มกราคม 2557

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
14
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
พม่ารอบ2กับวิดยา 22
         ครั้งนี้ไปเที่ยวพม่ากันดีกว่า  หลังจากไปพม่าครั้งที่แล้วพาท่านไปเที่ยวเมืองย่างกุ้ง พุกาม มัณฑะเลย์ คราวนี้จะพาท่านไปไหว้พระธาตุอินแขวน Kyaikhtiyo พระธาตุมุเตา พระตาหวาน พระหยกขาว พระราชวังบุเรงนอง และอีกหลายที่
         ที่ได้ไปเที่ยวในทริปนี้ เนื่องมาจากว่า พี่ๆวิดยา 22 มช ได้ตกลงกันว่าน่าจะจัดทริปไปเที่ยวกัน หลังจากที่ไม่ได้เจอกันมานาน ต้องขอบคุณเฟสบุ๊คที่ทำให้เพื่อนได้มาเจอกันอีกครั้ง เมื่อตกลงกันได้แล้วว่าจะไปเที่ยวที่ไหน ก็มาจัดการว่าจะไปเมืองอะไรบ้าง มีใครว่างพอที่จะไปได้บ้าง เอาช่วงเวลาไหนก็ใช้เวลาเป็นเดือนๆเหมือนกัน เมื่อทุกอย่างพอจะลงตัวบ้างแล้ว ก็มาจัดการเรื่องบริษัททัวร์ เรื่องขอวีซ่า          ตอนแรกพี่ๆเขาจะพากันไปพักกับเพื่อนที่ไปทำงานที่พม่า แต่หลายคนค้านว่ามันไม่สะดวกในหลายๆเรื่อง จึงให้บริษัททัวร์เขาจัดการให้ สรุปแล้วทริปนี้มีลูกทัวร์ 22 คน ก็กำลังดี
          มีพี่ที่เป็นเพื่อนวิดยา 15 คน แต่เมื่อใกล้ถึงวันจะเดินทาง ไม่สามารถไปได้ 1 คน ส่วนพี่มี่ได้พา พ่อ แม่ น้องๆ อีกรวม 8 คน รวมทั้งหมดเป็น 22 คน เมื่อทุกอย่างพร้อมก็ออกลุยกันเลย 19 ตุลา 55 เรานัดเจอกันเที่ยงที่สนามบินดอนเมือง กว่าจะพร้อมกันครบทีมก็เกือบบ่ายโมง ส่วนพี่ที่ไม่ได้ไปเพราะติดธุระก็ฝากขนมปังกรอบมาให้ทุกคนเพื่อเป็นเสบียงในการเดินทาง เมื่อเช็คอิน โหลดกระเป๋าเสร็จ ก็พร้อมที่จะลั้ลล้ากันแล้ว 
         เราบินไปถึงสนามบินของเมืองย่างกุ้งก็เย็นแล้ว รับกระเป๋า ผ่านด่านตรวจเสร็จ ทัวร์ของเราก็มารอรับเพื่อพาเราไปทานอาหารเย็น เสร็จแล้วเราค่อยเดินทางไปยังโรงแรมที่พัก ขอเล่าเรื่องเมืองพม่านิดนึง ครั้งที่แล้วเราไปแบ็คแพ็คเมื่อปี 50 สนามบินยังไม่เสร็จดี บ้านเมืองถนนยังเป็นสองเลน ไฟฟ้าตามท้องถนนยังไม่มี อย่าว่าแต่ไฟตามท้องถนนเลยขนาดโรงแรมยังต้องมีเครื่องปั่นไฟสำรองไว้ใช้งาน ไม่มีน้ำแข็งหรือน้ำแช่เย็น มีแต่ก้อนน้ำแข็ง เมื่อต้องกินน้ำเย็นก็ตักน้ำราดผ่านน้ำแข็งกลับไปกลับมา 3-4 รอบ ท่านก็จะได้น้ำเย็นๆดื่มแก้กระหาย แต่ครั้งนี้ สนามบินไม่น้อยหน้าสนามบินไหนๆ ถนนก็เป็น 4-6 เลน ไฟตามท้องถนนก็สว่างไสว ตึกรามบ้านช่องและโรงแรมก็ทันสมัยมากขึ้น และรถที่วิ่งตามท้องถนนก็ใหม่ คือทุกสิ่งทุกอย่างมันต่างจากเมื่อ 5 ปีที่แล้วอย่างมากๆ ถนน โรงแรม บ้านเรือน กำลังถูกสร้างขึ้นใหม่ตลอดเวลา ไม่แน่อีกสัก 2-3 ปี ถ้าได้ไปอีกที คงไม่ต่างจากเมืองในบ้านเรา
         เช้าวันนี้คณะทัวร์ของเราจะเดินทางไปไหว้พระธาตุอินแขวนกันและเราจะนอนพักที่นี้กัน 1 คืน ทางบริษัททัวร์ให้เราจัดกระเป๋าใบเล็ก 1 ใบ สำหรับไปพักที่โรงแรมใกล้ๆพระธาตุ ส่วนใบใหญ่ฝากไว้ที่โรงแรม ระหว่างเดินทางไปพระธาตุอินแขวน คณะทัวร์ของเราก็ได้เข้าไหว้สักการะพระมหาธาตุเจดีย์ชเวมอดอ เป็นพระมหาเจดีย์สำคัญที่อยู่ในเมืองพะโค(หงสาวดี)เป็นเจดีย์โบราณสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยมอญเรืองอำนาจ มีการบูรณะและต่อเติมอีกหลายครั้ง ภายในเจดีย์บรรจุพระเขี้ยวแก้วไว้ตั้งแต่สมัยพระเจ้าราชาธิราช พระมหาธาตุเจดีย์ชเวมอดอ มีชื่อเรียกในภาษาพม่าและคนไทยก็คุ้นเคยกับชื่อนี้คือ พระธาตุมุเตา แปลว่าจมูกร้อน หลังจากนั้นทางคณะของเราก็ได้แวะที่วัดไจ๊คะไว เพื่อไปตักบาตร ถวายเพล ที่วัดแห่งนี้มีพระสงฆ์ และสามเณรกว่าพันรูป ซึ่งเป็นโรงเรียนสงฆ์ที่พระมาบวชเรียน ที่วัดแห่งนี้เราสามารถเอาข้าวสารอาหารแห้งมาทำบุญตักบาตรได้ หรือมาตักบาตรโดยทางวัดจะเตรียมข้าวและอาหารให้ และเราก็ทำบุญเป็นเงินให้กับทางวัด จากนั้นเราก็เดินทางกันต่อ เพราะกว่าจะไปถึงพระธาตุอินแขวนยังอีกไกล และเราต้องไปเปลี่ยนรถที่ตีนเขา เพราะรถบัสมาได้เท่านี้ครับ เป็นรถหกล้อเพื่อขึ้นเขาไปยังพระธาตุ รถก็พาเราผ่านโค้งผ่านเขามายังที่พัก เมื่อถึงที่พักแล้วก็จัดการออกเดินขึ้นไปยังพระธาตุกันเลย หรือใครจะใช้บริการลูกหาบก็มีให้บริการท่านแล้วแต่ว่าใครชอบแบบไหน ส่วนผมเดินขึ้นสู่พระธาตุกับพี่ๆหลายคน ถ้าใครเดินจะมีทางลัดที่ผ่านบ้านเรือนของชาวบ้าน พระธาตุอินแขวน หรือ ไจทีโย ในภาษามอญ หมายความว่า หินรูปหัวฤาษี พระธาตุอินแขวนอยู่ที่เมืองไจโท รัฐมอญ บนยอดเขาพวงลวง เหนือระดับน้ำทะเล 3,615 ฟุต เป็นก้อนหินสีทองขนาดใหญ่สูง 5.5 เมตร ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างมิ่นเหม่เหมือนจะหล่นและท้าทายแรงดึงดูดของโลกโดยไม่ตกลงมาอย่าเหลือเชื่อ พระธาตุอินแขวน นับเป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพม่าต้องไปสักการะ และยังเป็นพระธาตุประจำปีจอ เราอยู่จนมืดค่อยกลับลงมา
         วันนี้คณะทัวร์ของเราจะเดินทางกลับย่างกุ้ง วันนี้เราต้องเดินจากโรงแรมที่พักเพื่อลงไปขึ้นรถที่ท่ารถ ก็สงสัยอยู่ว่าเมื่อวานเขามาส่งเราที่หน้าโรงแรมได้ วันนี้ทำไมเขาไม่ขึ้นมารับเราที่หน้าโรงแรม ก็เดินลงไปไกลพอควรน่าจะเกือบๆ 2 กิโลเมตรได้มั้ง เป็นห่วงแต่พ่อกับแม่กลัวแกจะเดินไม่ไหว แต่ว่าเดินเป็นการเดินลงเขาก็เลยดีหน่อย พ่อกับแม่เคยไปเดินขึ้นลงภูกระดึงมาแล้ว แต่มันก็เกือบ 10 ปี มาแล้ว ตอนนั้นท่านอายุ 70 ตอนนี้ก็จะ 80 แล้ว สรุปแล้วหลังกลับจากเที่ยวท่านไม่ปวดเมื่อยกันเลย เราเสียอีกที่ปวดเมื่อยไปหมด  วันนี้เราจะไปพระราชวังบุเรงนอง พระราชวังแห่งเมืองหงสาวดี(พะโค) ของพระเจ้าบุเรงนองสร้างขึ้นในปี 2109 และพระราชวังถูกเผาจนเหลือแต่ซาก หลังจากการสวรรคตของพระเจ้าบุเรง ด้วยกบฎยะไข่ จนกระทั้งปี 2533 รัฐบาลพม่าได้ขุดค้นพบซากของพระราชวังที่เหลือเพียงแค่ตอไม้ที่โผล่พ้นดินออกมาเท่านั้น และได้มีการสร้างพระราชวังจำลององค์ใหม่ขึ้นมา 
         วัดไจ๊ท์ปอลอ หรือวัดพระไฝเลื่อน เป็นพระพุทธรูปที่มีอายุ 2,000 ปี โดยมีเรื่องเล่ากันว่าเป็นพระพุทธรูปที่ลอยน้ำมาติดอยู่ใกล้ๆวัด จากนั้นชาวพม่าได้เอาพระพุทธรูปมาประดิษฐานไว้ที่วัดแล้วปิดทององค์พระทั้งองค์ ต่อมาในตำแหน่งในหางคิ้วได้มีจุดๆเหมือนไฝเกิดขึ้น จะปิดทองกี่ครั้งก็ยังเกิดเป็นจุดดำๆอยู่ตลอด ทางวัดจึงไม่ได้ปิดทองตรงที่ตำแหน่งไฝอีกเลยจึงเรียกพระองค์นี้กันว่า พระไฝเลื่อน
         พระเจดีย์ไจ๊ปุ่น(พระสี่ทิศ) เป็นเจดีย์มีอายุมากกว่า 500 ปี ไจ๊ คือพระ หรือเจดีย์ ปุ่นคือ 4 พระเจดีย์ไจ๊ปุ่น คือพระเจดีย์ที่มีพระสี่ทิศ สร้างเป็นพระรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ 4 องค์ หันพระพักตร์ไปทุกทิศ แทนความหมายถึงพระเจ้าทั้ง 4 พระองค์ในภัทรกัป อันได้แก่ ทางทิศเหนือ คือ สมเด็จพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า ทางทิศใต้คือ พระพุทธเจ้าโกนาคมโน ทางทิศตะวันออกคือ พระพุทธเจ้ากกุสันโธ และทางทิศตะวันตกคือ พระพุทธเจ้ามหากัสปะ 
         วันนี้คณะทัวร์ของเราจะไปเจดีย์เยเลพญา เมืองสิเรียม เราเลยแวะสุเลพญาเจดีย์กันก่อน เป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ถนนสายหลักทุกสายพุ่งเข้าหาเจดีย์นี้ เป็นเจดีย์เก่าแก่ทีชาวพม่านับถือ ว่ากันว่ามีอายุนับพันๆปี 
         เจดีเยเลพญา หรือเจดีย์กลางน้ำ ตำนานเล่าว่า เจดีย์แห่งนี้สร้างเมื่อพันกว่าปีก่อน โดยมีคหบดีชาวมอญเป็นผู้สร้างและยังได้ตั้งจิตอธิฐานว่า ถ้าน้ำท่วมก็ขออย่าให้น้ำท่วมองค์พระเจดีย์ ถ้ามีคนมากราบไหว้จำนวนมากเท่าไหร่ก็ขอให้ไม่มีวันเต็มล้นพื้นที่ พระเจดีย์แห่งนี้สร้างบนเกาะเล็กๆกลางแม่น้ำที่กว้างใหญ่ เจดีย์แห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่อง ไหว้พระขอพรทำธุรกิจทางการค้า 
         พระเจดีย์โบตะตอง เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อรับพระเกศาธาตุก่อนที่จะนำไปบรรจุในพระเจดีย์ชเวดากอง เมื่อพระเกศาธาตุได้ถูกอันเชิญขึ้นมาจากเรือได้นำมาประดิษฐานไว้ที่พระเจดีย์แห่งนี้ก่อน องค์พระเจดีย์ได้ถูกทำลายในระหว่างสงครามโลกครั้งที 2 และได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ เมื่อ 5 ปี ที่แล้วที่เราไปก็ได้มีการบูรณะองค์พระเจดีย์ และในบริเวณเจดีย์ มีพระพุทธรูปทองคำประดิษฐานในวิหารด้านขวา เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย และด้านซ้ายจะมีรูปปั้น นัตโบโบยี หรือเทพทันใจ ที่ชาวมอญและพม่านิยมมากราบไว้บูชา ด้วยเชื่อว่าอธิฐานขอสิ่งใดแล้วจะสมปรารถนาทันใจ
         พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง ตามตำนาน เจดีย์ชเวดากองสร้างเมื่อ 2,500 ปีที่แล้ว แต่นักโบราณคดีเชื่อกันว่าสร้างระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 6-10 โดยชาวมอญ ตามตำนานเริ่มจากว่า มีพี่น้องพ่อค้า 2 คน ได้ไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า พระองค์จึงประทานพระเกศามา 8 เส้น สำหรับให้พ่อค้าทั้ง 2 รับไว้บูชา พระเจดีได้ถูกทิ้งร้างจนมาถึงคริสต์ศตวรรษที่ 14 พระเจ้าพินยาอู ได้ทรงสร้างพระเจดีใหม่สูง 18 เมตร พระเจดีย์ได้ถูกบูรณะเรื่อยมา จนมามีความสูง 98 เมตร และในคริสต์ศตวรรษที่ 15 แผ่นดินไหวเล็กๆน้อยเรื่อยมาทำให้พระเจดีย์ได้รับความเสียหาย และเมื่อปี พ.ศ 2311 ได้เกิดแผ่นดินไหวอย่างหนัก ทำให้ยอดของพระเจดีย์หักถล่มลงมา วันนี้มื้อค่ำเราไปทานอาหารที่ภัตตาคารเรือการเวก สัตว์ในป่าหิมพาน 
         วันสุดท้ายเราจะพาท่านไปไหว้พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี หรือพระตาหวาน เป็นพระนอนปางพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ มีความยาวกว่า 70 เมตร เป็นพระนอนที่ใหญ่ที่สุดและมีความงดงามที่สุดในประเทศพม่า ทั้งพระพักตร์และขนตาที่งดงาม ดวงตาของท่านเป็นแก้ว สั่งผลิตจากต่างประเทศ และพระจีวรมีความพริ้วไหวสมจริงและพระบาทของมีภาพวาดลายลักษณธรรมจักร ในบริเวณใจกลางฝ่าพระบาทและล้อมด้วยรูปมงคล 108 ประการ 
        เจดีย์กาบาเอ  ที่นี่เคยเป็นสถานที่สังคายนาพระไตรปิฏกครั้งที่ 6 ในระหว่างปี พ.ศ 2497-2499 และล่าสุดได้ใช้เป็นการประชุมสงฆ์โลก เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ 2547 เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของ พระสารีบุตร และพระโมคลานะ นอกจากนั้นยังเป็นที่ประดิษฐานพระมหามัยมุนีจำลอง ที่องค์จริงอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ ต่อด้วยวัดพระเขี้ยวแก้ว ในวัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุส่วนที่เป็นเขี้ยว ที่วัดแห่งนี้มีการอัญเชิญแผ่นทองขึ้นไปกับรูปปั่นหงส์ตัวเล็กๆที่ผูกกับสลิงให้เราสาวขึ้นไปถึงยอดพระเจดีย์
        วัดพระหยกขาว เป็นพระพุทธรูปที่แกะสลักจากหินอ่อนองค์ใหญ่ที่สุดในพม่า สูง 37 ฟุต กว้าง 24 ฟุต หนัก 600 ตัน แล้วเราก็ไปดูช้างเผือกกันต่อ ที่นี้มีช้างเผือกให้ท่านได้ชมถึง 3-4 เชือก ท่านสามารถให้อาหารช้างได้ และมีของที่ระลึกขาย ที่ทำขึ้นจากขนหางของช้าง



พร้อมกันที่สนามบินดอนเมือง เป็นครั้งแรกที่ได้ไปขึ้นเครื่องที่นี่







พร้อมออกเดินทาง



ถึงแล้วเมืองพม่า





ระหว่างรอขึ้นบัสที่ทัวร์มารับ























ด่านเก็บค่าผ่านทาง



ชื่นชมความงามขององคืพระ





พระธาตุมุเตา







ลานรอบท่ามกลางไอแดดแผดเผา สังเกตทุกคนแอบใต้ร่มเงา









องค์ยอดเจดีย์เก่าที่แผ่นดินไหวทำให้หักลงมา



ความเชื่อที่เอาธูปไปค้ำยันเจดีย์



ที่เจดียืมีวันที่บอกไว้ โปรดสังเกต







โพยที่ญาติสนิทมิตรสหายฝากรายชื่อมาทำบุญ





ทดลองตีแผ่นทองเหลืองประมาณฆ้องบ้านเรา มีเสียงดังกังวานเพราะเสนาะโสต











โปรดสังเกตทัวรืไปพม่า บางทีได้รับฉายาว่าทัวร์ถอดรองเท้า(ถุงเท้าก็ต้องถอดด้วย)



วัดไจีคะไว เป็นวัดที่เป็นโรงเรียนพระสงฆ์ มีนับพัน





ได้เวลาฉันเพล





แม่ค้าขายหมวกกันหน้าดำสำหรับคนไม่ได้เตรียมมา



รถขึ้นเขาในฉายารถคอกหมู ไม่มีหลังคา








รถจอดหลบทางรอรถลงมาเนื่องจากทางแคบรถขึ้นลงได้ทีละคัน



เด็กนักเรียนชาวมอญ







มาถึงลงรถ ต่อเสลี่ยง หนึ่งต่อสี่



นางงามมาเก็บตัว ก้ขึ้นเสลี่ยง





โปรดสังเกต ขึ้นต้นทางนั่งได้คนเดียว แต่ขึ้นระหว่างทางนั่งได้สองคน



เหล่าพี่เลี้ยงได้แต่เดินตามไปห่างๆอย่างห่วงๆ



เหล่าเสลี่ยงที่ยังหาลูกค้าไม่ได้ก็จะติดตามเสนอขายอย่างไม่ลดละ สังเกตสาวใจแข็งเดินหนีอย่างไม่ไยดี



ราวตากผ้าสไตลืพม่า



เด็กน้อยใส่ใจการเรียนแม้ในพงไพร



มาถึงทางเข้าพระธาตุทุกคนต้องมีบัตรผ่าน















สังเกตจะเห็นว่าเฉพาะชายเท่านั้นจะเข้าไปปิดทององค์พระธาตุได้ ฝ่ายหญิงต้องฝากทองไปปิด









สาวๆพากันอธิษฐานก่อนส่งมอบแผ่นทองให้ชายหนุ่มรับขึ้นไปปิดองค์พระธาตุ



ตัวแทนกำลังปิดทอง สังเกตความหนาของทองที่ปิด



ศรัทธาของชาวมอญพม่าจะกราบเอาศีรษะแนบกับองค์พระธาตุ



ลำแสงลอดผ่านช่องใต้ก้อนหิน






อาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า











ขากลับเสลี่ยงรอรับส่งถึงโรงแรม



มาก่อนคนอื่น



มาพร้อมลุยหิวๆๆ มีเบียร์เมียนมาร์





ยามเช้าหน้าโรงแรมก่อนลงเขา






เหล่าเด็กๆจะพากันมาเป็นแบบให้ถ่ายรูป รับทิปตามความน่ารัก



พระสงฆ์ออกรับบาตรและปัจจัย



เณรน้อยตีฆ้องเสียงดัง บอกให้รู้ว่าพระมาแล้ว



ขบวนนักท่องเที่ยวใช้บริการเสลี่ยง การก้าวขาจะพร้อมเพรียงกันดีมาก





ลานขึ้นรถขาลง



ได้เวลาลงเขา



แท่นที่องค์พระไฝลอยน้ำมาติดที่วัดนี้



องค์พระไฝ สังเกตที่ขมับด้านขวา









พระราชวังเก่าบุเรงนอง



สภาพเสาไม้ขนาดยักษ์ที่ขุดค้นพบ



















ภาพแสดงวังเก่าก่อนการบูรณะ




วัดพระสี่ทิศหรือพระเจดีย์ไจ๊ปุ่น




















สุเลเจดีย์ กลางเมืองย่างกุ้ง








วัดกลางน้ำ เมืองสิเรียม










วัดเยเลพญา









เจดีย์โบตะตอง หรือทหารพันนาย





พระเกศาขององค์พระสัมมาพุทธเจ้า










องคืเทพทันใจ






พระทองคำ



เทพกระซิบ



เครื่องบวงสรวง



อธิษฐานที่หน้าลานชเวดากอง







ศรัทธาของชาวพม่าที่ช่วยกันทำคสามสะอาดลานรอบองค์เจดีย์















ระฆังเก่า ไปครั้งที่แล้วยังไม่ได้ทำที่กั้น สงสัยคนไปจับเยอะมั้ง


















สรงน้ำพระตามกำกำลังวันเกิด





















สังเกตใก้ดีจะเห็นเพชร พลอย ที่ประดับเปล่งแสงออกมา









ภัตตาคารเรือการเวก













ฉลองวันเกิดใหเเพื่อนในภัตตาคารเรือการเวก



วัดพระนอนเจ้าทัดจี หรือพระตาหวาน 









สังเกตลักษณะการวางเท้า จะไม่เหมือนที่เมืองไทย















พระตาหวานในอดีต



วัดกาบาเอ














ถ่ายกับไกด์สาว



วัดพระหยกขาว





รอยพระพุทธบาทที่แกะสลักจากหินอ่อน



วัดพระเขี้ยวแก้ว











ใครมีกล้องจะถ่ายรูปต้องจ่าย































หน้าตาอาหารบางส่วนที่เราทาน ในครั้งนี้








รวงข้าวที่พ่อค้าหาบขายเพื่อให้คนซื้อเอาไปให้นกกิน



วิถีชิวิตของชาวพม่า




Create Date : 13 มกราคม 2557
Last Update : 17 มกราคม 2557 22:30:57 น.
Counter : 508 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

tuiontour
Location :
มหาสารคาม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชีวิตคือการเดินทาง ถึงไม่เคลื่อนที่ เวลาก็เปลี่ยนไป แม้ไม่ทำอะไร โลกก็หมุนไป ไยไม่สนุกกับชีวิต