tuk...tuk more than one or cannot run
<<
กุมภาพันธ์ 2559
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
2829 
7 กุมภาพันธ์ 2559

น่าน ... วัดหนองบัว , วัดภูมินทร์ . พูคาน่านฟ้า




ทันตะ มช. รุ่น 11 reunion ยังอยู่ในวันที่สอง








จากหอศิลป์ริมน่าน เดินทางผ่านไร่พริก








ติดแป๊บหนึ่ง กำลังลากรถประสพอุบัติเหตุฝนตกถนนลื่นที่โค้งหักศอก








ที่สุดถึง หน้าวัดดอนแก้ว บ้านดอนแก้ว








จอดรถที่หน้าวัด ใต้ต้นโพธิ์หน้าวัด














ตรงข้ามร้านอาหารกลางวันวันนี้ ชื่อ " กิ่งโพธิ์ " ที่ อ.ท่าวังผา 








ติดน้ำน่าน








อร่อยทุกอย่าง แม้กระทั่งไข่เจียวใบโหระพา

ที่ซ้ำแล้วซ้ำอีกจนโหระพาหมดร้าน ข้าวก็ต้องรอหุงใหม่อีกรอบ








หมดทุกอย่างถ้าเป็นทีมนี้ ... เงินทองของหายาก








หนาวจริง








พ.ศ. 2365 เจ้ามหาวังและเจ้าหม่อมน้อย อากับหลาน แห่งแคว้นสิบสองปันนา

ทำสงครามแย่งชิงอำนาจกันจนแยกเป็นสองฝ่าย

เมืองล้า เมืองอูไต้ เมืองอูเหนือ เมืองเชียงของ เมืองบาง และเมืองลึง

ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำโขง ของฝ่ายเจ้าหม่อมน้อย 

แม้ฝ่ายเจ้าหม่อมน้อยจะได้ความช่วยเหลือจาก พระเจ้าล้านช้างร่มขาวและเจ้าฟ้าหลวงเมืองน่าน

ราวปี 2374  เมืองล้าฝ่ายเจ้าหม่อมน้อยแตก ชาวเมืองล้าหนีมาเมื่อถึงเมืองน่าน

พระเจ้าอชิตวงศ์ (เจ้าราชบุตร) จึงดำริให้

ไทลื้อจากเมืองล้า ตั้งบ้านเรือนอยู่ ณ บ้านหนองบัว ตำบลป่าคา อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน 





พระอุโบสถวัดหนองบัว








วิหารวัดหนองบัว 

วิหารปิดทึบ หลังคาซ้อนกันสองชั้น ศิลปะไทลื้อ








โถงบันไดทางขึ้นด้านหน้ามีหลังคาคลุมสองชั้น








ทางขึ้นด้านทิศเหนือ








ช่อฟ้าเป็นรูปนกหัสดีลิงค์ 

ในภาษาบาลี หัตดีลิงค์สกุโณ หัสดี แปลว่า ช้าง , ลิงค์ แปลว่า เพศ , สกุโณ แปลว่า นก








บันไดสิงห์








ทางเข้าตัววิหาร








ในวิหารโครงรับหลังคาเป็นม้าต่างไหม








แต่แรกสร้างวัดนั้นยังไม่มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง 

ครั้นเจ้าอนันต๊ะยศ เจ้าผู้ครองนครน่านในขณะนั้น (ครองเมืองน่าน พ.ศ.2395 –2434)

ไปรบที่เมืองพวน แคว้นหลวงพระบาง

หลังจัดการศึกเรียบร้อยแล้วจึงยกทัพกลับเมืองน่าน

นายเทพที่ได้ติดตามไปการศึกครั้งนั้น ได้นำช่างเขียนลาวพวนชื่อว่า หนานบัวผัน

มาเขียนจิตรกรรมฝาผนังที่วัดหนองบัว

โดยมีพระภิกษุวัดหนองบัวชื่อ แสนพิจิตร และนายเทพเป็นผู้ช่วยเขียนจนเสร็จ

นี่เป็นภาพลายเส้นลงหมึกบนกระดาษข่อยของ หนานบัวผัน ที่เจ้าอาวาสวัดหนองบัวเก็บรักษาไว้ 








พระโพธิสัตว์ และ พระพุทธเจ้าทั้งห้า หลังพระประธาน








เหนือประตูทางเข้าด้านหน้าพระประธาน

พระพุทธเจ้าทรงไสยาสน์ เทวดาดีดพิณ ... เดินสายกลาง ไม่ตึงไม่หย่อนเกินไป








จิตรกรรมฝาผนังเรื่อง จันทคาธ

หรือ เรื่อง จันทร์สุริยะคาธ ที่เคยเป็นละครช่อง 7

สุริยคราสกับจันทรคราส สองพี่น้องเกิดในครอบครัวที่ยากจน

ทั้งสองได้ช่วยงานพ่อแม่ด้วยการไปขุดปูมาทำอาหาร

ความเป็นเด็กจึงไม่ได้แบ่งไว้ให้ ตอนเย็นพ่อกับแม่กลับมาจากไร่ไม่มีอาหารกิน

ด้วยความโมโหจึงไล่ทั้งสองออกบ้าน

สองพี่น้องหลงอยู่ในป่า เทวดาได้แปลงเป็นเห็นงูกับพังพอนสู้กัน

เมื่องูหรือพังพอนตาย ก็ผลัดกันเคี้ยวเปลือกไม้ใส่ปากตัวที่ตายก็ฟื้น

สองพี่น้องจึงเก็บเปลือกไม้ไว้

เห็นกานอนตายอยู่ สุริยคราสจึงลองเคี้ยวเปลือกไม้ใส่ปากของกา กาฟื้นขึ้น

เมื่อกินผลไม้จนหมดป่า กาจึงหลอกสุริยคราสกับจันทรคราสเข้าไปในเมืองยักษ์

เพื่อเป็นอาหารในงานศพของเมียหัวหน้ายักษ์








สุริยคราสเข้าช่วยเหลือโดยเคี้ยวเปลือกไม้ใส่ปากเมียยักษ์ 

เมียยักษ์ฟื้นสำนึกในบุญคุณ จึงแอบพาสองพี่น้องมาที่เมืองกาสี

และเศรษฐีใจบุญก็รับเลี้ยงดูสองคนนี้ไว้

พญาสุคะโต เจ้าเมืองกาสี มีธิดาชื่อนางสุจาติงสาถูกงูพิษกัดตาย

สุริยคราสอาสาช่วยนางด้วยเปลือกไม้จนฟื้น

พญาสุคะโต จึงยกธิดาและเมืองกาสีให้สุริยคราส ปกครองต่อจากพระองค์








จันทรคราสอาศัยอยู่กับเศรษฐีและเดินทางไปค้าขายที่เมืองอินตะปะถะ

มีพญาพรหมจักรเป็นเจ้าเมือง มีธิดาชื่อนางเตวธิสังกา

ได้ถูกเขี้ยวเสือของพระบิดาทิ่มเท้าเสียชีวิต

จันทรคราสช่วยเหลือนางจนฟื้น

พญาพรหมจักรได้จัดพิธีอภิเษกสมรสนางเตวธิสังกากับจันทรคราส

และปกครองเมืองอินตะปะถะแทนพระองค์









จันทรคราสคิดถึงสุริยคราสจึงเดินทางไปเมืองกาสีพร้อมกับนางเตวธิสังกา

ระหว่างการเดินทางเกิดพายุ เรือล่มกลางทะเล

ทำให้จันทรคราสและนางเตวธิสังกา ต้องพลัดพรากจากกัน

นางเตวธิสังกาเดินร้องไห้เข้าในเมืองอนุปะมะ ซึ่งมีพญาสุตัสสะนะจักรเป็นเจ้าเมือง

ได้พบกับยายปริสุทธิ นางพาไปอยู่ที่บ้านด้วยกัน

พญาสุตัสสะนะจักรทราบข่าวความงามของนางเตวธิสังกา จึงให้ขุนนางไปสู่ขอมาเป็นมเหสี

ยายปริสุทธิจึงนำนางไปบวชชี

พญาสุตัสสะนะจักรผิดหวังจากนางเตวธิสังกา

จึงให้ขุนนางไปสู่ขอนางพรหมจารี ธิดาเจ้าเมืองอนุราธะ

ทั้งสองอยู่ด้วยกันไม่นาน ก็ทะเลาะกัน

พญาสุตัสสะนะจักรจึงสั่งให้ขุนนางนำนางพรหมจารีใส่แพไปลอยน้ำ










จันทรคราสเดินพลัดหลงเข้าไปในป่า เห็นครุฑจับงู

ครุฑเห็นจันทรคราสก็ปล่อยงู งูตกลงมาตาย

จันทรคราสเคี้ยวเปลือกไม้ใส่ปากงู

งูฟื้นและแปลงร่างเป็นเด็กน้อยมอบแก้ววิเศษที่สามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ

จันทรคราสเดินทางต่อไปพบกับพญาทอนถูกทำร้าย นอนจมเลือดอยู่

แต่เปลือกไม้ของจันทรคราสหมด

พญาทอนจึงขอร้องให้จันทรคราสช่วยเผาศพพระองค์ด้วย

ก่อนสิ้นใจได้มอบรองเท้าวิเศษสวมแล้วเหาะได้ และ ดาบเท้าวิเศษให้จันทรคราส

จันทรคราสเผาศพพญาทอนเรียบร้อยแล้ว

สวมรองเท้าและสะพายดาบวิเศษเหาะไปหานางเตวธิสังกา

ระหว่างทางได้พบกับสามพี่น้อง ชื่อ ปทุมมา ทิพย์โสดา และสุกัญทา

นางทั้งสามเป็นลูกสาวเศรษฐีเมืองสังกัสสะนคร

จันทรคราสจึงอาสานำสามพี่น้องไปส่งให้เศรษฐี








จันทรคราสเหาะมาถึงแม่น้ำจิระวดี

ได้พบกับนางพรหมจารีที่ถูกพญาสุตัสสะนะจักรพระสวามี สั่งให้ใส่แพลอยน้ำ

ด้วยความสงสารจันทรคราสจึงได้พานางไปส่งที่เมืองอนุราธะ

นางสุละโยธาแม่เลี้ยงของนางพรหมจารีจึงได้ถ่ายทอดวิชาอาคม

คือเสกใบไม้ให้เป็นคน และเสกน้ำในมหาสมุทรท่วมเมืองได้ ให้กับจันทรคราส

จันทรคราสเดินทางมาถึงเมืองอนุปะมะสอบถามผู้คนในเมืองนั้นไปหายายปริสุทธิ

นางเตวธิสังกาทราบข่าวจึงขอลาสิกขากับอาจารย์

ด้วยความรักและผลัดพรากจากกันนาน

เมื่อทั้งสองพบกัน ยายปริสุทธิจึงได้ผูกข้อมือ ... แต่งงาน ... ให้อีกครั้งหนึ่ง









พญาสุตัสสะนะจักรยังไม่เลิกรุกรานนางพรหมจารี

นางสุละโยธาแม่เลี้ยงนางพรหมจารีจึงยกทัพเข้าบุกตีเมืองอนุปะมะ

และขอให้จันทรคราสช่วยออกรบในครั้งนี้ด้วย

นางพรหมจารีสั่งทหารยิงปืนใหญ่ถล่มกำแพงเมืองจนพังทลาย

แล้วสั่งให้ทหารนำพญาสุตัสสะนะจักรไปประหารชีวิต

เมื่อเสร็จศึกนางจึงยกเมืองอนุปะมะให้จันทรคราสกับนางเตวธิสังกาปกครอง

เกิดศึกสงครามที่เมืองกันทะรัฐใกล้เมืองอนุปะมะ จันทรคราสช่วยออกรบ

และได้นางอุตตะมะธานีธิดาเจ้าเมืองกันทะรัฐเป็นมเหสี

มีพระโอรสด้วยกันชื่อ ทุกขัติยะวงศา

เมื่อศึกสงครามเสร็จสิ้นพระโอรสเติบโตเป็นหนุ่ม

จันทรคราสจึงยกเมืองอนุปะมะให้ปกครอง

ส่วนจันทรคราสกับนางเตวธิสังกากลับไปปกครองเมืองอินตะปะถะด้วยความสุข








ทำให้ต้องย้อนกลับไปดูภาพวัดภูมินทร์ ที่เก็บมา

ตามพงศาวดารเมืองน่าน วัดภูมินทร์สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2138 

โดย เจ้าเจตบุตรพรหมินทร์ เจ้าผู้ครองนครน่าน (ระหว่าง พ.ศ.2134-2156)

หลังจากขึ้นครองนครน่านแล้วเป็นเวลา 6 ปี

อุโบสถและวิหารเป็นอาคารหลังเดียวกัน เป็นจตุรมุข

นาคปั้นสะดุ้งขนาดใหญ่แห่แท่นอุโบสถเทินไว้กลางลำตัว














กลางของอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดใหญ่ 4 องค์

แทนพระพุทธเจ้าทั้ง 4 พระองค์ คือพระกกุสันโท พระโกนาคมนะ พระกัสสปะ และพระสมณโคดม

ที่จริงพระพุทธเจ้าที่ผ่านมามีหลายองค์ แต่ที่ทรงสั่งสอนมีพระสาวกมากมายนั้นมี 4 องค์นี้

และอีกพระองค์ที่กำลังจะเกิดคือพระศรีอริยเมตไตรย

ประทับนั่งบนฐานชุกชี หันพระพักตร์ออกด้านประตูทั้งสี่ทิศ

เบื้องพระปฤษฎางค์ (หลัง) ชนกัน เป็นเหมือนพรหมสี่หน้า

ตามชื่อของเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์








ยึดเอา "ไตรภูมิพระร่วง" ที่เขียนโดยพระยาลิไทย พระมหากษัตริย์กรุงสุโขทัย

มาเป็นฐานความคิด คือ

ใช้โบสถ์และวิหารแทนเขาพระสุเมรุ

มีพญานาคลอยตัวดั่งอยู่บนมหาสมุทรที่ล้อมรอบ

ตรงมุมทั้งสี่ มีใบเสมาตั้งอยู่ และพญานาคเป็นสัญลักษณ์แห่งน้ำ

ถือเป็นขอบขันธสีมาของโบสถ์








ช่อฟ้าเป็นรูปหัวพญานาคกำลังเลื้อยลงมาเป็นชั้นๆ จนถึงชายคาด้านล่างสุด

แล้วมีทวยไม้สลักเป็นนาคค้ำยันไว้

เปรียบเสมือน สายน้ำที่กำลังไหลจากภูเขาที่เป็นจุดศูนย์กลางลงสู่เบื้องล่างถึงฐานโบสถ์

ซึ่งมีพญานาคใหญ่ 2 ตัวเป็นฐานอยู่

บานประตูของวิหารทั้ง 4 ด้าน ทำด้วยกระดานไม้สักกว้างใหญ่








วัดภูมินทร์ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่สมัยเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เมื่อ พ.ศ.2410 (ปลายสมัยรัชกาลที่ 4)

ใช้เวลาซ่อม นานถึง 7 ปี

จิตรกรรมฝาผนัง หรือฮูปแต้ม ในวิหารหลวงก็เขียนขึ้นในช่วงนี้

หลัก ๆ เป็นภาพ เรื่องคันธกุมาร และเนมิราชชาดก

แต่มองให้ลึกลงในภาพแล้วมีสิ่งที่น่าสนใจคือ

ภาพบนซ้าย ใส่เสื้อคลุมสีแดง เป็นภาพของ พระเจ้าอนันตวรฤทธิเดช หรือเจ้าอนันตยศ

และบนซ้ายสุดเจ้าหนานมหาพรหม บุตรคนแรก

ภาพบนขวาที่นั่งชันเข่า ตำหมาก เป็นภาพเจ้าสุริยพงษ์ผลิตเดช








สาวไทลื้อจะมีปอยขมวดบนมวยผม สูบขี้โย








ภาพจากวัดหนองบัว








สาวสมัยนั้นเปลือยอก ถ้ายังไม่แต่งงานจะมีผ้าบาง ๆ คลุม








กลับมายังที่พักวันนี้ หมอแอ ... เมืองชล








จากเดิม








หมอวิกุล ... กทม.




























บนโต๊ะขวาสุด - อร่อยด้วย




















พร้อมแล้ว








ที่จะตามกันไปสนุกสนานพร้อมหน้าพร้อมตา








เพลงอะไรเอ่ย ? 
















YouTube / Uploaded by Cobra Owens





ปิดท้ายด้วยภาพประทับใจเช่นเคย หมอป๊ะ - หมอเจี๊ยบ











Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2559
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2559 12:50:33 น. 15 comments
Counter : 2110 Pageviews.  

 
สุขสันต์วันตรุษจีนครับ

คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ tuk-tuk@korat เรียบร้อยแล้วนะคะ


โดย: **mp5** วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:15:53:06 น.  

 
ฝนตกก็เป็นธรรมดาที่จะมีอุบัติเหตุนะ เพราะถนนลื่นด้วย

อากาศดูแล้วเย็นจริงๆ หมอกลง ยิ่งฝนตกแบบนี้ยิ่งเย็นเข้าไปใหญ่ เที่ยวแบบฝนตกนี่ลำบากหน่อย



โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:17:35:27 น.  

 


มีความสุขมากๆตลอดไปนะค่ะคุณตุ๊ก



โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:19:29:03 น.  

 
หอศิลป์ริมน่าน ผมพลาดยังไม่ได้ไปเลยครับ บังเอิญผิดแผนนิดหน่อย จากเมื่อตอนไปน่าน อยากไปมากๆ ถ้าได้ไปคราวหน้าต่อไม่พลาดแน่นอน

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
pantawan Health Blog ดู Blog
Close To Heaven Parenting Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog


โดย: NaiKonDin วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:20:33:54 น.  

 
ทั้งหนาวทั้งฝน แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคนะคะ
ทุกคนยังสนุกกันเต็มที่ค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mambymam Music Blog ดู Blog
toor36 Cartoon Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Literature Blog ดู Blog
Opey Education Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog


โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:22:10:50 น.  

 
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ tuk-tuk@korat เรียบร้อยแล้วนะคะ
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog


โดย: หอมกร วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:22:37:29 น.  

 
โหวต Travel Blog + แปะหัวใจ๋หื้อเลยครับปี้ตุ๊ก


วัดตี้น่าน
งามขนาดเลยครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:22:40:40 น.  

 
วัดสวยมาก ๆ เห็นแล้วอยากไปเที่ยวจัง
คุณตุ๊กเก็บภาพมาเยอะได้ใจ แถมมีข้อมูลมาฝากเพียบ
ขอบคุณมากนะคะ โหวตกับแปะหัวใจให้ สุขสันต์วันตรุษจีนค่า


โดย: haiku วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:23:47:09 น.  

 
แปะให้ให้กันค่ะ
สุขสันต์วันตรุษจีนนะคะ
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ tuk-tuk@korat เรียบร้อยแล้วนะคะ


โดย: เนินน้ำ วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:0:44:56 น.  

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:1:42:56 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่ตุ๊ก



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:6:27:39 น.  

 
คิดถึงน่านอีกแล้วสิเรา


โดย: wicsir วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:6:55:09 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: **mp5** วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:7:38:23 น.  

 
โรงแรมน่ารักมากๆครับพี่ มาเก็บข้อมูลครับ น่าน เป็นเมืองในฝันมานานแล้วครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:10:43:24 น.  

 
เหมือนจะมีอีกวัดที่ผู้เขียนภาพฝาผนังเป็นคน
เดียวกับที่วัดภูมินทร์ วัดหนองบัวใช่ป่าวไม่รู้
แต่มีต้นไม้ใหญ่หน้าโบสถ์ที่มีวงดนตรีพื้นเมือง
เล่นอยู่ใต้ร่มไม้นั้น เราเสียนิสัยที่ไปไหนไม่ค่อย
ถ่ายภาพ จำแล้วก็ลืม ไม่ได้ความ แหะๆ

ฝากใจฝากโหวตท่องเที่ยวนะจ๊ะ



โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:19:08:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tuk-tuk@korat
Location :
นครราชสีมา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 136 คน [?]




งานหลักคืองานอดิเรก

10 บล็อกล่าสุด



ภาพถ่ายในอดีต ... ในหลวงอานันทมหิดล



พระพุทธรูปเก่าที่วัดตายม ... บางกระทุ่ม พิษณุโลก



I Hate Myself for Loving You - Joan Jett & The Blackhearts ... ความหมาย



Make Up Your Mind - The J.Geiles Band ... ความหมาย



ตามรอยทับหลังมาจนถึง วัดทองทั่ว ... จันทบุรี



Dream a Little Dream of Me - R.I.P. Doris Day ... ความหมาย



Always and Forever - Heatwave ... ความหมาย



ย้อนสู่ทวารวดีที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง อำเภออู่ทอง เมืองสุพรรณบุรี



A Woman's Love - Alan Jackson ... ความหมาย


Save Your Heart for Me - Gary Lewis & the Playboys ... ความหมาย




























ของแต่งบล็อกจาก
ป้าเก๋า "ชมพร"
คุณญามี่
คุณ Rainfall in August

ขอบคุณค่ะ



[Add tuk-tuk@korat's blog to your web]