้อเช้าอร่อย อิ่ม แล้วก็ไป City Pharma กันแต่เช้า



เป็นร้าน ขายยา 2 ชั้น แต่อัดแน่นไปด้วยสินค้ามากมาย ของด้านในเต็มมีพนักงานขาย
พนักงานเติมสินค้าทั้งวัน เพราะว่า หากสาย ๆ คนจะแน่น มาก ถึงมากที่สุด
เป็นแบนี้ทุกวัน เราเลยเลือกที่จะมาแต่เช้า ขอบอกว่า ขนาดมาร้านยังไม่เปิด
แต่ก็มีคนยืนต่อแถวแล้วนะ

















เดินอยู่นาน มันละลานตาไปหมด ของทุกอย่างส่วนมากก็เป็นภาษาฝรั่งเศสหมด
แต่พนักงานพอพูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อยนะคะ แต่ทางที่ดี ถ้าไปแล้ว ก็ศึกษาหาข้อมูล
ว่าอยากได้อะไร ไปก่อนดีกว่า ไปถึงก็ จะได้หยิบ ๆ ที่นี่ส่วนมาก จะมีแพคคู่
ให้ในราคาน่าซื้อมากมาก แต่อย่างที่บอกไม่ได้ซื้ออะไรมามาก
เอาแต่ที่คิดว่าจะต้องได้ใช้อย่างแน่นอน ได้มา 2 ถุงคะ นี่ก็หนักนะ ลองชั่งดู 
ประมาณ 6 กก. จ๊ากกกกก





ถุงก็เป็นถุงพลาสติก ธรรมดานี่แหละคะ ไปดูกันว่า ได้อะไรมาจากที่นี่บ้าง







แตน แต๊น และนี่ก็คือของที่ได้มาจากการช็อบที่ City Pharma ทั้งหมดนี้ ทำ Tax
Refund  ได้ทั้งหมดเลยนะคะ

ถ้าใครไม่เคยซื้อของในยุโรป ก็แจ้งให้ทราบว่า ราคาของที่แจ้งราคาไว้บนป้าย
นั่นคือราคาที่เราต้องจ่ายคะ

ไม่ต้องคำนวนภาษีให้ยุ่งยากเหมือนในอเมริกา เขาคงรวมภาษีไว้ในป้ายราคาแล้ว
ซึ่งชอบมากอะ มันง่ายต่อการคิดเงินในัวสมองของเรา

ที่อเมริกา ป้ายราคา ยังไม่รวมภาษี เราต้องมาบวกภาษีอีก ทำให้งง เหมือนกัน ชอบจัง
ช๊อบปิ้งในยุโรป

วิธีการ ขอคือ ภาษี ก็ไม่ยุ่งยาก เอาไว้แยกเรื่องอีกหัวข้อดีกว่าจะได้ไม่งงเนอ๊ะ

สกินแคร์ที่ได้มาเดี่ยวก็จะทำแยกให้เหมือนกันนะคะ เผื่อใครจะสนใจ ตอนนี้เอารวม ๆ
กันก่อน เดี๋ยวภาพจะเยอะเกิ้น

เสร็จจาก City Pharma  รู้สึกว่าของมันหนักเหลือเกิน ก็เลยเอาของไปเก็บที่ห้อง
ก่อน แล้ว ก็ออกมาใหม่



ต่อไป พาไปเดินที่ ถนน Champs Elysees ถนนสุดฮิตของหลาย ๆ คน เพราะว่า
เป็นถนนสำหรัยช๊อบปิ้ง ของสาว ๆ แต่ละแบลน ก็มีทุกแบลนเลยนะคะ



















ร้าน Sephora ใหญ่มากกกก















ร้าน Louis Vuitton  ซึ่งตั้งอยู่บนถนน ชอมเซลิเซ่ ใหญ่ หรูหรามาก วันนี้
เราไม่เห็นว่ามีแถว เลยเดินเข้าไปเชยชม เป็นขวัญตา ก่อนเข้า
เขาขอตรวจกระเป๋าก่อนนะคะ

แล้วพอเข้าไป ก็เห็นความหรูหราอลังการ รู้สึกว่าจะมี 4 ชั้น เดินอยู่ชั้นแรก เองคะ
รู้สึกว่ามันไม่ค่อยใช่ที่สำหรับเราอะ มันมีเจ้าหน้าที่คอยมาดูแลเรา
เขาจะถามว่าสนใจอะไรเป็นพิเศษ รึเปล่า เพราะว่า เราไม่สามารถเดินหยิบดูได้ตามใจ
เราต้องมีเจ้าหน้าที่ 1 คน ต่อ 1 ลูกค้า นะคะ
เขาจะเป็นคนที่คอยหยิบกระเป๋ามาให้เราดู มันรู้สึกว่า อ๋อ เวลาซื้อกระเป๋าแพง ๆ
เขามีวิธีการอย่างนี้นี่เอง แต่ก็ไม่ได้ซื้ออะไรที่นี่นะคะ คิดว่า
เดี๋ยวจะไปซื้อทีเดียวที่ห้าง ลาฟาแยต ดีกว่า ทำ Tax Refund ที่เดียว คงดีกว่า
และรู้สึกไม่ชอบที่นี่ซักเท่าไหร่ มันหรูหรา เกิ้น......







ใครอยากนั่งรถ ทัวร์ทั่วปารีสก็ได้นะคะ แต่เราไม่ได้นั่ง เพราะว่า
ไม่ค่อยมีเวลาแล้ว วันนี้วันที่ 3 วันช๊อบปิ้ง อย่างเดียวเดี๋ยวได้ของไม่ครบ อิอิอิ







ถ่ายรูปหน้า ร้าน หลุยส์สุดหรูซะหน่อย






นี่หน้าร้าน Longchamp  เข้าไปแล้วก็ต้องเสียตังค์ ได้น้องเป๋ามาใช้ 3 ใบ
เป็นของขวัญวันเกิดให้ตัวเองคะ เดี๋ยวเฉลยในวันเกิดแล้วกันนะคะ

อีก อาทิตย์เดียวก็ถึงวันเกิดแล้วคะ







Laduree ที่นี่ก็เป็นอีกที่ ที่ใคร ๆ มาปารีส ก็ไม่ควรพลาดนะคะ เพราะว่า
เป็นที่ขึ้นชื่อลือชาของขนมดัง Macaron









 ภายในร้าน สวยงามอลังการอีกแล้ว สีหวานเป็นวินเทจ สุด ๆ ชอบจังเลย ในภาพ
คนมาเข้าแถวซื้อมาการอง กันคะ รวมทั้งเราด้วยที่ตื่นเต้น

จะได้กินมาการองที่เป็นต้นตำหรับ ก็วันนี้แหละ ว่ามันจะอร่อยสมชื่อมั๊ย



























ขนมมีหลากหลายชนิด หลากหลาย รูปแบบกล่อง สวยๆ ทั้งนั้นเลย
เหมาะที่จะซื้อเป็นของฝากเน๊อะ แต่ เราซื้อฝากใครไม่ได้ เพราะว่ายังอยู่ยุโรป

อีก ตั้งเดือน เลยฝากท้องตัวเองไปก่อนนะคะ







Macaron เค๊ามีให้เลือก หลายรสมากมาย สีสรรสดสวย เห็นแล้วอยากกินมันทุกชิ้นเลย
ชิ้นนิดเดียวเองนะ แพงเหมือนกันคะ







ทุกอย่างน่ากินสุด ๆ















พวงกุญแจ เป็ฯ Macaron น่าร๊ากกกกกก







มัวแต่ถ่รายรูปเพลิน ถึงคิดแล้ว พี่โจ ถามว่าจะเอาอะไรบ้าง ก็เลยบอกว่าเลือกมาเหอะ
กินทั้งนั้นแหละ รู้สึกว่า จะเลือกใส่กล่องมา 30 ชิ้น รวม ๆ กัน





นี่เลย Macaron อร่อยจริง ๆคะ เสียดายซื้อมาน้อย แต่ก็ต้องเดินทางอีกหลายประเทศ
ยังมีขนมอีกเยอะรออยู่จ้า









ซื้อ Macaron ใส่กล่อง พี่โจถามว่ากินมื้อกลางวันกันที่นี่เลยมั๊ย เราก็โอเคดิ
ทางร้านจะแบ่งโซนไว้นั่งต่างกันไปนะคะ

ถ้าจะดื่มชา กาแฟ ก็มีห้องเป็นสัดส่วนแยกกันไป ถ้าจะทานอาหาร กลางวัน หรือ Dinner
ก็ชั้นบนเลยจ้า ร้านสวยงามมาก







บนโต๊ะอาหาร ก็จะมีเนย มีขนมปังแบบนี้ มาเป็นอย่างแรก ขนมปัง ข้างนอกแข็ง
ข้างในนุ่ม อร่อยดี





อันนี้เป็นแซนวิซของเรา จำไม่ได้ว่าเป็นอะไร น่่าจะเป็นไก่
ตอนสั่งมาคิดว่าจะมาแบบเล็ก ๆ มันมาแบบ จานใหญ่มากอ่ะ รสชาด ไม่ถูกปาก สำหรับเรานะ
คนอื่นที่เป็นฝรั่งอาจจะชอบ มันกินไม่หมดด้วย







ของพี่โจ เป็นแซนวิซทูน่า  เขาบอกอร่อย ของเรากินไม่หมด
เลยเรียกพนักงานมาบอกว่าขอกล่องใส่แซนวิซ กลับหน่อย

พนักงานบอกว่าทางร้านไม่มีนโยบาย ใส่กล่องกลับบ้าน โอ้ แม่เจ้า ทำไมเหรอ
เขาบอกว่าเป็นเฉพาะร้าน Laduree  เออ พึ่งรู้ พี่โจเลยต้องกิน

ละเลียดกันจนหมด 55555 เพราะว่า มันแพงงงงงง เสียดาย











เราเดินกันที่ ชอมเซลิเซ่ กันพักใหญ่ จากนั้นก็มาต่อกันที่ห้างดัง Galeres
Lafayette กาลาเลีย ลาฟาแยต  มี 2 อาคาร เชื่อมต่อกันนะคะ คนเยอะมาก โดยเฉพาะ
นักท่องเที่ยวชาวจีนนนนนน























ภายในห้าง สุดอลังการอีกแล้วจ้า สวยงามมากมาก ร้านค้า ทุกแบลนด์เนม
มารวมกันอยู่ที่นี่ ไม่ต้องไปเดินที่ไหนอีก สะดวก แล้ว ก็ช๊อบสนุกกว่า ร้านที่ถนน
ชองเซลิเซ่ มากมาย เพราะว่า ที่นี่จับต้องได้ง่ายกว่า คนเยอะดี

เจตนา ที่เจาะจงมาที่นี่ ก็เพราะว่า เราจะมาตามหาของขวัญวันเกิดให้กับตัวเองนั่นเอง
ตั้งใจว่า ถ้ามีโอกาสมาปารีส เมื่อไหร่ จะต้องมาตามหาของขวัญชิ้นนี้ให้จงได้

วันนี้ฝันเป็นจริง อิอิอิ













เดินมาเจอ ร้าน Louis Vuitton  ที่นี่มี หลุยส์ 2 ชั้น นะคะ ใครมาปารีส
แนะนำมาซื้อที่นี่ดีักว่าคะ หน้าร้านมีคนรอต่อแถว แต่ไม่มาก

เราก็จะเข้าไปดูซะหน่อย ก็ไปต่อแถวกันบ้าง แล้ว พนักงานก็จะมาสอบถาม
ว่าเราต้องการพนักงาน ขาย ที่พูดภาษาอะไร เพราะว่า มีพวกทัวร์ ต่างชาติมาเป็นประจำ
ทมางร้านึงอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า โดยหาพนักงาน พูดภาษา นั้น ๆ มาให้คะ เราเลือก
คนพูดภาษาอังกฤษ ได้ ง่ายกว่ามั้ง ทางร้าน ก็จัดหาพนักงานมาให้คนนึง
ดูเป็นเอเชียมากมากเหมือน คนไทย ก็เลยถามเขาไปว่าเป็นคนไทยรึเปล่า
เขาบอกน้องมาจากลาวจ้า ชื่อ บัวคำ ถ้าจำไม่ผิด พูดภาษาลาว เราจึงเข้าใจมากขึ้น
แต่สุดท้าย ก็คุยกันภาษาอังกฤษ เพราะว่า คุณสามาอยู่ด้วย
เลยใช้ภาษากล้งคุยกันดีกว่าไม่ต้องมานั่งแปลhttps://lh3.googleusercontent.com/-sORIQTsa7hk/ViHPDtGx5mI/AAAAAAAAAmw/XpbZDaf-l_8/s912-Ic42/20150908_105732.jpg กันอีก

แล้วก็ได้รับการบริการ แบบประทับใจสุด ๆ อยากดูใบไหน อย่างไรก็ได้ทุกอย่างจนเราพอใจ
ไม่เร่งรีบ  สบาย ๆ แต่เราไม่ได้เป็นคนเรื่องมากอะไร ติดสินใจมาจาก
บ้านแล้วว่าจะซื้อใบไหน บ้าง แค่ตรวจดูกระเป๋า ที่เราตั้งใจซื้อก็พอ  ระหว่าง
เลือกกระเป๋า น้องก็เอา แชมเปญมาเสริฟ ใฟ้เราสองคน ดื่มกันเพลิน เติมได้นะคะ
น้องบอกมา

นี่น้องจะมอมพี่สองคนเหรอ 555555

และแล้วก็ได้กระเป๋า หลุยส์มาเป็นของขวัญวันเกิดล่วงหน้า แบบ ดีใจฝุด ๆ
เดี่ยวอุปไว้ก่อนว่าซื้อใบไหนมา รอวันเกิดจะมาเปิดเผยนะคะ และวิธีการซื้อ กระเป๋า
วิธีการ ทำ Tax Refund  จะมาอธิบายให้อีกทีนะคะ ถ้าใครอยากทราบ











ข้อแนะนำ ถ้าซื้อของและต้อง ทำ Tax Refund  ขอให้ซื้อทุกอย่าง ในวันเดียวกัน
และใบเสร็จต้องวันเดียวกันนะคะ หลังจากที่เราซื้อของกันเสร็จ ก็เดินขึ้นไปชั้นบน

เพื่อ ทำ Tax Refund  ซึ่งแต่ละร้านเขาจะทำเอกสารจากทางร้านมาให้
แต่เราก็ต้องขึ้นไปทำ เอกสารกับเข้าหน้าที่จากทางห้างด้วยนะคะ
ตามร้านเขาก็จะถามเหมือนเดิม จะรับเงินสดคืน หรือ เข้าบัตรเครดิต เป็นเงินสด จะได้
10% ถ้าเข้าบัตร จะได้ 12% จ้า เสียเวลาหน่อย แต่ได้เงินเพิ่ม ดีกว่านะ













หลังจากทำเอกสาร Tax Refund จากห้างลาฟาแยต พนักงานเขาบริการอย่างดีเลย เขาก็บอกว่า
อยากจะไปนั่งพักผ่อนที่ Loung ของทางห้างกันมั๊ย มีแชมเปญ แล้วก็ของขบเคี้ยว
ทานเล่น นั่งพักให้ใจเย็น ๆ  เราก็ เฮ้ย มีแบบนี้บริการด้วยเหรอเนี่ย
ไม่เคยรู้มาก่อน สามีบอกไปดิ ปาดเหงื่อ บอกว่า เสียเงินช๊อบปิ้งที่นี่ไปหลาย
ต้องใช้ริการให้คุ้มเน๊อะ

พนักงานก็พาไปที่ Lounge แล้ว แนะนำ ว่ามีหนังสือ มีน้องน้ำ นั่งพักตามอัธยาศัย
เมื่อพอใจแล้ว ยูก็ออกประตูนี้ โดยกดปุ่มเปิดประตูออกไปเมื่อไหร่ก็ได้นะ

 มันคือ ห้อง VIP แบบต้องมีพนักงานที่เปิดประตูให้เราเท่านั้น จะเดินเข้ามาเฉย
ๆ ไม่ได้ เออ เหมือนตัวเองเป็น ลูกค้าคนสำคัญยังัยไม่รู้55555

เข้าไป มีคนอยู่ 2 คน รวมเราเป็น 4คน ซักพักก็มีคนเข้ามาอีก 2 คน
ส่วนมากก็เป็นคนที่ซื้อของ แล้วมาทำ Tax Refund  นั่นคงเป็นลูกค้า
เป็นนักท่องเที่ยวอย่างเราแน่นอน









คนนี้ คะ ผู้เป็นสปอนเซอร์ อย่างเป็นทางการ ในการมายุโรปครั้งนี้ กำลังกรอกเอกสาร
จากทางร้าน Louis Vuitton  สามีบอกว่า ยูซื้อกระเป๋าทีนี่

ยูไปซื้อกระเป๋ายี่ห้ออื่นได้ อีกหลาย ๆ ใบเลยนะเนี่ย ผู้ชายไม่เข้าใจซะเล้ย จริง ๆ



เสร็จสิ้นภาระกิจ ตามหาของขวัญวันเกิดไปเรียบร้อยแล้ว ต่อไป จะพาไปกินอาหารมื้อเย็น
เป็นร้านที่หลาย ๆ คน เขาแนะนำ เราก็เลยอยากไปลองบ้าง

เอาของไปเก็บห้องก่อนอีกเช่นเคย ไม่อยากหิ้วให้เป็นเป้าสายตามิชฉาชีพ







ร้านชื่อ Chartier  เดินจาก ห้องพัก มาสบาย ๆ มาถึงเกือบทุ่มแล้ว
มีคนต่อแถวกันแล้ว เดินมารู้เลยว่าถึงที่หมายแล้ว







สังเกตุ ป้ายสีแดง ๆ ด้านหน้าถนนก็ไดพ้นะคะ เพราะว่า
ร้านอยู่เข้าไปในซอยอีกนิดนึงคะ







ร้านนี้ ถูกและดีขอแนะนำ เป็นร้านเก่าแก่ในกรุงปารีส เขาว่า เกิน 100 ปีนะ
อาหารก็เป็นอาหารดั้งเดิมของคนฝรั่งเศส แต่อร่อย











ภายในร้านใหญ่กว้างขวางมาก แต่อยากจะบอกว่า ถ้าคุณมากัน 2 คน
เขาอาจจะจับคุณไปนั่งกับคนอื่นด้วยยนะคะ เพราะว่า ร้านคนแน่นมาก โต๊ะจะไม่พอ
เราสองคนได้ไปนั่งโต๊ะก่อน และก็มีที่เหลือ อีก 2 ที่ ซักพักพนักงานก็พาคนจีนมา 2
คน มานั่งกับเรา ส่วนคนผู้หญิง ไม่ค่อยพอใจ ที่ต้องมานั่งกับเราสองคน เราก็ยิ้มให้
แต่นาเมินอ่ะ

แล้วนางก็กระซิบกับแฟนเธอ คงไม่อยากนั่งโต๊ะกับคนอื่น เห็นแฟน นาง เรียกพนักงานมา
แล้วคงบอกว่าอยากนั่งโต๊ะ สองคน พนักงานบอกว่า เสียใจด้วย
ถ้าจะนั่งสองที่คงรออีกนาน และไม่รู้ด้วยจะเมื่อไหร่ ที่ร้าน ทุกคนก็แชร์กันแบบนี้
นางเลยจำใจต้องนั่งโต๊ะ ร่วมกับเรา เราก็ไม่ได้สนใจอะไร สั่งอาหารมากินกันสองคน















เมนูแนะนำ หอยทาก รึเปล่า อร่อยนะ มันมาแบบอบเนย สามีไม่ทาน เขาบอกไม่ชอบ







พี่โจ สั่งสลัดมา มอเห็นบนโต๊ะ มั๊ยคะ เขาจะจดรายการอาหารที่เราสั่งบนโต๊ะ
แบบนี้เลย คิดตังค์บนโต๊ะนี้เลย ดูเก๋ดีเนอ๊ะ







จานนี้เป็นเป็ดอบกับมันฝรั่ง อร่อยดี เหมือนกินเป็ดพะโล้อบแห้งนะรสชาดโอเค,







พี่โจสั่งเหมือนกัน เมนูเป็นภาษาฝรั่งเศสนะคะ ต้องถามพนักงานว่าอะไรมันคืออะไร
พนักงานตลกมาก  พูดอังกฤษน้อย แต่ภาษากายเยอะมาก











ขนมหวาน ตบท้าย คะ เพิ่มน้ำหนัก ค่าเสียหายจำไมได้ จริง ๆ รู้แต่ว่าไม่แพงเลยคะ
ไวน์ที่ฝรั่งเศส ถูกนะ หลังจากอิ่มกันแล้วก็เดินกลับ  กินชมชมเมืองปารีส

ถึงห้องก็หลับเป็นตายยยย

จบทริป 3 วัน ปารีสในฝัน เก็บกระเป๋า แบบทุลักทุเลกันมากมาก ก็เล่นช็อบปิ้ง
กันลืมว่ากระเป๋า มันใส่ได้หมดรึเปล่า

สรุป น่าเศร้าใจนัก ไม่สามารถ นำกล่อง น้องหลุยส์ กลับเมกาได้ ต้องจำใจ
ทิ้งกล่องไว้ ณ ปารีส เอาแต่ น้องกระเป๋า กลับ เศร้าเล็กน่อย



 ทริปยังไม่จบเพียงเท่านี้นะคะ บล๊อคหน้า จะพาไปเที่ยว  Brussles,
Belguim ตามไปเที่ยวเบลเยียมกันคะ



ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่าน นะคะ ไม่เม้นต์ไม่ว่ากันคะ




 

Create Date : 22 ตุลาคม 2558
1 comments
Last Update : 22 ตุลาคม 2558 21:30:24 น.
Counter : 3869 Pageviews.

 

รีวิวได้น่ารักมากเลยค่ะ อ่านจบเลยย แต่อยากรู้รุ่นกับราคากระเป๋าจังค่ะ อุอุ

 

โดย: aom IP: 58.10.206.215 3 กันยายน 2559 0:14:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Valentine's Month


 
tukata001
Location :
Texas United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]




พี่ตุ๊กตา ยินดีต้อนรับทุกท่านที่มาเยี่ยมบล๊อคนี้นะค

pk12th

 

Tukata Hemphill

Create Your Badge
Friends' blogs
[Add tukata001's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.