tuk...tuk more than one or cannot run
<<
มีนาคม 2555
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
26 มีนาคม 2555

นำเที่ยว อุตรดิตถ์ ... เมืองลับแล ... เมื่อ 23 มีนาคม 2555




วันที่ 23 ก่อนกลับโคราชได้ไปแวะเที่ยวชมศิลปะ ... ก็ต้องหาชมได้ที่วัด





วัดธรรมาธิปไตย


เดิมชื่อ วัดท่าทราย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน

ต่อมาน้ำได้กัดเซาะตลิ่งพังเข้ามาเรื่อย ๆ จนถึงที่ตั้งวัด

จึงย้ายหนีน้ำขึ้นมาห่างจากที่เดิมประมาณสองกิโลเมตร

ที่ตั้งใหม่มีต้นไม้ร่มรื่นมากมาย โดยเฉพาะมีต้นมะขามขนาดใหญ่

จึงชื่อวัดใหม่ว่า วัดต้นมะขาม มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2345

ต่อมาเจ้าอาวาสวัดต้นมะขาม พ.ศ. 2482

ได้ทำการขออนุญาตเปลี่ยนชื่อวัดเป็น วัดธรรมาธิปไตย


เพื่อจะมาดูบานประตูวิหารวัดพระฝาง

ซึ่งอยู่ที่ธรรมสภาในวัด







อาคารธรรมสภา

เป็นอาคารปูน 2 ชั้นหลังแรกในจังหวัดอุตรดิตถ์

สร้างในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม​เป็นนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2491

ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก​สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี​พระบรมราชินีในรัชกาลที่​7 ​

ทรงปิดทองลูกนิมิตเอก วันที่​3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2492


สร้างด้วยแนวคิด ธรรมสภา (ในสมัยพุทธกาล) แห่งแรกของประเทศไทย

เพื่อใช้ประโยชน์ได้ 7 ประการอยู่ในที่เดียวกัน

คือ

อุโบสถ วิหาร ศาลาการเปรียญ โรงเรียน หอสวดมนต์ หอไตร และธรรมสมาคม







บานประตูอยู่ชั้นบน








หลวงพ่อเชียงแสน พระประธานในอุโบสถธรรมสภา

ปางมารวิชัย เนื้อโลหะสัมฤทธิ์บริสุทธิ์

สร้างในสมัยสุโขทัย สกุลช่างสุโขทัยยุคกลาง มีอายุกว่า 700 ปี

นำมาจากวัดราชบุรณราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร

ซึ่งถูกทำลายจากระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ 2 ปี พ.ศ. 2485

พระพุทธรูปโบราณสมัยสุโขทัยองค์สำคัญ 2 องค์ของจังหวัดอุตรดิตถ์

ที่ได้นำขึ้นมาจากวัดราชบุรณะในคราวเดียวกัน อีกองค์หนึ่ง

ประดิษฐานอยู่ที่วัดคุ้งตะเภา มีนามว่า หลวงพ่อสุโขทัยสัมฤทธิ์







ทั้งสองบานประตูตั้งอยู่ด้านข้างทั้งสองข้าง

บานประตูคู่นี้แกะสลักในสมัยอยุธยา

แต่ละบานขนาด กว้าง 1.2 เมตร สูง 5.3 เมตร และหนาถึง 16 เซนติเมตร

ทำจากไม้ปรุแกะสลักเป็นลายกนกก้านขด

ลายพุ่มทรงข้าวบิณฑ์ บานละ 7 พุ่ม

ระหว่างพุ่มทรงข้าวบิณฑ์มีกนกใบเทศขนาบ

สองข้างขวามือด้านบนมีอกเลาประตูอยู่ตรงกลาง

แกะสลักเป็นลายเทพพนม ตอนบนอกเลา 4 องค์ตอนล่างอกเลา 4 องค์







ทึ่งในฝีมือการแกะประตูทั้งบานมาก







จากนั้นไปยัง







วัดดอนสัก

ตั้งอยู่บนที่ดอน มีต้นสักมาก จึงเรียกดอนสัก

และได้นำไม้สักมาสร้างวิหาร

คนที่วัดเล่าว่า พระท่านไม่อยากให้ตัดต้นไม้ วัดจึงดูครึ้มร่ม







โบสถ์

















ที่อยากมาชมคือ บานประตูวิหาร







สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย

ฐานโค้งแบบเรือ







สถาปัตยกรรมเชียงแสนปนสุโขทัย


***


ต้องเล่าก่อนว่า

ในปี พ.ศ. 1506 อาณาจักรโยนกนาคนครเชียงแสน

มีเมืองนาคพันธ์สิงหนวัติชัยบุรีศรีช้างแสนเป็นราชธานี

ที่ปัจจุบันคืออำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

ได้เกิดสงครามรบพุ่งกันอยู่เนืองๆ และมีโรคระบาดเกิดขึ้นมากมาย

ราษฎรจึงแยกย้ายละทิ้งถิ่นฐานเดิมไปหาแหล่งทำมาหากินที่ใหม่จำนวนมาก

ในจำนวนนี้มีราษฎรประมาณ 70 ครัวเรือน

ยกให้หนานคำลือ กับหนานแสนคำ ที่ฝันว่า

"ว่าดวงวิญญาณของ เจ้าปู่พญาแก้ววงเมือง กษัตริย์องค์ที่ 13 แห่งนครโยนก

มาบอกว่ามีแหล่งทำมาหากินอันอุดมสมบูรณ์

มีน้ำตกและธารน้ำไหลตลอดทุกฤดูกาล สภาพดินฟ้าอากาศไม่หนาวไม่ร้อน"

ให้เป็นหัวหน้าครอบครัว

และอัญเชิญดวงวิญญาณของปู่พญาแก้ววงเมือง

เดินทางล่องใต้เพื่อแสวงหาถิ่นฐานทำกินแห่งใหม่

จนบรรลุถึงหุบเขาลับแล

ก็มีพบที่เหมาะ จึงตั้งบ้านเรือน โดยใช้ชื่อว่า "บ้านเชียงแสน"

ช้าง ม้า วัว ควาย ที่นำมาด้วยก็จัดให้อยู่เป็นที่เป็นทาง ห่างไกลเป็นระยะๆ

ต่อมาบริเวณที่ควายอยู่ก็ให้ตั้งชื่อว่า "บ้านคอกควาย"

และที่ช้างอาศัยอยู่ก็ให้ตั้งชื่อว่า "บ้านคอกช้าง" ในปัจจุบัน


ดังนั้นจะเห็นว่าคนลับแลจะพูดภาษาเหนือ หรือ อู้กำเมือง ( คำเมือง )

แต่คนอำเภอเมืองอุตรดิตถ์พูดไทยภาคกลาง หรือ อู้กำไทย




***






ตัวเสาประตูเป็นลายกนกใบเทศสลับลายกนกก้ามปู

บานประตูเป็นไม้แกะสลักทั้งบาน รูปลายกนกก้านขด

มีรูปสัตว์หิมพานต์แทรกอยู่ในลวดลายกนกต่าง ๆ

บานซ้ายและขวานั้นไม่เหมือนกัน

แต่เมื่อปิดบานแล้วลวดลายมีความลงตัวเข้ากันได้สนิท







ลายแกะหน้าบัน และ ลำยอง มีที่ล็อกอยู่กับ เรียกไม่ถูกว่าขื่อ หรือ แป







คันทวย

หลังคากระเบื้องดินเผา







หลังวิหารมีประตูสองข้าง







เมื่อก่อนไม่ได้ล็อกประตู ทำให้ถูกขโมยไป ใครเห็นที่ไหนจะได้จำได้







ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ และ ?







บันไดมกรคายนาค







ดูจากเล็บของ มกร ที่อยู่ใต้ปาก








หอกลอง หอระฆัง







ต้นมะม่วงในวัด








เก็บหอมแดง หอมขาว ( กระเทียม ) หน้าวัด







gps พาเราไปหลงที่วัดท้องลับแล

เป็นวัดที่แค่ วนไปกลับรถก็รู้สึกว่าสวยมาก












รายการต่อไปที่จะไปคือ วัดเจดีย์คีรีวิหาร

แต่จำผิดจำถูกว่าจะไปวัดวัดฟ้าฮ่าม



***


เล่าต่อ


เมื่อตั้งบ้านเรือนเรียบร้อยแล้ว

ชาวบ้านแต่งตั้งให้หนานคำลือเป็น "เจ้าแคว้น"

และแต่งตั้งให้หนานคำแสนเป็น "เจ้าหลัก"

อยู่กันด้วยความร่มเย็นเป็นสุขเป็นเวลายาวนาน 7 ปีเศษ

หนานคำลือเป็นหัวหน้านำชาวบ้านบางส่วน

ไปส่งข่าวยังโยนกนคร

พระเจ้าเรืองไทธิราช กษัตริย์องค์ที่ 21 แห่งโยนกนคร

ทรงดีพระทัยยิ่งนักจึงส่งพระสงฆ์ให้คอยอบรมสั่งสอนบุตรหลาน

และประกอบพิธีกรรมต่างๆ

ให้เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร อภิเษก บุตรสาวเจ้าแคว้นและเจ้าหลัก

ชื่อสุมาลี และสุมาลา เป็นชายา

... ทั้งสองเป็นผู้ที่ได้ช่วยกันคิดค้นสร้างหูกทอผ้า และการทอผ้าซิ่นตีนจก ...

พ.ศ.1513 เจ้าฟ้าฮ่ามกุมารก็ได้ขึ้นครองเมืองลับแลอยู่เป็นเวลายาวนาน

ทำนุบำรุงบ้านเมืองจนเจริญก้าวหน้า ราษฎรอยู่กันด้วยความร่มเย็นเป็นสุข

เมื่อเสด็จสวรรคต

ราษฎรจึงพร้อมใจกันนำอัฐิของพระองค์มาบรรจุไว้ ณ ม่อนอารักษ์

เพื่อเป็นที่สักการบูชาของประชาชนทั่วไป

และเกิดประเพณีแห่น้ำขึ้นโรง

คือประเพณีรดน้ำดำหัวบรรพบุรุษที่ล่วงลับด้วยน้ำอบน้ำหอม

ในวันที่ 14 เมษายน ของทุกปี







ที่ ๆ เป็นวังเป็นบริเวณที่เป็นวัดป่าแก้วเรไร ปัจจุบันคือ วัดเจดีย์คีรีวิหาร







แผนผังวัด

ส่วนที่อยู่ในจุดเหลือง เป็นเนินเขาเล็ก ๆ







ใน พ.ศ.1519 พระเจ้าฟ้าฮ่าม ได้เสด็จไปยังเมืองโยนกนคร

เพื่อขอแบ่งพระบรมสารีริกธาตุจากดอยตุง ( จังหวัดเชียงราย )

อัญเชิญมาบรรจุไว้ที่สถูปเจดีย์วัดป่าแก้วเรไร เป็นวัดแรกของเมืองลับแล

มีผู้เฒ่าผู้แก่เล่าให้ฟังว่า ถึงวันศีลวันธรรม ... ภาษาเหนือเรียกวันพระว่าวันศีล

จะมีดวงไฟสุกสว่างลอยขึ้นเหนือเจดีย์อยู่เป็นประจำ

กาลเวลาล่วงเลยมานานวัดป่าแก้วได้ทรุดโทรมลงจนกลายเป็นวัดร้าง

พระเจดีย์ก็ชำรุดหักพังลงไป

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส

ให้ พระครูธรรมฐิติวงศ์คีรีเขตรเจ้าคณะแขวงเมืองพิชัย

ไปบูรณะและไปจำพรรษาที่วัดเจดีย์คีรีวิหาร

ซึ่งเป็นนามที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวชิโรรส

ทรงตั้งชื่อไว้เป็นชื่อวัดมาจนปัจจุบัน






ตึกธรรมธิติวงศ์ ... สำนักงานเจ้าคณะอำเภอลับแล







โบสถ์เก่า







ด้านหน้า ... เข้าไม่ได้







หางหงส์







จึงได้นำภาพในโบสถ์มาจาก ไทยทัวร์ดอทคอม ขอบคุณค่ะ







ออกจากลับแลไปยังทุ่งยั้ง


วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง












ตามตำนานว่า

สมเด็จพระมหาธรรมราชาลิไท แห่งเมืองสุโขทัย

ได้เชิญพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

มาบรรจุไว้ในถ้ำใต้ดินโดยขุดลงไปเป็นถ้ำแล้วก่อพระธาตุไว้

ลักษณะเดิมของพระบรมธาตุเมืองทุ่งยั้งคงเป็นรูปเจดีย์พุ่มข้าวบิณฑ์

ต่อมามีการบูรณะเป็นทรงลังกาในปัจจุบัน

คือ

มีฐานเขียงซ้อนกันสามชั้น

มุมฐานเขียงล่างสุดมีเจดีย์ทรงระฆัง

ตรงกลางเรือนธาตุของเจดีย์ทั้งสี่ด้านมีพระพุทธรูปประทับยืน







พระอุโบสถขนาดสามห้อง







พระวิหารหลวง

ก่ออิฐถือปูน เป็นศิลปะแบบ เชียงแสนล้านนา

เพราะเมืองทุ่งยั้งเคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านนา

ลักษณะพระวิหารมีทรงหลังคาซ้อนสามชั้น ลาดต่ำ







หลวงพ่อประธานเฒ่า พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ปางมารวิชัย ศิลปะเชียงแสน







และด้านในพระวิหารหลวง มีภาพวาดตำนานเรื่องพระสังข์ทอง

แต่เลือนมาก







จากตรงนี้ตั้งใจจะไปชมภาพเขียนสีฝุ่นที่วัดกลาง ในพระอุโบสถ

แต่โบสถ์ปิด จึงชมรอบ ๆ โบสถ์ ก็สวยได้ใจจริง ๆ






















ปิดท้ายด้วยรถไฟกำลังผ่านหน้าวัดกลาง





















Create Date : 26 มีนาคม 2555
Last Update : 9 สิงหาคม 2555 10:07:47 น. 38 comments
Counter : 4610 Pageviews.  

 
เจิมคะ

ตามมาเที่ยวด้วยนะค่ะ


โดย: ตาโตสุดสวย วันที่: 26 มีนาคม 2555 เวลา:16:54:53 น.  

 
แนะนำเรื่องทำขนมปัง

ถ้าขนมปังไว้ที่อุณหภูมิห้องแล้วไม่ขึ้น

เมษ์เคยทำก็ไม่ขึ้นค่ะ

ให้เอาโดว์ไปไว้ในตู้ แล้วอังด้วยไอน้ำร้อน

ปิดประตูให้มิดชิด อบทิ้งไว้ 1.30-2.00 ชั่วโมง

โดว์ก็ขึ้นค่ะ

เมษ์ใช้วิธีนี้ำ ทำประจำเลยคะ


โดย: ตาโตสุดสวย วันที่: 26 มีนาคม 2555 เวลา:16:56:55 น.  

 
กลับมาอ่านเบิ้ลซะสองบล็อก อิอิ
ต้องกระโดดบ้างอ่ะนะ เดี๋ยวจะว่า
อ่านเก่งจัง

ไปขุดมายังครับ



โดย: คนบ้า(น)ป่า (nulaw.m ) วันที่: 26 มีนาคม 2555 เวลา:17:44:54 น.  

 
เห็นวัดในอุตรดิตถ์และน่าน ในยุคเก่าๆ
แล้วคิดถึงความสวยงามของวัดในหลวงพระบางครับ


โดย: wicsir วันที่: 26 มีนาคม 2555 เวลา:17:54:59 น.  

 
เก่งจัง ละเอียดยิบ เหมือนได้ไปเที่ยวด้วยตัวเองเลย
ขอบคุณที่แบ่งปันนะค่ะ เดี๋ยวตามไปเที่ยว(หน้าคอม)ด้วยอีกนะค่ะ


โดย: Bubble-Bee (sweetibee ) วันที่: 26 มีนาคม 2555 เวลา:18:06:39 น.  

 
ตามคุณตุ๊กมาเที่ยววัดด้วยคนค่ะ

ได้ข้อมูลละเอียดยิบ
บานประตูของวัดแรกเห็นไม่ชัดแต่คาดว่าฝีมือแกะสลักน่าจะงดงามมากเหมือนวัดที่สอง



โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 26 มีนาคม 2555 เวลา:18:20:49 น.  

 

เข้ามาหาพี่ตุ๊กไม่ผิดหวังเลยค่ะ ถ้าพาเที่ยววัด...

อยากดูศิลปะ ต้องหาชมได้วัด

ประตูลายกนกงามมากเลยค่ะ วัดสวยๆ มีอยู่แทบทุกจังหวัดนะคะ ทางผ่านกลับบ้านพี่ตุ๊ก จริงๆ ไม่ใช่ทางผ่าน ก็ตั้งใจมาในระดับนึงเนาะ

อยู่ไหนก็มีสายไฟให้รกรุงรังค่ะ เรามีภาพเก็บไว้ ก็ดีเหมือนกันนะคะ ยุคนึงสมัยนึง ก็ระโยงระยางแบบนี้แหละ มีสถานที่มากมายที่ทำให้เสียทัศนียภาพ แ่ต่ก็เนาะ




โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 26 มีนาคม 2555 เวลา:18:49:15 น.  

 
Photobucket Pictures, Images and Photos

คิดถึงคร้า


โดย: สาวสะตอใต้ วันที่: 26 มีนาคม 2555 เวลา:21:15:11 น.  

 
รายงานละเอียดน่าชมมากครับพี่ตุ๊ก ภาพก็เยอะด้วย เน็ตผมไว ไม่มีปัญหาในการชมภาพประวัติศาสตร์เก่าๆเลย


โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 26 มีนาคม 2555 เวลา:21:41:13 น.  

 
สวัสดียามค่ำคืนครับคุณตุ๊ก .....

จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นจังหวัดที่ผมไม่เคยได้แวะเที่ยวเลยครับ เพราะไม่รู้จะไปเที่ยวดูอะไร แต่จากบล็อกนี้ของคุณตุ๊ก นำเที่ยววัดเก่าแก่หลายวัดเลย แต่ละวัดก็มีโบสถ์เก่าที่สวยงาม ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ทั้งนั้นเลย ใครชอบเที่ยววัดน่าจะชอบแบบนี้นะครับ .....



โดย: NET-MANIA วันที่: 26 มีนาคม 2555 เวลา:21:58:18 น.  

 
....โอ้ย...คุณ ตุ๊กๆ......กลับมาจากลุยไต้กว่าสามพันกิโลเมตรมา หายเหนื่อยแล้วหรือนี่.....
โห....ชีพจรลงเท้าขนาดนี้เชียวหรือ?.......
ตามดูทุกตอนมาตลอดนะครับ...ตั้งแต่ตอนที่ 16-17-18 ...
ที่เดินทางออกจากพัทลุง- ผ่านนครศรี นึว่าอย่างเก่งคงนอนแถวๆสุราษฏร์ หาอาหารทะเลอร่อยๆกินแถวปากน้ำบ้านดอน หรือหาดภราดรภาพ ชุมพร
ที่ใหนได้ตะลุยผ่านชุมพรเฉยเลย....555
ยังนึกอยู่เลยว่านี่จะเดินทางกันไปถึงใหนหนอชีวิตนี้....
ช่างสนุกกับการเดินทางกันทั้งคู่เลยนะนี่...อิ...อิ...


โดย: พายุสุริยะ วันที่: 26 มีนาคม 2555 เวลา:22:22:08 น.  

 
ไปทั่วถิ่นไทยไทยเลยนะคะ


โดย: Aisha วันที่: 26 มีนาคม 2555 เวลา:22:25:01 น.  

 
ขอบคุณที่แวะทักทายนะคะ
ตามมาเที่ยวด้วยคนค่ะ

ฝันดีคืนนี้นะคะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 26 มีนาคม 2555 เวลา:23:48:40 น.  

 
เสียดายประตูวิหาร วัดดอนสัก นะครับ
คนที่ขโมยไป แล้วจะเอาไปทำอะไรได้
เก็บเอาไว้ที่เดิม เป็นสมบัติของชาติ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อ ยังมีค่ามากกว่า เอาไปขายเป็นเงินทอง

คนเรามันคิดไม่เหมือนกันจริงๆ


โดย: ON THE WAY (MyEos50 ) วันที่: 27 มีนาคม 2555 เวลา:0:43:14 น.  

 
บานประตูวิหาร งดงามมากๆค่ะ
ฝีมือปราณีตดีจัง

ขอบคุณที่พาเที่ยวนะคะ


โดย: Schnuggy ชนุ๊กกี้ วันที่: 27 มีนาคม 2555 เวลา:2:26:40 น.  

 


โดย: Kavanich96 วันที่: 27 มีนาคม 2555 เวลา:8:20:15 น.  

 
ไม่รู้เป็นยังไงพอพี่ตุ๊กพาวกพาวน
ไปทางเหนือ ๆ ที่ไรรู้สึกมีความสุขทุกครั้ง
ชะรอยคงจะเป็นคนเหนือกลับชาติมาเกิด อิอิ

ว่าแต่ไปถึงอุตรดิษถ์ ผมกลับคิดถึงตำนานเรื่งอเมืองลับแลอ่ะครับพี่...


โดย: peeradol33189 วันที่: 27 มีนาคม 2555 เวลา:8:41:43 น.  

 
โบสถ์สวยดีนะครับ


โดย: แมว (chaiwatmsu ) วันที่: 27 มีนาคม 2555 เวลา:10:18:41 น.  

 
สวัสดียามสาย ๆ ค่ะ..^^



โดย: Lika ka วันที่: 27 มีนาคม 2555 เวลา:10:30:47 น.  

 
เมษา นี้ คาดว่า จะขึ้นไป อ.ปางมะผ้า ครับ
ไม่รุ็ว่า จะมีน้ำเหลือ พอดับไฟป่า รึปล่าว หนอ

สงกรานต์ นี้
อยากแวะไป รดน้ำ พี่(ป้า)ตุ๊ก จังเลยครับ
คิดถึงๆๆๆ....น้ะคร๊าบ....ฮิฮิ


โดย: ตาติ๊ก (สกุลเพชร ) วันที่: 27 มีนาคม 2555 เวลา:12:09:12 น.  

 
ปี้ตุ๊กแอ่วดีขนาดเลยครับ
อิจฉาครับ 555




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 27 มีนาคม 2555 เวลา:14:47:09 น.  

 
มาบล็อกนี้ได้ความรู้อีกแระ เยี่ยมจริงๆ
มาชวนไปชมงานรถใหญ่ (Big Bike) ที่มหาสารคามครับ
อ้อ! เขาเรียกกลุ่มสาระสังคมและวัฒนธรรม
ส่วนของน้องอยู่ กลุ่ม ไร้สาระ เอ๊ย! กลุ่ม ศิลป (ดนตรีสากล) ครับเอื้อย


โดย: HUNNALL วันที่: 27 มีนาคม 2555 เวลา:15:18:21 น.  

 
มาเที่ยวด้วยคนค่ะคุณตุ๊ก โบสถ์สวยงามจังเลยค่ะ




ยกมัฟฟินมาฝาก อร่อยๆค่ะ





โดย: LoveParadise วันที่: 27 มีนาคม 2555 เวลา:15:48:40 น.  

 
เก่าดีจัง ดูขลังดีจริงครับพี่ตุ๊ก

ชอบลายกนกก้านขด


โดย: เป็ดสวรรค์ วันที่: 27 มีนาคม 2555 เวลา:15:53:58 น.  

 
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 3 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


ขอบคุณที่ไปเยี่ยมค่ะ
ถ่ายบล็อก แล้วไปเจอเรื่องรออั๊พตั้งแต่วันปีใหม่ปีก่อนค่ะ
เสียดาย เลยนำมาอั๊พบล็อกใหม่ ยินดีที่น้องตุ๊กชอบค่ะ


พุทโธ ธัมโม สังโฆ ฮูปเยอะขนาด
จังแม่นลงหลายแท่น่อ
นึกว่าไม่รอดแล้ว เผอิญเรียกได้ค่ะ


ทั้งขื่อ ทั้งแป วงเหลืองแรก ไม่รู้จักค่ะ
เหมือนแถวๆ สารขัณฑ์ ก็ไม่ค่อยมี ... เอิ๊ก เอิ๊ก



โดย: nart (sirivinit ) วันที่: 27 มีนาคม 2555 เวลา:16:13:19 น.  

 
เพิ่งรู้ว่ามีการอัญเชิญพระประธานไปวัดต่างจังหวัดด้วย

เคยเห็นแต่จากหัวเมืองเข้ากรุง แต่ว่าคราวหน้าขอทีละวัดน้า

แบบว่าปรับสมองตามไม่ทัน


โดย: VET53 IP: 203.157.48.252 วันที่: 27 มีนาคม 2555 เวลา:16:18:17 น.  

 
ข้อมูลแน่น
ภาพก็เก็บมาแทบจะทุกจุดสำคัญ
ดูแล้วเหมือนได้ไปเองเลยค่ะพี่


โดย: coji ไม่ได้ล็อคอิน IP: 171.5.22.189 วันที่: 27 มีนาคม 2555 เวลา:20:08:11 น.  

 
ทักทายสวัสดีกับคุณตุ๊ก ครับ

ตามเที่ยวชมวัด กับบรรยากาศที่ดูสงบๆ น่าเดินเที่ยวชม และยังได้เรื่องราวในอดีตกันด้วย


โดย: ถปรร วันที่: 27 มีนาคม 2555 เวลา:20:16:16 น.  

 
เก็บได้ละเอียดดีจังครับคุณตุ๊ก
คราบเขียวตามกำแพงเจดีย์หลายแห่งอวดความเก่า ส่วนโบสถ์วิหารใหม่เอี่ยมเหมือนเพิ่งบูรณะเสร็จ แต่คงยังรักษาของเดิมอยู่

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog


โดย: Insignia_Museum วันที่: 27 มีนาคม 2555 เวลา:21:34:22 น.  

 
สวัสดียามค่ำครับ ใกล้สิ้นเดือนอีกแล้ว ปีหนึ่งแค่แป๊บเดียวจริงๆ นะครับ ทำอะไรให้คนที่คุณรักหรือยังครับ ....ส่วนผมในโลกไซเบอร์ ผมชอบเสิร์ฟอาหารอร่อยๆ ให้เพื่อนๆ ครับ วันนี้เป็น กระดูกอ่อน ผัด น้ำพริกกะปิครับ เชิญรับชิมครับ...




โดย: คุ้นๆว่าเราเคยพบกัน วันที่: 27 มีนาคม 2555 เวลา:22:54:07 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับพี่ตุ๊ก








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 มีนาคม 2555 เวลา:5:49:32 น.  

 
สวัสดียามเช้าค่ะ



โดย: Calla Lily วันที่: 28 มีนาคม 2555 เวลา:5:53:42 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


ทักทายกันวันทำงานกลางสัปดาห์ค่ะคุณตุ๊ก


โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว วันที่: 28 มีนาคม 2555 เวลา:7:29:59 น.  

 
โห สุดยอดมากเลยบานประตูนั่น

แกะสลักได้งดงามมากเลยเน้อะครับพี่ตุ๊ก

แล้วพี่ตุ๊กนี่ก็สุดยอดด้วย รู้เรื่องวัดมากๆ ขนาดชี้จุดสังเกตโน่นนี่ให้ชมกันได้แบบนี้ เก่งจังเลย ชื่นชมมาก

เพิ่งเห็นซุ้มเมืองลับแลเป็นครั้งแรกอ่ะ ชักอยากไปชมซะแล้วซี


โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา วันที่: 28 มีนาคม 2555 เวลา:10:44:26 น.  

 
ตามมาเที่ยววัดสวยๆด้วยคราบ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 28 มีนาคม 2555 เวลา:11:04:34 น.  

 
น หิ จินฺตามยา โภคา อิตฺถิยา ปุริสสฺส วา

โภคะของใคร ไม่ว่าสตรีหรือบุรุษ
ที่จะสำเร็จเพียงด้วยคิดเอา ย่อมไม่มี

อดทน ขยันหมั่นเพียร ในการงานทั้งทางโลกและทางธรรม ตลอดไป...นะคะ



สถานที่ท่องเที่ยวของคุณตุ๊กในวันนี้ ปอป้าไปมาหมดแล้ว
ไปแบบดม ๆ มองผ่าน ๆ แทบไม่ได้อะไรกลับมาเลย

แต่วันนี้ มาดูที่คุณตุ๊กนำเสนออีกครั้ง
ได้ทั้งเนื้อหาความรู้ และรายละเอียดงานศิลป์
ต้องยกนิ้วให้คุณตุ๊ก...ยอดเยี่ยมมากเลย..ค่ะ



โดย: พรหมญาณี วันที่: 28 มีนาคม 2555 เวลา:11:11:21 น.  

 
วัดบรมธาตุทุ่งยั้ง ตัวกระเบื้องดูแปลกๆ เหมือนสีของวัดภาคกลางเลย

เมืองทุ่งยั้งนี่น่าสนใจนะ เป็นหน้าด่านสำคัญของอยุธยาเพื่อป้องกันกลุ่มเมืองเขตสุโขทัย จนมาถูกลดอำนาจลงในสมัยรัตนโกสินทร์


โดย: VET53 วันที่: 29 มีนาคม 2555 เวลา:9:21:04 น.  

 
กำหนดการประชุมและงานสังสรรค์กลุ่มเพื่อน 5.63 โรงเรียนอุตรดิตถ์ ประจำปี 2555

วันที่ 20 - 21 ตุลาคม 2555 ณ เขื่อนสิริกิติ์ อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์





วันเสาร์ที่ 20 ต.ค. 2555



เวลา 09.00 น. พบกันที่โรงเรียนอุตรดิตถ์ ถ่ายภาพหมู่ที่ระลึก



เวลา 09.45-12.00 น. กิจกรรมนวัตกรรมแรลลี่ : แรลลี่ครอบครัวรวมใจ

"สู่ปลายทางสังสรรค์ เยือนเขื่อนสิริกิติ์แดนฝัน นิรันดร"

จุดเริ่มต้นที่ โรงเรียนอุตรดิตถ์ โดย คาราวานรถของครอบครัว

เดินทางสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัด คือ อนุสาวรีย์

พระยาพิชัยดาบหัก เดินทางโดยเส้นทางผ่านเข้าสู่ถนนสายเอเชีย

ถนนพหลโยธิน ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 เข้าสู่แยกทางเข้า

อำเภอทองแสนขัน จนถึง เขื่อนสิริกิติ์ กำหนดให้มีจุดตรวจสอบ

ผ่านทาง (route check) จำนวน 10 จุด (กำหนดโดยคณะทำงาน

ในพื้นที่)



12.00-14.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ศาลาชมทิวทัศน์ เขื่อนสิริกิติ์

อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ หลังอาหาร เลือก 1 กิจกรรม



กิจกรรมที่ 1 สำหรับผู้ประสงค์บำเพ็ญประโยชน์

14.00-15.00 น. ลงทะเบียน รับของที่ระลึก รับประทานอาหารว่าง และเข้าที่พัก

15.00-16.30 น. กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์

17.00-17.30 น. พักผ่อนตามอัธยาศัยหรือ

กิจกรรมที่ 2 สำหรับผู้ประสงค์เล่นกีฬากอล์ฟ
14.00-17.00 น. ตีกอล์ฟ ณ สนามกอล์ฟเขื่อนสิริรกิติ์

17.00-17.30 น. พักผ่อนตามอัธยาศัย



17.30-18.30 น. ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2555 กลุ่มเพื่อน 5.63 โรงเรียนอุตรดิตถ์

18.30-20.30 น. รับประทานอาหารเย็น

20.30-21.30 น. กิจกรรมบันเทิง และนันทนาการสำหรับเด็ก และครอบครัว

21.30–24.00 น. กิจกรรมบันเทิง และนันทนาการสำหรับผู้ใหญ่



วันอาทิตย์ที่ 21 ต.ค. 2555



08.00-09.00น. รับประทานอาหารเช้า

09.00-09.30 น. ถ่ายภาพหมู่ที่ระลึก

10.00 น. เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ



โดย: กลุ่มเพื่อน 5.63 อ.ต. IP: 101.109.60.138 วันที่: 3 มิถุนายน 2555 เวลา:19:34:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tuk-tuk@korat
Location :
นครราชสีมา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 136 คน [?]




งานหลักคืองานอดิเรก

10 บล็อกล่าสุด



พระพุทธรูปเก่าที่วัดตายม ... บางกระทุ่ม พิษณุโลก



I Hate Myself for Loving You - Joan Jett & The Blackhearts ... ความหมาย



Make Up Your Mind - The J.Geiles Band ... ความหมาย



ตามรอยทับหลังมาจนถึง วัดทองทั่ว ... จันทบุรี



Dream a Little Dream of Me - R.I.P. Doris Day ... ความหมาย



Always and Forever - Heatwave ... ความหมาย



ย้อนสู่ทวารวดีที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง อำเภออู่ทอง เมืองสุพรรณบุรี



A Woman's Love - Alan Jackson ... ความหมาย


Save Your Heart for Me - Gary Lewis & the Playboys ... ความหมาย



เพื่อนทันตะ มช. รียูเนี่ยนปี 2651 ที่ราชบุรี




























ของแต่งบล็อกจาก
ป้าเก๋า "ชมพร"
คุณญามี่
คุณ Rainfall in August

ขอบคุณค่ะ



[Add tuk-tuk@korat's blog to your web]