tuk...tuk more than one or cannot run
<<
มกราคม 2556
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
21 มกราคม 2556

เชียงใหม่ ... วัดอุโมงค์




ครั้งหนึ่งเมื่อยังเด็ก

วัดอุโมงค์หมายถึงสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่ต้องพาผู้มาเยือนเชียงใหม่ไปเพื่อ

ไปดูอุโมงค์ ซึ่งตอนนั้นมีบางอุโมงค์ละที่เขาปิดไม่ให้เข้าเลย

ไปดูโรงมหรสพทางวิญญาณ

ไปดูเสาอโศก

ไปดูต้นไม้พูดได้

... คือวัดป่าเหมือนวัดสวนโมกข์ ...



***



อีกครั้งครั้งเมื่อเป็นผู้ใหญ่

ครบรอบปีที่ 40 ที่ได้รู้จักเพื่อนร่วมโรงเรียน ได้ไปเยือนวัดอุโมค์เพื่อ

ไปทำบุญให้เพื่อน ๆ ที่ล่วงลับ



เกาะกันยาวเป็นหางว่าวเลย ... ช่วยประเคนเด้อ





ไปถ่ายรูป ... มีงานพอดี อดจิ








วันสบาย ๆ ออกจากบ้านต้องไปถนนห้วยแก้วก่อนเพราะติด one-way








เลี้ยวไปตามถนนคันคลอง








สมัยก่อนถนนคันคลองยังไม่มี ต้องเข้าทางด้านหลังมอเท่านั้น

ตอนนี้ถนนสายนั้นแคบเพราะคนเข้ามาอยู่กันอย่างหนาแน่น

ก็เลยเลือกเข้าอีกทางแทน








วันที่ไปวันที่ 16 วันหวยออก

ตลอดทางจะมีร่มขายของข้างทางเป็นจุด ๆ

unseen สำหรับเรา ... ขายล็อตตารี่








คนซื้อก็มีทั้งมอเตอร์ไซด์และรถยนต์ วิ่งหาเบอร์








เลี้ยวเข้ามาในซอยเข้าวัดแล้ว














ภายในวัด









หลังจากพระเจ้ามังรายมหาราช

สร้างเมืองนพบุรี ศรีนครพิงค์ เชียงใหม่

แล้วได้ทรงสร้างวัด ทั้งฝ่ายคามวาสี และฝ่ายอรัญวาสี


ต่อมาพระองค์ได้ทรงทราบว่า

พระเจ้ารามคำแหงมหาราช

ได้ส่งคนไปนิมนต์พระสงฆ์จากเมืองลังกา ที่เมืองนครศรีธรรมราช

มายังเมืองสุโขทัย

และได้ทราบว่า

พระสงฆ์ลังกาแตกฉานพระไตรปิฎก

และเคร่งครัดในพระธรรมวินัยกว่าพระไทย

จึงได้ขอพระสงฆ์ลังกา จากพระเจ้ารามคำแหงมหาราชมา 5 รูป

มีพระมหากัสสปะเถระเป็นหัวหน้า

ทรงเห็นว่า ระเบียบประเพณีในการประพฤติอาจจะไม่เหมือนพระที่เชียงใหม่

จึงโปรดสร้างวัดฝ่ายอรัญวาสีเฉพาะพระลังกา

ขึ้นวัดหนึ่งต่างหากที่บริเวณป่าไผ่ 11 กอ


และเพื่อเป็นอนุสรณ์ในการนำพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์

มาประดิษฐานในลานนาไทยเป็นครั้งแรก

จึงขอให้พระมหากัสสปะเถระเป็นผู้วางแผนผังวัดให้ถูกต้อง

ตามพระธรรมวินัย และประเพณีอันดีงามของชาวพุทธ


แผนผังวัดจึงมีเขตพุทธาวาส

... เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า เช่น พระเจดีย์ พระอุโบสถ ...

และสังฆาวาส

... เกี่ยวกับพระสงฆ์ เช่น สาลาแสดงธรรม กุฏิพระโรงฉัน ...

ทรงขนานนามว่า วัดเวฬุกัฏฐาราม ... วัดไผ่ 11 กอ ...


( เวฬุ แปลว่า ต้นไผ่ + กัฏฐา ? ( 11 ) + อาราม )





บันไดทางขึ้นวัด และสิงห์เฝ้า














กำแพงที่เป็นฐานของบริเวณวัด ไม่แน่ใจว่าเป็นฐานของลานวัด หรือฐานวิหารเดิมหรือไม่








น่าจะเป็นยักษี ... ถ้าเป็นนักข่าวจะต้องรายงานด้วยว่าสีหน้าดูเชิด ยิ้มมุมปาก

... ป้ายเล็ก ๆ เขียนว่า กูรู้หมดทุกอย่าง ยกเว้นตัวกู คนดีไม่เบ่ง คนเก่งไม่โม้ คนโตไม่อวด ...








มียักษีแล้วก็มียักษา มีสีหน้า น่าเกรงขาม








โรงมหรสพทางวิญญาณ








ต้นไม้พูดได้








เสาอโศก














ท่่านปัญญา








สีสวยมาก








พ.ศ. 1910 เจ้าท้าวกือนา จากเมืองเชียงแสน รัชทายาท

ได้ราชาภิเษกเป็นกษัตริย์องค์ที่ 6 (ของราชวงศ์มังราย)

มีพระเถระชาวล้านนารูปหนึ่ง

เชี่ยวชาญและมีความรู้แตกฉานในพระไตรปิฏก และมคธภาษา

นามว่า พระมหาเถระจันทร์

เมื่ออายุได้ 16 ปี ก็ได้ไปขอบรรพชาเป็นสามเณรกับพระเถระวัดไผ่ 11 กอ

ต่อมาได้อยู่จำพรรษาที่ วัดโพธิ์น้อย ? ในเวียงเชียงใหม่

และอุปสมบทเป็นพระภิกษุ

เมื่อครูบาเจ้าอาวาสวัดไผ่ 11 กอ ซึ่งเป็นพระอาจารย์ได้ล้มป่วยหนัก

พระภิกษุจันทร์ได้เฝ้าพยาบาลอาจารย์

ท่านจึงได้มอบคัมภีร์ชื่อ มหาโยคีมันตระประเภท ให้ ก่อนที่จะมรณภาพ

แนะนำว่าให้ทำพิธีเล่าเรียนในที่สงัด

เมื่อท่องบ่นมนต์นั้นจบแล้ว

จะมีสติปัญญา เฉลียว ฉลาด เฉียบแหลม

สามารถเล่าเรียนและรอบรู้วิทยาการและพระธรรมได้โดยรวดเร็ว

ในวันหนึ่งขณะที่ภาวนาได้พบผู้ประหลาดมาถวายหมาก

และกำกับคาถาว่า " อสติกโรติ " ... ท่านจงหาสติมิได้เถิด ... แล้วก็หายวับไป

แต่นั้นมาท่านภิกษุจันทร์ก๊กลายเป็นคนหลงๆ ลืม สติท่านไม่สู้จะปรกติในบางเวลา

เวลามีสติสัมปชัญญะดี สามารถเรียนพระไตรปิฎกได้แม่นยำรวดเร็วมาก

ความเชี่ยวชาญ และรอบรู้ของท่านมหาเถระจันทร์

ทำให้พระเจ้ากือนาธรรมิกราชทรงโปรดปรานเป็นอันมาก

แต่พระมหาเถระจันทร์ชอบจาริกอยู่ตามป่าดง ไม่มีที่อยู่ที่แน่นอน

เวลาต้องการตัวโต้ตอบปัญหาหรือศึกษาข้อธรรม มักจะตามไม่ค่อยพบ

พระเจ้ากือนาธรรมิกราช

จึงโปรดให้สรางอุโมงค์ใหญ่ขึ้นที่ฐานพระเจดีย์ใหญ่

ในวัดเวฬุกัฏฐาราม ให้เป็นที่อยู่ของพระมหาจันทร์

จึงเรียกกันว่า " วัดอุโมงค์เถรจันทร์ "


มีทางเข้าออก 4 ช่อง

แต่ละช่องเดินติดต่อกันได้ทั่วถึง

ข้างฝาผนังด้านในอุโมงค์เจาะช่องสำหรับจุดประทีป เป็นระยะ

สะดวกแก่พระเดินจงกรม และภาวนาอยู่ข้างใน

เพดานอุโมงค์เขียนภาพต่างๆ ด้วยสีน้ำมัน



ด้านหน้ามี 3 ช่อง








อุโมงค์ซ้าย เข้าไปแล้วเลี้ยวขวาได้ทางเดียว







กลาง เข้าไปแล้วเลี้ยวซ้ายและขวา


.





อุโมงค์ขวา เข้าไปแล้วเลี้ยวซ้าย ได้








หรือตรงขึ้นไป








สู่ทางเปิดที่ 4 อีกด้านของฐานเจดีย์








ช่องให้แสงสว่างแก่อุโมงค์








อุโมงค์กลาง โค้งเพดานเหมือนมีลวดลายเนาะ








มองจากอุโมงค์กลางไปอุโมงค์ซ้าย








ซุ้มพระในอุโมงค์ขวา ... พระใหม่ปิดซุ้มพระองค์เดิม








ในอุโมงค์ ก็จะมีพระสงฆ์อยู่ประจำ คอยแสดงธรรมให้คนที่มาไหว้พระเช่น

ท่านจะถามน้องนักศึกษาที่มาเที่ยวว่า " วันนี้โยมทำความดีแล้วหรือยัง ? "














บันไดขึ้นไปสู่องค์เจดีย์








มกรคายนาค 5 เศียร







มกร







หางมกร








ส่วนที่หลังคาครอบคือ อุโมงค์










พระเจดีย์ใหญ่ จึงเป็นเจดีย์ทรงลังกา ... ระฆังคว่ำ ... คือ ลังกาวงศ์

ต่อมาพระเจ้ากือนาธรรมิกราชรัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์มังราย

ทรงบูรณะขึ้นใหม่ด้วยการพอกปูนทับของเก่า

พร้อมกับการสร้างอุโมงค์ให้พระมหาเถรจันทร์อยู่ระหว่าง พ.ศ. 1910-1930








ภาพเก่าที่เคยถ่าย

มุมนี้ มีอาจารย์กำลังเลคเชอร์ให้นักศึกษาอยู่ จึงไม่มีภาพใหม่














ปิดท้ายด้วย











 

Create Date : 21 มกราคม 2556
17 comments
Last Update : 26 กันยายน 2558 10:27:55 น.
Counter : 3198 Pageviews.

 

เป็นอีกหนึ่งวัดที่อยากไปค่ะพี่ตุ๊ก เคยเห็นในทีวี แต่ภาพไม่เยอะเท่านี้ ได้ดูอีกครั้งจากบล็อกคุณก๋า ภาพก็ไม่เยอะเท่านี้

ชอบภาพทางเดินภายในอุโมงค์ค่ะ ทีแรกเห็นดูมืดๆ วังเวง น่ากลัว จนถึงภาพที่พี่ตุ๊กบอกว่ามีพระสงฆ์อยู่ประจำ คอยแสดงธรรม...ค่อยโล่งหน่อยค่ะ


ภาพเจดีย์ภาพเก่างามค่ะ

จิตว่าง...ทำยากอยู่ค่ะ แต่จะพยายาม

ภาพแรกกับเพื่อนๆ พี่ตุ๊ก มีเพื่อนคนที่หนูปลื้มด้วยใช่ไหมคะ เห็นเธอหันหน้ามา ไม่แน่ใจค่ะ


 

โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ 21 มกราคม 2556 16:29:40 น.  

 

 

โดย: Kavanich96 21 มกราคม 2556 17:03:34 น.  

 

 

โดย: พันคม 21 มกราคม 2556 17:20:57 น.  

 

หวัดดีครับคุณตุ๊ก...

รู้จักวัดดีๆที่เชียงใหม่เพิ่มอีก 1 วัดครับ


 

โดย: wicsir 21 มกราคม 2556 19:21:13 น.  

 


หลายคนบอกถึงวัดอุโมงค์บ่อยๆ
ไว้ขึ้นไปเชียงใหม่อีกทีเมื่อไหร่จะแวะไปไหว้ค่ะ
วันนี้แวะมากด LIKE ให้คุณตุ๊กค่ะ

 

โดย: อุ้มสี 21 มกราคม 2556 19:25:36 น.  

 

ตอนเด็กเคยไป แต่ตอนนั้น รกมาก... ปัจจุบันคน
ไปเยอะ ร่มรื่น สงบ. แต่ในอุโมงค์ยังไม่เคยเข้า

เห็นรูปหล่อปั้น หลวงพ่อปัญญา... นึกได้ว่าตอน
เด็ก ก่อนที่หลวงพ่อจะสร้าง พุทธสถาน ท่านมา
อยู่ที่เชียงใหม่ ยังหนุ่ม ท่านเทศน์เก่ง มีคนไป
ฟังท่านเทศน์ช้า ๆ จำชื่อวัดไม่ได้ครับ

อยู่ตรงถนนที่ตรงกับ ขั๋วเหล็กสพานนวรัฐ วัด
อยู่ขวามือ... ผมก็ตามแม่ไปฟังเทศน์ด้วย ชอบ
ท่านพูดช้า ๆ สำเนียงใต้... พวกเรากับท่านนั่ง
อยู่ลานวัด คนเยอะ ทางวัดเลยสร้าง หลังคา
ใช้ ใบมะพร้าว วางกันแดด.. แต่ไปนั่งฟังตอน
กลางคืน ไปหลายครั้งเหมือนกัน...

บางทีก็ไปเอง ชอบฟังครับ เสร็จแล้วก็ไปรับแม่
ที่ไปขายบัตรหนัง ตงก๊กหรือศรีวิศาลหรือไรนี่
แหละครับ คือพอคนเข้าโรงหนังหมด แม่ก็เก็บ
เงินส่งเจ้าของ กลับบ้านได้ครับ

 

โดย: ไวน์กับสายน้ำ 21 มกราคม 2556 21:12:14 น.  

 

วัดนี้สวยและมีของแปลกๆเยอะจังค่ะ

 

โดย: กรุ๊ปบีราศีสิงห์ 21 มกราคม 2556 21:15:00 น.  

 

~ มาให้พาเที่ยวค่ะ ~

 

โดย: ~ sิมน้ำ _ VoUฟ้า ~ (rimnam_kobfa ) 21 มกราคม 2556 22:03:25 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่ตุ๊ก


ผมซอบไปวัดนี้
ไปถ่ายรูปพระเก่าๆครับ





 

โดย: กะว่าก๋า 22 มกราคม 2556 6:26:06 น.  

 

วัดนี้เพิ่งไปมาเมื่อ ต.ค. ปีที่แล้ว ยังไม่ได้ลงบล็อกเลยครับ
เที่ยวเชียงใหม่รอบนี้ผมชอบวัดอุโมงค์กับวัดเจ็ดยอดมากที่สุด บนหลังคาอุโมงค์มีไก่ด้วย

 

โดย: ชีริว 22 มกราคม 2556 10:13:23 น.  

 

หวัดดีครับคุณตุ๊ก

ขอบคุณมากครับสำหรับความปราถนาดีเรื่องเส้นทาง

ที่จริงก็นึกถึงคุณตุ๊กอยู่นะ
แต่ด้วยความฉุกละหุก...ลูกชายอยากไปก็ไปเลย
แม้เพื่อนที่เชียงใหม่ยังไม่ได้โทรไปหาเลย(เพราะระยะกะชั้นชิด...เลยเกรงใจ)
เลยไปตามความเคยชินน่ะครับ

 

โดย: wicsir 22 มกราคม 2556 10:56:48 น.  

 

สวัสดีครับพี่ตุ๊ก


วัดนี้เคยไปครับไปกับไกด์ก้งก๋ง
บอกให้พาไปวัดอุโมงด์
วันแรกพาไปวัดอุโมงค์มหาเถรจันทร์ แถวอนุสาวรีย์สามกษัตริย์
วันที่สองถึงพาไปวัดอุโมงค์(สวนพุทธธรรม)หลังมอชอ
ทางเข้าๆยากบ้านคนเต็มต้องถามทางเข้าวัดจากชาวบ้าน
ยังนึกว่าเข้าไปป่าในเมืองร่มรื่นต้นไม้ใหญ่เยอะนะครับ

นอนซะหล้า หลับตาแม่สิกล่อม ผ่าง!!!!
บักเคนสิกล่อมให้นอนเด้ิอ
กุ้งแห้ง ถ้ามีเพื่อนจ.สงขลาฝากซื้อ จะดีมาก
เพราะกุ้งตัวใหญ่และไม่เค็มครับ

 

โดย: moresaw 22 มกราคม 2556 14:44:24 น.  

 

ตามคุณตุ๊กมาเที่ยวด้วยคน
เวลาไปเชียงใหม่กับทัวร์
เขาไม่เห็นพามาแบบนี้เลยเนอะ

 

โดย: ลงสะพาน...เลี้ยวขวา 22 มกราคม 2556 15:23:55 น.  

 

วัดดูเป็นวัด ร่มรื่นน่าไปสงบจิตใจมากค่ะพี่ ขอบคุณที่ไปเยี่ยมนะคะ

 

โดย: แม่น้องกะบูน 22 มกราคม 2556 15:31:22 น.  

 

เคยไปพักแถวนี้ แต่ไม่ได้แวะเข้าไปในวัดเลยครับ

 

โดย: เป็ดสวรรค์ 22 มกราคม 2556 15:49:03 น.  

 

Create Date : 21 มกราคม 2556
Last Update : 22 มกราคม 2556 7:37:37 น. 15 comments
Counter : 363 Pageviews.

 

โดย: tuk-tuk@korat 13 กุมภาพันธ์ 2556 10:39:08 น.  

 

เคยดูสารคดีที่กลุ่มนักศึกษาเข้ามาบูรณะภาพเขียน
เป็นกลุ่มที่บุกเบิก ทำความสะอาดอุโมงค์
เดี๋ยวนี้ไม่รู้ว่ายังจะพอมองเห็นภาพเขียนหรือเปล่า

เป็นลายธรรมชาติที่เขียนซ้ำไปซำ้มา

 

โดย: VET53 13 กุมภาพันธ์ 2556 14:19:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


tuk-tuk@korat
Location :
นครราชสีมา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 136 คน [?]




งานหลักคืองานอดิเรก

10 บล็อกล่าสุด


Breaking Up Is Hard To Do ... ความหมาย


Exchange Of Hearts - David Slater ... ความหมาย


แวะวัดสุทธาวาส สิงห์บุรี บนเส้นทาง โคราช - เชียงใหม่


Happier - Ed Sheeran ... ความหมาย


วัดยางกวง ... วัดเก่าเมืองเชียงใหม่


Falling Slowly - Glen Hansard, Marketa Irglova ... ความหมาย


ขับรถชมประเทศไทย - ไปเขาค้อ


A World Without Love - Peter and Gordon ... ความหมาย


แวะโบราณสถานวัดเกาะกลาง อำเภอป่าซาง ลำพูน


Just So You Know - Jesse McCartney ... ความหมาย


ภาพถ่ายในอดีต ... ในหลวงอานันทมหิดล




https://www.iltelaiodipenelope.it/materiale_grafico/img/mini_gif/kd63.gif
ของแต่งบล็อกจาก
ป้าเก๋า "ชมพร"
คุณญามี่
คุณ Rainfall in August
ขอบคุณค่ะ

[Add tuk-tuk@korat's blog to your web]