tuk...tuk more than one or cannot run
<<
กุมภาพันธ์ 2558
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
23 กุมภาพันธ์ 2558

เชียงใหม่ เมือง ... วัดป่าแดงมหาวิหาร - วัดเก่าสมัยพระเจ้าติโลกราช










ตำนานพระเจ้าเลียบโลก หรือ พุทธตำนาน

คือวรรณกรรมพุทธศาสนาที่ปรากฏในวัฒนธรรมพื้นบ้านของไทย

โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เป็นเรื่องบันทึกการเดินทางของพระพุทธเจ้า

เสด็จเดินทางไปเทศนาสั่งสอนโปรดเวไนยสัตว์

ทรงประทานพระเกศาธาตุและประทับพระบาท

ซึ่งเป็นที่มาของการสร้างพระธาตุและพระพุทธบาท

ยังดินแดนสิบสองปันนา ล้านนา ล้านช้าง และอีสานของไทย

และยังบ่งบอกถึง ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมของชุมชนและชาติพันธุ์



กล่าวว่า



ต่อจากนั้นสมเด็จพระชินสีห์เจ้า ก็เสด็จพรากจากที่นั้น

(ก่อนหน้านี้กล่าวถึง วัดบุพพาราม ตามนิมิตที่อยู่ในทิศตะวันออก

... น่าจะหมายถึง วัดบุพพาราม ถนนท่าแพ เชียงใหม่ ซึ่งแปลว่าทิศตะวันออก)

ในระหว่างทางทรงพบชีม่าน (นักบวชชาวพม่า) 2 รูป นุ่งผ้าน่าเกลียดยิ่งนัก

นักบวชทั้งสองเห็นพระพุทธเจ้าเสด็จมา

ก็ถวายอภิวาทและเอาบาตรถวายทานแก่พระพุทธองค์ 2 ลูก

พระพุทธเจ้าตรัสว่า

"ท่านทั้งสองนุ่งผ้าน่าเกลียดยิ่ง ไม่เป็นสมณสารูปแม้แต่น้อย"

ชีม่านทั้งสองรูปเลยบังเกิดความละอายก็เลยสึกจากเพศนักบวชนั้น

ทูลขอบวชต่อพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ก็ทรงบวชให้ด้วยวิธีเอหิภิกขุ

แล้วตรัสแก่พระอินทร์, พระเจ้าอโศกราชและพระอรหันต์ทั้งหลายว่า

"ต่อไปภายหน้าสถานที่ที่นี้จักเป็นที่ที่มีกษัตริย์มหาศาล

และเพราะสถานที่นี้ ชีม่านสึกจากเพศนักบวชแบบเดิมอันไม่เรียบร้อย

แล้วขอบวชใหม่ ได้เป็นเอหิภิกขุเช่นนี้

สถานที่นี้จักเป็นเมืองชื่อว่า อภินวนคร คือเวียงเชียงใหม่ "

เหตุดังนี้เมืองนี้จึงชื่อว่า เมืองเชียงใหม่ จนถึงปัจจุบันนี้


(ทำให้หวนนึกถึง ตอนที่ไปเที่ยววัดเชียงทองใน สปป.ลาว ไกด์ลาวเคยบอกว่า

คำว่าเชียง แปลว่าพระ หรือเณร ... หรือคำว่าเชียงใหม่ มาจากพระบวชใหม่)


เมื่อตรัสพยากรณ์เช่นนั้นแล้ว ก็เสด็จไปทางทิศตะวันตก

มีลัวะ 2 คนยิงกระทิง คือวัวเถื่อนเอาเนื้อมาย่างไว้

เขาทั้งคู่จึงนำข้าวและเนื้อกระทิงย่างนั้นถวายแก่พระพุทธเจ้า

พระพุทธองค์เสวยแล้วตรัสพยากรณ์ว่า

"ต่อไปภายหน้าสถานที่นี้คนทั้งหลายจะมาสร้างอาราม

จะปรากฏชื่อว่า อโศการาม ตามนิมิตที่ลัวะย่างเนื้อแห้งนั้นแล"

พระอรหันต์และพระเจ้าอโศกราชจึงทูลขอพระเกศาธาตุหนึ่งองค์

อัญเชิญบรรจุไว้ในสถานที่นั้นและได้ปรากฏชื่อว่า วัดอโศการาม จนถึงกาลบัดนี้

(คือวัดป่าแดงหลวง ต.สุเทพ จ.เชียงใหม่)





ทางรถขึ้นวัดข้างบันไดนาค








พ.ศ. 236 หลังจากพระเจ้าอโศกมหาราช ทรงสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่สาม

ทรงโปรดให้ พระมหินทเถระ พระราชโอรส ได้ทรงเป็นสมณฑูตไปยังศรีลังกา

กษัตริย์ศรีลังกาได้ยกอุทยานให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาศาสนา ชื่อว่า

สำนักมหาวิหาร



พุทธศาสนาของล้านนายุคแรก

มาจากพระนางจามเทวีนำพระสงฆ์จากละโว้ 500 รูป



ต่อมาในสมัยพระเจ้ากือนา (ราชวงศ์มังรายรัชกาลที่ 6)

ตรงกับสมัยสมเด็จพระธรรมราชาลิไท

ได้นิมนต์พระสุมนเถระ

(ศิษย์ของอุทุมพรมหาสามีเมืองพัน (เมาะตะมะ) ซึ่งเคยไปศึกษาที่สำนักมหาวิหาร)

มาจากสุโขทัย มาอยู่ที่วัดบุปผาราม หรือวัดสวนดอก

พระสุมนได้นำพระบรมธาตุมาด้วย

(... ประดิษฐาน ณ. วัดสวนดอก และ วัดพระธาตุดอยสุเทพ ...)

ศาสนาก็มีความเจริญรุ่งเรือง



จนถึงสมัยพญาสามฝั่งแกน (ราชวงศ์มังรายรัชกาลที่ 8)

(... สามฝั่งแกน ประสูติที่เมืองแกน อันมีแม่น้ำสามสาย

สันนิษฐานว่าคือ 1. แม่น้ำแกน 2. แม่น้ำปิง และ3. แม่น้ำสงัด หรืองัด

คือที่ ต.อินทขิล อ.แม่แตง เชียงใหม่ ...)

การปฏิบัติของพระสงฆ์ในแต่ละวัดก็แตกต่างกันมากขึ้น

พญาสามฝั่งแกนจึงได้สนับสนุน พระญาณคัมภีร์ และ พระมหาเมธังกร

และพระมหาเถระรวมทั้งสิ้น 25 รูป

เดินทางไปศึกษาศาสนาที่สำนักมหาวิหาร ศรีลังกา

พระญาณคัมภีร์ได้ทำอุปสมบทใหม่บนแพที่ผูกไว้ในแม่น้ำกัลยาณี

ปี พ.ศ.1967 ได้เดินทางกลับเพราะศรีลังกาเกิดทุพภิกขภัย

ได้นำคำสอนไปเผยแผ่ที่อยุธยา สุโขทัย ศรีสัชนาลัย



ในปี พ.ศ.1973 พระญาณคัมภีร์ กลับถึงเชียงใหม่

ได้นำต้นโพธิ์ พระไตรปิฎก กลับมาด้วย

ต้นโพธิ์นี้ถูกได้แบ่งไปปลูกที่วัดเจ็ดยอดหรือวัดโพธารามมหาวิหาร

ในสมัยที่พระเจ้าติโลกสร้างวัดเจ็ดยอด








ได้สถาปนานิกายลังกาวงศ์ใหม่ ที่วัดแภะป่าตึง

เป็นพระภิกษุฝ่ายอรัญวาสี

เรียกคณะของตนเองว่าคณะ “สีหฬภิกขุ”

เพราะว่าได้ประกอบพิธีอุปสมบทจากลังกา

ปี 1974 พระราชมารดาพระเจ้าติโลกราช

ทรงโปรดให้สถาปนา วัดป่าแดง หรือ รัตตนวนราม ขึ้นที่วัดแภะป่าตึง

ให้เป็นที่พำนักของพระญาณคัมภีร์

ชื่อวัดป่าแดงจึงสันนิษฐานว่าสถาปนาวัดขึ้นบริเวณที่เป็นป่าไม้แดง








คณะสีหฬภิกขุแห่งวัดป่าแดง

ได้กล่าวหาว่าพระสงฆ์คณะวัดสวนดอกหรือคณะ บุปผาวาสี

ว่าประพฤติตนไม่สมกับที่เป็นพระภิกษุ

เพราะว่าถือไม้เท้าไปบิณฑบาต เหมือนอย่างถือกะลา ขอทาน

รับเงินรับทอง มีไร่มีนา

แบ่งเมี่ยงแบ่งหมากให้คฤหัสถ์

ออกเสียงสวดไม่ถูกต้อง ใช้อักขระแบบสันสกฤต

ประธานแห่งสำนักคือพระมหาเถระอุทุมพรบุปผามหาสามีแห่งเมืองพัน

ได้อุปสมบทโดย ไม่ครบองค์ประชุม

จึงถือว่าไม่เป็นพระภิกษุที่สมบูรณ์

และลูกศิษย์ที่บวชจากพระมหาเถระอุทุมพรบุปผามหาสามี

จึงไม่ถือเป็นพระภิกษุที่ถูกต้องสักรูปเดียว


คณะวัดสวนดอกก็กล่าวหากลับไปว่า

พระญาณคัมภีร์ประธานของคณะสีหฬภิกขุทะเลาะกับพระอุปัชฌาย์

ไปเรียนเวทมนตร์จาก พ่อค้าและชีเปลือยที่ลังกา

จึงเกิดการวิวาททุบตีกัน

พระเจ้าสามฝั่งแกนจึงขับไล่คณะสีหฬภิกขุออกจากเชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 1977

ในข้อที่ทำให้สงฆ์แตกแยกกัน

ทำให้คณะสีหฬภิกขุไปรุ่งเรืองอยู่ที่

เชียงราย เชียงแสน พะเยา ลำปาง และเชียงตุง ... มีชื่อวัดป่าแดงอยู่?


ต่อมาพระเจ้าติโลกราชครองราชย์ (พ.ศ. 1984 – 2030)

จากการเข้ายึดเมืองจากพระราชบิดาพญาสามฝั่งแกน

พระองค์ทรงเป็นพระราชูปถัมภกของคณะสีหฬภิกขุ

... อาจเปลี่ยนคณะวัดสวนดอกมาเป็นคณะป่าแดงเพื่อเรียกศรัทธา?...

สงฆ์คณะสีหฬภิกขุกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง ที่เชียงใหม่

มีศูนย์กลางอยู่ที่วัดป่าแดง จึงเรียกอีก อย่างว่า “คณะวัดป่าแดง”

ทรงสร้างพระอารามขึ้นใหม่พระราชทานให้กับคณะวัดป่าแดง ถึง 500 แห่ง

คาดว่าพื้นที่บริเวณที่เป็นวัดราว 400 ไร่

เพราะเป็นที่รกร้างจึงมีผู้คนเข้ามาอาศัยอยู่มากมาย เส้นทางก็วกวนชวนหลง

เมื่อมีการสร้างสิ่งก่อสร้างเช่นหอพัก คอนโด

ทำให้ขุดพบสิ่งก่อสร้างโบราณ และร่องรอยของวัด









ปี พ.ศ. 1990 ใช้เป็นที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระราชบิดาพญาสามฝั่งแกน

ปี พ.ศ. 1991 พระเจ้าติโลกทรงทรงผนวช ณ วัดป่าแดง

ปี พ.ศ. 1992 เป็นที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระราชมารดา

จากนั้นจึงได้สร้างพระอุโบสถไว้บนที่ที่ได้ถวายพระเพลิง

ซึ่งตอนนี้เป็นโบราณสถานอยู่นอกเขตวัดป่าแดง

ซึ่งได้น่ามีการสร้างพระอุโบสถขึ้นใหม่ ซึ่งไม่ทราบเวลาที่แน่นอน








ด้านหลังพระอุโบสถ มีมณฑปน่าจะประดิษฐานพระประธาน








หน้าบัน รูปยักษ์ และลายเถาก้านขด








และสร้างเจดีย์บรรจุพระอัฐิไว้ ... ไม่ทราบว่าอยู่ตรงไหนแน่

แต่มีเจดีย์เก่า เป็นเจดีย์ช้างล้อมที่เก่าที่สุดในเชียงใหม่

สันนิษฐานว่าบรรจุพระอัฐิพญาสามฝั่งแกนและพระเทวี














ได้ไปถ่ายรูปวัดป่าแดงเมื่อเดือนมกราคม

พระท่านเห็นลงรถปุ๊บก็เดินวน ๆ

ท่านจึงมาสอบถาม ได้ความว่ามาถ่ายภาพวัดท่านจึงพานำชม








บันไดนาคทอดตรงขึ้นสู่วิหาร








วิหาร โขงพระเจ้า หอไตร พระเจดีย์








วิหาร


ขนาด 6 ห้อง

ห้องด้านหลังเป็นปราสาทที่ประดิษฐานพระประธาน เรียกโขงพระเจ้า

คล้ายวิหารวัดปราสาท (อยู่ข้างวัดพระสิงห์ จ.เชียงใหม่)

หลังวิหาร เป็นหอไตร








ประตูหน้า








ในวิหาร








พระประธานจำลองมาจากพระเจ้าเก้าตื้อวัดสวนดอก














ด้านหลังพระประธานเป็นโขงพระเจ้า














ลวดลายวิจิตร














บาตรน้ำมนต์








หอไตร หลังโขงพระเจ้า ศิลปะพม่า








เจดีย์


ทรงระฆังย่อมุม ... สร้างใหม่

ฐานเดิม เป็นรูปแปดเหลี่ยม วางอบู่บนฐานเขียง

มีระเบียงแก้ว มีมุกเด็ดเป็นซุ้มพระเจ้า ... พระพุทธรูป อยู่ตรงกลาง








ด้านบนของมุมระเบียงแก้ว

มีปูนที่ถูกกระเทาะมีลักษณะว่าหุ้มวัตถุทรงกระบอกอยู่

พระท่านเล่าว่า

สมัยก่อนเขาเอาสิ่งมีค่า เช่น แก้วแหวนเงินทอง พระ บรรจุกระบอกไม้ไผ่ใส่ไว้














ลวดลายเหล่านี้เป็นลวดลายดั่งเดิม














เพราะประทับใจในความสวยงาม สงบร่มรื่นของวัด

งาน reunion ครบรอบ 44 ปี จึงเสนอให้มาทำบุญที่วัดนี้








ปิดท้ายด้วยภาพถ่ายร่วมกับอาจารย์ฉลาดชายที่บังเอิญพบท่านที่วัด

และอาจารย์สมรที่มาทำบุญร่วมกับพวกเรา

30 กว่าปีแล้วนะคะอาจารย์ ... ดีใจมากค่ะ











Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2558
Last Update : 6 มีนาคม 2561 14:12:37 น. 31 comments
Counter : 3657 Pageviews.  

 
ไม่คุ้นชื่อเลยครับพี่ตุ๊ก
ลผมยังไม่เคยไปเลยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:16:05:14 น.  

 
พระประธานวัดนี้งดงาม
ได้รู้ประวัติต้นโพธิ์วัดเจ๊ดยอด
อายุหลายร้อยปี เห็นมีไม้ค้ำต้นโพธิ์ด้วยครับ


โดย: moresaw วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:16:40:49 น.  

 
โชคดีได้ท่านมานำชมนะคะ บางวัด หาข้อมูลตาเหลือกไม่มีก็เยอะนะคะพี่ตุ๊ก แถมที่ก็อปเอามาก็ไม่รู้ถูกหรือเปล่า บอกให้ดูแหล่งข้อมูล ก็เนาะ เราจะหามาจากไหน

หอไตร ทางภาคเหนือ กับภาคกลางต่างกันลิบลับเลยค่ะ ถ้าพี่ตุ๊กไม่บรรยาย หนูก็นึกว่าเจดีย์นะคะนี่

บาตรน้ำมนต์แบบนี้ก็ไม่เคยเห็นค่ะ

ข้อมูลด้านบนที่พี่ตุ๊กเล่าให้ฟัง เขียนเว้นบรรทัดแบบนี้ อ่านง่าย สบายตาดีค่ะ (แล้วทำไมหนูไม่ทำเนาะ )




โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:17:16:52 น.  

 
มาโหวตค้าบบบบ หัวใจหมดแว้ววว



โดย: nulaw.m (คนบ้านป่า ) วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:17:51:59 น.  

 
สงบ ร่มเย็น สง่างามมากครับ


โดย: พี่ เมศร์ IP: 101.51.65.191 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:18:09:21 น.  

 
ตามมาเที่ยวมาทำบุญด้วยคนค่ะ
แปะใจดวงสุดท้ายของวันให้ค่า


โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:18:36:26 น.  

 
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ tuk-tuk@korat เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 3 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ
....
ชอบก้องเลยแถมก้องครับ..


โดย: พันคม วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:19:21:50 น.  

 
สวาทดีจร้าทั่น2ตุ๊ก
มาแปะยามค่ำจร้า
------------------------
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ tuk-tuk@korat เรียบร้อยแล้วนะคะ


โดย: smack วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:19:30:06 น.  

 
สวัสดียามค่ำครับ




โดย: ก้อนเงิน วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:19:51:15 น.  

 

คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ tuk-tuk@korat เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 0 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ



โดย: ก้อนเงิน วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:20:01:48 น.  

 
จะมีสักกี่คนที่รู้จักวัดนี้นะคะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
multiple Funniest Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog


โดย: ALDI วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:20:32:01 น.  

 
อนุโมทนาบุญ ครับ ครู tuk-tuk.

ที่ผ่านมาผมก็ได้ไปเยือนหลายวัด หลายสถานที่ จะค่อยๆทะยอยลงเหมือนคุณพี่ ครับ.



โดย: moonfleet วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:20:35:39 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog


สวัสดีค่ะคุณตุ๊ก
ตามไปเที่ยว
รูปแยะมาก มีอะไรน่าสนใจและน่า
ไปเยี่ยมชมหลายอย่างเลยค่ะ


โดย: ดอยสะเก็ด วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:22:53:41 น.  

 

มาไหว้พระด้วยครับ พี่ตุ๊ก
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ tuk-tuk@korat เรียบร้อยแล้วนะคะ


โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:23:06:42 น.  

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:4:14:04 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่ตุ๊ก



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:6:25:38 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ตุ๊ก


บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น




โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:6:40:44 น.  

 
โห เก่าแก่มากๆเลยนะครับพี่ตุ๊กวัดนี้


โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:9:05:21 น.  

 
สวัสดียามเช้า มาแปะหัวใจให้แล้วนะคะ


โดย: หน่อยอิง วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:9:09:54 น.  

 
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ tuk-tuk@korat เรียบร้อยแล้วนะคะ


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:12:12:55 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณตุ๊ก

วันนี้แปะหัวใจไว้ก่อนนะคะ
โหวตเอ็นทรี่นี้ใช้ไปแล้วค่ะ
พรุ่งนี้มาใหม่ แล้วจะมานั่งอ่าน
ให้สบายอารมณ์ด้วย วันนี้เร่งรีบเหลือเกิน
คิดถึงนะคะ



โดย: พรหมญาณี วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:13:02:17 น.  

 
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ tuk-tuk@korat เรียบร้อยแล้วนะคะ


โดย: ริมน้ำ_VOUฟ้า (rimnam_kobfa ) วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:13:19:34 น.  

 
วิวาทะระหว่างวัดสวนดอก กับวัดป่าแดงนั้นสำคัญตรงที่นอกจากทั้งสองฝ่ายกล่าวหากันแล้ว

เป็นการบันทึกเหตุการณ์บ้านเมืองรวมทั้งพุทธศาสนาในช่วงเวลาแต่แรกสร้างเมืองเชียงใหม่ มาจนกระทั่งถึงในเวลานั้น ถือได้ว่าเป็นบันทึกที่สำคัญและน่าเชื่อถือได้


โดย: ผู้ชายในสายลมหนาว วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:14:54:46 น.  

 
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ tuk-tuk@korat เรียบร้อยแล้วนะคะ


โดย: blog pu วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:16:42:32 น.  

 
อ.ตุ๊กยอดเยี่ยม มาก
คำว่า "โขง" แผลงมาจากคำว่า "กรง" ในภาษากลาง
อย่างเช่นคำกลางว่า "กิริยา" ก็ เปลี่ยนมาเป็น "ขียา"
ดังคำในธัมม์ ว่า ".....ขียาอันได้แสดงธัมม์เทศนามา"
ก็คือ "กิริยาอันได้แสดงพระธัมม์เทศนา....."
และคำว่า"ศรีโขง" ก็แปลว่า วัดท่ีมีประตูเป็นกรง นั่นเอง


โดย: หนานเตอะ IP: 58.9.68.98 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:19:12:05 น.  

 
อีฟนิ่งก้าบ
-------------------------

คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ tuk-tuk@korat เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 9 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ


โดย: smack วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:19:52:00 น.  

 
สวัสดียามค่ำครับ




โดย: ก้อนเงิน วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:21:02:24 น.  

 
ขอบคุณหนานเต๊อะเจ้า


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:21:28:50 น.  

 
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ tuk-tuk@korat เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 9 ดวง สำหรับวันนี้ค่


โดย: พายุสุริยะ วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:20:01:09 น.  

 
วัดป่าแดงกับวัดต้นพะยอม (สวนดอก) ใครเก่ากว่ากันครับ


โดย: surya21 (surya21 ) วันที่: 2 มีนาคม 2558 เวลา:21:36:29 น.  

 
วัดสวนดอกเก่ากว่าค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 2 มีนาคม 2558 เวลา:22:14:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tuk-tuk@korat
Location :
นครราชสีมา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 136 คน [?]




งานหลักคืองานอดิเรก

10 บล็อกล่าสุด



I Hate Myself for Loving You - Joan Jett & The Blackhearts ... ความหมาย



Make Up Your Mind - The J.Geiles Band ... ความหมาย



ตามรอยทับหลังมาจนถึง วัดทองทั่ว ... จันทบุรี



Dream a Little Dream of Me - R.I.P. Doris Day ... ความหมาย



Always and Forever - Heatwave ... ความหมาย



ย้อนสู่ทวารวดีที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง อำเภออู่ทอง เมืองสุพรรณบุรี



A Woman's Love - Alan Jackson ... ความหมาย


Save Your Heart for Me - Gary Lewis & the Playboys ... ความหมาย



เพื่อนทันตะ มช. รียูเนี่ยนปี 2651 ที่ราชบุรี



Is It Over - Ronnie Milsap ... ความหมาย






























ของแต่งบล็อกจาก
ป้าเก๋า "ชมพร"
คุณญามี่
คุณ Rainfall in August

ขอบคุณค่ะ



[Add tuk-tuk@korat's blog to your web]