Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2550
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
22 พฤศจิกายน 2550
 
All Blogs
 

.............................ใ จ เ ย็ น ไ ว้ ต ะ ปู ช่ ว ย ไ ด้....

เรื่องที่จะเล่าต่องไปนี้ เป็นนิทานที่พี่สาวที่เต้ยรู้จักคนหนึ่ง เขียนลงในสมุดไดอารี่เล่มที่เต้ยทำหาย - -"

(ดีเนอะ ที่ทำหาย)ไม่ต้องถามว่ามันหายไปได้ยังไง รู้แต่ว่า นั่นคือนิทานที่เต้ยอ่านแล้ว อืม ชอบว่ะ ^^"

ดังนั้น จึงอยากเอานิทานเรื่องนี้ มาเล่าแบ่งปันกันครับ อาจเล่าเรื่องได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ก็อยากเล่าสู่กันไป


เรื่องมีอยู่ว่า ...จบแล้ว(เย้ยยย)

เรื่องมีอยู่ว่า อยู่มาวันหนึ่ง เดินไปในป่า ก็ถูกถามว่า ใส่กางเกงในหรือเปล่า


^
^
^
เค้าล้อเล่งงงง


เข้าเรื่องครับ...

ในเมืองเล็กๆเมืองหนื่ง มีครอบครัวอยู่ครอบครัวหนึ่ง มีลูกชายคนเดียวซึ่งเป็นเด็กเจ้าอารมณ์ ขี้โมโห และบางทีก็ไร้เหตุผล มีเรื่องขกต่อยกับเด็กๆในวัยเดียวกันทุกวัน แล้วก็ชอบทำลายข้าวของอีกด้วย

เมื่อถึงจุดๆหนึ่งที่พ่อรู้ว่าลูกชายโตพอที่จะเรียนรู้ได้เองแล้ว พ่อจึงพูดกับลูกว่า

"เวลาที่ลูกโมโหหรืออาละวาด ลูกจงมาตอกตะปูที่ประตูบ้านเสียเถิด แทนที่จะไปลงกับข้าวของอื่นๆ" พ่อบอกเขาในเย็นวันหนึ่งหลังจากลูกอาละวาดพังรั้วบ้าน

ลูกชายรับปากกับพ่อ ต่อมาเวลาที่เขาโมโห เขาก็จะตอกตะปูลงไปที่ประตู ในแล้ววันเล่า จนกระทั่งประตูไม่มีที่จะให้ตอก ลูกจึงไปบอกพ่อว่า ประตูไม่มีที่ให้เขาตอกตะปูเสียแล้ว

พ่อบอกว่า "ถ้าอย่างนั้น เวลาที่ลูกโมโห ให้ลูกถอนตะปูที่ลูกตอกไว้ทีละตัว"

เมื่อลูกชายโมโหอีก เขาก็ถอนตะปูออกทีละตัวๆ จนในที่สุด ก็เหลือตะปูดอกสุดท้าย เมื่อพ่อเห็นดังนั้น พ่อจึงพูดกับลูกว่า "ลูกคิดว่า เวลาตอก กับเวลาถอนตะปูออก อันไหนง่ายกว่ากัน"

ลูกชายตอบว่า"ตอกง่ายกว่าเยอะเลยครับพ่อ"

เมื่อพ่อได้ยินดังนั้น ก็ได้สอนลูกชายว่า "เวลาที่เราโกรธและอารมณ์เสีย ก็จะเหมือนกับเวลาที่ลูกตอกตะปูลงไป ซึ่งเป็นการกระทำที่ทำให้เกิดผลเสียนั่นก็คือ การทำลายของ ขาดการยั้งคิด สามารถทำผิดได้อย่างง่ายดาย แต่เมื่อเวลาลูกถอนตะปูออก การถอนตะปูออกมาซึ่งยากกว่าการตอกตะปูเข้าไป ซึ่งเปรียบได้กับการแก้ไขการที่เราทำผิด ดังนั้น เมื่อลูกไม่โกรธ ลูกก็จะไม่ตอกตะปู เพราะการที่ลูกโกรธ ก็คือการกระทำผิดที่ง่าย แต่การแก้ไขในสิ่งที่ผิด หรือการป้องกันการทำผิดนั้นคือการถอนตะปูออก ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากยิ่งกว่า "พ่อบอกลูกของเขา

ลูกของเขาได้ฟังดังนั้นก็คิดได้ว่า การกระทำโดยไร้สติ คือการกระทำผิดที่ง่ายเปรียบกับการตอกตะปู แต่การแก้ไขในสิ่งที่ผิด เป็นเรื่องที่ยากกว่าเปรียบได้กับการถอนตะปูออก แต่ถ้าเขาระงับอารมณ์และมีสติ เขาก็จะไม่ต้องแก้ไขและตอกตะปูอีก ลูกจึงรับปากกับพ่อว่าา เขาจะไม่ใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหาอีก แต่จะมีสติและใจเย็นในการแก้ปัญหา

พ่อได้ฟังดังนั้น ก็ดีใจเป็นที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่ล้ำค่ามากที่สุดของการเป็นพ่อ...

จบแล้วครับ เล่าเรื่องห่วยไม๊ แต่ก็อยากให้เข้าใจน๊า

ดังนั้นเราจะทำอะไร ต้องใจเย็นให้มากๆ แล้วใช้สติในการตัดสินปัญหา ซึ่งไม่ใช้อารมณ์แล้วมาแก้ปัญหาทีหลัง

จริงไม๊ครับ ^_____^




 

Create Date : 22 พฤศจิกายน 2550
12 comments
Last Update : 22 พฤศจิกายน 2550 0:08:15 น.
Counter : 638 Pageviews.

 

อืม เคยอ่านอีกเวอร์ชั่นนึงอ่ะค่ะ

ที่หลังจากถอนตะปูออกแล้วพ่อก็ชี้ให้ลูกดูรอยพรุนที่อยู่บนไม้

แล้วบอกทำนองว่าเหมือนความรู้สึกของคนที่เราทำไว้(ที่เราไปโมโหใส่) ว่าถึงแก้ไข(โดยการถอนตะปู)แต่ก็ยังคงเหลือรอยไว้ หรืออะไรทำนองนี้แหละ

 

โดย: @opal@ 22 พฤศจิกายน 2550 0:11:17 น.  

 

ทำไมชนะก็ไม่รู้เนี่ย ฮี่ๆๆ

 

โดย: โอน่าจอมซ่าส์ 22 พฤศจิกายน 2550 0:27:25 น.  

 

เคยอ่านมาเหมือนกัน

ให้ข้อคิดดีมาก

 

โดย: random-4 22 พฤศจิกายน 2550 1:00:31 น.  

 

นึกว่า ตอกตะปูจนไม่มีที่ตอก

ตะปู ดอกต่อไป เลยไปตอกใส่กระบาลคนที่ทำให้แค้นซะอีก

 

โดย: REX-REX 22 พฤศจิกายน 2550 1:32:13 น.  

 




วันนี้มาแนวมีสาระ
พี่ดี.เข้าบล็อกผิดหรือเปล่าเนี่ย



 

โดย: d__d (มัชชาร ) 22 พฤศจิกายน 2550 7:55:52 น.  

 

นั่นแน่ วันนี้น้องเต้ยเอาข้อคิดดีๆ
มาฝากเราซะแล้ว ไม่อ่านได้ไงอ่า

 

โดย: JewNid 22 พฤศจิกายน 2550 9:52:36 น.  

 

ชอบเรื่องนี้มากๆ
แวะมาเยี่ยมเพื่อนเก่า..ที่ไม่ได้มาเยี่ยมนานแระ..ลืมกันไปหรือยัง...จ๊ะ

 

โดย: tai (taibangplee ) 22 พฤศจิกายน 2550 10:38:38 น.  

 



เคยอ่านเรื่องตะปูที่บ๊อกไหนหว่า
ให้แง่คิดที่ดีมากๆ
ไม่แน่ใจว่าบ๊อก "
หรือว่าที่บ๊อก "เจ้าหญิงไอดิน"
หรือว่าที่บ๊อก "จันทร์ใส"
ให้แง่คิดได้เยอะเลย
พี่กำลังคิดว่าน้องเต้ยต้องการบอกอะไรหรือเปล่าน้อง
อิอิอิ มิมีอะไรคิดถึงเฉยๆ

 

โดย: อุ้มสี 22 พฤศจิกายน 2550 11:50:04 น.  

 

เคยอ่านมาเหมือนกันครับ แต่ก็ไม่เหมือนกันซะทีเดียว

 

โดย: 9A 22 พฤศจิกายน 2550 11:56:42 น.  

 

เคยอ่านเหมือนที่คุณโอปอลล์ว่าน่ะค่ะ .... แต่ก้อได้ข้อคิดดีๆ เหมือนกันเนอะ

 

โดย: หนูชล 22 พฤศจิกายน 2550 13:32:27 น.  

 

นึกถึงเสียงพระพยอมเลยครับ

 

โดย: หัวหยิกหน้ากร้อคอสั้นฟันเหยิน 23 พฤศจิกายน 2550 10:53:42 น.  

 

เป็นเรื่องที่ดีจ้ะ ให้ข้อคิดที่ดีจริงๆ

 

โดย: กระต่ายลงพุง 24 พฤศจิกายน 2550 8:27:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


หลานยายจุล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]












Friends' blogs
[Add หลานยายจุล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.