tuk...tuk more than one or cannot run
<<
เมษายน 2558
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
3 เมษายน 2558

ลำพูน ลี้ ... ขับรถแอ่ว อ.ลี้ เมืองสามครูบา ตอน 2 (จบ) วัดพระบาทห้วยต้ม






ก่อนจากอำเภอลี้ ได้แวะไปวัดพระบาทห้วยต้ม

อันเป็นวัดของครูบาวงศา หรือ ครูบาวง












ครูบาวงศา


เดิมชื่อ ชัยยะ ต๊ะแหงม

เกิดเมื่อ พ.ศ. 2456 ที่ บ้านหนองก้อ ต.ก้อ อ.ลี้ บรรพชาเณร เมื่ออายุ 13 ปี

พ.ศ. 2475 พรรชาเป็นพระภิกษุ เมื่ออายุ 20 ปี

พ.ศ. 2477 เข้าร่วมกับครูบาศรีวิชัยสร้างทางขึ้นดอยสุเทพ เช่นเดียวกับครูบาขาวปี๋แห่งวัดพระพุทธบาทผาหนาม









พ.ศ.2479 ถูกเจ้าคณะ ต.แม่ตื๋น อ.อมก๋อยจับสึก

ในข้อหาที่ท่านเป็นศิษย์และเป็นกำลังสำคัญที่ปฏิบัติเชื่อฟังครูบาศรีวิชัยอย่างเคร่งครัด

ซึ่งในขณะนั้นครูบาศรีวิชัยได้ถูกจับมาสอบสวนอธิกรณ์ที่กรุงเทพฯ

ท่านจึงห่มผ้าขาวแทน เช่นเดียวกับครูบาขาวปี๋

เมื่อครูบาศรีวิชัยกลับมาวัดบ้านปาง

ท่านได้ลาครูบาศรีวิชัยไปตามนิมนต์ของชาวกะเหรี่ยงไปจำพรรษาที่บ้านดอยห้วยเปียง


พ.ศ. 2482 กลับคืนมาเยี่ยมโยมแม่ ที่บ้านก้อหนอง แล้วต่อไปยังวัดบ้านปาง

เพื่อช่วยครูบาอภิชัยขาวปี เหมียด (เก็บ) พระศพท่านครูบาเจ้าศรีวิชัย บรรจุไว้ในหอเมรุ

จากนั้นครูบาเจ้าอภิชัยขาวปี และพระชัยยะวงศาผ้าขาว ก็ลาออกจากวัดปาง

ไปอยู่บ้านกะเหรี่ยง ต. ป่าพลู อ. บ้านโฮ่ง จ. ลำพูน

เป็นกำลังสำคัญในการสร้างถนน ตั้งแต่บ้านห้วยหละบ้านห้วยโทก สร้างกำแพงและะวิหารวัดป่าพลู

พ.ศ. 2484 อุปสมบทใหม่ ต่อนิสัย ขึ้นอีกใหม่ ฉายาว่า จันทวํโสภิกขุ

พ.ศ. 2487 ทางคณะสงฆ์ อำเภอลี้ นายอำเภอและศรัทธาประชาชน

พร้อมใจกันไปนิมนต์ พระจันทวํโส มาพักอยู่ที่วัดนาเลี่ยง

เพื่อบูรณปฎิสังขรณ์ วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ซึ่งร้างอยู่นานแล้ว

ทำการก่อสร้างวิหารครอบรอยพระพุทธบาท และสร้างเสนาะเพิ่มเติม

ได้อยู่จำพรรษาที่ วัดห้วยต้ม แห่งนี้ ตั้งแต่นั้นมา

พ.ศ. 2490 ปีกุน ก็วางศิลาฤกษ์ สร้างวิหารครอบรอยพระพุทธบาท

ได้สำเร็จลงในที่ ในปี พ.ศ.2543 รวมเวลา 53 ปี

ครูบาได้มรณภาพ วันที่ 17 พฤษภาคม 2543

ร่างของท่านไม่เปื่อยเน่า และบรรจุอยู่ในวิหารวัดพระบาทห้วยต้ม









จากถนนสาย 106 ... คนบ้านเราจะเรียกถนนสายนี้ว่าถนนสายลี้-เถิน

ตรงทางแยกไปวัดพระบาทห้วยต้ม มีวัด "มณฑลวงศา"

มณฑล + วงศา














ถือเป็นกำแพงเมือง ขอบเขต ของวัดพระบาทห้วยต้ม








เป็นหมู่บ้านชุมชนกะเหรี่ยงที่ตามครูบามาอยู่รอบ ๆ วัดห้วยต้ม








ภายในวิหาร








เจดีย์สององค์








เส้นทางสู่วัดพระบาทห้วยต้ม



















ชุดกะเหรี่ยง สีขาวหญิงที่ยังไม่แต่งงาน ชายใส่สีแดง








เจดีย์ศรีเวียงชัย

เป็นพุทธเจดีย์ คือ ตัวแทนของพระพุทธเจ้า

เช่นเดียวกับพระพุทธรูป รอยพระพุทธบาท














เสาวัว

บางท่านว่า เกี่ยวกับชาดกเรื่องโคนันทิวิสาล

เราเข้าใจว่า ปีฉลูเป็นปีเกิดของครูบาวงศา พ.ศ.2456








จากเจดีย์ไปต่อที่วัดพระบาทห้วยต้ม

ตำนานว่า

เมื่อพระพุทธเจ้ามาที่นี่ มีพญาลัวะชื่อแก้วมาเมืองอยู่ มีพญาลัวะจากเมืองเถินและพราน 8 คน

ล่าเนื้อมาได้จะถวายพระพุทธเจ้า แต่พระองค์ไม่รับบาตร

จึงไปที่ริมห้วยต้มผักและข้าวมาถวาย

เมื่อพระองค์ฉันเสร็จก็เทศโปรด ทั้งหมดเกิดปิติศรัทธา

และได้ประทับรอยพระบาทลงบนหิน ... พระบาทห้วยต้ม








ขับรถเข้าไปในวัดจะเห็นแปลกที่พบ หลองข้าว หรือยุ้งข้าว

ใช้เป็นที่เก็บข้าวเปลือกที่มีผู้นำมาถวายวัด

วัดนี้ห้ามนำเนื้อสัตว์เข้าวัด และทราบว่าชาวกะเหรี่ยงที่อพยพตามครูบามาก็ไม่กินเนื้อสัตว์








ศาลาบาตร

ใช้เป็นสถานที่รับรองศรัทธาประชาชนที่มาร่วมทำบุญในงานประจำปีของทางวัด








วิหารแก้ว

ประดิษฐานสรีระของหลวงปู่ครูบาเจ้าชัยยะวงศา พัฒนา








ทิศใต้ของวิหาร

มีศาลาบำเพ็ญบุญ (วิหารคด)

ล้อมรอบวิหารที่ครอบรอยพระพุทธบาทไว้








โดยรอบมี จิตรกรรมฝาผนังภาพประวัติพระนางจามเทวี ปฐมกษัตรีผู้สร้างนครหริภุญไชย








อาคารพระพุทธบาท














พระประธานในอาคารพระพุทธบาท








ด้านหลังพระประธาน

มีแท่นพระพุทธบาทตั้งอยู่ตรงกลาง

มีไม้เสี่ยงทาย








ไม้วัดวานี้เป็นไม้รวกยาวราวสองเมตรเศษ

รัดหนังยางยืดไว้ตรงริมส่วนหนึ่ง








เสี่ยงทายโดยวัดความยาวแล้วเลื่อนหนังยางไปสุดปลายนิ้ว

อธิษฐานกับพระพุทธบาทว่า

หากสมปราถนาขอให้ไม้ส่วนที่กำหนดด้วยหนังยางยืดนั้นยาวออกไปจนเอื้อมไม่ถึงแลัว

มาวัดความยาวใหม่

... นางแบบของเรายางรัดเลยปลายนิ้วไปราว 1-2 ซม. แปลว่าสำเร็จ ...








เจดีย์









หอพระไตรปิฎก








พระอุโบสถถัดจากหอพระไตรปิฎก








มณฑปพระเจ้าเก้าตื้อ (จำลอง)








เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทองเหลือง ปางมารวิชัย

จำลองจากพระเจ้าเก้าตื้อวัดสวนดอกเชียงใหม่












ครูบาศรีวิชัย


กำเนิดขึ้นที่บ้านปาง อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2421

อธิกรณ์ระยะแรก (ช่วง พ.ศ.2451-2453) ของครูบาศรีวิชัย

เป็นผลจากการเริ่มทดลองใช้กฎหมายของคณะสงฆ์ฉบับแรก (พ.ศ.2446)

และเป็นการเริ่มให้อำนาจกับสงฆ์สายกลุ่มผู้ปกครอง


เพราะบทบาทของครูบาศรีวิชัย

โดดเด่นเกินกว่าตำแหน่งสงฆ์ผู้ปกครอง


เช่น ชาวบ้านมักนำเอาบุตรหลานมา ให้ครูบาศรีวิชัยบวชเณรและอุปสมบท

ทางการก็เห็นว่าครูบาศรีวิชัยล่วงเกินอำนาจของตนเจ้าคณะแขวง

มีโทษจากควบคุมตัว ไปจนถึงถูกกักตัว พันจากตำแหนงหัวบวชวัด


จากการต้องอธิกรณ์ในระยะแรก

กลับเป็นการเพิ่มความเลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้าน

ลือไปว่า

เป็นผู้วิเศษเดินตากฝนไม่เปียกและได้รับดาบสรีกัญไชย(พระขรรค์ชัยศรี)จากพระอินทร์

ความนับถือเลื่อมใสศรัทธาใน ตัวครูบาศรีวิชัยยิ่งแพร่ขยายออกไปอย่างไม่หยุดยั้ง

จึงถูกกล่าวหาว่า

"ครูบาศรีวิชัยเกลี้ยกล่อมส้องสุมคน คฤหัสถ์ นักบวชเป็นก๊กเป็นเหล่า และใช้ผีและเวทมนต์"

พระครูญาณมงคลจึงออกหนังสือ พ.ศ.2462

สั่งครูบาศรีวิชัยให้ออกไปพ้นเขตจังหวัดลำพูน ภายใน 15 วัน

พร้อมทั้งมีหนังสือห้ามพระในจังหวัดลำพูนรับครูบาศรีวิชัยไว้ในวัด

เมื่อครูบาศรีวิชัยโต้แย้งและทางการไม่สามารถเอาผิดครูบาศรีวิชัยได้


ต่อมา ก็มีหนังสือของเจ้าจักรคำขจรศักดิ์เจ้าผู้ครองเมืองนครลำพูน

ได้เรียกครูบาศรีวิชัย พร้อมกับลูกวัดเข้าเมืองลำพูน

ครั้งนั้นพวกลูกศิษย์ได้จัดขบวนแห่ครูบาศรีวิชัยเข้าสู่เมืองอย่างใหญ่โต

ทำให้ทางคณะสงฆ์ผู้ปกครองลำพูนตกใจ

ดังจะพบว่าเมื่อครูบาศรีวิชัยพักอยู่ที่วัดมหาวันได้คืนหนึ่ง

อุปราชเทศามณฑลพายัพจึงได้สั่งย้ายครูบาศรีวิชัยขึ้นไปยังเชียงใหม่

โดยให้พักกับพระครูเจ้าคณะเมืองเชียงใหม่ที่ วัดเชตวัน

เสร็จแล้วจึงมอบตัวให้พระครูสุคันธศีล รองเจ้าคณะเมืองเชียงใหม่ ที่วัดป่ากล้วย

(ศรีดอนไชย)

ในระหว่างที่ครูบาศรีวิชัยถูกควบคุมอยู่ที่วัดป่ากล้วย

ก็ได้มีพ่อค้าใหญ่เข้ามารับเป็นผู้อุปฐากครูบาศรีวิชัย

คือหลวงอนุสารสุนทร (ซุ่นฮี้ ชัวย่งเส็ง)

และพญาคำแห่งบ้านประตูท่าแพ

ตลอดจนผู้คนทั้งในเชียงใหม่ และใกล้เคียงต่างก็เดินทางมากราบ



เนื่องจากแรงศรัทธาของชาวเมืองเหล่านี้

เจ้าคณะเมืองเชียงใหม่ และเจ้าคณะมณฑลพายัพ

จึงส่งครูบาศรีวิชัยไปรับการไต่สวนพิจารณาที่กรุงเทพฯ

ซึ่งผลการพิจารณาไม่พบว่าครูบาศรีวิชัยมีความผิด

และให้ครูบาศรีวิชัยเลือกเป็นเจ้าอาวาสหรืออาศัยอยู่ในวัดอื่นก็ได้


เมื่อครูบาศรีวิชัยกลับจากกรุงเทพฯแล้ว

ชนทุกกลุ่มของล้านนาก็ได้เพิ่มความเคารพยกย่อง

ในตัวครูบา ดังจะเห็นได้จากความสนับสนุนในการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดวาอารามต่าง ๆ

ทั่วไปในล้านนาซึ่งต้องใช้ทั้งเงิน และแรงงานอย่างมหาศาล



อธิกรณ์ระยะที่สาม (ช่วง พ.ศ. 2478-2479)

เกิดขึ้นในช่วงที่ได้มีการสร้างถนนขึ้นสู่พระธาตุดอยสุเทพ

เพราะขณะก่อสร้างทางอยู่นั้น

มีพระสงฆ์ในจังหวัดเชียงใหม่รวม 10 แขวง 50 วัด

ขอลาออกจากการปกครองคณะสงฆ์ไปขึ้น

อยู่ในปกครองของครูบาศรีวิชัยแทน

เมื่อเห็นการที่วัดขอแยกตัวไปขึ้นกับ

ครูบาศรีวิชัยเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ


ทางคณะสงฆ์จึงสั่งให้กลุ่มพระสงฆ์ในวัดที่ขอแยกตัวออกดังกล่าวเข้ามอบตัว

และพระสงฆ์ที่ครูบาศรีวิชัย เคยบวชให้ก็ถูกสั่งให้สึก

อธิกรณ์ครั้งนี้ได้ดำเนินมาจนกระทั่ง พ.ศ. 2479

ครูบาศรีวิชัยได้ให้คำรับรองต่อคณะสงฆ์ว่า

จะปฏิบัติตามพระราชบัญญัติลักษณะการปกครองคณะสงฆ์ทุกประการ

ท่านจึงได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับลำพูน

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ.2479



เพิ่มเติม สาเหตุของการกล่าวอมตวาจาของครูบาเจ้าศรีวิชัย

ตามบทความใน ประวัติครูบา อินตา ธนกฺขนฺโธ วัดวังทอง จ.ลำพูน ไว้ดังนี้


เมื่อการก่อสร้างได้สำเร็จลุล่วงได้เพียงสิบวัน

ครูบาศรีวิชัยก็ถูกคณะสงฆ์ฝ่ายปกครองของเชียงใหม่

นำโดยเจ้าคุณโพธิรังสี บารมีศานธิการ (พระศรีโหม) อดีตเจ้าคณะเชียงใหม่

ตั้งข้อกล่าวหาครูบาศรีวิชัยหลายข้อหา เช่น

ทำให้พระสังฆาธิการเมืองเชียงใหม่จำนวน ๖๐ วัดไม่ยอมขึ้นตรงกับการปกครองคณะสงฆ์จังหวัด

และ เป็นพระอุปัชฌาย์เถื่อน โดยบวชให้พระอภิชัย (ครูบาอภิชัยขาวปี)

เมื่อเกิดเรื่อง

ครูบาศรีวิชัยได้ติดต่อให้ เหนือหัวมหาอำมาตย์โทเจ้าหลวงแก้วนวรัฐ และ หลวงศรีประกาศ

ช่วยเข้าชี้แจงเหตุผลกับเจ้าคุณโพธิรังสี

แต่ท่านทั้งสองไม่ยอมมาพบครูบา

ทั้งที่ท่านสองเป็นผู้นิมนต์ให้ครูบามาช่วยแผ่บารมีในการบูรณปฏิสังขรณ์ศาสนสถานหลายแห่งในจังหวัดเชียงใหม่โดยแท้

ปล่อยให้ครูบาท่านถูกกล่าวหาแต่ข้างเดียว จนได้ถูกควบคุมตัวไปยังจังหวัดลำพูน

หลังจากที่ครูบาศรีชัยต้องถูกสอบสวน และพบว่าครูบาศรีวิชัยพ้นข้อกล่าวหาทั้งหมด

หลวงศรีประกาศท่านเดิม ได้มากราบเรียนขอนิมนต์ครูบาศรีวิชัย

ไปช่วยงานปฏิสังขรณ์สถานที่สำคัญในเมืองเชียงใหม่

ซึ่งท่านให้เหตุผลว่า ชาวเชียงใหม่ต้องขอพึ่งบารมีครูบาอีกมากในการนั้นๆ

แต่ครูบาศรีวิชัยได้บอกปฏิเสธ และเป็นต้นเหตุให้ท่านต้องกล่าวอมตะวาจาว่า

“ตราบใดที่แม่น้ำปิงไม่ไหลย้อนขึ้นเหนือ จะไม่ขอเหยียบย่างเข้าแผ่นดินเมืองเชียงใหม่อีก”

เมื่อครูบาศรีวิชัยกลับไปสู่บ้านเกิดของท่านครั้งนี้แล้วนั้น ท่านไม่เคยเหยียบแผ่นดินเมืองเชียงใหม่อีกเลย

จนถึงแก่มรณภาพในเวลา 2 ปีต่อมา เพราะแม่น้ำปิงย่อมไม่ไหลคืนกลับแน่ๆ

แต่

ต่อมาเมื่อมีการสร้างอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย นำไปประดิษฐาน ณ เชิงดอยสุเทพ

ต้นถนนที่จะขึ้นพระบรมธาตุดอยสุเทพนั้น

ในวันที่ทำพิธีอัญเชิญรูปหล่อครูบาศรีวิชัยไปประดิษฐานที่เชิงดอยสุเทพนั้น

แม่น้ำปิงได้ไหลคืนกลับไปเชียงใหม่จริงๆ

แม้ว่าจะเป็นเพียงรูปหล่อที่ไร้วิญญาณก็ตาม

สายน้ำปิงไหลคืนกลับไปสู่เชียงใหม่ได้อย่างไร?

นั่นคือเมื่อมีการสร้างเขื่อนภูมิพลเก็บกักน้ำขึ้นที่จังหวัดตากนั้น

อ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนก็กลับไหลเอ่อขึ้นท่วมท้นถึงเขตจังหวัดเชียงใหม่ที่อำเภอฮอด





ขอบคุณของแต่งบล็อกจากคุณชมพรค่ะ




Create Date : 03 เมษายน 2558
Last Update : 2 มิถุนายน 2559 15:22:59 น. 24 comments
Counter : 5560 Pageviews.  

 
สวัสดีค่ะพี่ตุ๊ก
มาตามพี่ตุ๊กไปกราบท่านด้วยคนค่ะ


โดย: Close To Heaven วันที่: 3 เมษายน 2558 เวลา:11:17:29 น.  

 
โหวตท่องเที่ยวให้นะคะ

เห็นแล้วน่าไปเชียวค่ะพี่

หนูยังไม่เคยไปที่นี่เลย


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 3 เมษายน 2558 เวลา:14:50:03 น.  

 
ชอบถนนแบบนี้คะ สองข้างทางเป็นธรรมชาติดูสดชื่นดี

ทักทายยามบ่ายคะ


โดย: blog pu วันที่: 3 เมษายน 2558 เวลา:14:54:24 น.  

 
สาตุ๊เจ้า...มาเข้าวัดไหว้พระตวยคนเจ้า...


โดย: PatZilla (ป้าหน้ามนคนเจียงใหม่ ) วันที่: 3 เมษายน 2558 เวลา:15:04:07 น.  

 
ขอตามไปไหว้พระด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

กำลังจะบอกเหมือนคุณblog puเลยว่าชอบถนนแบบนี้จังค่ะ ที่มีสองข้างทางเป็นต้นไม้ ดูแล้วสบายตาดี

ปล. บอกเหมือนที่บอกไปกับคุณก๋านะคะว่าบังเอิญได้ทำงานกับบริษัทที่เขาร่วมทุนระหว่าง 2 ประเทศคือ ออสเตรเลียและอังกฤษ เขาเลยส่งไปเทรนประเทศแม่ แต่ต้องทำงานเกิน 10 ปีก่อนนะคะ ถึงจะได้ไป รอจนแก่เลยค่ะ 555+


โดย: raizin heart (Raizin Heart ) วันที่: 3 เมษายน 2558 เวลา:15:31:29 น.  

 

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog

เข้ามาบล็อกคุณตุ๊กเหมือันได้ตามไป
เที่ยวด้วยทุกครั้ง เพราะจะได้เห็นเส้นทาง
การเดินทางด้วย ยุ้งข้าวแบบนี้ในปัจจุบัน
ทางภาคอื่น ๆ น่าจะหาดูได้ยากแล้ว วิธีการ
เสี่ยงทายน่าสนใจดี ว่าแต่คุณตุ๊กได้ลอง
เสี่ยงทายดูบ้างหรือเปล่าคะ


โดย: AppleWi วันที่: 3 เมษายน 2558 เวลา:15:44:26 น.  

 
ไม่ได้เสี่ยงทายค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 3 เมษายน 2558 เวลา:16:01:34 น.  

 
ชาวบ้านถวายข้าวเปลือก แปลว่าทางวัด สีข้าวเองเหรอคะนี่

ดีจังค่ะ ไม่เอาเนื้อสัตว์เข้าวัด

หอไตรงาม...



บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mambymam Home & Garden Blog ดู Blog
mastana Literature Blog ดู Blog
พรหมญาณี Dharma Blog ดู Blog
toor36 Cartoon Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


บ้านหนูก็ใส่เสื้อม่วงกันค่ะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 3 เมษายน 2558 เวลา:17:03:48 น.  

 
ตามมาเที่ยวและกราบพระด้วยค่ะ

tuk-tuk@korat Travel Blog



โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 3 เมษายน 2558 เวลา:17:37:48 น.  

 
ตามมาต่อตอนที่สอง

ประวัติท่านไม่ธรรมดาเลย มีโดนจับสึกด้วย แต่ชีวิตคนเราก็แบบนี้แหละย่อมมีอุปสรรค์

วิหารใหญ่มาก

ที่นี่มีพุทธบาทด้วย ตัววัดสวยงาม มีส่วนที่บูรณะอยู่ด้วย


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 3 เมษายน 2558 เวลา:18:47:49 น.  

 
เห้นรูปครูบาวงศ์แล้วอยากได้เต่าสำลีสักตัวนึง..


โดย: พันคม วันที่: 3 เมษายน 2558 เวลา:19:29:18 น.  

 

มาเยี่ยมชม มาทักทายครับ

มาขอตามเที่ยวด้วยคนครับ วัดทางภาคเหนือผมแทบจะไม่เคยไปสักเท่าไหร่เลยครับ เห็นจากในภาพแล้ววัดเขาสวยดีเหมือนกันครับ

เห็นหอไตรที่ก่อสร้างด้ยไม้สวย ๆ แล้วชื่นชมครับ ไม่เหมือนวัดแห่งนี้ในกรุงเทพ ที่เคยมีหอไตรฯกลางน้ำแบบนี้แต่ปัจจุบันเหลือแต่ตดเสาครับ

ได้อ่านประวัติของครูบา ฯ แล้วทึ่งครับ ขอโหวตให้บล็อกนี้เป็นบล็อกความรู้เลยครับ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ




บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
tuk-tuk@korat Technology Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

อิอิ



โดย: อาคุงกล่อง วันที่: 3 เมษายน 2558 เวลา:20:07:02 น.  

 
ตอนผมไปหันวัดเตื้อแรก
ตะลึงเลยครับปี้ตุ๊ก
วัดใหญ่โตขนาดเลยครับ

ตอนนี้ครูบาเปิ้นบ่าอยู่
บ่าฮู้ศรัทธายังนั๊กเหมือนเดิมรึเปล่านะครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 3 เมษายน 2558 เวลา:20:48:06 น.  

 
เที่ยวจั๊ง เราก็อดตามไม่ได้นิ ชอบๆ
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
เป็ดสวรรค์ Literature Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Dharma Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog



โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 3 เมษายน 2558 เวลา:21:33:09 น.  

 
โอ้โห.. ทางขึ้นวัดสุดยอดค่ะพี่ตุ๊ก
วัดนี้ของสวยๆเยอะนะคะ เจดีย์ก็สวย หอพระไตรปิฎกก็สวย
ศาลาทำบุญหลังเบ้อเริ่มเลยค่ะ เวลามีงานคนคงเยอะมาก




โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 3 เมษายน 2558 เวลา:22:57:31 น.  

 
สวัสดีค่า ^^
วันนี้ได้อ่านเรื่องน่าสนใจมากๆค่ะ
โดยเฉพาะเรื่องครูบาศรีวิชัย ในภาพไม่เคยเห็นมาก่อนค่ะ มีเจ้าแก้วนวรัฐด้วย
พี่ตุ๊กค้นข้อมูลเยอะมากเลยนะคะ
วัดพระบาทห้วยต้ม ไม่เคยได้ยินค่ะ
เคยไปลี้ตอนเด็กๆ คงเพราะไม่ได้สนใจ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆค่ะ
ถ้ามีโอกาสจะไปบ้างค่ะ




โดย: lovereason วันที่: 3 เมษายน 2558 เวลา:23:46:19 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
AppleWi Beauty Blog ดู Blog
เศษเสี้ยว Photo Blog ดู Blog
ฟ้าใสวันใหม่ Home & Garden Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
.....................

เคยอ่านประวัติของ ครูบาศรีวิชัย และหมู่คณะของท่าน ด้วยความเสียดาย ถูกกลั่นแกล้งสารพัดแต่ท่านก็ไม่ลดความพยายาม รอว่าวันหนึ่งคือความจริงความดีความเพียร... ผู้รู้ผู้มีศิลบริบูรณ์ ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ความจริงต้องปรากฏ


โดย: ขุนเพชรขุนราม วันที่: 4 เมษายน 2558 เวลา:1:31:27 น.  

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 4 เมษายน 2558 เวลา:4:02:45 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับคุณตุ๋ก

พระครูบาวง ท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ จึง
มีคนเคารพบูชา... สร้างถาวรวัตถุเป็นระเบียบสวยงาม ทำให้คนสนใจในพุทธศาสนามากขึ้น

พระครูบาศรีวิชัย... ท่านมีเมตตา มีความคิดสร้าง
สรร เป็นตัวของตัวเองมาก.. ท่านจึงทำอะไร
สำเร็จมาก...

เคยอ่านเรื่องราวของครูบาจากหลายที่... ทำให้
รู้ว่า ในแวดวงศาสนา มีการไม่พอใจเกิดขึ้น
จนครูบาต้องลำบาก... และตรูบาไม่กลับไปเหยียบ
เชียงใหม่อีกเลย

ไงเหมือน กับปัจจุบันเลย น่าเศร้าใจแทน
ทั้งที่เราเป็น คนธรรมดา ยังมองเห็น..ลึก ๆ เข้าไป..

อ้อ.. มาแถลงเพิ่มครับ

ผมเรียนยุพราช ตอนนั้นยังใส่กางเกงสีกากี
อยู่ครับ เรื่องที่เล่า ผมยังไม่ขึ้นเรียน ม.7 หรือ
ม.8 เลยครับ 555

ตะก่อน ผมจ๊อด บ่าใคร่มีตังค์ มีฮูปถ่ายน้อย
ขนาด.. บ่ามีฮูปที่เกี่ยวข้อง...เลยใช้ฮูปของคน
อื่นกับศิษย์ปัจจุบันมาลงแทน

คุณตุ๊กแม่นขนาด ฮันฮูป ร.ร.สวนกุหลาบยัง
จ๋ำได้ ส่วนฮูปละอ่อน ฟัดกั๋น ต้องเป็น
นักเรียน มัธยมตอนป๋ายแล้ว

ผมจ๋ำ ครูพละได้ดี เป็นคนป่าอู้..ครูปะจาย
แค่เปิ้น หันมาผ่อ ผ๋มก็กัวแล้ว.. แต่จริง ๆ
เปิ้นใจดี คอยสอนมวยฮื้อผม...ต๋อนนั้นเปิ้นเป็น
ผช.อาจารย์ใหญ่ อ.โสภิต สุขเกษมตวย

ไปละครับ


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 4 เมษายน 2558 เวลา:6:11:01 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่ตุ๊ก

ถ้ามีจังหวะเหมาะๆก่อยากจะไปแอ่ววัดแถวลี้แห๋มครับ
วัดงามๆนั๊กขนาดเลยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 เมษายน 2558 เวลา:6:43:05 น.  

 
ตามมาไหว้พระค่ะ


โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน วันที่: 4 เมษายน 2558 เวลา:8:11:03 น.  

 
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
Close To Heaven Food Blog ดู Blog
PZOBRIAN Book Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog

วัดสวยจริง ๆ ค่ะคุณตุ๊ก .. โดยเฉพาะหอพระไตรฯ บริเวณวัดสะอาดสะอ้านดีจังนะคะ


โดย: Tristy วันที่: 4 เมษายน 2558 เวลา:10:42:17 น.  

 

Like น่าไปลองเสี่ยงทายจังค่ะ



โดย: อุ้มสี วันที่: 6 เมษายน 2558 เวลา:21:53:58 น.  

 
เพิ่งทราบว่ามีสามครูบาผู้สร้างเสริมบารมีทางพุทธศานา ขอบคุณครับ


โดย: surya21 (surya21 ) วันที่: 9 เมษายน 2558 เวลา:8:35:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tuk-tuk@korat
Location :
นครราชสีมา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 136 คน [?]




งานหลักคืองานอดิเรก

10 บล็อกล่าสุด


บ่อตกปลาลูกตาเกลี้ยง โคราชบ้านเอ็ง


Walk Away - Matt Monro ... ความหมาย


แวะวัดพระธาตุลำปางหลวง


Poetry in Motion - Johnny Tillotson และ Love Potion No. 9 - The Searchers ... ความหมาย


Ben - Michael Jackson ... ความหมาย


แวะพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย


Empty Rooms - Gary Moore ... ความหมาย


บึงละหาน บ้านดอนละนาม


It's Sad to Belong - England Dan and John Ford Coley ... ความหมาย


แวะพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินทร์บุรี และวัดดอกไม้ สิงห์บุรี บนเส้นทาง โคราช - เชียงใหม่


Breaking Up Is Hard To Do ... ความหมาย







ของแต่งบล็อกจาก
ป้าเก๋า "ชมพร"
คุณญามี่
คุณ Rainfall in August
ขอบคุณค่ะ

[Add tuk-tuk@korat's blog to your web]