♥ หน้าตา คือหน้าต่าง....สื่อท่าทาง..จาก..จิตใจ ♥
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
22 ธันวาคม 2552
 
All Blogs
 
[ เสื่อม ]

 ๏ แสนเสียดาย ก่อนนั้น...........ภูมิใจ


สวมใส่ ยิ้มละไม..............................ทั่วหน้า


เฉลิมพระเกียรติลือไกล.............ก้องทั่ว โลกา


มาบัดนี้ มิกล้า..................................ใส่แล้ว เหลืองทอง ๚


๏ 5 ธันวาฯ ผ่านพ้น.....................เลยมา


เห็นใส่กันบางตา............................สลดเศร้า


ด้วยสาเหตุ ไรนา...........................น้องพี่


หันเปลี่ยนชมพูเคล้า...................สลัดทิ้ง เหลืองงาม ๚


๏ เคยสพรั่ง ร่วมร้อง...................เฉลิมชนม์


ยังติดตา มหาชน...........................บัดนี้


กลับจางจืด หมองจน.................แทบหมด สิ้นนอ


น่าอนาถ คนหลีกลี้......................หลบเร้น ใส่เหลือง ๚


๏ เสื่อมเพราะใคร จึ่งไร้............เสียงวิจารณ์


ทั้งสื่อมวลชน รัฐบาล..................เงียบสิ้น


คอลัมนิสย์ นักวิชาการ...............หายหมด


โฆษกเทพ หดลิ้น..........................มิกล้า กล่าวถึง ๚


๏ พันธมิตร เคยอวดอ้าง...........ภักดี


สวมใส่ พึ่งบารมี...............................พ่อฟ้า


ทำเหลืองหม่น มีราคี....................เปื้อนเปลอะ


สำนึกบ้าง ไหมน้า...........................เหล่าร้าย พันธมาร ๚


๏ พอเหลืองหม่น เสื่อมสิ้น.......เปลี่ยนสี


มาใส่ ชมพูหนี...................................แปดเปื้อน


ละอายจิต ควรมี..............................บ้างเถอะ


ผู้ก่อการดี เดี๋ยวเกลื้อน..............กรากขึ้น กินหัว ๚ะ๛





Free TextEditor




Free TextEditor



Free TextEditor






Create Date : 22 ธันวาคม 2552
Last Update : 18 มกราคม 2553 5:25:23 น. 137 comments
Counter : 766 Pageviews.

 
เขียนได้ถูกใจมากครับ


โดย: Affleck วันที่: 22 ธันวาคม 2552 เวลา:18:53:38 น.  

 
๏ นึกถึงภาพ ทุ่งท้อง...................สนามหลวง
ถนนราชฯน้อมใจดวง...................จิตล้าน
อดีตนายกฯนของ ปวง-...............-ชนกล่าว นำเฮย
ทรงพระเจริญ สะท้าน..................กึกก้อง ธารา ๚

๏ ฉายาลักษณ์ พ่อฟ้า..................ตระการตา
งามสง่า เหลือคณา......................พี่น้อง
ประทับจิต ในอุรา........................ไม่อาจ ลืมนอ
ยามค่ำคืน พาพ้อง.......................เลาะเลี้ยว แวะชม ๚

๏ นึกถึงภาพ เก่าแล้ว...................ใจสลาย
แสนสุด จะเสียดาย......................ภาพนั้น
วันเก่าก่อน ต้องมลาย...................สลายหมด สิ้นแฮ
เพราะพวกมาร กลุ่มนั้น.................แอบอ้าง อิงสี ๚ะ๛


โดย: tudong วันที่: 22 ธันวาคม 2552 เวลา:19:14:12 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคำชมครับ คุณ Affleck




โดย: tudong วันที่: 22 ธันวาคม 2552 เวลา:19:15:30 น.  

 

//www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P8685303/P8685303.html#7


ขอบคุณกิฟ ที่ให้...................มอบมา
ท่านท่าฯ ไฟฉายฯ เสกคาถา....นั่งยิ้ม
มุมแดงพี่ สบายนา.................น้องคิด ถึงเฮย
ผองเพื่อน จงสุขพริ้ม.............ทั่วถ้วน ทุกคน ฯ

ขอบคุณท่าน ร่วมเม้นท์...........ความเห็น
มีท่านriwjin มาเซ็น...............ส่งให้
มะฝิด ท่านไฟฯ เป็น................คนต่อ มานอ
boatgolf มาแปะไว้.................ว่าก้อ อยู่นา ฯ


โดย: tudong วันที่: 22 ธันวาคม 2552 เวลา:19:36:41 น.  

 
@...เหลืองเหลืองเคยรับรู้ ใส่สวยหรูดูเฉิดฉัน
เขาให้ใส่วันจันทร์ สำหรับฉันทุกวันไป...


แม้เก่ามิถอดกอง อยากกู่ก้องฉันภูมิใจ
เพื่อพ่อฉันใส่ได้ หากเก่าไซร้ซื้อใหม่แทน...

ตั้งแต่ถูกแอบอ้าง จากพวกค่างจึงถอดแขวน
หาสีมาใส่แทน แดงแนบแน่นกว่าชมพู...

เสื้อเหลืองยังมีไว้ แต่ไม่ใส่ให้อดสู
รีดพับจับใส่ตู้ เอาไว้ดูว่าเคยมี...

แต่รักน่ะรักพ่อ ขอเถิดหนอแดงก็สี
พ่อจ๋าแดงก็มี ใจรักพ่อมิแพ้ใคร...@@@

จากคุณ : ริมคันนา



โดย: tudong วันที่: 23 ธันวาคม 2552 เวลา:2:34:43 น.  

 
ประดังด้วยความรู้สึกที่เบื่อหน่าย
ประเดความเสียหายไว้ข้างหลัง
สะท้อนใจคนส่วนน้อยมันเสียงดัง
สะใจพอหรือยังหนอคนดี

ทำอะไรสุดโต่งโยงจนเสื่อม
แรงกระเพื่อมสะเทือนทุกถิ่นที่
ปากสามหาวกล่าวหาเที่ยวราวี
ละเลงขี้สีเหลืองจนเมืองพัง
...

จากคุณ : ลำน้ำ C



โดย: tudong วันที่: 23 ธันวาคม 2552 เวลา:2:35:20 น.  

 
...พร่างแสงเจิดจ้าดังดวงอาทิตย์
ทั้งชีวิตอุทิศให้ชน-สมศักดิ์ศรี
เข้มแข็งดังขุนเขาสันกลาคีรี
ที่ได้ดีเพราะมีเพื่อน...คนเสื้อแดง...

จากคุณ : ป.ปาแปง


โดย: tudong วันที่: 23 ธันวาคม 2552 เวลา:2:36:14 น.  

 
23.17 น.

กลโคลงผวน 'พยัคฆ์ครวญหาคู่'
(ผวนคำโคลงคู่หน้า เล่นอักษรคู่หลัง และ คู่หน้าในแต่ละบาทคำกลโคลงผวน)

๏ เสื่อมรัก ศักดิ์เหลื่อมล้ำ ..... สรรพสิทธิ์
เหลืองคาด ราชเคืองคิด ....... ลับลี้
สีพ่อ ส่อพลีผลิต ................ สรรพสุข
สีฉาบ สาบชีชี้ .................... สวดเศร้าสัน(ติอ)โศก

๏ โพกหัว พัวร์โฮกฮ้าก ......... พังภิณฑ์
กู้ชาติ การ์ดชูชิน ................. แก่-กู้
หนี้-ยัด นัดยี้ยิน .................. แนมเหน็บ
มาร์คเทือก เมือกทากทู้ ........ หมากโม้เมามัน

๏ เอือมสั่น อันเสื่อมสิ้น.......... อิ่มอัฐ
เหลืองย่ำ รำเยื้องยัด ............ เร่าร้อน
ปากเก่ง เปล่งกากกัด ............ ปี้ป่น
พรรคยุบ ผลุบยักษ์ย้อน ........ พ่อเพ้อเพียงพอ

๏ ขอผ่อน คอนพ่อผู้ ............. คลอนแคลน
ท่าเดช เทศด่าแดน ............... ทดท้อ
ขานเถื่อน เคลื่อนฐานแทน ..... ค้า-ขาด
ทุน-หมด ทดหมุนหม้อ .......... เทศทิ้งฐานไทย

๏ เสื่อมหลาย สายเหลื่อมล้ำ ... เส้นสาย
เหลืองหม่น หล่นเมืองหมาย .... หลอก-รั้ง
อยู่นาน ย่านหนูนาย .............. โย้โยก
แหล่งตู่ รู้แต่งตั้ง .................. เหลือบร้ายลูกเหลือง

๏ ม้าเคือง เมืองข้า-ข ............ โมย-มา
เคืองไล่ ไข้เหลือง หรา .......... คับข้อง
เค็มปาก ขากเปรม ป๋า ............ คานขื่อ
แปหนัก ปลักแหน หน้า .......... ปู่ป้องปรักปรำ

๏ เนื้อช้ำ น้ำเชื้อเฉอะ ............. เน่าหนอง
ลองทิ่ม ลิ้มทองถอง ............... แลบไล้
น้ำเหลือง เนื่องลำลอง ............. น้อมนอบ
เสื่อมฤทธิ์ สิทธิ์เหลื่อมไร้ .......... สิทธิ์เส้นสายศัก-ดินา บารนี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

00.36 น.

-----------------------------------------------------------------------------------------------
ขอคารวะกวีใจพระธุดงค์ ... ผู้มั่นคงไม่เสื่อมคลายด้วยใจกวีนกผีผู้ผวนผัน

นาน ๆ มาถี่ ... โพสต์พลีชีพ ... ม่องนี้ 'อมยิ้มพันทิบ' เสื่อมสลายโดยไม่ว่ากล่าวตักเตือนกันก่อนนะคร้าบ
-----------------------------------------------------------------------------------------------








จากคุณ : นกโก๊ก



โดย: tudong วันที่: 23 ธันวาคม 2552 เวลา:2:36:50 น.  

 
๏ มนต์แป๊ะ แหมป่น ปี้..................หมองปน
เหลืองหม่น หล่นเมือง จน..............บอบช้ำ
หายหมด หดหมาย ชน.................เลิกใส่
มารย่ำ หม่ำญาณ คล้ำ..................แอบอ้าง พิงสี ๚

๏ เฮโล โหเล่ห์ ลิ้ม......................หลอกลวง
พรคเก่า เฝ้ากัก ตวง....................สุขล้น
หนุนหลัง นั่งลุ้น ควง....................สมุนเอก
มาร์กเทือก เมือกทาก พ้น.............ผิดได้ เชียวหรือ ๚

๏ อำมาตย์ อาจหม่ำ อ้ำ................คำโต
ตัวใหญ่ ไต่ยั่ว โถ........................ถูกเถ้า
ใกล้สิ้น กลิ่นใส้ โห......................เหม็นหึ่ง
หวาเป่ย เหวยป๋า เจ้า....................โผล่แล้ว เต็มตัว ๚

๏ ทากลูก ถูกลาก ใส้..................เปลืองตัว
ลาปลูก ลูกป๋า กลัว.....................หมดสิ้น
อำนาจ อาจนำ ตัว......................ตกต่ำ
แนะปุ่น หนุนแป๊ะ ลิ้น..................หลอกใช้ หลวงเสริม ๚

๏ หมดงาน มารงด เปลี้ยว............ป่วนเมือง
ลาเรื่อง เหลืองลา เปลือง.............เจ็บช้ำ
ห้าปาก หากป๋า เคือง...................เมื่อไหร่
หัวบาก หากบัว คล้ำ....................บาปนั้น คืนสนอง ๚ะ๛

สวัสดี - สวีดัด พี่ เพื่อน น้อง ห้องกวีฯทุกๆท่าน

คารวะท่านพี่นกโก๊ก คร๊าบบบ..! ไอ้กระผมก็ระวังตัวแจเลยขอรับ

เห็นดาวหางร่วงหล่นกังวลใจ
ต้องกลับไปใส่ยารักษาแผล
แต่ละก้าวย่างกรายสายตาแล
ระวังแจแหมเจ้าที่ดีกรีแรง 55..66 !


โดย: tudong วันที่: 23 ธันวาคม 2552 เวลา:5:03:01 น.  

 
หวัดดีค่ะพี่ธง กลับมาจากการทัวร์ต่างประเทศยังอะคะพี่

สีเหลืองจะว่าไปแล้ว ตอนนี้ต้นอ้อก็เป็นอีกคนค่ะพี่ที่ไม่ใส่แล้ว เหตุผลเดียวกันกับพี่นั่นแหละค่ะ ใครจะว่าไงก็ช่าง ...

เพราะหากอยากจะใส่เพื่อแสดงออกถึงความรักและเทิดทูนพ่อเหลืองต้นอ้อก็ใส่ไปทุกสีอ่ะค่ะพี่ อิอิ แต่ตอนนี้มีสีชมพูแล้วค่ะ เว้น เหลืองงงงง..

แวะมาทักทายนะคะพี่ธง สบายดีป่าวเอ่ย มีความสุขมากๆนะคะพี่


คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: ต้นอ้อท้าลม วันที่: 23 ธันวาคม 2552 เวลา:11:35:40 น.  

 
ความโลภไม่จบสิ้น ท่วมใจแท้นอ
มือนั่นสั้นยาวไกล เก็บเกลี้ยง
มากมายไป่หมดใช้ เหลือแ(ด)ก
แม้ต่อชีวิตด้วย ยังกล้าทุ่มเท
แผ่นดินนี้ก่อให้ เกิดกาย
ยังกลับมาทำลาย เสียสิ้น
สรรพสิ่งมุ่งใจหมาย ลุ่ยหลุด
พร้อมพรั่งชนพลิกลิ้น ก่อให้เผาเมือง


โดย: กระจอก IP: 125.26.191.6 วันที่: 23 ธันวาคม 2552 เวลา:19:54:46 น.  

 
...ความโลภไม่จบสิ้น............... ท่วมใจ..แท้นอ
มือนั่นสั้นยาวไกล ....................เก็บเกลี้ยง
มากมายไป่หมดใช้ ...................เหลือแ(ด)ก
แม้ต่อชีวิตด้วย ........................ยังกล้า..ทุ่มเท
...แผ่นดินนี้ก่อให้..................... เกิดกาย
ยังกลับมาทำลาย .....................เสียสิ้น
สรรพสิ่งมุ่งใจหมาย ..................ลุ่ยหลุด
พร้อมพรั่งชนพลิกลิ้น ................ก่อให้..เผาเมือง


โดย: กระจอก IP: 125.26.191.6 วันที่: 23 ธันวาคม 2552 เวลา:20:01:03 น.  

 


๏ เข้าใจ กระจอก จ้อ.................จดแจม
ว่าท่านทักษิน แถม....................ปากร้าย
กล่าวหาโลภพรางแพรม.............พูดพร่อย จริงนอ
ดวงจิตริษยา คล้าย...................ลูกหม้อ พันธมาร ๚


๏ ใครทำลาย แน่แท้..................เมืองเรา
ถามหน่อย อย่าหูเบา.................อาจช้ำ
พวกพันธมิตร ยึดเอา.................ทำเนียบ
พาลก่อเรื่อง ตอกย้ำ..................เละแล้ว สุวรรณภูมิ ๚


๏ วีรกรรม ก่อไว้.......................มากมาย
หลายเรื่อง สุดบรรยาย...............ต่ำช้า
สำนึกเถิด ละอาย.....................ใจหน่อย
แม้แต่อ้าง อิงฟ้า......................พวกกล้า กระทำ ๚ะ๛



โดย: tudong วันที่: 23 ธันวาคม 2552 เวลา:23:18:08 น.  

 

Click here for hot comments and graphics...




Merry Christmas ค่ะคุณธง

ไม่ใส่สีเหลืองแล้วเหมือนกันค่า


โดย: แม่น้องแปงแปง วันที่: 24 ธันวาคม 2552 เวลา:22:44:43 น.  

 
....เมษาเลือดเดือดด้าว................แดนไทย
เกิดก่อท่อลามไฟ........................ทั่วบ้าน
อันธพาลป่วนจัญไร......................ทุกย่าน
ศึกใหญ่พังและผลาญ...................ปิดบ้านเผาเมือง
....เขมรเดิมก็ก่อตั้ง......................สัมพันธ์ดีนา
คนต่างก็อยู่กัน............................ราบรื่น
ไปมาหาสู่สรรพ์...........................ติดต่อ
แต่กลับมีคนชั่วขึ้น........................ศึกเข้าบ้านตัว
....ลองมองดูทั่วถ้วน.....................เหตุการณ์
บ้านเก่าเราสำราญ........................ก่อนกี้
ป่วนบ้านผลาญเมืองนาน................เพื่อใครกันนอ
เพียงเพื่อคนโกงขี้.........................เพื่อนี้อันใด



โดย: กระจอก IP: 113.53.164.149 วันที่: 24 ธันวาคม 2552 เวลา:22:58:23 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

หวัดดีค่าพี่ธง...มีความสุขมากๆนะคะพี่ ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมบ้านค่ะ



โดย: ต้นอ้อท้าลม วันที่: 25 ธันวาคม 2552 เวลา:11:38:24 น.  

 


๏ บ้านวุ่นวาย เริ่มต้น............เมื่อได
โปรดคิด ทบทวนไป.............อย่าคร้าน
เมษาฯแค่ปลาย ไกล............จากเหตุ แท้นอ
เหลืองเริ่มพาล ป่วนบ้าน.......ก่อนนั้น นานมาา ๚

๏ ฮุสเซนโกธร ชัดแจ้ง.........ปากกษิต (ผีโลม ฮา!)
ไปด่าเขากุ๊ย จิต..................วิปริตแท้
สัมพันธ์ล่มทำมิตร...............ถอยห่าง ไกลนา
พูดไม่คิด ก่อนแม้................อวดอ้าง ภูมิสูง ๚

๏ ยอมรับกฏ ที่บ้าน..............เมืองมี
ก็ไม่วุ่นวาย ดี......................แน่แท้
พาลเพราะพ่าย จึงตี.............รวนก่อ ม๊อบเฮย
พรรคเก่าเฒ่าป๋า แพ้.............เลือกตั้ง โกธรเคือง ๚

๏ ประชาชน เลือกแล้ว..........ฝ่ายใด
หากจบ ยอมรับไป................แค่นั้น
เสียงส่วนใหญ่ เลือกใคร........ฟังหน่อย เพื่อยเอย
จบง่าย เพียงอย่ารั้น..............อยากตั้ง รัฐบาล ๚ะ๛



โดย: tudong วันที่: 26 ธันวาคม 2552 เวลา:1:51:54 น.  

 
... ปีใหม่นี้ ขอให้มีความสุข สมหวัง ตลอดไปค่ะ ...


โดย: ploythana วันที่: 26 ธันวาคม 2552 เวลา:23:04:46 น.  

 
.......บ้านวุ่นเมืองวายเริ้ม................อย่างไร(พี่เอย)
นักโกงเมืองจัญไร..........................ช่องชี้
แผลเปิดสันหลังไส่..........................เน่าหนอง(อ้วกเฮย)
ดิ้นด่าวกลบกองขี้...........................ร่านดิ้นบิดทุรน
........ฮุนเซนโกรธชัดแจ้ง.................เมื่อใด
เมื่อห่าเฒ่าอัลไซ........................... เยี่ยมบ้าน
ต้าอ่วยช่วยอย่างไร.........................ไม่ทราบ(แท้นอ)
พลันขึ่งบึ้งโกรธกร้าน........................เช่นกุ๊ย(นอกเมือง)
.........ยอมรับกฏที่บ้าน.....................เมืองมี
พรรคเล็กนอมินี...............................จุ่งจ้าง
แล้วเลือกแล้วเลือกซี........................ไม่รอด
สินั่นพลันพรรคร้าง...........................แหกง้าง(กฏเกณฑ์)
.........บ้านเราเก่าก่อนนี้....................มีสุข(แท้นา)
กลับแต่โจรหนีคุก.............................หน้าเหลี้ยม
มันก่อความทุกข์จุก...........................อกพี่(น้องเอย)
บังเบียดบ้านเมืองเสี้ยม.......................พี่น้อง(ทะเลาะกัน)


โดย: กระจอก IP: 125.26.197.208 วันที่: 27 ธันวาคม 2552 เวลา:19:38:26 น.  

 
๏ ยกสาเหตุ เริ่มต้น..............ปัญหา
พรรคเก่า อำมาตยา.............จิตร้อน
เกิดหวาดหวั่น บุญญา..........สูญเสื่อม
จึงกล่าวหา ยอกย้อน...........ว่าร้าย ทักษิน ๚ะ




โดย: tudong วันที่: 28 ธันวาคม 2552 เวลา:3:55:42 น.  

 


๏ คงเข้าใจ ผิดแล้ว...............เล่ามา
ลองอ่านความจริงนา.............บัดนี้
ใครริเริ่ม ปัญหา....................บ่งชัด
หาข่าวทุกด้าน ชี้..................จะได้ สว่างตา ๚ะ








โดย: tudong วันที่: 28 ธันวาคม 2552 เวลา:4:08:54 น.  

 


๏ เหตุการณ์หนึ่ง ที่บ้าน............เมืองพัง
ยุบพรรคการเมืองหวัง...............เปลี่ยนข้าง
โทษเอาผิด ย้อนหลัง...............น่าขบ ขันนอ
"อาจเชื่อได้" มาอ้าง................ตลกร้าย เมืองสยาม ๚ะ




นับจากการเผยแพร่คำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักไทยออกมา
คำวินิจฉัยนี้ ก็ได้รับการวิพากษ์วิจารย์อย่างกว้างขวางในสังคมไทย
ควรได้รับการจารึกเป็นตำนานในประวัติศาสตร์การใช้อำนาจตุลาการของไทย
ทั้งทำให้ตระหนักว่า ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทย จะต้องปฏิรูปอำนาจตุลาการครั้งใหญ่

คำวินิจฉัยนี้ไม่ยุติธรรม อย่างไร ?

๑. แม้ว่า การตัดสิทธิทางการเมือง ไม่ใช่โทษทางอาญา
ที่ต้องห้ามไม่ให้มีผลร้ายย้อนหลัง แต่ก็ต้องถือว่า
ประกาศคปค.(ฉบับที่๒๗) เป็นกฎหมายที่รอนสิทธิของบุคคล
ให้ผลร้ายต่อบุคคล ชอบที่จะมีผลบังคับไปในภายภาคหน้า
จะใช้บังคับให้มีผลย้อนหลัง ไปให้ผลร้ายกับคนที่ได้ทำผิดมาก่อนไม่ได้
ตามหลักนิติธรรมที่ว่า บุคคลจะได้รับผลร้าย
ก็ต่อเมื่อเขาได้กระทำการ อันกฎหมายได้บัญญัติว่า
เป็นความผิด ในขณะที่เขากระทำและบุคคล
จักได้รับผลร้าย เกินจากกฎหมายที่มีอยู่
ในขณะที่เขากระทำความผิดไม่ได้ เรียกว่า
หลัก "ไม่มีความผิดโดยไม่มีกฎหมาย "

ถ้ายอมให้ทำเช่นนี้ได้ ต่อไปภายหน้า ก็อาจมีกฎหมายออกมา
ใหม่ได้อีก เช่น ให้คนที่ถูกตัดสิทธิ 5 ปี อันเนื่องมาจาก
การยุบพรรค ถูกตัดสิทธิเพิ่มอีก 10 หรือ20 ปี
และก็ย่อมใช้บังคับได้ด้วยเหตุผลเดียวกัน

ที่คำวินิจฉัยฯ อ้างว่า การตัดสิทธิ ไม่ใช่โทษทางอาญา
จึงสามารถใช้บังคับย้อนหลังได้นั้น เป็นการบิดเบือน
หลักนิติธรรม กล่าวคือ ไม่ว่าทางอาญา ทางแพ่ง
หรือทางปกครอง หลักทั่วไป คือ กฎหมายทั้งหลาย ล้วนไม่มีผลใช้บังคับย้อนหลังให้เป็นผลร้ายต่อบุคคล
ทั้งนั้น การยกเว้นหลักทั่วไปดังกล่าว อาจกระทำได้
ก็แต่เฉพาะเมื่อมีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
เพื่อคุ้มครองประโยชน์สุขของสังคมเท่านั้น

ดังนี้ ก็จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าคำวินิจฉัยให้ตัดสิทธิ
ทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรคทรท.จำนวน ๑๑๑ คน นี้
ให้ผลที่ ประหลาด วิตถารและขัดกับหลักนิติธรรม

๒. การรับผิดของนิติบุคคลหรือคณะบุคคล มีหลักการว่า
ในกรณีที่มีบางคนในคณะ ได้กระทำความผิด
คณะนั้นหรือคนอื่นในคณะนั้น อาจต้องรับผิดด้วย
ถ้าได้มอบหมาย เห็นชอบ ร่วม รู้เห็นหรือยินยอม
กับการกระทำความผิดนั้น ซึ่งหลักนี้
เป็นการยกเว้นหลักทั่วไปที่ว่า บุคคล จักได้รับผลร้าย
ก็เฉพาะจากการกระทำความผิดของเขาเอง

คำวินิจฉัยฯ ใช้เหตุผลหลักว่า กรรมการบริหารที่ได้ถูกวินิจฉัย
ว่ากระทำความผิดสองคน(พล.อ. ธรรมรักษ์และนายพงษศักดิ์)
ไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ เป็นการส่วนตัวจากการกระทำดังกล่าว
แต่หากการกระทำนั้นสำเร็จ พรรคทรท.จะได้รับประโยชน์อย่างยิ่ง
ทั้งกรรมการบริหารทั้งสอง ได้รับความเชื่อถือและไว้วางใจ
ให้ดำรงตำแหน่งสำคัญ ทั้งในพรรคและในรัฐบาล
จึงถือว่าหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารคนอื่นๆ
ทั้งหมด ได้รู้เห็นยินยอมในการกระทำความผิดของ
กรรมการบริหาร สองคนดังกล่าวด้วย
จึงถือว่า การกระทำของกรรมการบริหารสองคน
เป็นการกระทำของพรรค ทรท.

การใช้ทฤษฎีประโยชน์ที่คณะบุคคลได้รับ มาชี้ขาด
ว่าเป็นการกระทำของคณะบุคคลนี้ื ผิดพลาดอย่างมีนัยสำคัญ
เพราะประโยชน์ที่คณะบุคคล อาจได้รับนั้น
ก็มีด้านที่มีความเสี่ยงและอันตรายอยู่ด้วย
เนื่องจากการกระทำของกรรมการบริหารทั้งสองคนดังกล่าว
ไม่ใช่เป็นการดำเนินกิจการตามปกติของพรรคการเมือง
แต่เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย มีความเสี่ยงสูงและ
พรรคอาจได้รับความเสียหายก็ได้

ดังนั้น ถ้ามีการเสนอเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการบริหาร
หรือหัวหน้าพรรคพิจารณา เรื่องก็อาจไม่ได้รับการอนุมัติให้ดำเนินการก็ได้
มองโดยภาพรวม การยุบพรรคการเมืองโดยเฉพาะพรรคใหญ่
ที่มีสมาชิกสิบกว่าล้านคนแบบทรท. นอกจาก
จะต้องมี พยานหลักฐานมั่นคงว่าเป็นการกระทำของพรรค การกระทำนั้นยังต้องเป็นความผิดที่ใหญ่โตจริงๆ
เช่น สมคบกับต่างชาติ ทรยศชาติ เป็นต้น

เมื่อเปรียบเทียบกับคดีวอร์เตอร์เกตที่นิกสันและพรรครีพับลิกัน
ถูกกล่าวหาว่า แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม
ก็จะเห็นว่า ขนาดความใหญ่โตของเรื่อง ต่างกันมาก
แม้กระนั้น ก็ไม่มีใครเสนอให้ยุบพรรครีพับลิกัน

เมื่อคำวินิจฉัยฯ ไม่ปรากฎพยานหลักฐานใดๆเลย
ว่าพรรคทรท.หรือกรรมการบริหารคนอื่นๆได้มอบหมาย
เห็นชอบ ร่วม เกี่ยวข้อง หรือรู้เห็นยินยอมกับการกระทำ
ของกรรมการบริหาร ทั้งสองคนดังกล่าว
คำวินิจฉัยที่ "ถือว่าหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารคนอื่นๆ
ทั้งหมด ได้รู้เห็นยินยอมในการกระทำความผิดของ
กรรมการบริหารสองคน จึงเป็น คำวินิจฉัยที่ไม่มีพยานหลักฐาน
ในคดีรองรับ ตั้งอยู่บนข้อสันนิษฐานที่มีความเป็นไปได้หลายทางไม่แน่นอน ขัดกับหลักนิติธรรมและไม่ชอบด้วยหลักเหตุผลทั่วไป

๓.การใช้ทฤษฎีประโยชน์ที่บุคคลได้รับ
มาชี้ขาดว่าเป็นการกระทำของบุคคลนี้ื ยังได้ถูกนำมาใช้
ในการเชื่อมโยงการมอบเงินของ นายทวี สุวรรรณพัฒน์
แก่นายบุญทวีศักดิ์ นายสุขสันต์และนายอมรวิทย์
เพื่อสนับสนุนให้ทั้งสามคน ร่วมกันแก้ไขเปลี่ยนแปลงฐานข้อมูลสมาชิก
และสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง
ของพรรคผู้ถูกร้องที่ ๒ ว่าเป็นการกระทำของ
กรรมการบริหารพรรค ทรท.ทั้งสองคนดังกล่าว
และใช้ในการเชื่อมโยงการให้เงินสนับสนุนของ
พลเอกไตรรงค์ อินทรทัต และพลโทผดุงศักดิ์
กลั่นเสนาะแก่นายบุญญาบารมีภณและนางฐัติมา
ของพรรคผู้ถุกร้องที่๓ ว่าเป็นการกระทำแทนพล.อ.ธรรมรักษ์ อีกด้วย

คำวินิจฉัยเหล่านี้ เต็มไปด้วยถ้อยคำประเภท “น่าจะ..”
“ฟังได้ว่า ..” “เชื่อได้ว่า..” “เชื่อว่า...” เป็นต้น
ซึ่งมีแต่จะทำให้เกิดข้อกังขาและคลางแคลงใจ
ใน มาตราฐานการใช้ดุลพินิจรับฟังข้อเท็จจริงของคณะตุลาการฯ

๔.คำวินิจฉัยฯ ยังได้ก้าวล่วงไปวิจารย์การดำเนินงาน
ทางการเมืองของพรรค ทรท.เช่น การยุบสภามีสาเหตุ
จากเรื่องส่วนตัวของหัวหน้าพรรค ทรท. หัวหน้าพรรค ทรท.
มีอำนาจเหนืออุดมการณ์ของพรรคอย่างเด็ดขาด
พรรค ทรท.ทำให้การเลือกตั้งทั่วไปเป็นแบบพิธีที่จะนำไปสู่
การผูกขาดอำนาจของตน พรรคทรท.มิได้มีอุดมการณ์..อย่างแท้จริง เป็นต้น

คำวินิจฉัยฯ นี้ ได้จัดทำขึ้นโดยฝ่าฝืนแบบแผนและนิติวิธี
ในการทำคำวินิจฉัย นำเอาเอาคำวิจารย์ หรือถ้อยคำโจมตีของพรรคการเมือง หรือกลุ่มการเมืองที่ต่อสุ้ขัดแย้งกับพรรค ทรท. มาเป็นส่วนหนึ่งของคำวินิจฉัยฯ โดยไม่มีพยานหลักฐานรองรับ เป็นความเห็นทางการเมืองที่ยากจะยืนยันได้ว่า
ความเห็นใดถูกหรือผิด

คำวินิจฉัยฯ จึงกลายเป็น การโจมตีทางการเมืองต่อพรรคทรท.
เพื่อให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและความนิยมจากประชาชนโดยไม่เป็นธรรม

๕.คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ มีที่มาจากรัฐธรรมนูญ
ที่้เกิดจากการรัฐประหาร แต่ไม่ใช่ศาล ไม่ได้ทำการในพระปรมาภิไธย ตุลาการแต่ละคนไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ไม่ได้ถวายสัตย์ก่อนทำหน้าที่
ดังนั้น เมื่อมาทำหน้าที่ ใช้อำนาจอธิปไตยที่เป็นอำนาจตุลาการ จึงขัดกับหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญและนิติประเพณีของไทย
ที่ว่า พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุข ทรงใช้อำนาจตุลาการโดยผ่านทางศาล
ทั้งยังขัดกับรธน.๔๙ มาตรา ๒ ที่ว่า "อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย
พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุข ทรงใช้อำนาจนั้นทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ "

แม้คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ จะได้วินิจฉัยยืนยันว่า
คณะของตน มีอำนาจในการทำคำวินิจฉัยและมีคำสั่งในคดียุบพรรคได้
แต่แท้จริงแล้ว คณะตุลาการรัฐธรรมนูญนี้ได้กลายเป็น
"คณะผู้พิพากษา ของกองทัพผู้ชนะสงคราม"
เพื่อจัดการกับ กองทัพที่พ่ายแพ้ "ให้สิ้นซาก"
ตามคำของคุณลูกชาวนาและคำวินิจฉัยให้ยุบพรรค ทรท. ก็กลายเป็น "ประกาศของคณะรัฐประหารในรูปคำพิพากษา"
ตามคำของวรเจตน์ ภาคีรัตน์ นั่นเอง

การทำให้สถาบันตุลาการ รับใช้การเมือง
หรือการทำให้การเมืองเข้าครอบงำสถาบันตุลาการเช่นนี้
มีแต่จะทำลายความน่าเคารพและน่าเชื่อถือที่สถาบันนี้
ได้พยายามรักษามาช้านานให้ย่อยยับลง
หรือนี่คือสิ่งที่เรียกว่า "ตุลาการภิวัฒน์" ที่พูดกัน ???

ในด้านผลสืบเนื่องของคำวินิจฉัยฯ มีคำถามว่า
คำวินิจฉัยนี้ จะทำให้ความขัดแย้งทางการเมือง
ระหว่างกลุ่มคนที่ต่อต้านและสนับสนุนพรรคไทยรักไทย
ซึ่งแต่ละฝ่ายมีจำนวนมหาศาล ทั้งสองกลุ่ม ยุติลงได้ จริงหรือ ?
ผลจากคำวินิจฉัยฯ แน่นอนว่า ย่อมทำให้กลุ่มคนที่ต่อต้านพรรคทรท.
พอใจและกระหยิ่มยิ้มย่อง แต่ในขณะเดียวกัน ก็ได้ทำให้พลพรรคทรท.
และประชาชนที่สนับสนุน ไม่พอใจและรู้สึกว่าถูกกลั่นแกล้งรังแก
ด้วยอำนาจที่ไม่เป็นธรรม ทำให้พวกเขายิ่งจะรวมตัวกัน
ยืนหยัดต่อสู้อำนาจเผด็จการของคณะรัฐประหาร
และพันธมิตรอย่างเด็ดเดี่ยวรุนแรงยิ่งขึ้น
ดังที่เห็นได้จากการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มพีทีวีที่สนามหลวง เมื่อเร็วๆนี้

การพร่ำเพรียก เรียกร้องของคมช.และพันธมิตรคณะรัฐประหาร
(มีใครบ้าง ให้ฟังว่า ใครที่เรียกร้องให้ก้มหัว ยอมรับคำวินิจฉัยฯ ละก็ --ใช่เลย)
ให้สังคม ก้มหัวยอมรับคำวินิจฉัยฯที่ไม่ยุติธรรม จึงยากที่จะได้รับความสำเร็จ

การยุบพรรคและและตัดสิทธิทางการเมืองขุนพลทั้งหมดของทรท.
ไม่อาจทำให้ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างคนสองกลุ่มใหญ่ในสังคมไทยยุติลงได้ ไม่อาจทำให้เกิดสันติภาพและความสงบเรียบร้อยในสังคมไทยได้
มีแต่จะทำให้ความขัดแย้งแตกแยกของคนไทยสองกลุ่ม
ขยายตัวรุนแรงยิ่งขึ้น เป็นฉนวนสงครามครั้งต่อไป !!!

คำวินิจฉัยฯนี้ ได้ล้มธงสมานฉันท์ของรัฐบาลสุรยุทย์ลง อย่างสิ้นเชิงแล้ว !!!

ถึงเวลาที่ทุกฝ่ายในสังคมไทย ควรจะได้หันมาทบทวนว่า
เมื่อไม่ยุุติลงด้วยธรรม หรือโดยธรรมแล้ว
ไฉน สันติภาพและความสงบสุขในสังคมไทย จะบังเกิดขึ้นได้ ???
หรือว่า ความขัดแย้งของคนในชาติ ไม่อาจแก้ได้ด้วยสันติวิธี ???
ดังโศลกอันลือชื่อจากมหาภารตยุทย์ ที่ว่า

“ข้าพเจ้า ชูแขนขึ้นประกาศธรรม
แต่หามีผู้ใด เชื่อฟังข้าพเจ้าไม่
ธรรม ย่อมก่อให้เกิดความสงบสุข
แต่ไฉน ไม่มีผู้ปฏิบัติธรรม”

-----------------------------------
จาก กระทู้ที่ 11246 เ็ว็บบอร์ดของฟ้าเดียวกัน
//www.sameskybooks.org/webboard/show.php?Category=sameskybooks&No=11246


โดย: tudong วันที่: 28 ธันวาคม 2552 เวลา:4:36:40 น.  

 


ความจริง 13 เมษาฯ (สงกรานต์เลือด)

๏ สิบสามเมษา สี่เก้า.............ปวดใจ
กองทัพพร้อมอาวุธใคร...........สั่งให้
กราดยิงใส่ คนไทย................ผู้บริสุทธิ์
ปราศจากอาวุธ ไร้.................ต่อสู้ ขัดขืน ๚ะ


โดย สมุดบันทึกสีแดง

ที่มา ThaiSocialist Blog
15 เมษายน 2552



พวกศัตรูของประชาชนจงจำไว้ว่า คุณอาจจะยึดท้องถนนได้ด้วยกระสุนปืน คุณอาจจะอ้างว่าคุณสร้างความ “สงบ” แต่คุณไม่มีวันครองใจประชาชน กระแสปฏิวัติจะลามไปสู่ทุกส่วนของสังคมเหมือนไฟไหม้ใต้ดิน คุณคืออดีต เราคืออนาคต


บทความนี้ผู้เขียนจะเขียนเป็นสองตอน เพื่อแสดงความเสียใจ และแสดงความเคารพต่อการเรียกร้องประชาธิปไตยของคนเสื้อแดง และบันทึกประวัติศาสตร์ในแง่มุมสีแดง เพื่อทำหน้าที่จดจำฆาตกรเมษาเดือดของปีศาจกระหายเลือดแด่คนรุ่นหลัง

ตอนแรกจะเป็นบันทึกเกี่ยวกับกลุ่มต่างๆที่สนับสนุนการใช้กำลังต่อคนเสื้อแดง ส่วนตอนที่สองจะขอร่วมเสนอว่าเราจะสู้ต่อไปอย่างไร การสูญเสียของคนเสื้อแดงจะต้องไม่สูญเปล่า

แด่คนชนชั้นกลางผู้ไร้อุดมการณ์ประชาธิปไตย

ขอให้ท่าน จงจดจำความสุข ความอิ่มเอิบใจเถอะ !! ที่ได้เห็นเลือดคนเสื้อแดง คนจน คนต่างจังหวัด หรือผู้ที่ท่านมองว่าเป็นเหยื่อของทักษิณ ผู้ที่ไม่เข้าใจประชาธิปไตยแท้ หรือประชาธิปไตยแบบไทยๆ ผู้ก่อความไม่สงบต่อสังคมได้ถูกยิงและปรามปรามอย่างรุนแรงโดยทหารและอันธพาลกึ่งทหารเสื้อสีน้ำเงิน

คุณ! คนชั้นกลางผู้ไร้อุมการณ์ประชาธิปไตยผู้ฉลาดหลักแหลมที่ชอบเหลือเกินที่จะหมอบกราบเบื้องบน แต่ไร้การเคารพสิทธิที่จะเลือกของคนจนหรือคนที่คิดต่างจากคุณ

ในวันหนึ่งวันใดข้างหน้าหากพวกคุณหรือญาติของคุณ เมียของคุณ สามีของคุณ ลูกของคุณ พ่อของคุณ แม่ของคุณ บังเอิญซุ่มซ่ามทำอะไรขัดใจ ผู้มีอำนาจ ชนชั้นสูง นายพล หรือพวกที่อ้างว่าเหนือมนุษย์ทั้งหลาย หากพวกเขาเหล่านั้นลงโทษพวกคุณอย่างไร้เหตุผล เพราะพวกคุณบังอาจทำให้เขาอารมณ์เสีย ก็จงจำความสุขของวันนี้วันที่พวกคุณได้ส่งเสียงเชียร์โห่ร้องกึกก้องกระเหื้ยนกระหือให้ฆ่าคนเสื้อแดง

หากถึงวันนั้นมาถึงกรุณาจดจำความสุขจากวันที่พวกคุณได้สร้างกติกาความป่าเถื่อนแบบนี้ขึ้นมา เพื่อที่จะช่วยทำให้พวกคุณมีความสุขกับสังคมป่าเถื่อนต่อไป

แด่สื่อมวลชนกระแสหลักผู้เลวทราม

ขอให้ท่านรู้ไว้ว่ามีสายตาของคนที่เรียกร้องประชาธิปไตยทั่วแผ่นดิน ได้ทำการบันทึกไว้แล้วว่าพวกท่านคือฆาตกรเลือดเย็น พวกคุณคือเครื่องจักรสังหารประชาธิปไตย ผู้ปั้นน้ำเป็นตัว โกหกป้ายสีคนเสื้อแดงราวกับเขาเชื้อโรคผู้น่ารังเกียจ ทั้งๆที่พวกคุณควรจะกราบพวกเขา พวกคุณสร้างภาพให้การปราบปรามคนเสื้อแดงเป็นเรื่องถูกต้องจำเป็น และเป็นเรื่องที่ควรกระทำ

พวกคุณนำเสนอข่าวด้านเดียวทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่จริง พวกคุณเลือกเข้าข้างเผด็จการทหาร และอำนาจนอกระบบอื่นๆ ซึ่งเป็นผู้ที่รังเกียจว่าคนจนคนชนบทสามารถคิดเองเป็นได้ พวกคุณผู้ที่ต้องการเห็นสังคมไทยล้าหลัง เป็นไพร่ เป็นทาส ยากจน และสังคมเต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำ ขอให้พวกคุณมีอำนาจในการตัดสินคนอื่นๆให้ยาวนานที่สุดเถอะ

หากวันไหนความจริงมาฆ่าคุณ ก็ขอให้นึกถึงผลงานของพวกคุณในเดือนเมษาเดือดนี้ วันที่ “สาร” ของพวกคุณอาบไปด้วยเลือดของคนที่รักประชาธิปไตย

แด่คนที่อ้างว่าเป็นกลาง

แด่คนที่อ้างว่าเป็นกลางที่แสนจะน่ารังเกียจพอๆกับเสื้อเหลือง พวกคุณอ้างว่าจะไม่ประณามฝ่ายใดหนึ่ง พวกคุณเรียกร้องหาความสงบ แต่พวกคุณไม่กล้าประนามพวกที่ถืออาวุธเข่นฆ่าประชาชน พวกที่สั่งฆ่าประชาชน ไม่กล้าประณามพันธมิตรเพราะพวกนั้นมันมีเส้น พวกคุณมาเรียกร้องให้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทั้งๆที่รู้ว่าสองฝ่ายนั้นเป็นมวยที่น้ำหนักไม่เท่ากัน

ความเป็นกลางมันจะมีความหมายอะไรนอกจากเป็นคำโกหกคำโต ความเป็นกลางของพวกคุณมันได้ให้ความชอบธรรมกับฝ่ายรัฐบาลเผด็จการ ฝ่ายทหาร และฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่ชอบความป่าเถื่อนรังเกียจความเสมอภาค ความเป็นกลางของพวกคุณเป็นแต่เพียงความพยายามเอาตัวรอดในสถาการณ์ที่แหลมคม โดยที่พวกคุณไม่ทำหน้าที่ปกป้องประชาธิปไตยเท่านั้นเอง

พวกคุณคือพวกที่เพิ่มความมั่นใจให้กับฝ่ายเผด็จการ พวกคุณคือคนที่มีส่วนร่วมในการทำลายประชาธิปไตย

เสื้อสีน้ำเงิน

พวกคุณคือพวกที่ถูกทำลายความเป็นมนุษย์จากความไม่เท่าเทียมกันในสังคม จนไม่เหลือความเป็นคน ไม่มีความอ่อนโยน สังคมที่พวกคุณเติบโตมามันกดขี่ และสอนให้คุณกราบไหว้คนใหญ่คนโต แต่สอนรังเกียจเพื่อนมนุษย์ รังเกียจเสรีภาพ รังเกียจตัวคุณเองที่เกิดมาไร้อำนาจจึงอยากมีอำนาจเพื่อที่จะเหนือจากคนอื่นๆ พวกคุณคือวัชพืชที่รอดมาด้วยความ “เมตา” ของชนชั้นสูง พวกคุณสามารถฆ่าคนอื่นได้อย่างเลือดเย็น

หากพวกคุณไม่สามารถมองภาพของตนเองได้ถนัดก็ขอให้มองไปที่กองกำลังทหารป่าเถื่อนของนาซี นั่นแหละคือพวกคุณ พวกคุณมีรุนพี่เหมือนกันในสังคมไทยคือ “ลูกเสือชาวบ้าน” ผู้ที่เข่นฆ่านักศึกษาผู้เรียกร้องประชาธิปไตยใน 6 ตุลาคม 2519

พันธมิตรประชาชนเพื่อ “ประชาธิปไตย”

พวกคุณคือขบวนการสกปรกโสมมในสังคมประชาธิปไตยสมัยใหม่ของสังคมไทย พวกคุณได้ปลุกอุดมการณ์ฟาสซิสต์ขึ้นมาเพื่อดึงสังคมให้ถอยหลังกลับไปสู่ความเลวทราม ไปสู่การไม่เคารพความเท่าเทียม ไปสู่การมองว่าคนคิดต่างคือศัตรู เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของพวกคุณเอง

ขอประณามและรังเกียจพวกเสื้อเหลืองไปตลอดชีวิต ผลงานชิ้นเอกของพวกคุณคือเผด็จการทหาร อันธพาลฟาสซิสต์เสื้อน้ำเงิน และการฆ่าคนเสื้อแดง

XXX YYY RRR และสำนักงานxxx

พวกคุณมีประวัติในการสนับสนุนเผด็จการทหารเรื่อยมา....

ทหาร และ พรรคประชาธิปัตย์

พวกคุณคือทรราชขนานแท้พวกคุณฆ่าประชาชนอย่างหน้าไม่อาย

ในรอบ 40 ปี พวกคุณฆ่าประชาชนมา 4 ครั้งแล้ว เพียงเพื่อปกป้องอำนาจของตัวเองให้อยู่ต่อไป องค์กรอย่างพวกคุณไม่ควรมีอีกต่อไป เพราะไร้ความจำเป็นต่อสังคม เปลืองงบประมาณแผ่นดินก็เท่านั้น ควรจะเอางบประมาณเหล่านั้นมาสร้างงาน พัฒนาระบบสาธารณะสุขให้กับทุกคนไม่ดีกว่าหรือ พวกคุณไม่เคยพูดว่ารับใช้ประชาชน มีแต่รับใช้...และเข่นฆ่าประชาชน พวกคุณมองว่าตัวเองอยู่เหนือประชาชน สำหรับเรางั้นจะมีการเกณฑ์ทหารไปทำไม? ในเมื่อมันเพิ่มความป่าเถื่อนให้กับสังคม ถึงเวลาแล้วที่เราควรจะเรียกร้องให้มีการยกเลิกการเกณฑ์หทาร กองทัพต้องถูกควบคุมโดยประชาชน และเราต้องพยายามเอานายพลมือเปื้อนเลือดทั้งหลายมาลงโทษที่พวกมันฆ่าประชาชน

พวกเรามีปัญหามากพอแล้วพวกเราไม่อยากจ่ายภาษีเพื่อไปจ้างให้พวกคุณมารังแกเราเพิ่ม มีหลายประเทศที่ไม่ได้ทุ่มเททรัพยากรให้กองทัพแต่สามารถพัฒนาสังคมได้ กองทัพไทยมีผลงานอย่างเดียวคือ การคอรัปชั่นและรังแกเข่นฆ่าประชาชน สถาบันทหารเป็นสถาบันหนึ่งที่มีการโกงกินมากที่สุดแต่ยังไม่มีการลงโทษแต่อย่างใด ในขณะที่ลูกหลานคนจนที่เป็นพลทหารต้องทำงานสกปรกและเสี่ยงชีวิตเพื่อพวกคุณ

เราขอเชิญชวนให้นายทหารชั้นล่างที่มีใจสีแดงหาโอกาสปกป้องประชาชนและประชาธิปไตยในอนาคต นายทหารลูกคนจนจงหันปืนใส่นายพลและกาฝากทั้งหลายเถอะ เหมือนที่มีการทำกันในการปฏิวัติทั่วโลก เพื่อปกป้องพ่อแม่พี่น้องแท้ๆของคุณ

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ขอให้หายสาปสูญไปจากการเมืองไทยซะ น่าเสียดายที่การศึกษาเพิ่มความป่าเถื่อนเหลือเกินให้อภิสิทธิ์ ผู้ซึ่งพยายามสร้างภาพ รูปหล่อ ขาวสะอาด แต่พวกเรากระชากหน้ากากจอมปลอมนี้ออกไปแล้วคุณและพรรคพวกของคุณมือเปื้อนเลือดพลเมืองไทย และ เราประชาชนไทยจะไม่มีวันลืม!!

องค์กรสิทธิมนุษยชน

ขอบันทึกว่ามันไม่เคยมีในประเทศไทย เพราะองค์กรนี้สนับสนุนเผด็จการ ไม่กล้าท้าทายความอยุติธรรมใดๆ ในสังคม ยุบองค์กรไปเสียเถิด อยู่ไปก็เปลืองงบประมาณภาษีประชาชน เพราะมีคนดีๆเข้าไปก็ถูกไล่ออก องค์กรสิทธิมนุษยชนที่มีน้ำยาจะต้องอิสระจากรัฐโดยสิ้นเชิง และจะต้องพิสูจน์ว่าเป็นองค์กรที่มี “ค่า” จริง ด้วยการท้าทายผู้มีอำนาจไม่ว่าจะเป็นใครหน้าไหนก็ตามอย่างต่อเนื่องถ้าเขากระทำความผิด

นักวิชาการ

ขอให้กำลังใจนักวิชาการเสื้อแดง และ ขอแสดงความอดสูต่อนักวิชาการเหลือง พวกคุณตั้งตัวขึ้นมาเป็นปัญญาชน คุณสอนทฤษฏีประชาธิปไตยและนิติรัฐและคุณดูถูกชาวบ้านที่เรียนน้อยกว่าคุณว่าไม่ใช่ปัญญาชน แต่พวกคุณต่างหากเป็นพวกปัญญาอ่อน ที่เอาผลประโยชน์ส่วนตนและความขี้ขลาด ความทุจริตทางวิชาการมาเป็นเงื่อนไขในการแสดงออก

สาน และ ระบบยุติธรรม

พวกคุณแอบอยู่หลังกรงของพวก...และนายพล ยังบังอาจใช้กฎหมายหมิ่นสานเพื่อปิดกั้นความโปร่งใสและการตรวจสอบจากประชาชน พวกคุณ คือ ยมบาลจากขุมนรกอันเน่าเหม็น พวกคุณทำหน้าที่ทำลายความยุติธรรมตามกติกาสากลลงอย่างสมบูรณ์แบบ พวกคุณรังแกคนจนคนธรรมดาเหมือนเป็นอีแร้งในทะเลทราย พอซะทีกับระบบสาน ระบบยุติธรรมแบบนี้

เราควรเรียกร้องให้ล้มระบบยุติธรรมแบบที่เป็นอยู่ แล้วนำระบบลูกขุนมาใช้แทน อนึ่งนั้นพวกเราต้องนำผู้พิพากษาเลวๆมาลงโทษด้วย

พวกศัตรูของประชาชนจงจำไว้ว่า คุณอาจจะยึดท้องถนนได้ด้วยกระสุนปืน คุณอาจจะอ้างว่าคุณสร้างความ “สงบ” แต่คุณไม่มีวันครองใจประชาชน กระแสปฏิวัติจะลามไปสู่ทุกส่วนของสังคมเหมือนไฟไหม้ใต้ดิน คุณคืออดีต เราคืออนาคต

หมายเหตุไทยอีนิวส์:เพื่อความเหมาะสมแก่สถานการณ์ ไทยอีนิวส์ได้ปรับปรุงบางถ้อยความในบทความชิ้นนี้

Posted by นักข่าวชาวรากหญ้า at 4/15/2009 10:40:00 ก่อนเที่ยง





โดย: tudong วันที่: 28 ธันวาคม 2552 เวลา:4:48:23 น.  

 


จากจากกระทู้ [ด้าน]

//www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P8704481/P8704481.html

๏ ทวนความจำ หน่อยน้อ.............คำใคร
เคยพ่นน้ำลายไป.......................คิดบ้าง
เวลาเปลี่ยนแล้วใย.....................กลืนกลับ
คงฉ่ำหวาน กรอกล้าง.................กลิ่นน้ำ ลายตน ๚

๏เอ่ยวาจา กล่าวไว้....................หลายเพลา
ประดิษฐคำพูดมา......................เพราะพริ้ง
ทำเถอะเพื่อพารา......................สุขสงบ
เก๊กหล่อพอดู นิ้ง.......................จริตตก้าน กรอกตา ๚

๏ กระเบื้องหนาสิบนิ้ว.................ยังอาย
ก้อนอิฐบางจะตาย.....................เมื่อไกล้
พื้นคอนกรีตหลีกชาย..................แม่นมั่น
หลบห่างความหนาไซร์...............พ่อด้าน เกินบรรยาย ๚ะ๛




โดย: tudong วันที่: 28 ธันวาคม 2552 เวลา:16:28:38 น.  

 


จากจากกระทู้ [ด้าน] ↓

//www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P8704481/P8704481.html


๏ นี่ก็อีก หนึ่งข้อ.................คำลวง
ป้ายติดหลักฐานทวง............พ่อพริ้ว
คำโป้ปด ลิ้นควง.................สองแฉก
ทำบ่ได้ เล่นงิ้ว...................พล่ามเปลื้อน น้ำลาย ๚ะ




โดย: tudong วันที่: 28 ธันวาคม 2552 เวลา:17:12:38 น.  

 
...การงานยังติดไม้...........ติดมือ
ขวาป่ายซ้ายยึกยือ............ปล่อนปลิ้น
ดัวอย่างน่าสนสือ..............ดีเด่(แ้ท้นือ)
ไปอ่านให้สุดสิ้น................หมดถ้อย(กระทงความ)


*****เจิมศักดิ์ : เรากำลังอยู่ในยุค "สงครามกลางเมือง"!*******

(เจิมศักดิ์ขอคิดด้วยฅน) นสพ.แนวหน้า...น.3 (28ธ.ค.52)

มีผู้แสดงความห่วงใยว่า ขณะนี้ คนที่คิดร้ายต่อบ้านเมืองกำลังพยายามเคลื่อนไหว ก่อเหตุ เพื่อชักนำบ้านเมืองของเราเข้าไปสู่สถานการณ์ที่เป็น "สงครามกลางเมือง" ในอนาคตอันใกล้...

ผมเรียนตอบด้วยความเคารพ และด้วยความห่วงใยไม่แพ้กันว่า...ขณะนี้... วันนี้... ปัจจุบัน... สงสัยว่า เรากำลังอยู่ในช่วงต้นของ "สงครามกลางเมือง" เสียแล้ว!

1) ในประวัติศาสตร์สงครามการเมือง ไม่ว่าจะในประเทศใดของโลก ก่อนที่แต่ละฝ่ายที่มีความแตกแยกกันภายในประเทศ จะเริ่มต้นสาดกระสุน หรือใช้อาวุธสงครามเข้าห้ำหั่นโจมตีกัน ก็จะต้องเริ่มต้นด้วยการประกาศไม่ยอมรับ
อำนาจปกครองรัฐของอีกฝ่ายหนึ่ง ไม่ว่าจะในสงครามกลางเมืองในสหรัฐอเมริกา หรือที่ไหนๆ ก็ตาม

2) ขณะนี้ ฝ่ายระบอบทักษิณ เหมือนพยายามแสดงออกว่า ไม่ให้การยอมรับอำนาจการปกครองของรัฐบาลที่มีที่มาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 หากว่ารัฐบาลนั้นไม่ใช่พรรคพวกของตน

จะเห็นว่า ขบวนการเสื้อแดงและระบอบทักษิณเคยให้การยอมรับรัฐบาลสมัคร และรัฐบาลสมชาย แต่กลับไม่ให้การยอมรับรัฐบาลอภิสิทธิ์ ทั้งๆ ที่ มีที่มาจากการเลือกตั้งครั้งเดียวกัน และมีการเลือกนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมของสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งชุดเดียวกัน พยายามปลุกระดม เคลื่อนไหว คุกคามมิให้คนของรัฐบาลไปปฏิบัติหน้าที่ในงานอำนาจหน้าที่ของรัฐบาลตามพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่จังหวัดที่เป็นฐานคะแนนเสียงของพรรคเพื่อไทย พยายามสร้างเหตุการณ์ต่อต้านรุนแรง เพื่อใช้เป็นเงื่อนไขข้ออ้างในการกีดกันมิให้คนของรัฐบาลได้ปฏิบัติหน้าที่ตามพื้นที่ต่างๆ เช่น อ้างว่า จะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ถ้านายกฯ หรือรัฐบาลไปพื้นที่ เป็นต้น

เป็นลักษณะที่แทบจะไม่ต่างจากการพยายามสถาปนาเขตอำนาจหรือเขตอิทธิพลของพรรคพวกตนเอง แบ่งแยกหรือทับซ้อนเขตอำนาจอธิปไตยของรัฐไทย

3) มีการใช้สื่อเพื่อแบ่งแยกประชาชนออกจากอำนาจรัฐ โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ ปลุกระดมด้วยความเท็จ ป้อนข้อมูลปั้นแต่ง และสร้างอารมณ์ความรู้สึกให้เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองประเทศของรัฐบาล สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม "ดีทีวี" ถูกจัดตั้งขึ้นมาด้วยเจตนาในทางการเมืองมากกว่าจะทำหน้าที่ตามจรรยาบรรณวิชาชีพของสื่อสารมวลชนที่ดีทั่วไป

"ดีทีวี" ถูกจัดตั้งและดำเนินการโดยขบวนการของกลุ่มคนซึ่งล้วนแต่เป็น "บริวารผู้จงรักภักดีต่อทักษิณ" ไม่ว่าจะเป็น อดีตทนายของทักษิณ อดีตลูกจ้างของทักษิณ หรืออดีตคนที่ทักษิณเคยโยนเศษเนื้อเศษกระดูกให้ เป็นต้น โดยมีเป้าหมายที่กระทบกระเทือนต่อ "รัฐ-ราชอาณาจักรไทย"

ถ้อยแถลงของนายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำผู้จัดตั้ง แจ้งชัดว่า "พวกผมมาคิดการใหญ่ ไม่ใช่แค่เปิดรายการโทรทัศน์ แต่สร้างรัฐไทยขึ้นมาใหม่ด้วยมือคนเสื้อแดง"

การจัดตั้ง "ดีทีวี" จึงเป็นการสร้างเครื่องมือทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ต้องการเคลื่อนไหวทางการเมืองภายในประเทศไทย เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองประเทศของรัฐบาล แบ่งแยกประชาชนในประเทศ เอื้อประโยชน์ทางการเมืองแก่นักโทษหลบหนีคำพิพากษาของศาลก่อให้เกิดสถานการณ์ทางการเมืองที่เอื้อต่อสงครามกลางเมือง

4) การแสดงท่าทีของพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ และอดีตนายทหาร เตรียมทหาร 10 ที่พยายามส่งสัญญาณ "ตบเท้า" เข้าสวามิภักดิ์ต่อพรรคการเมืองระบอบทักษิณ ส่งสัญญาณว่าทหารบางส่วน แม้จะเป็นส่วนน้อยของกองทัพไทย ยังโอนเอน และอาจแกว่งไปเข้าทางระบอบทักษิณ

ในขณะที่ตำรวจจำนวนมาก ยังคงเป็นคนของระบอบทักษิณ ดังจะเห็นว่า คดีที่คนร้ายใช้ระเบิด M79 ยิงเข้าใส่ผู้ชุมนุมอย่างสันติของพันธมิตรฯ เสียชีวิตหลายครั้งหลายหน ยังไม่มีความคืบหน้าเลย ทั้งๆ ที่ เสธ.แดง เคยหลุดปากออกมาว่า คนร้ายที่ลงมือนั้น เป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังที่ตนเองเคยฝึกหัดอาวุธให้ เป็นต้น

5) มีการพยายามดึงรัฐต่างประเทศ หรือกองกำลังต่างชาติ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลผู้ปกครองประเทศไทย

จะเห็นว่า ภายหลังจากที่พลเอกชวลิต เดินทางไปกัมพูชา หลังจากนั้น ท่าทีของกัมพูชาต่อรัฐบาลอภิสิทธิ์ก็เปลี่ยนไปในทางที่เลวร้ายอย่างทันที

นายกรัฐมนตรีของประเทศกัมพูชา ถึงกับแสดงท่าทีเป็นปฏิปักษ์อย่างชัดเจนต่อผู้กุมอำนาจรัฐบาลไทย ถึงขนาดแสดงท่าทีชี้นำหรือกำหนดผลการเลือกตั้งภายในของประเทศไทย ว่าจะต้องได้คนของทักษิณหรือพรรคพวกของทักษิณเข้ามาเป็นรัฐบาลเท่านั้น จึงจะเป็นที่พอใจของตนเอง

เสมือนหนึ่งว่า ไทยเป็นประเทศที่ต้องให้กัมพูชาเป็นฝ่ายกำหนดว่าคนไทยต้องให้ใครขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี

6) การเคลื่อนไหวของแกนนำคนเสื้อแดงในประเทศไทย มีการนำเอกสารที่อ้างว่าเอกสารลับของทางการออกมาเปิดเผยต่อสาธารณชน และหลุดไปถึงรัฐต่างชาติ ทั้งๆ ที่ เนื้อหาในเอกสารดังกล่าวเป็นการวิเคราะห์สถานการณ์ที่
เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศชาติ

มีการใส่สีตีไข่ ปรุงแต่งเนื้อหาของเอกสาร สื่อความหมายอันเป็นเท็จ เพื่อเปิดช่องทางให้รัฐต่างชาติใช้เป็นข้ออ้างในการก่อเหตุ หรือดำเนินการในทางที่เป็นผลร้ายต่อประเทศไทย และสร้างเรื่อง สร้างเงื่อนไข ปูทางให้เกิดการ
ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลภายในประเทศ เช่นเดียวกับที่เคยพยายามกระทำมาก่อน แม้ที่ผ่านมาจะถูกจับได้ไล่ทันว่าใช้ความเท็จเป็นเครื่องมือปลุกระดมทางการเมืองมาแล้วหลายครั้งหลายหน เช่น โกหกว่า มีคนเสื้อแดงถูกฆ่าตายระหว่างการก่อจลาจลในช่วงเดือนเมษายน 2552 และการบุกทำลายการประชุมอาเซียนที่พัทยา, โกหกว่า นายกฯ อภิสิทธิ์ไม่ได้ อยู่ในรถที่คนเสื้อแดงรุมล้อมพยายามจะฆ่า, โกหกว่า มีคลิปเสียงที่นายกฯ อภิสิทธิ์สั่งฆ่าประชาชน, โกหกว่า มีเทปเสียงรัฐมนตรีกษิตสั่งการให้จารกรรมข้อมูลลับของกัมพูชา ฯลฯ

ทั้งหมด ล้วนแต่เป็นการพยายามโกหก เพื่อสร้างสถานการณ์รองรับการเคลื่อนไหวของพวกตนทั้งสิ้น

7) การทำสงครามกลางเมืองในขณะนี้ อยูในขั้นหาแนวร่วมเคลื่อนไหว ร่วมรบ โดยเอาผลประโยชน์เฉพาะหน้าของแต่ละฝ่ายเป็นเครื่องล่อให้ทำงานรับใช้ระบอบทักษิณในสงครามกลางเมืองครั้งนี้ เช่น กับกลุ่มนักเคลื่อนไหวการ
เมืองที่พร้อมขายตัว ขายจิตวิญญาณ ขายแรงงาน ก็เอาเงินค่าจ้างเป็นเครื่องล่อ กับกลุ่มคนที่เป็น "คอมมิวนิสต์เก่า" ก็พยายามปลุกเรื่องชนชั้น นำมาเป็นของล่อใจ

กับกลุ่มคนที่ไม่เอาเจ้า ก็เอาขบวนการล้มเจ้ามาเป็นเครื่องล่อ

กับนักวิชาการเสื้อแดงบางกลุ่ม ที่มีแนวคิดว่าระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขไม่เหมาะสมกับประเทศไทยในปัจจุบัน ก็นำเรื่องการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองมาเป็นเครื่องล่อ เพื่อที่จะลดบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้เหลือเพียงแค่สัญลักษณ์ในการปกครอง ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปสู่ระบอบอื่น เช่น ประธานาธิบดี ฯลฯ หรือไม่ก็พยายามทำให้เหมือนในประเทศกัมพูชา ที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวกษัตริย์ โดยเอากษัตริย์ที่ตนครอบงำไม่ได้ออกไป แล้วสนับสนุนให้กษัตริย์ที่ตนเองครอบงำได้ขึ้นมาแทน ทำให้ตนเองสามารถมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเหนือกว่าทุกสถาบันในประเทศ

กับกลุ่มคนที่รักและชื่นชอบรัฐธรรมนูญ 2540 ก็เอาเงื่อนไขเรื่องการนำรัฐธรรมนูญ 2540 กลับมาแก้ไขดัดแปลงใช้แทนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันทั้งฉบับ มาเป็นเครื่องล่อ

กับกลุ่มคนยากจน หรือคนที่เข้าไม่ถึงข้อมูลข่าวสารเพียงพอ ก็ใช้ผลประโยชน์เฉพาะหน้าและความคาดหวังลมๆ แล้งๆ ในตัวทักษิณมาเป็นเครื่องล่อ

กับทหารรับจ้างบางกลุ่ม ก็เอาเงิน เอาผลประโยชน์เป็นเครื่องล่อ หรือเครื่องว่าจ้าง

หรือแม้แต่กับรัฐต่างประเทศ ผู้นำต่างประเทศ ก็เอาสิทธิและผลประโยชน์ของชาติ อำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนไทย เป็นเครื่องล่อ โดยหวังว่า หากพวกระบอบทักษิณได้ขึ้นมาเป็นรัฐบาลก็จะเอื้อประโยชน์ตอบแทนแก่ต่างชาติดังกล่าว มากกว่าที่ได้รับในปัจจุบัน เป็นต้น

จะเห็นว่า ระบอบทักษิณพร้อมเอาทุกอย่างเป็นเครื่องล่อ โดยพ่วงสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เป็นผลประโยชน์ส่วนตัวของตนเองไว้ในทุกๆ เงื่อนไข คือ การพ้นผิดจากคดีทุจริตโกงกินทั้งหลาย และไม่ถูกยึดทรัพย์ 76,000 ล้านบาท ในคดีร่ำรวยผิดปกติ

8) หากมองว่า ระบอบทักษิณกำลังทำสงครามกับรัฐราชอาณาจักรไทย อาจมองได้ว่า มีการจัดวางยุทธวิธีการรบอย่างเป็นขบวนการ เช่น นายใหญ่ทำหน้าที่กดปุ่ม หรือยิงขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป หรือรับหน้าที่ "โจมตีน่านฟ้าของราชอาณาจักรไทย", บริวารเสื้อแดงส่วนหนึ่งทำหน้าที่ทหารราบ เคลื่อนไหวรุนแรงสร้างสถานการณ์ในประเทศ บริวารเสื้อแดงอีกส่วนหนึ่งก็ทำหน้าที่ทหารปืนใหญ่ ใช้โทรทัศน์เป็นเครื่องมือโจมตี อีกส่วนที่อยู่ในสภา ก็มีหน้าที่
ปั่นป่วน ขัดขาขัดขวาง เหมือนเป็นทหารม้าในรถถังบุกตะลุย โดยมีตำแหน่ง ส.ส.เป็นเกราะป้องกันตัว แม้แต่ข้าราชการบางส่วนที่ยู่ในตำแหน่งสำคัญ ก็ทำหน้าที่เสมือน "สายลับ" คอยส่งข่าวหรือขัดแข้งขัดขาอย่างลับๆ เป็นต้น

ประเทศไทยในวันนี้ ไม่ได้กำลังจะก้าวไปสู่สงครามกลางเมือง แต่ "สงครามกลางเมือง" ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว โดยกองกำลังภายใต้อาณัติของระบอบทักษิณ

รัฐบาลจะบริหารราชการแผ่นดินเยี่ยงสถานการณ์ปกติต่อไป ไม่ได้เด็ดขาด
แต่จะต้องดำเนินการตอบโต้ และเดินเกมรุก เพื่อสลายความร่วมมือของฝ่ายตรงข้าม รักษาอำนาจรัฐไทย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อำนาจตุลาการ การบังคับใช้กฎหมายบ้านเมือง และดูแลความสงบเรียบร้อย รักษา
ประโยชน์สุขของคนส่วนใหญ่เอาไว้ให้ได้

มีภาษิตจีนกล่าวว่า "ถ้าจะจับขุนพล ก็ต้องยิงม้าขุนพลก่อน" เพราะถ้านายใหญ่ไม่มีม้าขี่ ก็จะถูกจัดการได้อย่างง่ายดาย

จะต้องดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะบริวารทักษิณที่มีคดีติดตัว บ้างอยู่ระหว่างการประกันตัว แต่กลับก่อเหตุซ้ำแล้วซ้ำอีก รวมถึงเครื่องไม้เครื่องมือในการก่อการทั้งหลาย จะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยเร็วที่สุด พร้อมๆ กับขยายข้อมูลความรู้เท่าทันออกไปสู่สังคมวงกว้างให้มากที่สุด

ทำอย่างไร จะยุติ "สงครามกลางเมือง" ได้ก่อนกาลที่เลือดจะนองแผ่นดิน?

ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
ศาสตราภิชาน มหาวิทยาลัยรังสิต

//www.naewna.com/news.asp?ID=193202


โดย: กระจอก IP: 125.26.151.139 วันที่: 28 ธันวาคม 2552 เวลา:21:27:24 น.  

 


๏ ขอตอบข้อถกถ้อย…..............สากเขียน
พ่อปั่นดูไม่เนียน......................หยาบกร้าน
หลอกสาวก นั่งเทียน................เขียนข่าว
มีแค่ขี้เหลือง คร้าน..................เชื่อข้อ สากเขียน ๚ะ


----------------------------------------------------------------
...การงานยังติดไม้...........ติดมือ
ขวาป่ายซ้ายยึกยือ............ปล่อนปลิ้น
ดัวอย่างน่าสนสือ..............ดีเด่(แ้ท้นือ)
ไปอ่านให้สุดสิ้น................หมดถ้อย(กระทงความ)
---------------------------------------------------------------

*****เจิมศักดิ์ : เรากำลังอยู่ในยุค "สงครามกลางเมือง"!*******
-
(เจิมศักดิ์ขอคิดด้วยฅน) นสพ.แนวหน้า...น.3 (28ธ.ค.52)

มีผู้แสดงความห่วงใยว่า ขณะนี้ คนที่คิดร้ายต่อบ้านเมืองกำลังพยายามเคลื่อนไหว ก่อเหตุ เพื่อชักนำบ้านเมืองของเราเข้าไปสู่สถานการณ์ที่เป็น "สงครามกลางเมือง" ในอนาคตอันใกล้...

ผมเรียนตอบด้วยความเคารพ และด้วยความห่วงใยไม่แพ้กันว่า...ขณะนี้... วันนี้... ปัจจุบัน... สงสัยว่า เรากำลังอยู่ในช่วงต้นของ "สงครามกลางเมือง" เสียแล้ว!

1) ในประวัติศาสตร์สงครามการเมือง ไม่ว่าจะในประเทศใดของโลก ก่อนที่แต่ละฝ่ายที่มีความแตกแยกกันภายในประเทศ จะเริ่มต้นสาดกระสุน หรือใช้อาวุธสงครามเข้าห้ำหั่นโจมตีกัน ก็จะต้องเริ่มต้นด้วยการประกาศไม่ยอมรับ
อำนาจปกครองรัฐของอีกฝ่ายหนึ่ง ไม่ว่าจะในสงครามกลางเมืองในสหรัฐอเมริกา หรือที่ไหนๆ ก็ตาม

ตอบ..แน่นอนจุดเริ่มคือพรรคประชาธิปัตย์ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง พรรคไทยรักไทยได้เสียงข้างมากก็บอกเผด็จการรัฐสภาฯ ไม่ยอมรับ ตีรวนสารพัด แม้แต่กล้าบอยคอตการเลือกตั้งเพราะกลัวแพ้ ยังเสนอหน้าขอพระราชทานนายกฯมารตราเจ็ดอีก จนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสว่ามันไม่เป็นประชาธิปไตย สำนึกกันบ้างไหม หากยอมรับเสียแต่ทีแรคความวุ่นวายก็ไม่เกิด

2) ขณะนี้ ฝ่ายระบอบทักษิณ เหมือนพยายามแสดงออกว่า ไม่ให้การยอมรับอำนาจการปกครองของรัฐบาลที่มีที่มาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 หากว่ารัฐบาลนั้นไม่ใช่พรรคพวกของตน

จะเห็นว่า ขบวนการเสื้อแดงและระบอบทักษิณเคยให้การยอมรับรัฐบาลสมัคร และรัฐบาลสมชาย แต่กลับไม่ให้การยอมรับรัฐบาลอภิสิทธิ์ ทั้งๆ ที่ มีที่มาจากการเลือกตั้งครั้งเดียวกัน และมีการเลือกนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมของสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งชุดเดียวกัน พยายามปลุกระดม เคลื่อนไหว คุกคามมิให้คนของรัฐบาลไปปฏิบัติหน้าที่ในงานอำนาจหน้าที่ของรัฐบาลตามพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่จังหวัดที่เป็นฐานคะแนนเสียงของพรรคเพื่อไทย พยายามสร้างเหตุการณ์ต่อต้านรุนแรง เพื่อใช้เป็นเงื่อนไขข้ออ้างในการกีดกันมิให้คนของรัฐบาลได้ปฏิบัติหน้าที่ตามพื้นที่ต่างๆ เช่น อ้างว่า จะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ถ้านายกฯ หรือรัฐบาลไปพื้นที่ เป็นต้น

เป็นลักษณะที่แทบจะไม่ต่างจากการพยายามสถาปนาเขตอำนาจหรือเขตอิทธิพลของพรรคพวกตนเอง แบ่งแยกหรือทับซ้อนเขตอำนาจอธิปไตยของรัฐไทย

ตอบ.. เจิมศักดิ์ไปอยู่นรกขุมไหนมาถึงไม่รู้ว่าวัฒนธรรมเหล่านี้มารขี้เหลืองกับพรรคประชาธิปดสร้างเอาไว้ อดีตนายกฯทักษิน,สมัคร,สมชาย ล้วนแต่เจอความป่าเถื่อนของสาวกเเหลืองมาแล้วทั้งนั้น เจิมสากนำเสนอด้านเดียวนี่หว่า หรือแค่กล่อมสวกเหลืองอก็ไม่ว่ากัน

3) มีการใช้สื่อเพื่อแบ่งแยกประชาชนออกจากอำนาจรัฐ โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ ปลุกระดมด้วยความ เท็จ ป้อนข้อมูลปั้นแต่ง และสร้างอารมณ์ความรู้สึกให้เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองประเทศของรัฐบาล สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม "ดีทีวี" ถูกจัดตั้งขึ้นมาด้วยเจตนาในทางการเมืองมากกว่าจะทำหน้าที่ตามจรรยาบรรณวิชาชีพของสื่อสารมวลชนที่ดีทั่วไป

"ดีทีวี" ถูกจัดตั้งและดำเนินการโดยขบวนการของกลุ่มคนซึ่งล้วนแต่เป็น "บริวารผู้จงรักภักดีต่อทักษิณ" ไม่ว่าจะเป็น อดีตทนายของทักษิณ อดีตลูกจ้างของทักษิณ หรืออดีตคนที่ทักษิณเคยโยนเศษเนื้อเศษกระดูกให้ เป็นต้น โดยมีเป้าหมายที่กระทบกระเทือนต่อ "รัฐ-ราชอาณาจักรไทย"

ถ้อยแถลงของนายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำผู้จัดตั้ง แจ้งชัดว่า "พวกผมมาคิดการใหญ่ ไม่ใช่แค่เปิดรายการโทรทัศน์ แต่สร้างรัฐไทยขึ้นมาใหม่ด้วยมือคนเสื้อแดง"

การจัดตั้ง "ดีทีวี" จึงเป็นการสร้างเครื่องมือทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ต้องการเคลื่อนไหวทางการเมืองภายในประเทศไทย เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองประเทศของรัฐบาล แบ่งแยกประชาชนในประเทศ เอื้อประโยชน์ทางการเมืองแก่นักโทษหลบหนีคำพิพากษาของศาลก่อให้เกิดสถานการณ์ทางการเมืองที่เอื้อต่อสงครามกลางเมือง

ตอบ.. แล้ว ASTVเป็นของใคร ใครให้การสนับสนุน และเป็นเครื่องมือให้ใครที่พูดมาล้วนแต่เข้าตัวทั้งนั้น เจิมสากเองก็ไปเสนอหน้าบ่อยๆ คนที่เชื่อเจิมสากพูดคงมีแต่สาวกขี้เหลืองเท่านั้น

4) การแสดงท่าทีของพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ และอดีตนายทหาร เตรียมทหาร 10 ที่พยายามส่งสัญญาณ "ตบเท้า" เข้าสวามิภักดิ์ต่อพรรคการเมืองระบอบทักษิณ ส่งสัญญาณว่าทหารบางส่วน แม้จะเป็นส่วนน้อยของกองทัพไทย ยังโอนเอน และอาจแกว่งไปเข้าทางระบอบทักษิณ

ในขณะที่ตำรวจจำนวนมาก ยังคงเป็นคนของระบอบทักษิณ ดังจะเห็นว่า คดีที่คนร้ายใช้ระเบิด M79 ยิงเข้าใส่ผู้ชุมนุมอย่างสันติของพันธมิตรฯ เสียชีวิตหลายครั้งหลายหน ยังไม่มีความคืบหน้าเลย ทั้งๆ ที่ เสธ.แดง เคยหลุดปากออกมาว่า คนร้ายที่ลงมือนั้น เป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังที่ตนเองเคยฝึกหัดอาวุธให้ เป็นต้น

ตอบ..พันธมารเนี่ยนะชุมนุมอย่างสันติ โอ!แม่เจ้า มีใครเชื่อเจิมสากบ้าง หรือคุณกระจอกเชื่อ ? ยึดทำเนียบ ยึดสนามบินดอนเมือง ยึดสุวรรณภูมิ บุกNBT แม้แต่กล้าปิดเส้นทางเสด็จ ระเบิดปิงปอง,ไม้กอล์ฟ,ใบกระท่อม, จำเริญเถอะเจิมสาก

5) มีการพยายามดึงรัฐต่างประเทศ หรือกองกำลังต่างชาติ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลผู้ปกครองประเทศไทย
-
จะเห็นว่า ภายหลังจากที่พลเอกชวลิต เดินทางไปกัมพูชา หลังจากนั้น ท่าทีของกัมพูชาต่อรัฐบาลอภิสิทธิ์ก็เปลี่ยนไปในทางที่เลวร้ายอย่างทันที

นายกรัฐมนตรีของประเทศกัมพูชา ถึงกับแสดงท่าทีเป็นปฏิปักษ์อย่างชัดเจนต่อผู้กุมอำนาจรัฐบาลไทย ถึงขนาดแสดงท่าทีชี้นำหรือกำหนดผลการเลือกตั้งภายในของประเทศไทย ว่าจะต้องได้คนของทักษิณหรือพรรคพวกของทักษิณเข้ามาเป็นรัฐบาลเท่านั้น จึงจะเป็นที่พอใจของตนเอง

เสมือนหนึ่งว่า ไทยเป็นประเทศที่ต้องให้กัมพูชาเป็นฝ่ายกำหนดว่าคนไทยต้องให้ใครขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี

ตอบ..เจิมสากหลอกสาวกขี้เหลืองอีกแล้ว ฮุสเซนเขาไม่พอใจตั้งแต่มาร์คตั้งกษิต ผีโลมเป็นรมต.กต.แล้ว มาร์ค,เทพ เองก็รู้ เอาเครื่องบรรณาการไปให้เขาตั้งหลายชิ้นเพื่อเอาใจให้เขามาร่วมประชุมอาเซี่ยน ฮุสเซนคิดอย่างไร เมื่อไหร่ เขาพูดออกมาหมดแล้ว

6) การเคลื่อนไหวของแกนนำคนเสื้อแดงในประเทศไทย มีการนำเอกสารที่อ้างว่าเอกสารลับของทางการออกมาเปิดเผยต่อสาธารณชน และหลุดไปถึงรัฐต่างชาติ ทั้งๆ ที่ เนื้อหาในเอกสารดังกล่าวเป็นการวิเคราะห์สถานการณ์ที่
เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศชาติ

มีการใส่สีตีไข่ ปรุงแต่งเนื้อหาของเอกสาร สื่อความหมายอันเป็นเท็จ เพื่อเปิดช่องทางให้รัฐต่างชาติใช้เป็นข้ออ้างในการก่อเหตุ หรือดำเนินการในทางที่เป็นผลร้ายต่อประเทศไทย และสร้างเรื่อง สร้างเงื่อนไข ปูทางให้เกิดการ
ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลภายในประเทศ เช่นเดียวกับที่เคยพยายามกระทำมาก่อน แม้ที่ผ่านมาจะถูกจับได้ไล่ทันว่าใช้ความเท็จเป็นเครื่องมือปลุกระดมทางการเมืองมาแล้วหลายครั้งหลายหน เช่น โกหกว่า มีคนเสื้อแดงถูกฆ่าตายระหว่างการก่อจลาจลในช่วงเดือนเมษายน 2552 และการบุกทำลายการประชุมอาเซียนที่พัทยา, โกหกว่า นายกฯ อภิสิทธิ์ไม่ได้ อยู่ในรถที่คนเสื้อแดงรุมล้อมพยายามจะฆ่า, โกหกว่า มีคลิปเสียงที่นายกฯ อภิสิทธิ์สั่งฆ่าประชาชน, โกหกว่า มีเทปเสียงรัฐมนตรีกษิตสั่งการให้จารกรรมข้อมูลลับของกัมพูชา ฯลฯ

ทั้งหมด ล้วนแต่เป็นการพยายามโกหก เพื่อสร้างสถานการณ์รองรับการเคลื่อนไหวของพวกตนทั้งสิ้น

ตอบ..จริงหรือเท็จสากเอง, เฒ่าหลายเสา,มาร์ค,เทพก็รู้ดีแก่ใจ เอกสารหลักฐานชัดเจน ข้าราชการที่เขารับไม่ไม่กับความอยุติธรรมที่อยู่ตรงหน้า เห็นกับตา คนที่อยู่ใกล้ๆตัวนั่นแหละเป็นคนเอาเอกสารลับทั้งหลายออกมา สากเองก็รู้นี่

7) การทำสงครามกลางเมืองในขณะนี้ อยูในขั้นหาแนวร่วมเคลื่อนไหว ร่วมรบ โดยเอาผลประโยชน์เฉพาะหน้าของแต่ละฝ่ายเป็นเครื่องล่อให้ทำงานรับใช้ระบอบทักษิณในสงครามกลางเมืองครั้งนี้ เช่น กับกลุ่มนักเคลื่อนไหวการ
เมืองที่พร้อมขายตัว ขายจิตวิญญาณ ขายแรงงาน ก็เอาเงินค่าจ้างเป็นเครื่องล่อ กับกลุ่มคนที่เป็น "คอมมิวนิสต์เก่า" ก็พยายามปลุกเรื่องชนชั้น นำมาเป็นของล่อใจ

กับกลุ่มคนที่ไม่เอาเจ้า ก็เอาขบวนการล้มเจ้ามาเป็นเครื่องล่อ

กับนักวิชาการเสื้อแดงบางกลุ่ม ที่มีแนวคิดว่าระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขไม่เหมาะสมกับประเทศไทยในปัจจุบัน ก็นำเรื่องการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองมาเป็นเครื่องล่อ เพื่อที่จะลดบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้เหลือเพียงแค่สัญลักษณ์ในการปกครอง ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปสู่ระบอบอื่น เช่น ประธานาธิบดี ฯลฯ หรือไม่ก็พยายามทำให้เหมือนในประเทศกัมพูชา ที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวกษัตริย์ โดยเอากษัตริย์ที่ตนครอบงำไม่ได้ออกไป แล้วสนับสนุนให้กษัตริย์ที่ตนเองครอบงำได้ขึ้นมาแทน ทำให้ตนเองสามารถมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเหนือกว่าทุกสถาบันในประเทศ

กับกลุ่มคนที่รักและชื่นชอบรัฐธรรมนูญ 2540 ก็เอาเงื่อนไขเรื่องการนำรัฐธรรมนูญ 2540 กลับมาแก้ไขดัดแปลงใช้แทนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันทั้งฉบับ มาเป็นเครื่องล่อ

กับกลุ่มคนยากจน หรือคนที่เข้าไม่ถึงข้อมูลข่าวสารเพียงพอ ก็ใช้ผลประโยชน์เฉพาะหน้าและความคาดหวังลมๆ แล้งๆ ในตัวทักษิณมาเป็นเครื่องล่อ

กับทหารรับจ้างบางกลุ่ม ก็เอาเงิน เอาผลประโยชน์เป็นเครื่องล่อ หรือเครื่องว่าจ้าง

หรือแม้แต่กับรัฐต่างประเทศ ผู้นำต่างประเทศ ก็เอาสิทธิและผลประโยชน์ของชาติ อำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนไทย เป็นเครื่องล่อ โดยหวังว่า หากพวกระบอบทักษิณได้ขึ้นมาเป็นรัฐบาลก็จะเอื้อประโยชน์ตอบแทนแก่ต่างชาติดังกล่าว มากกว่าที่ได้รับในปัจจุบัน เป็นต้น

จะเห็นว่า ระบอบทักษิณพร้อมเอาทุกอย่างเป็นเครื่องล่อ โดยพ่วงสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เป็นผลประโยชน์ส่วนตัวของตนเองไว้ในทุกๆ เงื่อนไข คือ การพ้นผิดจากคดีทุจริตโกงกินทั้งหลาย และไม่ถูกยึดทรัพย์ 76,000 ล้านบาท ในคดีร่ำรวยผิดปกติ

ตอบ..ความจริงที่สุดก็คือเจิมสากกำลังรับเครื่องล่อจากอำมาตย์อยู่อย่างกรูมตระกราม สื่อหลักในขณะนี้ ทั้งทีวี หนังสือพิมพ์ วิทยุ ล้วนได้รับเครื่องล่อจากรัฐบาลขณะนี้อยู่ทั้งสิ้น

8) หากมองว่า ระบอบทักษิณกำลังทำสงครามกับรัฐราชอาณาจักรไทย อาจมองได้ว่า มีการจัดวางยุทธวิธีการรบอย่างเป็นขบวนการ เช่น นายใหญ่ทำหน้าที่กดปุ่ม หรือยิงขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป หรือรับหน้าที่ "โจมตีน่านฟ้าของราชอาณาจักรไทย", บริวารเสื้อแดงส่วนหนึ่งทำหน้าที่ทหารราบ เคลื่อนไหวรุนแรงสร้างสถานการณ์ในประเทศ บริวารเสื้อแดงอีกส่วนหนึ่งก็ทำหน้าที่ทหารปืนใหญ่ ใช้โทรทัศน์เป็นเครื่องมือโจมตี อีกส่วนที่อยู่ในสภา ก็มีหน้าที่
ปั่นป่วน ขัดขาขัดขวาง เหมือนเป็นทหารม้าในรถถังบุกตะลุย โดยมีตำแหน่ง ส.ส.เป็นเกราะป้องกันตัว แม้แต่ข้าราชการบางส่วนที่ยู่ในตำแหน่งสำคัญ ก็ทำหน้าที่เสมือน "สายลับ" คอยส่งข่าวหรือขัดแข้งขัดขาอย่างลับๆ เป็นต้น

ประเทศไทยในวันนี้ ไม่ได้กำลังจะก้าวไปสู่สงครามกลางเมือง แต่ "สงครามกลางเมือง" ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว โดยกองกำลังภายใต้อาณัติของระบอบทักษิณ

รัฐบาลจะบริหารราชการแผ่นดินเยี่ยงสถานการณ์ปกติต่อไป ไม่ได้เด็ดขาด
แต่จะต้องดำเนินการตอบโต้ และเดินเกมรุก เพื่อสลายความร่วมมือของฝ่ายตรงข้าม รักษาอำนาจรัฐไทย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อำนาจตุลาการ การบังคับใช้กฎหมายบ้านเมือง และดูแลความสงบเรียบร้อย รักษา
ประโยชน์สุขของคนส่วนใหญ่เอาไว้ให้ได้

มีภาษิตจีนกล่าวว่า "ถ้าจะจับขุนพล ก็ต้องยิงม้าขุนพลก่อน" เพราะถ้านายใหญ่ไม่มีม้าขี่ ก็จะถูกจัดการได้อย่างง่ายดาย

จะต้องดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะบริวารทักษิณที่มีคดีติดตัว บ้างอยู่ระหว่างการประกันตัว แต่กลับก่อเหตุซ้ำแล้วซ้ำอีก รวมถึงเครื่องไม้เครื่องมือในการก่อการทั้งหลาย จะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยเร็วที่สุด พร้อมๆ กับขยายข้อมูลความรู้เท่าทันออกไปสู่สังคมวงกว้างให้มากที่สุด

ทำอย่างไร จะยุติ "สงครามกลางเมือง" ได้ก่อนกาลที่เลือดจะนองแผ่นดิน?

ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
ศาสตราภิชาน มหาวิทยาลัยรังสิต

//www.naewna.com/news.asp?ID=193202

โดย: กระจอก IP: 125.26.151.139 28 ธันวาคม 2552 21:27:24 น.

ตอบ.. เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็จขาด แต่ต้องเสมอภาคและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายทุกคน ที่มันวุ่นวายอยู่ทุกวันก็เพราะไอ้สองมารตฐานนี้แหละ เช่น คนบุกรุกป่าได้สายสะพาย คนซื้อขายถูกต้องต้องติดคุก , เหลืองทำอะไรก็ไม่ผิด แดงทำอะไรผิดหมด อย่างนี้จะมาแหกปากร้องหาความสมานฉันท์ ลองจับ 5 พันธมารเข้าคุกดูสิ รัฐบาลนี้จะได้รับการโห่ร้องสรรเสริญในทันใด ว่าใงละเจิมสาก?



โดย: tudong วันที่: 28 ธันวาคม 2552 เวลา:23:38:25 น.  

 
.....โมหะพ่อก่อขึ้น..........เมื่อใด(พ่อเอย)
ปัญญาพ่อหมดใน............บัดนั้น
กำลังต่อแรงใช้...............รุ่มร้อน
เมืองด่านบ้านเราสั้น........เพราะสิ้น(ปัญญา)



โดย: กระจอก IP: 125.26.151.139 วันที่: 29 ธันวาคม 2552 เวลา:6:40:47 น.  

 
๏ เป็นเทพ ผู้หยั่งรู้.............หรือไร
จึงล่วงรู้ จิตใจ..................แห่งข้า
สื่อที่เสพ รับไป.................คิดก่อน เพื่อนเอย
จริงเท็จมีความกล้า............วิเคราะห์ด้วย เหตูผล ๚


๏ บทความที่แปะไว้.............ลองตรอง
มีส่วนใดที่มอง...................เชื่อได้
เจ้าเจิมศักดิ์ผยอง...............ไร้ซึ่ง ราคา
เผยออก ทุกขดใส้...............กลิ่นคลุ้ง คาวเหม็น ๚


๏ บอกหน่อยเราอยากรู้.........ตอบมา
เพื่อส่งเสริมปัญญา...............หน่อยน้อ
กระจอกเชื่อ จริงฤา..............เจิมสาก เขียน ฮา !
ตรงบทไหน จริงจ้อ..............ตอบไห้ กระจ่างที ๚


๏ เราตอบได้ ทุกข้อ..............สากเขียน
โปรดอ่านอย่าทำเนียน...........ออกข้าง
จริงหรือเท็จ ติเตียน...............เรารับ ได้นอ
ยกเหตุผล มาบ้าง.................เพื่อสร้างปัญญา ๚ะ๛ นะจ๊ะ !


โดย: tudong วันที่: 29 ธันวาคม 2552 เวลา:13:20:31 น.  

 
....ท่านถามเพราะอยากรู้........แน่หรือ(จริงนา)
กระจอกหรือกระสือ................หลอกเหล้น
หนึ่งเมียสามลูกคือ................ธรรมดา(เจ๋งเจ๋ง)
เจิมสากไป่เทียบเว้น...............หมดถ้อย(เทียบเทียม)
.....อ่านท่านเีีขียนตอบข้อ.......กระทงความ
อ่านเสร็จก็คิดตาม................ ทุกท่า
คิดแล้วติดงงจาม..................หน้าสาม(ไม้นา)
ฟาดกลางตรงแสกหน้า...........ตลบกลิ้ง(คว่ำคมำ)
......งงแล้วงงอีกโอ้...............อกอ่อน(กูนา)
ซ้ำแถกถูไถย่อน....................ไม่เว้น
สีข้างถ่างถูก่อน.....................มันละมันส์
ยังอวดอ้างไม่เร้น...................ขายหน้า(ว่าตอบดี)


โดย: กระจอก IP: 125.26.145.1 วันที่: 29 ธันวาคม 2552 เวลา:19:46:55 น.  

 
..... เหมันต์ที่ผ่านพ้น .....
....................................................................


หิมะโพลนพร่างทั้ง..............ธรณิน
ขาวปลั่งเทียมเมฆินทร์.........ห่มฟ้า
เย็นเยือกฉาบกระสินธ์..........ทรวงฉ่ำ
หนาวเหน็บคลุมอาบหล้า......โอบเรื้ออารมณ์

พรมผองผันผ่านห้วง............หิมานต์
หมายส่งเหมันต์กาล.............เก่าพ้น
สรรพางค์ปรับเหิมหาญ..........คราวใหม่
คลายหม่นหมองหลากร้น.......สุขล้ำนิรันดร์

.....................................................................
.....................................................................


โดย: ploythana วันที่: 30 ธันวาคม 2552 เวลา:13:53:53 น.  

 
๏ กระจอกเอย เล่นลิ้น..............อยู่ไย
ถามยากเกินหรือไร..................จึ่งพริ้ว
ย้ำถามอีก ตรงไหน.................เจิมสาก เขียนเฮย
เป็นเรื่องจริง ชี้นิ้ว...................ตอบข้อ สงสัย


๏ ด้วยใจจริง อยากรู้...............จึงถาม
แลกเปลี่ยนความรู้ตาม.............แต่ข้อ
ไม่กระจอกเหมือนนาม.............นะพ่อ ?
อย่าเลี่ยงหลบ พร่ำจ้อ..............กลับเข้า เรื่องราว ๚

๏ ไม่เคยอ้าง อวดโอ้................ตอบดี
บอกแค่ ตอบได้มี....................อ่านบ้าง
พร้อมยอมรับพาที...................เตือนติ
มีหลักฐาน อิงอ้าง...................อ่านได้ ด้านบน ๚

๏ อย่าสักแต่ พร่ำถ้อย..............วาจา
ไม่เกิดประโยชน์ นา.................เพื่อนพ้อง
มีสาระเหตุผลมา.....................แลกเปลี่ยน บ้างเนอ
ดีกว่า แค่ปากร้อง....................พ่นทิ้ง ไปวัน ๚

๏ เจิมสากมัน อคติล้น..............ดวงจิต
เป็นพวกมารพันธมิตร...............แต่ต้น
กล่อมสาวก ให้คิด...................ตามตูด มันฮา!
กระจอกเชื่อ ติดก้น..................อยู่ข้าง พันธมาร ๚ะ๛แม่นบ่? เหอๆ!!













โดย: tudong วันที่: 30 ธันวาคม 2552 เวลา:16:20:21 น.  

 

♥ เหมันต์ยังอีกยาว (ที่สวิสฯ อิอิ! 


 -----------------------------------------------


๏ ปุยหิมะ ทั่วท้อง.................ธรณิน


โปรยเล่นเป็นอาจิณ...............ฉ่ำชื้น


ไกลสุดกู่ ผืนดิน...................ขาวพร่าง พราวเฮย


แสงระยิบระยับพื้น.................เช่นห้วง แดนสวรรค์ ๚


๏ ส่งความเย็น ผ่านห้วง..........เมฆา


โปรยละอองแห่งธารา.............ทั่วฟ้า


ดุจปุยนุ่น งามตา..................เพลินจิต แท้นอ


เทพแต่งสวรรค์ปั้น อ้า............เปิดให้ มองเห็น ๚


๏ ใจสดชื่น ฉ่ำแท้................ยามมอง


ฟ้าแจ่ม ฉายสีทอง...............เลิศล้ำ


ประกายส่องเรืองรอง.............ตรึงจิต


เผื่อแผ่ความสุข ย้ำ...............ส่งให้ พลอยธนา ๚ะ๛






Free TextEditor



โดย: tudong วันที่: 30 ธันวาคม 2552 เวลา:17:07:43 น.  

 
โคลงสี่สุภาพ

1. ข้อบังคับโคลงสี่สุภาพ

2. คำสร้อย

3. คำ หรือ พยางค์

4. ข้อห้าม

1. ข้อบังคับโคลงสี่สุภาพ



1.1 บทหนึ่งมีกี่บาท
1.2 บาทหนั่งมีกี่วรรค
1.3 วรรคหนึ่งๆ มีกี่พยางค์
1.4 บังคับสัมผัสตรงไหน
1.5 บังคับรูปวรรณยุกต์ที่พยางค์ใด




ข้อบังคับโคลงสี่สุภาพ

1. บทหนึ่งมี 4 บาท เขียนบาทละหนึ่งบรรทัด บาทหนึ่งๆ มี 2 วรรค เรียกว่า วรรคหน้า กับ วรรคหลัง

2. วรรคหน้ามี 5 พยางค์ทุกบาท วรรคหลังของบาทที่ 1,2 และ 3 มี 2 พยางค์ วรรคหลังของบาทที่ 4 มี 4 พยางค์
นอกจากนี้วรรคหลังของทุกบาท ยกเว้นบาทที่ 2 อาจมีคำสร้อย ซึ่งมี 2 พยางค์

3. สัมผัสบังคับ ให้ดูตามแผนภูมด้านบนครับ

4. วรรคยุกต์บังคับ "รูป" ไม่คำนึงถึงเสียง พยางค์ที่มี ไม้เอก เรียก คำเอก พยางค์ที่มี ไม้โท เรียก คำโท

5. คำเอก ผ่อนผันให้ใช้คำตายแทนได้
*คำตายคือคำที่ประสมด้วยสระเสียงสั้นในมาตราแม่ กก, กด, กบ (จำง่ายๆ ครับว่า กบด) ซึ่งไม่มีรูปวรรณยุกต์ เช่นคำว่า โหด, แหลก, ตระ


2. คำสร้อย

คำสร้อยคือ คำที่แต่งเติมขึ้นมาเพื่อให้ครบกระแสความ ซึ่งถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องครับ คำสร้องจะต้องมีอย่างละ 2 คำเสมอ โดยคำแรก
จะเป็นคำที่เิ่พิ่มความสมบูรณ์ของโคลง ส่วนคำหลังจะลงท้ายด้วยคำที่ไม่มีความหมายเช่น นา นอ เนอ พ่อ แม่ พี่ แล เลย เอย ฤา ฮา



3. คำ หรือ พยางค์

ที่เราเรียกกันว่า เอกโทษ โทโทษ คือคำตามปกติใช้ไม้เอก แต่เมื่อคิดหาคำมาใช้ไม่ได้ก็ใช้คำตามปกติเพียงแต่เปลี่ยนเป็นไม้โทแทน
เช่นคำว่า ท่วม เปลี่ยนเป็น ถ้วม ช่วย เปลี่ยนเป็น ฉ้วย เพื่อให้ลงสัมผัสนั่นเองครับ

4. ข้อห้าม

4.1 ห้ามใช้คำที่มีรูปวรรณยุกต์สำหรับพยางค์สุดท้ายในวรรคของบาทที่ 1 และพยางค์ที่ 5 ของวรรคหน้าบาทที่ 2 และ บาทที่ 3
4.2 ห้ามใช้คำตายแทนตำแหน่งโท
4.3 ห้ามใช้คำตายและคำที่มีรุปวรรณยุกต์สำหรับพยางค์สุดท้ายของบาทที่ 4 (นิยมใช้เสียงจัตวากันมาก)

เพิ่มเติม

คำตายที่ใช้แทนในตำแหน่งเอก

หลายคงคงยังไม่เข้าใจถึงคำตายที่ชัดเจนมากนักนะครับ ในโคลงสี่สุภาพคำตายที่เราสามารถนำมาใช้แทนตำแหน่งเอกได้ เช่น
คำว่า ระ เพริศ เสพ ปราชญ์ สุข ดุจ ส่วนสัมผัสอักษรหรือสัมผัสพยัญชนะได้แก่


เสียง พ
เสียง ส
เสียง ม
เสียง ร
เสียง ค พ้อ พัน หา พา เพริศ
เสพ เสน่หา สุข ซาบ
ม้วย ไม้
ระ รวย รส
คน ความ

ข้อบังคับของโคลงสี่สุภาพ

เอก 7 โท 4

----------------------------------------------------------


โดย: tudong วันที่: 30 ธันวาคม 2552 เวลา:19:10:03 น.  

 


โดย: อาลีอา วันที่: 30 ธันวาคม 2552 เวลา:20:40:02 น.  

 
๏ รับดอกไม้สาวงามนามอาลีอา
ส่งความมาว่าปีใหม่ให้สุขขี
ขอพรนี้คืนกลับสู่คนดี
ให้มั่งมีศรีสุขทุกวันไป ๚ะ


โดย: tudong วันที่: 30 ธันวาคม 2552 เวลา:21:09:38 น.  

 



♥ แด่....กระจอก IP: 125.26.145.ด้วยรัก ♥



ประนามานุกรมบุคคลอันตรายสำหรับประชาธิปไตยไทย:เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

posted on 27 Feb 2009 15:39 by spiral in Feudal-Badness โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์ 19 สิงหาคม 2551 10:30:00น.
------------------------------------------------------------------------------

ชำแหละ ดร.เจิมศักดิ์ ผู้ก้าวลงจากหอคอยงาช้าง นำวิชาการงานวิจัยมารับใช้ชาวนา ก่อนผันตัวเข้าวงการสื่อ ปฏิวัติรายการทอล์กมองต่างมุมจน"สมัคร"ให้ฉายามองแต่มุมมารดา ก่อนถลำสู่ธุรกิจสื่อแอบชวนทักษิณร่วมหุ้น ต่อมาผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ ซ้ำยังถูกสนธิลิ้มหยามเสือเจ็บไม่ร้องหมาเจ็บร้องเอ๋ง! เมื่อถึงคราวจนตรอกถือคติศัตรูของศัตรูคือมิตร จับมือลิ้มเขย่าระบอบทักษิณร่วง เปลี่ยนสีแปรธาตุจากจุดยืนต้านเผด็จการมาเป็นกระบอกเสียงให้เหลือบ"สพรั่ง" พายเรือให้โจรนั่งร่างรธน.เผด็จการ50หลอกชาวบ้าน"รับไปก่อนแก้ทีหลัง แก้ง่ายโคตรๆ"มาตอนนี้พลิกลิ้นหากแก้ต้องเจอปฏิวัติ ล่าสุดงานเข้าเจอศูนย์เฝ้าระวังรัฐประหารแห่งชาติแจกกล้วย1เครือ

19 สิงหาคม 2550 หรือครบ1ขวบปีที่แล้ว เป็นวันลงประชามติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี50 มาในปีนี้ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ผู้มีบทบาทสำคัญในการร่างและผลักดันให้คนลงประชามติรับร่างรธน.ดังกล่าว โดยที่ตอนนั้นเขายอมรับว่ามีมากกว่า30มาตราที่เขาก็อยากแก้ไข แต่ให้"รับๆไปก่อนค่อยแก้ไขทีหลัง

แต่ดูเหมือนเขาจะลืมเรื่องที่เคย หลอกลวงคนไทยเอาไว้ เพราะล่าสุดเขาเขียนบทความลงในสื่อเครือผู้จัดการ หัวข้อ"19 สิงหาคม - 1 ปี ประชามติ “เห็นชอบ” รัฐธรรมนูญ 2550" โดยเขียนว่า "การพยายามรวบรัด เร่งรีบ กระทำการเพื่อแก้ไขลบล้างรัฐธรรมนูญดังที่ปรากฏอยู่ในขณะนี้ นอกจากเป็นการย่ำยีมติของมหาชน"

นอกจากนั้นก็ยังทำตัวเหมือนแกนนำ พันธมิตรทั่วไปที่ดึงฟ้าลงต่ำ โดยเขียนว่า"ขอให้กลับไปอ่านพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังที่ปรากฏอยู่ในพระราชปรารภของรัฐธรรมนูญ 2550 อีกครั้ง ! พึงตระหนักว่า หลังจากที่ประชาชนมีมติเห็นชอบให้บังคับใช้รัฐธรรมนูญ 2550 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระราชดำริ ปรากฏในพระราชปรารภในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ความตอนหนึ่งว่า

“...เมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว สภาร่างรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่ให้ประชาชนทราบและจัดให้มีการออกเสียงประชามติ เพื่อให้ความเห็นชอบแก่ร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ การออกเสียงลงประชามติปรากฏผลว่าประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยเสียงข้างมาก ของผู้มาออกเสียงประชามติเห็นชอบให้นําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาใช้บังคับ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติจึงนําร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยให้ประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย สืบไป

ทรงพระราชดําริว่า สมควรพระราชทานพระบรมราชานุมัติตามมติของมหาชน…”

ดังนั้นเราจึงขอบันทึกชื่อเจิมศักดิ์ลงในประนามานุกรมบุคคลอันตรายสำหรับประชาธิปไตยไทย โดยมีข้อพิจารณาดังต่อไปนี้

นักวิชาการที่ลงจากหอคอยงาช้างมารับใช้สังคม&ต่อต้านรสช.
ดร. เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง เกิดเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2493 ที่จังหวัดอ่างทอง จบการศึกษาจาก เศรษฐศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมดีมาก) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโทเศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต (ธรรมศาสตร์) และปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์การเกษตร จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังได้เคยรับเลือกให้เป็นศิษย์เก่าดีเด่นของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

รศ. ดร.เจิมศักดิ์ เคยเป็นอาจารย์ประจำ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขาเป็นผู้ค้นคว้า วิจัย เชี่ยวชาญ ด้านการตลาดสินค้าเกษตร สินค้าโภคภัณฑ์ และการพัฒนาชนบท เขาเชี่ยวชาญเรื่องราคาข้าว และนโยบายข้าวชนิดหาตัวจับยาก ประการสำคัญเจิมศักดิ์เป็นคนที่มีมิติทางด้านนำวิชาการมาช่วยเหลือสังคม ลงไปคลุกดินคลุกหญ้ากับชาวไร่ชาวนาอย่างถึงลูกถึงคน

เขาเริ่มผันตัว เข้ามาดำเนินรายการโทรทัศน์ในราวปีพ.ศ.2534 ภายหลังคณะรสช.นำโดยพลเอกสุจินดา คราประยูร ทำการรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลพลเรือนของพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ โดยเจิมศักดิ์ได้แสดงความกล้าหาญคัดค้านการรัฐประหารในครั้งนั้น ด้วยการเคยกล่าวไว้ว่า "ประเทศชาติเหมือนเครื่องบิน การรัฐประหารไม่ใช่แค่การหยุดประเทศ แต่เป็นการทำให้ประเทศย่อยยับ เพราะเครื่องบินตก"

อย่างไรก็ตามคณะรสช.ได้ให้นายอานันท์ ปันยารชุน จัดตั้งรัฐบาลภายหลังรัฐประหารหนนั้น และสบโอกาสดีกับที่ดร.เจิมศักดิ์เองก็อยากจะนำเสนอปัญหาชาวนาชาวไร่สู่ รายการโทรทัศน์เพราะยังไม่มีใครเคยทำมาก่อนเลย จึงเริ่มมีรายการ"เวทีชาวบ้าน"ขึ้นทางโทรทัศน์ช่อง11 และต่อมาเขาก็เปิดรายการ"มองต่างมุม"ซึ่งเขากำหนดคอนเซ็ปต์ให้เป็นรายการ โทรทัศน์ประเภททอล์กสาระ แบบ ‘ถามสด’ ที่ให้ประชาชนในห้องส่งได้มีส่วนร่วมตั้งประเด็นคำถาม พูดกันอย่างตรงไปตรงมา เป็น ‘ตลาดความคิดเสรี เวทีประชาชน’ แล้วเชิญ2ฝ่ายที่เห็นขัดแย้งกันมาโต้กันสดๆ

คำนิยมจากสมัครถึงเจิมศักดิ์:มองแต่มุมมารดา!
" มองต่างมุม"จึงเป็นการปฏิวัติรายการโทรทัศน์แบบรายการทอล์กครั้งมโหราฬ เพราะไม่เคยมีใครทำมาก่อน อย่างไรก็ตามแม้เจิมศักดิ์จะบอกว่าเป็นตลาดคงามคิดเสรี เวทีประชาชน เปิดทางให้2ฝ่ายโต้กันได้เต็มที่ แต่ตัวพิธีกรคือเจิมศักดิ์เองก็มักจะมีอคติเข้าข้างทางใดทางหนึ่งอย่างเห็น ได้ชัดทั้งสีหน้าแววตา และคำถามที่บางครั้งแทบจะ"ฆ่ากันทางหน้าจอ"ได้

มี บางคราวที่นายสมัคร สุนทรเวช ขณะนั้นเป็นหัวหน้าพรรคประชากรไทย มาออกรายการมองต่างมุม และอาจจะด้วยความที่เจิมศักดิ์เป็นศิษย์ของดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ที่เคยถูกพิษการเมือง6ตุลาฯเล่นงานอย่างเจ็บปวด โดยเชื่อกันว่าสมัคร สุนทรเวช มีบทบาทสำคัญในคราวนั้น ทำให้เจิมศักดิ์สวมวิญญาณนักฆ่าหน้าจอต่อสมัครแบบไม่ปรานี ส่งผลให้เมื่อจบรายการนายสมัครถึงกับบริภาษว่ารายการนี้ไม่ควรมี เพราะว่าไม่ได้มองต่างมุม หากแต่"มองแต่มุมมารดามัน"...!

เชื่อหรือไม่ทักษิณกับเจิมศักดิ์เคยเป็นหุ้นส่วนกัน ก่อนจะไม่เผาผีกัน
จาก นักวิชาการที่ลงจากหอคอยงาช้างมารับใช้สังคมชาวไร่ชาวนา ขยับไปสนุกกับรายการทอล์กการเมืองแบบ"มองต่างมุม"ก็ทำให้ดร.เจิมศักดิ์รู้ ว่าตัวเองเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ เขาจึงเดินหน้าเข้าสู่ธุรกิจสื่อเต็มตัว ทั้งทางทีวีและวิทยุ โดยการก่อตั้งบริษัทวอชท์ด็อก หรือ"หมาเฝ้าบ้าน"ขึ้น

นอก จากเจิมศักดิ์แล้ว บริษัทนี้ก็มีดร.เกษมสันต์ วีรกุล พิรุณ ฉัตรวนิชกุล และเถกิง สมทรัพย์ เป็นแกนหลัก โดยเจิมศักดิ์เคยเล่าว่า ดร.เกษมสันต์ได้มาคุบกับเขาว่า ให้ช่วยพาไปหาดร.ทักษิณ ชินวัตรด้วย ตอนนั้นเป็นปี 2536 หลังจากที่เจิมศักดิ์เข้าวงการโทรทัศน์ได้ซัก 2 ปี และเป็นช่วงที่ทักษิณกำลังเป็นนักธุรกิจดาวรุ่งร่ำรวยจากการขายโทรศัพท์มือ ถือ คอมพิวเตอร์ และเครื่องมือสื่อสาร ดังนั้ยเกษมสันต์จึงอยากจะไปชวนAISของทักษิณมาลงโฆษณาที่รา้ยการ เจิมศักดิ์ก็พาไป แต่ให้ดร.เกษมสันต์ไปขายเอาเอง

“ไปถึงคุณทักษิณถาม ว่าถ้าหากจะซื้อรายการทั้งหมดเหมาเลยเท่าไหร่ ผมเนี่ยตัวแข็งเลย ในใจนึกว่ามาเที่ยวนี้คุณทักษิณกลายจะเป็นคนซื้อรายการทั้งหมด กลายเป็นผมจะมาทำรายการให้คุณทักษิณแทนบริษัท วอทช์ด็อก อาจารย์เกษมสันต์ตอบดีมากครับ ตอบว่าผมขอบพระคุณมากครับที่จะเหมาโฆษณาเพียงผู้เดียว แต่ผมเพิ่งหัดทำธุรกิจ ขอให้หัดทำเถอะ ซื้อไปหมดผมก็ไม่สนุก ที่มานี่หวังจะมาขายโฆษณาเพียงแค่ 1-2 นาที”

ซึ่งทักษิณกล่าวตอบว่า ถ้าอย่างนั้นก็แล้วไป แต่มีหุ้นให้ซื้อบ้างไหม อยากร่วมทำรกิจด้วย ดร.เกษมสันต์ กล่าวตอบไปว่า พวกตนจดทะเบียนแค่ 2 ล้านบาท ถ้าซื้อไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ก็พอซื้อได้ ดร.ทักษิณก็เลยซื้อ 10% ก็ประมาณ 2 แสนกว่าบาท แล้วบอกว่าอย่าใส่ชื่อตน ให้ใส่ชื่อนายบรรพจน์ ดามาพงศ์ บอกว่าไม่อยากให้คนอื่นรูว่าถือหุ้นบริษัททำสื่อ

สนธิลิ้มสอนเจิมศักดิ์:เสือเจ็บไม่ร้อง แต่ลูกหมาร้อง"เอ๋ง"!
เจิม ศักดิ์กลายเป็นคนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศ เพราะออกรายการทางสื่อโทรทัศน์ และวิทยุเป็นประจำ รายได้ก็เข้ามาเป็นกอบเป็นกำ แถมเมื่อลงสมัครส.ว.ในปี2543ก็ชนะเลือกตั้งได้เป็นส.ว.อีกต่างหาก

แต่ แล้วปัญหาก็เริ่มขึ้นเมื่อหม้อข้าวเขาถูกทุบ เมื่อถูกช่อง 9 ยกเลิกสัญญาเช่ารายการทีวี"ขอคิดด้วยคน"ของเจิมศักดิ์ ซึ่งก็น่าจะทำให้เสียผลประโยชน์ก้อนโตเอาการ เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงน้ำขึ้นของเจิมศักดิ์ เทียบไปแล้วก็เหมือนสรยุทธ สุทัศนะจินดา ในปัจจุบันยังไงยังงั้น

เรื่องนี้ทำให้เจิมศักดิ์เข้า ใจว่า ทักษิณ ซึ่งเวลานั้นเข้ามาเป็นรัฐบาลใหม่ๆคือทักษิณ1น่าจะอยู่เบื้องหลังให้ยกเลิก รายการ เพราะทั้งที่เป็นพวกกัน ถือหุ้นอยู่บริษัทด้วยกัน ช่วยอุดหนุนโฆษณาให้ แต่กลับมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล แต่อย่างไรก็ตามดร.สรจักร์ เกษมสุวรรณ ผอ.อสมท.ในขณะนั้นได้ออกมาตอบโต้ ระบุว่าเจิมศักดิ์ทำตัวไม่เหมาะสม ผิดสัญญากับทางช่อง 9 เอง จึงจำเป็นต้องยกเลิกสัญญา


อย่างไรก็ตามเจิมศักดิ์ก็ปักใจว่างานนี้ ทักษิณเป็นคนเล่นเขาแน่ เขาจึงออกหนังสือ"รู้ทันทักษิณ"ออกมาวิพากษ์ทักษิณ และกลายเป็นหนังสือขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เพราะทักษิณไปงับเหยื่อกล่าวถึงหนังสือเล่มนี้ในรายการ"นายกฯทักษิณพบ ประชาชน"และการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

เจิมศักดิ์จึงนับเป็นคนแรกๆที่ ออกมาวิจารณ์ทักษิณ ในช่วงเวลาที่สังคมไทยกำลังฮันนีมูนอยู่กับรัฐบาลทักษิณ 1 แต่ก็ไม่มีน้ำหนักพอที่จะสั่นคลอนโค่นล้มทักษิณได้..แถมทักษิณได้เปิดทางให้ สนธิ ลิ้มทองกุล ค่ายผู้จัดการเข้ามาจัดรายการ"เมืองไทยรายสัปดาห์"ทางช่อง9 และสนธิก็ทำหน้าที่เชียร์ทักษิณยกใหญ่ ยกยอปอปั้นให้เป็น"นายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุดที่ประเทศไทยเคยมีมา" แล้วก็หันไปสอนสั่งเจิมศักดิ์ที่หลุดจอและหน้าปัทม์วิทยุว่า"ที่ร้องแรก แหกกระเชิงอยู่นั้น เปรียบได้กับ ‘ลูกหมา’ ที่มีนิสัยร้องเสียงดัง"เอ๋งๆ"เมื่อถูกทำให้เจ็บ ซึ่งไม่อาจเทียบได้กับ ‘ลูกเสือ’ เจ็บแค่ไหนก็ไม่มีใครได้ยินเสียงร้อง"

สนธิย้ำอยู่หลายหน เรื่อง "เสือเจ็บไม่ร้อง แต่หมาเจ็บมันร้องดังเอ๋ง!" แต่ก็เหมือนกงเกวียนกำเกวียน เพราะต่อมาไม่นานสนธิก็มีเรื่องขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์กับทักษิณบางกรณี เช่น ขอโทรทัศน์ช่องNEWS1ไม่ได้ ขอให้วิโรจน์ นวลแข เป็นกรรมการผู้จัดการแบงก์กรุงไทยต่อ (เพื่อช่วยเรื่องหนี้ของสนธิ)ไม่ได้ และสนธิก็หลุดจอช่อง9 ต้องไปจัดเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร ก่อนจะกลายเป็นพันธมิตร นำไปสู่รัฐประหาร19กันยา49ในเวลาต่อมา

ศัตรูของศัตรูคือมิตร ใครจะว่าพายเรือให้โจรนั่งชั่งหัวมัน
หลัง รัฐประหาร19กันยา49 ขณะที่สนธิลำพองในชัยชนะ เจิมศักดิ์ที่เคยถูกด่าเป็นหมูเป็นหมาก็ไม่ถือโทษอะไร เพราะเขาอาจถือคติว่า"ศัตรูของศัตรูก็คือมิตร" เจิมศักดิ์จึงไปขึ้นเวทีกู้ชาติร่วมกับสนธิตั้งแต่ก่อนการรัฐประหาร และต่อมาก็มามีรายการที่ออกอากาศ เช่น รู้ทันประเทศไทย ทาง ASTV ช่อง NEWS1 ของสนธิ และรายการวิทยุ "พูดตรงใจกับ ดร. เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง" ทุกวันเสาร์ เวลา 15.00 - 17.00 น. ทาง F.M. 92.25 ด้วย

ในยุคหลัง รัฐประหาร19กันยา ดร.เจิมศักดิ์ ได้รับการตบรางวัลให้เป็นกรรมการ และโฆษกประจำคณะกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.)แน่นอนว่ามีพลเอกสพรั่ง กัลยาณมิตร เป็นประธานบอร์ด แต่สุดท้ายบอร์ดชุดนี้ถูกหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์พาดหัวด่าอย่างไม่ ไยดีว่าสพรั่งนั้นก็คือ"เหลือบ"หาผลประโยชน์จากรัฐวิสาหกิจเหล่านี้...นี่ นับว่าเจิมศักดิ์ไปไกลเกินกว่านักวิชาการที่ลงจากหอคอยงาช้างเพื่อมาช่วย ชาวนาให้ขายข้าวได้ราคาดีไปไกลโขจริงๆ

เจิมศักดิ์ยังได้รับแต่งตั้ง เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 และมีบทบาทสำคัญในการรณรงค์ให้ประชาชนลงมติรับร่างฉบับนี้ โดยชูคำขวัญว่า"รับไปก่อนแล้วค่อยแก้ทีหลัง" โดยเขาชี้อยู่หลายครั้งว่า“ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาไม่เคยมีรัฐธรรมนูญฉบับใดที่ให้ประชาชน เสนอแก้ไขได้ แต่ครั้งนี้ให้ประชาชนเข้าชื่อ 50,000 ชื่อเสนอได้ ทำให้ประชาชนไม่ใช่ผู้นั่งดูการเมืองอีกต่อไป ”

อย่างไรก็ตามภายหลัง รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านเพราะคนหลงเชื่อว่า"รับๆไปก่อนแล้วค่อยแก้ทีหลัง แก้ก็ง่ายเข้าชื่อกันแค่5หมื่นชื่อ"แบบที่เจิมศักดิ์เคยว่าไว้ มาในเวลานี้เมื่อมีความเคลื่อนไหวจะแก้ไขให้เป็นประชาธิปไตย สลัดคราบไคลเผด็จการทิ้งไป เจิมศักดิ์ก็ไปเขียนบทความลงหนังสือพิมพ์แนวหน้า เรื่อง"ทุกข์ของประเทศไทย"ชักแม่น้ำทั้งห้า ในแบบเดียวกับสนธิแอนด์เดอะแก๊งค์ว่า "ปรากฏหลักฐานทำให้เชื่อได้ว่า มีกระบวนการจ้องทำลายสถาบันสูงสุด ที่คนไทยเคารพรัก โดยมีการปล่อยข่าว การแสดงออกถึงความไม่เคารพ และถึงขั้นโจมตี ใส่ร้าย ซึ่งหากประมวลเอกสารหลักฐานจากบุคคลหลายบุคคลที่ได้มีพฤติการณ์ร่วมในลักษณะ หมิ่นเหม่่ จาบจ้วง ในช่วงระยะเวลาใกล้เคียงกันนี้"

พร้อมกับสรุปลง ท้ายว่า "ว่าน่าหดหู่ใจยิ่งนัก..บ้านเมืองกำลังมีทุกข์ แต่รัฐบาลกลับใช้เวลา ใช้โอกาส ใช้อำนาจที่ได้มาจากประชาชน มุ่งนำไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เพื่อให้ตนเองและพรรคพวกพ้องรอดพ้นความผิดจากกระบวนการยุติธรรมที่กำลังทำ งานอยู่..บัดนี้ ประชาชนจึงไม่สามารถไว้วางใจให้รัฐบาลชุดนี้อยู่ในอำนาจบริหารราชการแผ่นดิน ได้อีกต่
อไป"

ศูนย์เฝ้าระวังการรัฐประหารแห่งชาติมอบกล้วยให้จารย์เจิม

หลัง ประกาศว่า บัดนี้ ประชาชนจึงไม่สามารถไว้วางใจให้รัฐบาลชุดนี้อยู่ในอำนาจบริหารราชการแผ่นดิน ได้อีกต่อไป ดร.เจิมศักดิ์ก็ชี้ทางออกในลักษณะเดียวกับศ.ดร.ชัยอนันต์ สมุทวนิช หรือสนธิ ลิ้มทองกุล แอนด์เดอะแก๊งค์ โดยได้กล่าวในรายการวิทยุ FM 92.25 ว่า การรัฐประหารอาจเกิดขึ้นอีกครั้ง โดยอาจเกิดขึ้นจากฝ่ายทักษิณ ที่อาจมีการรัฐประหารยึดอำนาจตนเอง เพื่อเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ หรือ ทหารอีกฝ่ายที่ชิงลงมือก่อนเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายจะรัฐประหารตนเอง

การ กล่าวของ ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง เป็นไปในทำนองเดียวกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่ต้องการปูวิธีคิดให้กับฝ่ายสนับสนุนพันธมิตร ให้ยอมรับการรัฐประหาร หากการรัฐประหารเกิดจากฝ่ายของพันธมิตรเอง โดยมองว่าเป็นเรืองสุดวิสัย และ มีเนื้อหาที่ก้าวหน้ากว่า

ศูนย์เฝ้าระวังการรัฐประหารแห่งชาติเห็น ว่าดร.เจิมศักดิ์ มีพฤติกรรมที่น่ารังเกียจในระบอบประชาธิปไตย จึงขอแจกกล้วยให้บุคคลดังกล่าวในโอกาสนี้(คำประกาศจากศูนย์เฝ้าระวังการรัฐ ประหารแห่งชาติ,17 ส.ค. 2551)

ดร.เจิมศักดิ์สมรสกับ ดร.จิตริยา ปิ่นทอง เอกอัครราชทูตไทยประจำนอร์เวย์ (นามสกุลเดิม ติงศภัทิย์ เป็นบุตรสาวของ ศ.จิตติ ติงศภัทิย์ อดีตองคมนตรีในรัชกาลปัจจุบัน) มีบุตรสาวหนึ่งคนคือ นางสาวจารีย์ ปิ่นทอง

สถานที่ติดต่อ เลขที่ 6 แยก 3 ซอยอินทามะระ 39 ถนนสุทธิสาร แขวงดินแดง เขตดินแดง จังหวัดกรุงเทพมหานคร 10400
-----------------------------♠เอวัง♠----------------------------------


โดย: tudong วันที่: 31 ธันวาคม 2552 เวลา:3:19:08 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ขอรับท่านดงค์

๒๒๕๕

เถลิงศกสดชื่นให้...........สมปอง
ปีใหม่รวยเงินทอง...........มากล้น
มนต์รักเปี่ยมใจผอง........ฝากเพื่อน
จงสุขสมหวังท้น.............ท่วมทั้งใจกาย ฯ

คลายทุกข์ออกถ่ายทิ้ง.....ลอยไป
ไหลปล่อยปลิดปลงไฟ.....ผ่าวร้อน
พรราวสิ่งปลอบใจ...........เจิมใฝ่
ใจเพิ่มแรงสุขซ้อน..........สว่างให้ตลอดเทอญ

๒๓๐๒
๓๐๑๒๕๒



พออ่านเรื่องราวของคุณเจิ sark ทีไรแล้วปวดท้องอึขอรับท่าน อิอิ


โดย: คนสาธารณะ วันที่: 31 ธันวาคม 2552 เวลา:11:55:04 น.  

 


โดย: สุนันยา วันที่: 31 ธันวาคม 2552 เวลา:16:33:09 น.  

 

สวัสดีครับท่านพี่คนสาธารณะ ผมก็รู้สึกเหมือนท่านพี่ฯนั่นแหละคร๊าบบบ!

ว่าแต่...ขออนุญาตลัดคิวอวยพรให้สาวๆก่อนนะขอรับ แฮ่ๆ< img src=https://www.bloggang.com/emo/emo23.gif>



โดย: tudong วันที่: 31 ธันวาคม 2552 เวลา:23:49:06 น.  

 


โดย: tudong วันที่: 1 มกราคม 2553 เวลา:0:16:21 น.  

 
คุณธุดงค์ครับ
ดอนนี้ผมกำลังงานเยอะ ลูกน้องหยุดงานมาก ผมเลยไม่ค่อยว่างมาคิดคำกลอนตอบคุณ ขอติดไว้ก่อน แล้วให้ซางานหลังปีใหม่ผมจะมากเหมือนเดิม


โดย: กระจอก IP: 113.53.168.16 วันที่: 1 มกราคม 2553 เวลา:6:42:42 น.  

 
ขอแก้"ผมจะมากเหมือนเดิม" เป็น "ผมจะมาเหมือนเดิม" ขออำภัย รับไปหน่อย


โดย: กระจอก IP: 113.53.168.16 วันที่: 1 มกราคม 2553 เวลา:6:43:59 น.  

 
ขอแก้"รับไปหน่อย" เป็น "รีบไปหน่อย" รีบไปหน่อยจริงๆ


โดย: กระ IP: 113.53.168.16 วันที่: 1 มกราคม 2553 เวลา:6:45:08 น.  

 
๏ ย่างเข้าปีใหม่แล้ว............สุขใจ
กระจอก จงมีชัย..................มากล้น
ให้รวยร่ำสมหทัย.................ดังคิด
สำเร็จกิจการ พ้น.................ทุกข์ข้อง หมองใจ ๚ะ๛

สวัสดีปีใหม่ครับคุณกระจอก ว่างเมื่อไหร่แวะมาครับ

ขอให้กิจการดีขึ้น รวยขึ้นครับ




.


โดย: tudong วันที่: 1 มกราคม 2553 เวลา:20:16:25 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ 2553 ค่ะ .... ขอให้มีความสุขสมหวังตลอดไปค่ะ ...

ดังหลุดพ้น ... พันธนาการ .... ผ่านเหมันต์
................................................................

ความทรงจำสร่างสร้อย......ทรวงศัลย์
สาละวนเวียนผัน...............ผ่านแล้ว
บางขณะจิตจาบัลย์...........เบือนบาด- หมางเวย
มีจริตจึงคลาดแคล้ว..........ข่มครั้งครวญหมอง

วิหคครองน่านฟ้า..............โบยบิน
หมายมุ่งจรดบุรินทร์...........แหล่งเจ้า
ทะยานปีกปานถวิล............ทะนงศักดิ์
เวียนโฉบเฉียดกรายเฝ้า......ระฟ้ารำไพฉาย

คลายขมคราวขื่นร้าง-........ราไหว
วันหวาดอพยพไกล...........สยบกร้าว
คืนกลับสู่รังใจ..................เลือนเจ็บ
กายแกร่งบนแดนด้าว.........อีกครั้งประเดิมหวัง

พลังแสงโอภาสพ้อง..........ภากร
คลายเหน็บเหมันต์จร.........จากเนื้อ
ปลดพันธะอาวรณ์.............วิโยค หวามเฮย
วารดิถีโอบเอื้อ.................อุ่นอ้อมอนันตกาล

........................................................................
.......................................................................


โดย: ploythana วันที่: 1 มกราคม 2553 เวลา:21:09:47 น.  

 
title=

สวัสดีปีใหม่นะคะ พี่ธุดงค์

ขอให้พี่มีความสุข สมหวัง สุขภาพสมบูรณ์
ร่ำรวย ๆๆ นะคะ

น้องน้อยมาอวยพรช้าไปนิดส์ ไม่ว่ากันน๊าา


โดย: พ่อระนาด วันที่: 2 มกราคม 2553 เวลา:9:54:17 น.  

 
๏ หรี่ตา กระพริบพริ้ม...............มองเพลิน
เมินผ่อง หวังยากเกิน................รัฐนี้
หนี้รัฐ ประชาฯเดิน...................สะดุด
สุดดะ กู้ป่นปี้..........................ยับยี้ ยับเยิน ๚

๏ เยินยับ ไทยอ่อนเปลี้ย...........เสียแรง
แพงเรี่ย เดินขาแพรง................สะดุดล้ม
สะดมหลุด ข้าวแพง..................หมากหา ยากนอ
มาหาก มาร์คยังก้ม..................แอ่นให้ ป๋าตุ๋ย ๚

๏ ปุยตา สื่อหลอกล้วง..............ลวงเห็น
เล่นห่วง กรอกกระเซ็น..............เท็จแท้
แท้เท็จ จับประเด็น...................เกลื่อนกราด
กราดเกลื่อน อ่อนป้อแป้...........หมดสิ้น จริยธรรม ๚ะ๛

สวัสดีครับพี่รอง และพี่ เพื่อน น้องห้องกวีฯทุกๆท่าน



โดย: tudong วันที่: 3 มกราคม 2553 เวลา:17:42:36 น.  

 
๐ มา happy new year
ให้ cheerful ทุกผู้คน
and success สำเร็จผล
ในบัดดล you're required ฯ

๐ drunk ก็อย่าขับ
sleep หับหากไม่ไหว
ark friend ช่วยกันไป
จะปลอดภัย i hope so ฯ

๐ Healthy ด้วยนะครับ
more enough ทรัพย์มากโข
gold & money มีกองโต
have to go บายทุกคน ฯ

สวัสดี จขกท. และพี่ เพื่อน น้องห้องกวีฯทุกๆท่าน smile



โดย: tudong วันที่: 3 มกราคม 2553 เวลา:19:38:00 น.  

 
๏ สู่ปีขาล พาลพยัฆค์ ชักหวั่นแท้
เหตุยิ่งแย่ ปานปลาย ขยายผล
ยุคของมาร พันธมิตร อภิสิทธิ์ชน
เหยียบย่ำคน จนเคยตัว ไม่กลัวกรรม

๏ พวกไม่สน ประชาชน คนส่วนใหญ่
อาจสิ้นไป ในไม่ช้า คราถลำ
เริ่มเค้าลาง ทางลงเหว คนเลวทำ
โรงระบำ ไกล้ปิดฉาก หากเหลิงลม ๚ะ



โดย: tudong วันที่: 3 มกราคม 2553 เวลา:19:39:49 น.  

 
......สวัสดีปีใหม่แล้ว...........ธุดงค์(พี่เอย)
ความสุขจักอยู่คง..............มากล้น
แรงเขี้ยวเรี่ยวเล็บกรง..........แกร่งกร่าง
ฝีปากเจ็บตั่งต้น.................ไม่รู้(คันคะเยอ)
......ปีใหม่เหนื่อยอกโอ้........โดนสวน(พี่เอย)
ตับแล่บเหมือนโดนทวน........เสียบข้าง
อาศัยจมูกคนอื่นล้วน...........หาแหลก
หญ้าหยากรากหญ้าร้าง.........เหนื่อยท้น(หมดแรง)


โดย: กระจอก IP: 113.53.165.27 วันที่: 3 มกราคม 2553 เวลา:19:50:15 น.  

 
......ก่อนจะอ้างน้ำลายฝ่ายแดงเสื้อ
ว่าจะเหลือความจริงยิ่งสักหน
สามคางคกจกเปรตเฒ่าเล่าลวงคน
เอาเสียจนนคราพาวุ่นวาย
.......เอาสติเข้าตั้งแล้วยั้งคิด
สงบจิตด้วยสมถะละกระหาย
ปัญหาแก้อย่างสวยด้วยแยบคาย
ก่อนจะสายพังเมืองบ้านด้วยการลวง


โดย: กระจอก IP: 113.53.165.27 วันที่: 3 มกราคม 2553 เวลา:20:17:27 น.  

 
๏ รับไปก่อน ค่อยผ่อนแก้ แหมพูดได้
พอเข้าไกล้ ไหงโวยวาย แทบตายพวก
หนุนมารเหลือง ทำเขื่องคู หูตาหนวก
น้ำร้อนรวก พวกใส้เดือน ดิ้นเหมือนกัน ๚


๏ มีที่ใด ในโลกให้ ใช้ย้อนหลัง
กฎเมืองพัง เสื่อมสลาย คลายเสื่อมขวัญ
เพียงเสนอ เพื่อสนอง ครองเมืองพลัน
คำที่กลั่น ถ้องที่กรอง เพียงผองตัว ๚


๏ ใส่อคติ พิโรธไว้ ในรัฐธรรมนูญ
จึงต้องสูญ เสื่อมมนต์ขลัง ดังเถรขรัว
สิ้นศรัทธา พาเหินห่าง อย่างน่ากลัว
พวกทำตัว มัวเมาเดช เหตุคนชัง ๚ะ


โดย: tudong วันที่: 3 มกราคม 2553 เวลา:20:18:41 น.  

 
ลึกลับ ลวงหลอกล้อ...............ทรชน
อำนาจ ทำให้คน......................อยากได้
วางแผนชั่ว สัปดน....................ผุดออก
หลายอย่างล้วนไร้....................ซึ่งข้อ เหตุผล ๚

ตื้นตัน ในกลุ่มก้อน.................แดงเสมอ
ห้ำหั่น ท่าน,คุณ,เธอ..................สุดขั้ว
ความเทียมเท่านำเสนอ..............สู้ต่อ
มิเหนื่อยเข้าเกลือกกลั้ว.............เพื่อล้าง ฝ่ายอธรรม ๚

หนาใด เทียบเท่าได้................หน้ามาร์ค
มืออ่อนแต่พวกอยาก.................ใหญ่โก้
มีพ่อยก เฒ่ากลาก....................หนุนอยู่
จึงอยู่ยืนได้ โอ้........................อกข้า ชวนขำ ๚

บางเบา เพลาผ่อนบ้าง.............วาจา
ไหนล่ะ ผลงานหา.....................สิ่งสร้าง
คนเบื่อหน่าย ระอา....................ฮู้บ่
มัวเกาะโพเดี้ยมค้าง...................หยุดบ้าง ทำงาน ๚ะ๛

สวัสดีจขกท. และพี่ เพื่อน น้อง ห้องกวีฯทุกๆท่าน //ดอกมะลิ



โดย: tudong วันที่: 4 มกราคม 2553 เวลา:1:03:09 น.  

 
.....พิโธ่เอ๋ยผองเราเล่าพี่้น้อง
ยังคงต้องฟังเขาเข้าสมอง
เราต้องคิดฝังจำคำทำนอง
จมูกต้องโดนจูงมุ่งตามกัน
.....ฟังเอ๋ยฟังก่อนเก่าที่เขาเล่า
คางคกเขาพูดจริงสักสิ่งสรรพ์
แรกโกหกสองก็ทำย้ำทุกวัน
เราก็ยันน้ำลายเขาเล่าเถียงกัน




โดย: กะจอก IP: 113.53.165.27 วันที่: 4 มกราคม 2553 เวลา:8:09:15 น.  

 
๏ สื่อที่เสพ กรอกหู ดูให้ดี
เราควรมี สติตั้ง ฟังเหตุผล
ไม่ควรเชื่อ สิ่งที่เห็น ในบัดดล
ให้เป็นคน หูหนัก รู้จักกรอง ๚

๏ สงครามสื่อ กระพืออยู่ รู้กันทั่ว
ใครเมามัว หลงคารม อาจซมหมอง
สติฟั่น สมองฟ่อ น้ำตานอง
ควรไต่ตรอง อย่าหลงคำ น้ำมนต์มาร ๚

๏ เช่นบทความ เจิมสาก อยากบอกกล่าว
เจ้านี่คราว เก่าก่อน ให้ย้อนอ่าน
เชื่อไม่ได้ ใช้ปากกา เที่ยวระราน
เช่นคนพาล อคติล้น จนน่ากลัว ๚

๏ แป๊ะลิ้มยิ่ง อันตราย อย่ากรายใกล้
เหลืองหมองไหม้ เพราะมัน น่าฟันหัว
อ้างอิงฟ้า ดึงมาเล่น เป็นพวกตัว
จนคนกลัว ไม่กล้าใส่ ให้เศร้าใจ ๚ะ

คิด,วิเคราะห์ สื่อที่เสพเพื่อหาความเป็นจริงก่อนเชื่อ



โดย: tudong วันที่: 4 มกราคม 2553 เวลา:13:58:42 น.  

 
.......ถ้าสมมติเงินทองแป๊ะเหลี่ยมหมด
จะปรากฏสิ่งใดจะได้เห็น
สามคางคกครอกแรกจะลำเค็ญ
สู้แล้วเห็นทางสุดก็หมดแรง
.......อีเว้นท์แดงแรงร้อนก็ผ่อนหยุด
เพราะสดุดเงินทองที่ต้องแบ่ง
มาอย่างไรไม่ถึงล้านพาลตะแบง
สุดง่องแง่งเรือนหมื่นสะอื้นตรม
........สีเขียวเขียวเหี่ยวเหี่ยวเลี้ยวกลับบ้าน
จะอยู่นานจะเสี่ยงเกี่ยงกันขรม
เขาให้โชว์เพาว์หน่อยเดียวเดี๋ยวก็ตรม
จะโดนสมน้ำหน้าเพราะซ่าเอง




โดย: ปากกาสีน้ำ......เงิน IP: 125.26.158.255 วันที่: 4 มกราคม 2553 เวลา:19:00:36 น.  

 
๏ เรื่องสมมุติ ขุดฝังไป ไม่ต้องกล่าว
เอาเรื่องราว ข่าวคราวจริง อิงเสนอ
อย่าเฟ้อฝัน เกินไป ใยละเมอ
จิตฟุ้งเฟ้อ ดูเบรอหลง คงงังวเงีย ๚

๏ อุดมการณ์ ผ่านจากใจ ใช่เรื่องเงิน
คิดตื้นเขิน เมินศักดิ์คน จนตาเสีย
จิตมืดบอด กอดอคติ ผลิลามเลีย
เป็นแค่เบี้ย ที่เตี้ยต่ำ เชื่อคำคน ๚

๏ เป้าหมายสู้ รู้ทั่วไป หัวใจแดง
คือยื้อแย่ง ประชาธิปไตย ให้เป็นผล
ถูกอำมาตย์ แย่งไป ใช้เล่ห์กล
อภิสิทธิ์ชน ไปยลเล่น เป็นของตาย๚

๏ ขนอาวุธ รุดเข้าปล้น ต้องทนเศร้า
เมื่อสิบเก้า กันยาฯ น่าใจหาย
จำได้ดี ปีสี่เก้า เฒ่าออกลาย
นักฆ่าสาย เจ้าพระยา ออกหน้าตี ๚

๏ นับแต่นั้น ไทยพลันด้อย ถอยลงคลอง
โลกจ้องมอง ขวานทองบิ่น สิ้นศักดิ์ศรี
พยัฆค์ร้าย ตัวที่ห้า มีราคี
ต่างชาติหนี หลีกลี้ไกล ไม่อยากมา ๚

๏ ผลิตผล คนปฎิวัติ แม้บัดนี้
ยังอยู่ดี มีอยู่ทั่ว รอบตัวป๋า
สรยุทธ หล่อหลักลอย ก็ลูกยา
เล่นทุกท่า ขอข้าใหญ่ ได้เป็นรัฐบาล ๚ะ๛

เปลี่ยนจากเหลือง เป็นน้ำเงินแล้วรึ ? หุ หุ !


โดย: tudong วันที่: 5 มกราคม 2553 เวลา:7:03:37 น.  

 
หวัดดีค่ะพี่ธง ปีใหม่ที่ผ่านมาไปเที่ยวใหนมาคะ

สุดยอดวาทะและกลอนจริงๆ ยอมรับพี่เลย แก้กันด้วยกลอนแบบนี้

พี่เป็นเจ้าบ้านที่ดีมากๆ อิอิ

มีความสุขมากๆนะคะ ขอให้ปีนี้เป็นปีของพี่ค่ะ

สวัสดีค่า



โดย: ต้นอ้อท้าลม วันที่: 5 มกราคม 2553 เวลา:12:36:50 น.  

 
๏ สี่ขั้น ฉันขี่ ขึ้น...................ครอบครอง
ชนอย่า ซ่าส์ยล ลอง.............อย่างข้า
ศักดิ์ใหญ่ ใส่ยักษ์ พอง.........โอ้อวด
ฤทธิ์เดช เดชฤทธิ์ บ้า............อำมาตย์กล้า ท้าทาย ๚

๏ มองชน มนต์ส่อง เตี้ย........กว่าตัว
ดูหมิ่น ดินหมู่ หัว.................รากหญ้า
กดขี่ กี่ขด กลัว...................สูญเสื่อม
ไอกราด อาจใกล้ ฟ้า...........อวดอ้าง บารมี ๚

๏ หวาหวั่น หวั่นว่า สิ้น.........เหี่ยวเฉา
แก่เฒ่า เก่าแท้ เสาร์............ตกฟ้า
เสาสี่ สี่เสา เนาว์................อีกโลก แท้แฮ
กันขี่ กี่ขั้น ป้า...................จบสิ้น ทางฝัน ๚ะ๛



โดย: tudong วันที่: 5 มกราคม 2553 เวลา:14:43:06 น.  

 


๏ คิดไม่ได้ ขายไม่เป็น เช่นทักษิน
อิจฉากิน เกาะไตตับ รับไม่ไหว
ลากอาวุธ เข้าประหัตย์ กำจัดไป
ไม่สนใคร ไล่ก่นด่า หน้าด้านจริง ๚


๏ เอาทุกท่า กล้าทุกทาง อย่างน่าเกลียด
ทั้งยัดเยียด รัฐธรรมนูญ หัวคูณสิง
คิดแทนที่ บี้ตรงข้าม ลามแอบอิง
ของสูงยิ่ง สิ่งคนไทย ไว้บูชา ๚


๏ มันไม่ง่าย ดายดอก หอกพุ่งกลับ
ลอยเข้าสับ แสกหน้า ป๋าเหรอหรา
ไล่ก็แล้ว ยุบก็เกิด เพริดอีกครา
ปวงประชา ยังรักใคร่ ไม่เสื่อมคลาย ๚ะ๛








โดย: tudong วันที่: 6 มกราคม 2553 เวลา:1:12:24 น.  

 
... จิตสำนึก ผนึกแน่น ทุกแว่นแคว้น
ด้วยหวงแหน ศักดิ์ศรี มีถ้วนหน้า
ซึ่งเหนือกว่า “อำนาจ ทาสเงินตรา”
“ผลเลือกตั้ง” ที่ผ่านมา พิสูจน์ใจ ...

จากคุณ : ploythana
------------------------------------------------

๏ จริงจากใจ ให้แดง แรงไม่หมด
คำโป้ปด จดจำ ย้ำสาไถย
เคยดูถูก รากหญ้า แล้วเป็นไง
เลือกครั้งใด ใจยังแดง แซงเข้าวิน ๚

๏ เล่นบนดิน ไต้ดิน ได้ยินอยู่
คิดต่อสู้ เสียงประชา อย่าถวิล
อภิสิทธิ์ ที่เคยใช้ เป็นอาจิน
ต้องพังพิน สิ้นอำนาจ อาจสูญพันธิ์ ๚



โดย: tudong วันที่: 6 มกราคม 2553 เวลา:18:20:49 น.  

 
......สู้เพื่อใครใครรู้อยู่ใหนบ้าง
สู้แล้วอ้างประชาธิปไตยที่ใฝ่หา
ความรุนแรงเมษาเลือดที่เดือดมา
สุดจะหาความจริงทุกสิ่งอัน
......สองมาตรฐานอย่างไรที่ใหนเล่า
เมษาเศร้าหาคนผิดคิดใหมนั่น
รุมฆ่าคนกลางเชียงใหม่อย่างไรกัน
สุวรรณภูมินั้นหาผิดได้ที่ใหนกัน
......อมาตยาที่ั้นั้นไซร้ที่ใหนพี่
ลิิเกมีเต็มโรงโยงกันลั่น
ก้างชิ้นใหญ่ขวางคออ้ายเหลี่ยมมัน
พัลวันเอาทุกท่าเพื่อหาทาง
.......จะพังชาิติบ้านเมืองที่ร่วมเกิด
เพื่อจะเชิดอ้ายเหลี่ยมและสะสาง
เงินต้องคืน อำนาจต้องมองนำทาง
ผิดทุกข้างที่เกี่ยวข้องต้องสิ้นไป



โดย: ปากกาสีน้ำ......เงิน IP: 125.26.141.120 วันที่: 6 มกราคม 2553 เวลา:20:31:01 น.  

 
สิบสามเมษาฯ สี่เก้า.................ปวดใจ
กองทัพ พร้อมอาวุธใคร............สั่งได้
กล้ายิงใส่ ชาวไทย..................ผู้บริสุทธิ์
ปราศจากอาวุธไซร์.................พวกกล้าลงมือ




โดย: tudong วันที่: 7 มกราคม 2553 เวลา:3:24:43 น.  

 
เสนาบดี โหดร้าย...................สั่งการ
สิงสู่ในรัฐบาล.......................เด็กบ้า
อำมหิตจิตจันฑาล.................เหลือกล่าว
เพียงเพื่ออำนาจกล้า..............ฆ่าแม้ ประชาชน





โดย: tudong วันที่: 7 มกราคม 2553 เวลา:3:32:46 น.  

 
คำสั่งการ ต่ำช้า....................เหลือคณา
หลุดออกจากปากมา..............แม่เจ้า
อย่าอีเดียจ สิวา...................เดี๋ยวปลด นะเออ
หากไม่ยิงตามเป้า.................ถูกข้า ยิงกบาล





โดย: tudong วันที่: 7 มกราคม 2553 เวลา:3:39:34 น.  

 
เหล่าทหาร ใหญ่น้อย..................ลนลาน
หวาดหวั่นคำสั่งการ...................อัดอั้น
รู้ท่านใหญ่ เกินทาน...................ขืนขัด คำเฮย
ฝืนรับคำสั่งนั้น.........................เพื่อป้อง ชีพตน





โดย: tudong วันที่: 7 มกราคม 2553 เวลา:3:44:16 น.  

 
คนขับรถแก๊ส แท้...................พวกใคร
จึงไม่จับ หรือใคร...................ฉุดรั้ง
มีภาพถ่ายชัด ใฉน..................เกียร์ว่าง แปลกนอ
หรือพี่เนฯ จัดตั้ง....................ซ่อนไว้ ป่วนแดง





โดย: tudong วันที่: 7 มกราคม 2553 เวลา:3:49:29 น.  

 
๏ สิทธิเสรี พี่น้อง.............พึงมี
ความเท่าเทียมก็ดี............อยากได้
ประชาธิ-ปไตยตี..............คืนกลับ
เพื่อพี่น้องไทยใช้.............ภาคหน้า ตลอดไป ๚ะ๛









โดย: tudong วันที่: 7 มกราคม 2553 เวลา:4:02:08 น.  

 
๏ สิทธิเสรี พี่น้อง.............พึงมี
ความเท่าเทียมก็ดี............อยากได้
ประชาธิ-ปไตยตี..............คืนกลับ
เพื่อพี่น้องไทยใช้.............ภาคหน้า ตลอดไป ๚ะ๛





โดย: tudong วันที่: 7 มกราคม 2553 เวลา:4:04:18 น.  

 
๏ ท่านคึกฤทธิ์ กล่าวไว้...............อ่านดู
อำมาตย์คือใครสู......................ไป่รู้
ไม่ยากนัก ใช้หู.........................ก็คิด ได้ฮา!
จงเก็บสมองไว้สู้.......................ล่อเลี้ยง ชีพเธอ ๚ะ๛



Image Hosting by imagefra.me


โดย: tudong วันที่: 7 มกราคม 2553 เวลา:4:55:05 น.  

 
๏ ดูถูกคน จนเคย เลยประมาท
คงไม่อาจ สำนึก ตรึกตรองเขลา
ประชาชน รากหญ้า อย่างชาวเรา
เขาไม่เอา ไม่สนใจ ไพร่ประชาฯ ๚

๏ เสียงสวรรค์ ลงทันฑ์ พลันคิดได้
โดนชาวไพร่ สั่งสอน นอนผวา
ร้องโอดครวญ หวลให้ ใจระอา
นี่แหละหนา อภิสิทธิ์ชน คนเทวดา ๚ะ๛




Image Hosting by imagefra.me


โดย: tudong วันที่: 7 มกราคม 2553 เวลา:4:58:17 น.  

 
.....นักโกงเมืองสนุกเช่นเล่นรากหญ้า
จูงไปมาด้วยเงินเพลินทั้งสอง
คนหนึ่งจูงคนหนึ่งตามด้วยลำ่พอง
สุขทั้งสองเ็ต็มไจไปด้วยกัน
......รากหญ้าเป็นส่วนใหญ่นั้นให้คิด
ใครจับติดด้วยเงินเพลินมหันต์
หมูแลกไปไก่แลกมาว่าตามกัน
ได้สุขสรรค์เข้ามาสภาโจร


โดย: กระจอก IP: 125.26.192.244 วันที่: 7 มกราคม 2553 เวลา:7:57:57 น.  

 
๏ ว่าให้ครบพบแต่คราบสกปรก
จึงหยิบยกผลงานรัฐบาลหมี
กินโจ่งครึ่มลืมอายกายอ้วนพี
ดุจเหล่าผีไร้ญาติขาดดูแล ๚

๏ ปลากระป๋องที่เน่ายังเอาแจก
โกงกันแหลกไทยเข้มแข็งแทงเป็นแผล
ทั้งต้นกล้าอาชีพบีบดวงแด
ช่างกล้าแท้ภาษีเราเอาเข้าตัว.. ๚ะ๛

เฮ้อ! พรรคเทวดา


Image Hosting by imagefra.me


โดย: tudong วันที่: 7 มกราคม 2553 เวลา:14:46:13 น.  

 
.....นานมาแต่ก่อนเก่าขอเล่าเรื่อง
งานการเมืองไม่เคยขาดพลาดเลือกตั้ง
ประชาธิปัตย์ไม่เลือกเลยสักครั้ง
แต่มาพังเพราะไทยไม่รักไทย
......ผมรวยแล้วไม่โกงโพล่งมาบอก
จนถูกหลอกเสียหนึ่งไปถึงใหน
กลับมาโกงเสียอีกชั่วตัวจัญไร
ผมตัดใจสู้ต้านประจานมัน


โดย: กระจอก IP: 125.26.192.244 วันที่: 7 มกราคม 2553 เวลา:18:46:47 น.  

 
๏ บอกให้รู้ หน่อยแน แค่หนึ่งเรื่อง
เพื่อประเทือง ปัญญา มาใส่หัว
โกงอะไร ไหนเล่า เว้ามาตัว
ไม่ต้องกลัว มัวชักช้า อย่าลังเล ๚

๏ ขอหลักฐาน สักหน่อย เดี๋ยวกร่อยเพื่อน
เพื่อย้ำเตือน ป้องกัน การหักเห
กลัวข่าวลวง ข่าวหลอก ออกปนเป
หลงลมเล่ห์ วาจา มายาคน ๚ะ


ตัวอย่างจากผู้ช่วยครู


Image Hosting by imagefra.me


โดย: tudong วันที่: 7 มกราคม 2553 เวลา:20:09:59 น.  

 
......ซื้อที่ดินของรัฐมัดมือชก
สกปรกราคาซ้ำต่ำกว่าเก่า
ฮั้วกันเองเงินค้ำทำสูงเอา
คนอื่นเขาต้องกลัวชัวจริงจริง
......กฏหมายมีไว้ก่อนไม่ซ่อนเร้น
เขาก็เห็นว่ามี แต่ผีสิง
นึกว่าตัวเองหญ่ายไม่ประวิง
แต่กลับกลิ้งลิงถูกแหแก้หมดทาง


โดย: กระจอก IP: 125.26.192.244 วันที่: 7 มกราคม 2553 เวลา:21:27:42 น.  

 
๏ คำพิพากษาว่าอย่างไรให้ทวนอ่าน
เป็นตำนานลูกหลานไทยได้ศึกษา
คดีเดียวในโลกนี้ที่ดินรัชดา
ตัดสินว่าผิดจริยธรรมนักการเมือง ๚ะ


๏ อย่าเข้าใจความหมายผิดคิดว่าโกง
แล้วเที่ยวโยงไยเกลื่อนเหมือนพวกเหลือง
แยกให้ออกบอกเรื่องราวเพื่อประเทือง
ศึกษาเรื่องให้กระจ่างอย่างจริงจัง ๚


๏ ย่างสามปีคดีโกงโยงความผิด
เงียบสนิทหาไม่เจอท่านเธอหวัง
เป็นแต่เพียงข้อกล่าวหามาประดัง
หลอกพวกคลั่งหวังสาวกยกมือเฮ ๚ะ

บอกแล้วว่าอย่าหลงเชื่ออะไรง่ายๆ

Image Hosting by imagefra.me


โดย: tudong วันที่: 8 มกราคม 2553 เวลา:0:24:38 น.  

 
.......ขอตอบเป็นข้อๆดังนี้นะครับ
1. คนซื้อไม่ผิด ทำไมจะไม่ผิดเพราะการฟ้อง ศาลพิจารณาจากการฟ้องว่าเขาฟ้องเพียงแต่ นักการเมืองที่ทำผิดกฏหมาย เพราะเป็นศาลเกี่ยวกับนักการเมือง
2.เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องไม่ผิด ผมว่าเรื่องเขายังไม่สาวไปถึงเท่านั้น ยังคงจะหัวเย็นอยู่ว่าเมื่อไรเรื่องราวจะสาวไปถึง
3.ที่ดินไม่ถูกยึด ตอนปัจจุบันนี้เป็นอย่างไรหละครับ ธ.แห่งประเทศไทยกำลังดำเนินการ ฟ้องร้องยึดทีดินกลับคืนมาเป็นของรัฐอยู่ คุณไปอยู่ใหนมาตกข่าวชิ้นนี้อยู่ได้
4.คนเ้ซ็นต็ค้ำติดคุก 2 ปี และเป็นศาลเดียว คนเซ็นต์ค้ำทำผิดกฏหมายที่ได้ระบุไว้เกี่ยวกับการกระทำผิดของนักการเมือง โดยห้ามการที่นักการเมืองมีส่วนเกี่ยวข้องกับการประมูลต่างๆของรัฐ แต่นักการเมืองลวงโลกใ้ช้บัตรของนายกเข้าเซ็นต์ค้ำทำให้ผิดกฏหมายที่มีอยู่แล้ว และนักการเมืองลวงโลกเป็นคนที่เซ็นต์ออกกฏหมายฉบับนี้เอง ทำให้นึกว่าเป็นการเหลิิงนึกว่าไม่มีใครจัดการตนเองได้ และทำไมเป็นศาลเดียว เพราะนักการเมืองที่ทำผิด ต้องขึ้นศาลของนักการเมืองเท่านั้น นอกจากบุคคลธรรมดา อย่างเช่นนายรักเกียรติ ก็ศาลเดียวเหมือนกัน และแม้แต่ศาลเดียว ก็มีการพิจารณาเป็นคณะใหญ่ และยังสามารถอุธรณ์ได้อีก ตามเงื่อนไขที่กฏหมายได้วางไว้ แต่นักการเมืองลวงโลกได้เผ่นหนีก่อน
...........แล้วคุณคอยดูนะครับเรื่องนี้จะจบลงที่ ที่ดินต้องคืนเป็นของรัฐเพราะว่าเป็นการกระทำโดยมิชอบ ส่วนภรรยาของนักการเมืองลวงโลก ไม่ใช่ว่าไม่ผิดนะครับ เพียงแต่ว่าเรื่องราวต่างยังรอเวลาอยู่เท่านั้น


โดย: กระจอก IP: 125.26.190.108 วันที่: 8 มกราคม 2553 เวลา:5:58:21 น.  

 

๏ อยากให้อ่าน ข่าวนี้...............สักครา
ข้อหนึ่งที่ตอบมา....................ผิดแล้ว
จำเลย หนึ่ง,สองตา................คงเปิด บ้างนอ
เสพข่าวไม่กรองแคล้ว.............ฉลาดน้อย ตลอดกาล ๚ะ

#อ่านเนื้อหาที่อัยการส่งฟ้องหน่อยครับใครจำเลยที่ 1 ใครจำเลยที่ 2



Image Hosting by imagefra.me-------------------------------------------------------------------------

พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ปปช.ม.100 (1) วรรคสาม และ ม.122 วรรคหนึ่งให้ลงโทษจำคุก 2 ปี ส่วนความผิดฐานอื่นและคำขออื่นให้ยกฟ้อง เนื่องจากจำเลยที่ 1 หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาจึงมีคำสั่งให้ออกหมายจับจำเลยที่ 1 เพื่อมาปฏิบัติตามคำพิพากษาต่อไป ส่วนจำเลยที่ 2 พิพากษายกฟ้องจึงให้เพิกถอนหมายจับเฉพาะคดีนี้


โดย: tudong วันที่: 8 มกราคม 2553 เวลา:14:47:19 น.  

 
๏คำพิพากษา อ่านแล้ว..............หรือยัง
หากไม่แล้ว ตึงตัง.....................ตอบข้อย
มันช่างน่าผิดหวัง.....................เสียนี่ พ่อเอย
แลกเปลี่ยนความรู้ร้อย..............เก็บไว้ ใส่ตัว ๚ะ


๏สาวไม่ถึง ตอบได้.................อย่างไร
ผู้เกี่ยวข้องคดีไหง...................พลาดได้
ย้ำอีกหน่อยกลับไป.................อ่านใหม่
ทุกท่านเกี่ยวข้องไซร์..............สอบต้อง สาวถึง ๚ะ


เช่น........2.เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องไม่ผิด ผมว่าเรื่องเขายังไม่สาวไปถึงเท่านั้น ยังคงจะหัวเย็นอยู่ว่าเมื่อไรเรื่องราวจะสาวไปถึง
----------------------------------------------------------

สำหรับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.152, 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐและผู้สนับสนุนเข้ามีส่วนได้เสียกับหน่วยงานของรัฐ เพื่อประโยชน์ตน องค์คณะ 8 ต่อ 1 เห็นว่า จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ไม่มีความผิด เพราะการกระทำของจำเลยที่ 1 ไม่ได้กระทำในฐานะเป็นเจ้าพนักงานของรัฐที่ดูแลกองทุนฯ แต่จำเลยได้ดำเนินการในฐานะคู่สมรสของจำเลยที่ 2 ให้ความยินยอมทำสัญญาซื้อขายที่ดินอันผิดต่อ พ.ร.บ.ปปช. จึงไม่ผิดต่อประมวลกฎหมายอาญาม. 152 ม.157





โดย: tudong วันที่: 8 มกราคม 2553 เวลา:15:16:24 น.  

 
3.ที่ดินไม่ถูกยึด ตอนปัจจุบันนี้เป็นอย่างไรหละครับ ธ.แห่งประเทศไทยกำลังดำเนินการ ฟ้องร้องยึดทีดินกลับคืนมาเป็นของรัฐอยู่ คุณไปอยู่ใหนมาตกข่าวชิ้นนี้อยู่ได้
------------------------------------------------------------------

๏ ขอที่มา ข่าวนี้..............บ้างซี
เป็นพระคุณที่มี...............จิตเอื้อ
อาจตกข่าวที่ดี...............ขอหน่อย เพื่อนเอย
สำนักไหนช่วยเกื้อ..........บอกด้วย ขอบคุณ ๚ะ

..........น่านะ ขอหน่อย...........!


โดย: tudong วันที่: 8 มกราคม 2553 เวลา:15:27:09 น.  

 
4.คนเ้ซ็นต็ค้ำติดคุก 2 ปี และเป็นศาลเดียว คนเซ็นต์ค้ำทำผิดกฏหมายที่ได้ระบุไว้เกี่ยวกับการกระทำผิดของนักการเมือง โดยห้ามการที่นักการเมืองมีส่วนเกี่ยวข้องกับการประมูลต่างๆของรัฐ แต่นักการเมืองลวงโลกใ้ช้บัตรของนายกเข้าเซ็นต์ค้ำทำให้ผิดกฏหมายที่มีอยู่แล้ว และนักการเมืองลวงโลกเป็นคนที่เซ็นต์ออกกฏหมายฉบับนี้เอง ทำให้นึกว่าเป็นการเหลิิงนึกว่าไม่มีใครจัดการตนเองได้ และทำไมเป็นศาลเดียว เพราะนักการเมืองที่ทำผิด ต้องขึ้นศาลของนักการเมืองเท่านั้น นอกจากบุคคลธรรมดา อย่างเช่นนายรักเกียรติ ก็ศาลเดียวเหมือนกัน และแม้แต่ศาลเดียว ก็มีการพิจารณาเป็นคณะใหญ่ และยังสามารถอุธรณ์ได้อีก ตามเงื่อนไขที่กฏหมายได้วางไว้ แต่นักการเมืองลวงโลกได้เผ่นหนีก่อน
...........แล้วคุณคอยดูนะครับเรื่องนี้จะจบลงที่ ที่ดินต้องคืนเป็นของรัฐเพราะว่าเป็นการกระทำโดยมิชอบ ส่วนภรรยาของนักการเมืองลวงโลก ไม่ใช่ว่าไม่ผิดนะครับ เพียงแต่ว่าเรื่องราวต่างยังรอเวลาอยู่เท่านั้น
-----------------------------------------------------------------------

๏ ก่อนเซนต์ ถามท่านเจ้า................พนักงาน
ที่เกียวข้อง อัยการ.........................ถี่ถ้วน
บอกไม่ผิด ตรวจทาน......................หลายตลบ
ทุกเรื่องก่อนทำล้วน........................เชคแล้ว ทวนถาม ๚

๏ คดีรักเกียรติ ชัดแจ้ง.....................หลักฐาน
แตกต่างรัชดาวาน..........................ตรวจด้วย
เป็นความผิดอาญาหาญ...................ก่อเหตุ
แต่ท่านทักษิน ม้วย.........................ผิดข้อ จริยธรรม ๚

๏ ปอปอชอ ส่งฟ้อง........................รักเกียรติ
ท่านทักฯ คตส.เกลียด.....................อยู่แล้ว
คณะปฎิวัติสั่งยัดเยียด.....................ความผิด
หวังไม่ไห้เกิด แม้ว.........................อีกครั้ง ในไทย ๚ะ๛


- อยากให้ศึกษาเรื่องนี้อย่างละเอียด แล้วมาแลกเปลี่ยนความรู้กัน
- ย้ำอีกครั้งนะครับคดีนี้ไม่ใช่ผความผิดทุจริตหรือโกงอย่างที่คุณเข้าใจ
- หลักฐานก็ไม่ชัดเจน (หรือคุณว่ามีโปรดอ้างอิงด้วย)

Image Hosting by imagefra.me

Image Hosting by imagefra.me



โดย: tudong วันที่: 8 มกราคม 2553 เวลา:16:19:50 น.  

 
๏ ขอที่มา ข่าวนี้..............บ้างซี
เป็นพระคุณที่มี...............จิตเอื้อ
อาจตกข่าวที่ดี...............ขอหน่อย เพื่อนเอย
สำนักไหนช่วยเกื้อ..........บอกด้วย ขอบคุณ ๚ะ
......โธ่เอ๋ยเสียแรงที่อ้างตำราเต็มไปหมด แค่ข่าวแค่นี้ยังให้พลาดไปได้ไงครับ โปรดติดต่อที่ ธ.แห่งประเทศไทย บางขุนพรหม ไปถูกใหมครับ
......เอที่คุณตอบมาข้างบนเห็นแต่ไม่ผิด แล้วคุกสองปีนี่มาจากใหนครับ
แล้วเรื่องศาลฏีกาแผนกคดีอา่ญานักการเมืองหละครับ มีศาลเดียวไม่เห็นตอบผมเลยว่าเป็นอย่างไร ทำไมนักการเมืองลวงโลกไม่ขึ้นศาลธรรมดา


โดย: กระจอก IP: 125.26.190.108 วันที่: 8 มกราคม 2553 เวลา:16:24:18 น.  

 
๏ ฝากอีกเรื่อง ส่งท้าย................ก่อนลา
ยายเที่ยง อ่านดูนา....................เพื่อนพ้อง
ให้เปรียบเทียบสักครา.................น่าอ่าน
บุกรุกป่าสงวนต้อง....................จับเข้า ซังเต ๚ะ แม่นบ่ หือ ?!


๐๐๐ อ่านอย่างมีความสุขนะครับ


Image Hosting by imagefra.me


โดย: tudong วันที่: 8 มกราคม 2553 เวลา:16:59:39 น.  

 
๏ อ้าวพ่อคุณ นี่แล้ง...........น้ำใจ
ไปถูกแล้วอย่างไร..............ต่อน้อ
ให้ติดต่อถามใคร...............ละพ่อ ?
ไหนบอกรู้ จงจ้อ................แปะให้ อ่านที ๚ะ

...........นะคร๊าบบบบบ !..............


โดย: tudong วันที่: 8 มกราคม 2553 เวลา:17:13:53 น.  

 
๏ คนซื้อไม่ผิด ข้อ.............กฎหมาย (1 ไม่)
อ่านใหม่สิ คนขาย.............รอดพ้น (2 ไม่)
เจ้าหน้ารัฐ หวิดตาย...........อีกหน่อ (3 ไม่)
ติดคุกสองปี ด้น................ส่งให้ ทักษิน ๚ะ (ทำไม่เหมาะนา 2 ปี)


๏ คำตอบนั้น อยู่ข้อ............แปดสิบสาม
ได้ขีดเส้นสีแดงตาม............อ่านได้
ละเอียดหน่อยก่อนถาม........หาเหตุ
อ่านทุกตัวอักษร ไซร์..........จะได้ เข้าใจ ๚ะ

- ถ้าคุณมั่นใจว่ามีข่าวยึดคืนที่ดินรัชดาจริงๆ เอามาลงให้ดูหน่อย อย่าสักแต่ฟังเขามาแล้วเชื่อ ผมไม่ใช่คนแบบนั้น

- ใครไม่ผิดบ้างผมลงไว้อย่างละเอียด พร้อมที่มาของข่าว

- คคห.ที่ 80 ก็ลงไว้ชัดเจนว่าศาลพิพากษาว่าผิดมาตราอะไร ทำตัวหนาเน้นให้อ่านง่ายอีกต่างหาก เฮ้อ...!

- ขีดเส้นไต้สีแดงในคคห.ที่ 83 เรื่องศาลเดียวชัดเจน อ่านสิ...อ่าน


โดย: tudong วันที่: 8 มกราคม 2553 เวลา:17:39:07 น.  

 
ลำดับเรื่องราวตั้งแต่ความคิดเห็นที่ 75

คคห.ที่ 75

......ผมรวยแล้วไม่โกงโพล่งมาบอก
จนถูกหลอกเสียหนึ่งไปถึงใหน
กลับมาโกงเสียอีกชั่วตัวจัญไร
ผมตัดใจสู้ต้านประจานมัน

- กล่าวหาลอยๆว่าเขาโกงโดยไม่มีหลักฐานอ้างอิง

-------------------------------------------------------------------
คคห.ที่ 76

๏ บอกให้รู้ หน่อยแน แค่หนึ่งเรื่อง
เพื่อประเทือง ปัญญา มาใส่หัว
โกงอะไร ไหนเล่า เว้ามาตัว
ไม่ต้องกลัว มัวชักช้า อย่าลังเล ๚

๏ ขอหลักฐาน สักหน่อย เดี๋ยวกร่อยเพื่อน
เพื่อย้ำเตือน ป้องกัน การหักเห
กลัวข่าวลวง ข่าวหลอก ออกปนเป
หลงลมเล่ห์ วาจา มายาคน ๚ะ

- ถามว่าโกงอะไรบ้าง ยกตัวอย่างให้ดูหน่อย
-------------------------------------------------------------
คคห.ที่ 77

......ซื้อที่ดินของรัฐมัดมือชก
สกปรกราคาซ้ำต่ำกว่าเก่า
ฮั้วกันเองเงินค้ำทำสูงเอา
คนอื่นเขาต้องกลัวชัวจริงจริง
......กฏหมายมีไว้ก่อนไม่ซ่อนเร้น
เขาก็เห็นว่ามี แต่ผีสิง
นึกว่าตัวเองหญ่ายไม่ประวิง
แต่กลับกลิ้งลิงถูกแหแก้หมดทาง

- ยกคดีที่ดินรัชดามาตอบ ซึ่งไม่ใช่คดีอาญา หรือคดีข้อหาโกงหรือทุจริตอะไรเลย กล่าวหาเขาว่าโกง ต้องตอบให้ได้สิว่าเขาโกงอะไร ?
เป็นความเข้าใจผิดที่น่าอภัยได้ อาจเพราะฟังมาโดยไม่ไตร่ตรองเสียก่อน

---------------------------------------------------------------------------
คคห.ที่ 78

๏ คำพิพากษาว่าอย่างไรให้ทวนอ่าน
เป็นตำนานลูกหลานไทยได้ศึกษา
คดีเดียวในโลกนี้ที่ดินรัชดา
ตัดสินว่าผิดจริยธรรมนักการเมือง ๚ะ


๏ อย่าเข้าใจความหมายผิดคิดว่าโกง
แล้วเที่ยวโยงไยเกลื่อนเหมือนพวกเหลือง
แยกให้ออกบอกเรื่องราวเพื่อประเทือง
ศึกษาเรื่องให้กระจ่างอย่างจริงจัง ๚


๏ ย่างสามปีคดีโกงโยงความผิด
เงียบสนิทหาไม่เจอท่านเธอหวัง
เป็นแต่เพียงข้อกล่าวหามาประดัง
หลอกพวกคลั่งหวังสาวกยกมือเฮ ๚ะ

- เอาข้อเท็จจริงมาให้ดู ไม่รู้อ่านหรือเปล่าว่าศาลพิพากษาว่าอย่างไร ฟ้องใครบ้าง ใครผิด ใครถูก ถามหาคดีโกงที่กล่าวหา ได้คดีที่ดินรัชดา
----------------------------------------------------------------------

คคห.ที่ 79

คำตอบได้มาแบบนี้ ↓

.......ขอตอบเป็นข้อๆดังนี้นะครับ
1. คนซื้อไม่ผิด ทำไมจะไม่ผิดเพราะการฟ้อง ศาลพิจารณาจากการฟ้องว่าเขาฟ้องเพียงแต่ นักการเมืองที่ทำผิดกฏหมาย เพราะเป็นศาลเกี่ยวกับนักการเมือง

- ตอบว่าศาลฟ้องเฉพาะนักการเมือง อย่างนี้แสดงว่าไม่รู้เรื่องอะไรเลย ใครแจ้งความ ? ใครไต่สวน ? ใครสอบสวน ? ใครส่งฟ้อง ? ใครสั่งฟ้อง พิพากษาว่าอย่างไร ? ถ้าศึกษาบ้างคงไม่ตอบอย่างนี้

2.เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องไม่ผิด ผมว่าเรื่องเขายังไม่สาวไปถึงเท่านั้น ยังคงจะหัวเย็นอยู่ว่าเมื่อไรเรื่องราวจะสาวไปถึง

- เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็มีตั้งแต่ท่านอดีตนายกฯ ลงไป ซึ่งศาลพิพากษาว่าผิดและไม่ผิดตามแต่ข้อกล่าวหา และตามมาตราของกฎหมายที่กำหนดไว้ก็ลงไว้ชัดเจนทีเดียว

คคห.ที่ 80 พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ปปช.ม.100 (1) วรรคสาม และ ม.122 วรรคหนึ่งให้ลงโทษจำคุก 2 ปี ส่วนความผิดฐานอื่นและคำขออื่นให้ยกฟ้อง เนื่องจากจำเลยที่ 1 หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาจึงมีคำสั่งให้ออกหมายจับจำเลยที่ 1 เพื่อมาปฏิบัติตามคำพิพากษาต่อไป ส่วนจำเลยที่ 2 พิพากษายกฟ้องจึงให้เพิกถอนหมายจับเฉพาะคดีนี้

คคห.ที่ 81 สำหรับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.152, 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐและผู้สนับสนุนเข้ามีส่วนได้เสียกับหน่วยงานของรัฐ เพื่อประโยชน์ตน องค์คณะ 8 ต่อ 1 เห็นว่า จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ไม่มีความผิด เพราะการกระทำของจำเลยที่ 1 ไม่ได้กระทำในฐานะเป็นเจ้าพนักงานของรัฐที่ดูแลกองทุนฯ แต่จำเลยได้ดำเนินการในฐานะคู่สมรสของจำเลยที่ 2 ให้ความยินยอมทำสัญญาซื้อขายที่ดินอันผิดต่อ พ.ร.บ.ปปช. จึงไม่ผิดต่อประมวลกฎหมายอาญาม. 152 ม.157



3.ที่ดินไม่ถูกยึด ตอนปัจจุบันนี้เป็นอย่างไรหละครับ ธ.แห่งประเทศไทยกำลังดำเนินการ ฟ้องร้องยึดทีดินกลับคืนมาเป็นของรัฐอยู่ คุณไปอยู่ใหนมาตกข่าวชิ้นนี้อยู่ได้

- ถามหารายละเอียด ที่มาของข่าว บอกให้ไปถามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นคำตอบที่หน่อมแน้มมาก ก็แค่บอกว่าสำนักข่าวไหนลงข่าวชิ้นนี้วันที่เท่าไหร่ ก็จบ ยกตัวอย่างให้ดูก็แล้ว อุตส่าห์คุยด้วยตั้งหลายความเห็น หว้งว่าจะได้ความรู้เพิ่มเติมสติปัญญาบ้าง กลับได้แต่ลมปาก ไร้หลักฐานอ้างอิง

4.คนเ้ซ็นต็ค้ำติดคุก 2 ปี และเป็นศาลเดียว คนเซ็นต์ค้ำทำผิดกฏหมายที่ได้ระบุไว้เกี่ยวกับการกระทำผิดของนักการเมือง โดยห้ามการที่นักการเมืองมีส่วนเกี่ยวข้องกับการประมูลต่างๆของรัฐ แต่นักการเมืองลวงโลกใ้ช้บัตรของนายกเข้าเซ็นต์ค้ำทำให้ผิดกฏหมายที่มีอยู่แล้ว และนักการเมืองลวงโลกเป็นคนที่เซ็นต์ออกกฏหมายฉบับนี้เอง ทำให้นึกว่าเป็นการเหลิิงนึกว่าไม่มีใครจัดการตนเองได้ และทำไมเป็นศาลเดียว เพราะนักการเมืองที่ทำผิด ต้องขึ้นศาลของนักการเมืองเท่านั้น นอกจากบุคคลธรรมดา อย่างเช่นนายรักเกียรติ ก็ศาลเดียวเหมือนกัน และแม้แต่ศาลเดียว ก็มีการพิจารณาเป็นคณะใหญ่ และยังสามารถอุธรณ์ได้อีก ตามเงื่อนไขที่กฏหมายได้วางไว้ แต่นักการเมืองลวงโลกได้เผ่นหนีก่อน

- เรื่องเซนต์ยินยอมนี่ก็เหมือนกัน ถ้าติดตามคดีนี้ตั้งแต่ต้นก็จะรู้ว่าท่านอดีตนายกฯทักษิน ทำเรื่องสอบถามอัยการไปแล้ว ก็ได้คำตอบตอบมาไม่ผิด ท่านจึงเซนต์ อดีตนายกฯชวน,บรรหาร เข้าให้การก็บอกว่าตำแหน่งนายกฯไม่ได้กำกับดูแลกองทุนฯ ๆไม่ผิด เรื่องศาลเดียวก็บอกแล้วว่ามันมีที่เดียวในโลก ประเทศที่เจริญแล้วเขาไม่ทำกัน เพราะมันไม่ยุติธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา

...........แล้วคุณคอยดูนะครับเรื่องนี้จะจบลงที่ ที่ดินต้องคืนเป็นของรัฐเพราะว่าเป็นการกระทำโดยมิชอบ ส่วนภรรยาของนักการเมืองลวงโลก ไม่ใช่ว่าไม่ผิดนะครับ เพียงแต่ว่าเรื่องราวต่างยังรอเวลาอยู่เท่านั้น

- ผมจะรอดูว่าจะเป็นอย่างที่คุณคาดเดาไว้หรือเปล่า แต่ขออนุญาตไม่เชื่อในสิ่งที่คุณเขียนมา เพราะมันเลื่อนลอย ไร้หลักฐาน









โดย: tudong วันที่: 8 มกราคม 2553 เวลา:23:31:09 น.  

 
From.......//www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P8746127/P8746127.html#5


ไร้..เมตตา อิจฉาเกาะ เจาะประสาท
ความ..อาฆาต มาดร้าย กระหายหิว
เที่ยง..วาจา หายาก ปากโกธรกริ้ว
ธรรม..แค่ผิว ภายนอก หลอกประชา ๚

สุข..สลาย หายจาก หากธรรมหด
สงบ..ลด หมดลง หลงผวา
ก็..วุ่นวาย ตกต่ำ ซ้ำตามมา
ยาก..นักหนา หาได้ ไทยเหมือนเดิม ๚

จะ..หาสุข สงบ ให้พบได้
เกิด..จากใจ เมตตา มาส่งเสริม
ขึ้น..นำหน้า พาธรรม ทำเหมือนเดิม
ได้..สุขเพิ่ม เติมเต็มที่ มียุติธรรม ๚ะ

๐ สวัสดีน้องพลอย และพี่,เพื่อน,น้องห้องกวีฯทุกๆท่านครับ



โดย: tudong วันที่: 9 มกราคม 2553 เวลา:15:18:29 น.  

 
วัน..สำคัญ ที่ต้อง....................ใส่ใจ
นี้...เพื่อลูกหล านไทย...............ภาคหน้า
วัน..ปีผ่าน โตไป.....................สร้างชาติ เมืองเวย
เด็กฝาก..บอกรู้จ้า...................ไม่กล้า หนีทหาร ๚


ไว้..โตไปหนุ่มขึ้น....................แข็งแรง
ให้..รับใช้ชาติแทง...................เสียดไส้
เด็ก..น้อยมาร์คชักแหยง...........เลี่ยงหลบ
ดื้อ..ดักดาน ด้านไว้.................จะได้ เป็นผู้นำ ๚ะ๛


โดย: tudong วันที่: 9 มกราคม 2553 เวลา:19:40:05 น.  

 
Hi, There !!!,

Date of birth เด็กนั้น.................to day
I would like to say..................ฝากบ้าง
Don't boldface and play...........drama มาร์คเอย
Reduce hoax, อวดอ้าง..............ภาพสร้าง หลอกลวง




โดย: tudong วันที่: 11 มกราคม 2553 เวลา:2:37:25 น.  

 
๏ แค่นึก คึกแน่ ถ้า........................กล้าหือ
อย่าแต่ แหย่ตา มือ.......................ปิดข้าง
ดูเหตุ เดชหู! คือ...........................ต้นเหตุ นั้นนา
เจ้าค่ะ จะเข้า บ้าง.........................สื่อล้วง กรอกหู ๚ะ

๏ เยื้อฉาก ยากเชื่อ กล้า..................กระทำ
อ้างอวด อวดอ้าง ธรรม...................บ่อยครั้ง
สมแท้ แส่ถม กรรม........................เก็บก่อ
ได้รับ ดับไร้ พลั้ง...........................พลาดนี้ พึงจำ ๚ะ



โดย: tudong วันที่: 12 มกราคม 2553 เวลา:16:31:17 น.  

 
๏ ใครสด ขุด ขดไส้...................เฒ่าขิง
อาหมอก!ออกมา จริง................แจ่มจ้า
ถ้วนสุข ทุกส่วน ปลิง.................เปรียบเทียบ
อ้าพึ่ง อึงฟ้า ท้า.......................ไพร่ฟ้า มองเห็น ๚

๏ เคยซ่อน ค้อนใส่ ไส้..............หลอกลวง
ผีดาบ ภาพดี ยวง.....................หลุดแล้ว
เห็นหมด หดเหม็น พวง..............ผู้เฒ่า
ตีแน่ แต่นี้ แผ้ว........................ยากแท้ เดินถนน ๚ะ


โดย: tudong วันที่: 12 มกราคม 2553 เวลา:16:31:48 น.  

 
๏ เหมือนกัน จึง หมั่นเกื้อ...............ก่อแดง
แตกหน่อ ต่อแนก แปลง.................ร่างพริ้ง
เฒ่านาน ถ่านเน่า แจง...................ไม่เจต- นาเฮย
เกรงเฒ่า เก่าเท้ง ทิ้ง.....................ถูกต้อง กล่าวมา ๚ะ


โดย: tudong วันที่: 12 มกราคม 2553 เวลา:16:32:54 น.  

 
ข้า

๏ ข้าใหญ่ ใครหย่า ได้...............อาจแหยม
ข้าอยู่ ครูอย่า แนม...................อย่างนั้น
ข้าแย่ง แข่งอย่า แอม................กระอัก
ข้าเยี่ยม เคี่ยมอย่า ปั้น...............เทียบชั้น ข้านา ๚



Image Hosting by imagefra.me


โดย: tudong วันที่: 12 มกราคม 2553 เวลา:16:35:51 น.  

 
ขิง

๏ ขิงเน่า เขานิ่ง น้ำ...................ลึกนา
ขิงแก่ แค่กิ้ง กา........................กี่นั้ง
ขิงอ่อน ค่องอิง มา...................เตือนติ
ขิงเฒ่า เขาทิ้ง รั้ง.....................อาจต้อง น่าเหม็น ๚

 Image Hosting


โดย: tudong วันที่: 12 มกราคม 2553 เวลา:16:38:05 น.  

 
แก่

๏ แก่เฒ่า ดู เก่าแท้.................ยังแถ
แก่มาก กากแม่ แผ..................แผ่แพ้
แก่ทุด กุดแท้ แก....................ยึดป่า
แก่ล่ำ ใช้ กรรมแล้..................ทุกข์ท้น คูณทวี ๚

 Image Hosting


โดย: tudong วันที่: 12 มกราคม 2553 เวลา:16:40:04 น.  

 
ผู้

๏ ผู้ใหญ่ ไผอยู่ ยั้ง.................ยืนยง
ผู้ย่ำ พร่ำอยู่ หลง...................ศักดิ์ค้ำ
ผู้แย่ แพร่อยู่ คง....................แย่อยู่
ผู้เฒ่า เฝ้าถู ย้ำ.....................ปล่อยสิ้น วางเสีย ๚

 Image Hosting


โดย: tudong วันที่: 12 มกราคม 2553 เวลา:16:42:25 น.  

 
ยิ่ง

๏ ยิ่งเก่า เย้ากิ่ง ก้าน...............ร่วงโรย
ยิ่งก่อน ย้อนกิ่ง โอย...............หล่นแล้ว
ยิ่งแก่ แย่กิ่ง โหย..................หาญหัก
ยิ่งก่น ย่นกิ่ง แคล้ว................โค่นทิ้ง ทั้งแถว ๚

Image Hosting by imagefra.me


โดย: tudong วันที่: 12 มกราคม 2553 เวลา:16:43:59 น.  

 
ใหญ่

๏ ใหญ่พร้อม ยอมไพร่ ยั้ง.......หยุดมือ
ใหญ่พรั่ง ยังไพร่ คือ..............ใหญ่แท้
ใหญ่ฝั่ง หยั่งไพร่ ถือ..............อาวุธ สู้นา
ใหญ่ฝ่า อย่าไพร่ แก้..............เหตุด้วย เสวนา ๚ะ๛

 Image Hosting


โดย: tudong วันที่: 12 มกราคม 2553 เวลา:16:47:07 น.  

 
๏ อาจมำ อำมาตย์ เจ้า...............จริยธรรม
ใช่น่ะ ไฉน ทำ.........................อย่างนี้
รุกป่า ล่าปลุก กรรม..................สนองเฒ่า แล้วนา
พลฯท่าน พรั่นทน ยี้..................ห่อหน้า เดินสนาม ๚

๏ ท่านใหญ่ ไทยยั่น ย้าย...........ไม่หือ
ไอเปล่า เอาไป คือ...................ป่าไม้
คืนไหม ไม่คืน หรือ...................อายบ่ ท่านฮา!
ชนด่า ส่าห์ด้น ไซร์...................กอดไว้ ทามมาย ? ๚

๏ รู้ไหม ไร่หมู่ ไม้....................ของหลวง น่ะ!
ก้างใหญ่ ไก่ย่าง กลวง..............ติดข้อ
เส้นใหญ่ ใส่เย็น หวง................ไว้เพื่อ ไรนอ
ขอลุก คุกรอ ป้อ.....................เปิดไว้ รอป๋า อยู่เด้อ ! ๚ะ

Image Hosting by imagefra.me



โดย: tudong วันที่: 12 มกราคม 2553 เวลา:19:39:08 น.  

 
๏ เขาใหญ่ ใครเขย่า ได้................ให้เขา
ครองครอบ ครอบครอง เอา...........สิทธิ์ค้าง
ยิ่งใจ ใหญ่จริง เพลา....................ลงหน่อย ยุทธเอย
อาไม่ อายหะมา บ้าง...................บอดไบ้ หรือไร ๚

๏ อาจนำ อำนาจ นั้น.................ขู่เข็ญ
เป็นใหญ่ จิต ไป่เย็น..................อยากได้
ภาคสอง ผ่องซาก เป็น..............ทหารญ่าย นี่นา
คนกราบ คราบก้น ไคล้..............อยากให้ เจ้านาย ๚

๏ ความสุข จึ่ง คลุกส้วม.............ตามมา
ยากปล่อย ย่อยปาก คา..............ติดก้าง
คอเจ็บ เจ็บคอ นา....................ยายเที่ยง
กินเปล่า เก่าปลิ้น อ้าง...............บ่ได้ เจตนา ๚ะ เหอ เหอ !



โดย: tudong วันที่: 13 มกราคม 2553 เวลา:3:50:19 น.  

 
๏ กระอัก กระอ่วน อ้าง...............ออกเอียน
ปวดแสบ ปวดร้อน เนียน.............หน่อมแน้ม
ประธง ประธาน เจียน.................ต่อมแตก แล้วฤา
จะยุบ ไม่ยุบ แย้ม.....................ปักเป้า ที่ธง ๚ะ


โดย: tudong วันที่: 13 มกราคม 2553 เวลา:15:37:02 น.  

 
๏ คืนหมับ ครับหมื่น ครั้ง.............มัดจำ
ชื้อต่อ ส่อตือ ทำ.......................ล่วงล้ำ
ถ้าปี่ ที่ป่า ยำ............................ยักยอก ได้ฤา
หรือใหญ่ ไล่ยื้อ ย้ำ....................เลิกยื้อ คืนเสีย ๚ะ




โดย: tudong วันที่: 14 มกราคม 2553 เวลา:3:14:49 น.  

 
Image Hosting by imagefra.me


โดย: tudong วันที่: 14 มกราคม 2553 เวลา:15:24:30 น.  

 
ยึดทรัพย์ ยึดทรัพย์ ยึดทรัพย์!?!

โดย อุษณีย์ เอกอุษณีษ์ 14 มกราคม 2553 15:15 น.









เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีไต่สวนยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จำนวน 7 หมื่น 6 พันล้านบาทรวมดอกผล องค์คณะผู้พิพากษาศาลฯ ท่านมีคำสั่งให้คู่ความแถลงปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษร ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ 12 มกราคม 2553 เป็นต้น และนัดฟังคำพิพากษา ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 13.00 น.

โดยในการขึ้นให้การนัดสุดท้ายของพยานเพิ่มเติม ที่ศาลฯ ท่านเรียกมา นอกจากจะมี นายสิทธิชัย โภไคยอุดม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ยุคหลังทักษิณ ผู้เข้ามารับหน้าเสื่อยกเลิกมติ ครม.อัปยศ ที่ให้มีการแปลงสัญญาสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต เอื้อประโยชน์ธุรกิจตัวเอง ในยุคทักษิณแล้ว

ยังมีนักวิชาการอย่าง ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์ ที่จับงานวิจัยเรื่องความเสียหายที่ชาติได้รับจากนโยบายฉ้อฉลของนโยบายรัฐบาลไทยรักไทย โดยเฉพาะนโยบายข้างต้น และในโอกาสเดียวกันนี้ ดร.สมเกียรติ ยังได้เบิกความเรื่อง ความสัมพันธ์ของมูลค่าหุ้นชินคอร์ป ผ่านมุมมองเปรียบเทียบ “สายสัมพันธ์การเมืองกับตลาดหุ้นไทย” ได้อย่างน่าสนใจมาก

แน่นอนครั้งหนึ่ง พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก เคยอธิบายไปแล้วว่า คดียึดทรัพย์ 7 หมื่น 6 พันล้านนั้น มี 2 ข้อพิสูจน์สำคัญที่ถือเป็นหัวใจของคดีนี้

หนึ่ง คือการพิสูจน์ให้ได้ว่า ทักษิณ ชินวัตร ยังคงถือครองหุ้นชินคอร์ปนับตั้งแต่วันแรก จนกระทั่งถึงวันที่มีการขายโอนหุ้นให้กับเทมาเส็ก โฮลดิ้ง หมายความว่า เป็นนายกฯ แล้วก็ยังคงถือหุ้นจำนวนมหาศาลต่อไป นั่งสองขา ขาหนึ่งทำธุรกิจตัวเอง ขาหนึ่งบริหารประเทศ อันเป็นต้นธารของ “การมีพฤติกรรมที่นำไปสู่ผลประโยชน์ขัดกัน หรือ Conflict of interest”

และสองคือ การพิสูจน์ให้ได้เห็นว่า ช่วงที่ นช.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีมีการออกนโยบายประเทศที่เอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจตนเองเป็นสำคัญ ซึ่งในส่วนนี้ นอกจากจะพิสูจน์ได้ในรูปความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศ ค่าเสียโอกาสที่ประเทศได้รับแล้ว ที่พูดถึงกันเยอะมาก ก็คือ การเพ่งมองไปที่มูลค่าหุ้นเพิ่มขึ้นของหุ้นทักษิณในช่วง 4 – 5 ปีที่บริหารประเทศแล้ว

จึงเป็นที่มาของทฤษฎีสมคบคิดที่ดังกระหึ่มไปทั่ว เรื่องยึดครึ่ง คืนครึ่ง ยึด 3 คืน 4 ...เป็นเสียงที่มีทั้งคนที่รู้ และไม่รู้ ทั้งเข้าใจและไม่เข้าใจ งุนงนตกลงหมายความว่าอย่างไรกัน เพราะถ้าจะอธิบายกันง่ายว่า ด้วยหลักสมการง่ายๆ คือ เอามูลค่าหุ้นจำนวน 1,487.74 ล้านหุ้น ของปี 2549 รวมกว่า 7 หมื่น 6 พันล้านบาท มาลบออกด้วยทุนเดิม คือมูลค่าหุ้นจำนวนเท่ากันของเมื่อปี 2544 (ก่อนเข้ามาบริหารประเทศ) ที่มีมูลค่าเพียง 3หมื่นกว่าล้าน ส่วนที่เหลือ คือส่วนเกินที่งอกเงยออกมา และมาอย่างไม่ชอบมาพากล ใครคิดง่ายแบบนี้ จะมองว่าเป็นการดูเบา กระบวนการพิจารณาคดีที่เต็มไปด้วยความรอบคอบของกระบวนการยุติธรรมบ้านเราไปหน่อยก็ว่า

จริงอยู่แม้ตลอดช่วงที่ผ่านมา สื่อมวลชนจะพากันรายงานข่าวกระหึ่มบ้านกระหึ่มเมืองว่า ตั้งแต่ปี 2544 ถึงปี 2549 เป็นช่วงที่ “พ.ต.ท.ทักษิณ- คุณหญิงพจมาน ชินวัตร” ครองอำนาจสูงสุดทางการเมือง จะเป็นช่วงเดียวกับที่ ‘ชิน คอร์ปอเรชั่น’ (SHIN) หุ้นในมือตระกูลนายกรัฐมนตรี จะทำกำไรสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์รวมกันกว่า 4 หมื่นล้านบาท

... ถึงกับมีการจ่ายเงินปันผลกลับคืนให้กับครอบครัวชินวัตร เป็นเม็ดเงิน (สด) สูงถึง 8,033 ล้านบาท หรือเท่ากับ 25% ของกำไรสุทธิทั้งหมดที่ ‘ชินคอร์ป’ ทำได้ในช่วง 5 ปี…

... และเฉพาะปี 2547 ‘ครอบครัวชินวัตร’ รับเงินปันผลจากหุ้นชิน คอร์ปอเรชั่น (SHIN) เพียงปีเดียว 2,975 ล้านบาท เฉลี่ยวันละ 8.15 ล้านบาท หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 3.4 แสนบาท เพียงครึ่งปีแรก 2548 ‘ครอบครัวนายกฯ’ รับเงินปันผลหุ้น SHIN ไปอีก 1,859 ล้านบาท ยังไม่นับรวมผลประโยชน์ จากการลงทุนต่อเนื่องอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน…(ลงใน กรุงเทพธุรกิจฯ, 20 มค. 2549)

...แต่นั่นก็เป็นเพียงตัวเลขบนโต๊ะที่เราๆ ท่านๆ มองเห็นผ่านรายงานจากตลาดหลักทรัพย์ฯ!?!

... แล้วตัวเลขใต้โต๊ะที่แท้จริงล่ะ…!?! ตัวเลขแท้จริงของจำนวนทรัพย์สินที่ได้มาจากพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ใช้อำนาจเอื้อธุรกิจครอบครัวตัวเอง อันเป็นการทับซ้อน ประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวมที่นำไปแอบซ่อนในชื่อของบุคคลในครอบครัวและบุคคลใกล้ชิด มีเท่าไหร่กันแน่...

กรุงเทพธุรกิจฯ ฉบับ 27 มิถุนายน 2547 พาดหัวข่าว “เปิดผลวิจัยนโยบายรัฐดันหุ้นชิน พุ่ง 2 แสนล้าน” เนื้อข่าวระบุ นักวิชาการทีดีอาร์ไอ แฉธุรกิจการเมืองไทยครอบตลาดหุ้นสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก สมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์ เปิดข้อมูลกลุ่มชิน คอร์ป เดินหน้าโกยกำไรปีเดียว 2 แสนล้านบาท ฟันธงนโยบายรัฐดันหุ้นทักษิณพุ่งกระฉุด ทั้งไอทีวี เอไอเอส ชินแซทฯ …

ตอนหนึ่งของผลการวิจัยเขียนชัดว่า

‘...ในช่วงปี 2546 ได้เกิดปรากฏการณ์ที่หุ้นกลุ่มหนึ่งซึ่งนักลงทุนเรียกว่า ‘หุ้นทักษิณ’ มีอัตราผลตอบแทนการลงทุนสูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างง่าย หรือ simple average ของตลาด ซึ่งอยู่ในระดับร้อยละ 58 อาทิ หุ้นไอทีวี, หุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น หุ้นบริษัท เอไอเอส และหุ้นบริษัทชิน แซทเทลไลท์ ปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดข้อสงสัยว่ารัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัทเครือญาติหรือไม่…’

‘...หุ้นทักษิณมีอัตราการตอบแทนดีกว่าหุ้นอื่นๆ ในตลาดร้อยละ 141 และจะเพิ่มเป็นร้อยละ 184 หากตัดหุ้นของธนาคารทหารไทย ซึ่งชิน คอร์ป ถือหุ้นข้างน้อยออกไป ดังนั้นหุ้นในกลุ่มหุ้นทักษิณมีสิ่งที่เรียกว่า ‘ทักษิณ พรีเมียม’ ในระดับสูงมาก เมื่อประเมินโดยใช้ค่าทักษิณ พรีเมียมในระดับ 141 จะพบว่าการที่มูลค่าของทั้ง 5 บริษัทดังกล่าวที่สูงขึ้น 316,374 ล้านบาท ในปี 2546 นั้น สามารถอธิบายได้จากตัวแปรของการเป็นหุ้นทักษิณถึง 205,276 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นการเพิ่มขึ้นของมูลค่าตลาดจากปัจจัยอื่นๆ และการเพิ่มขึ้นดังกล่าวทำให้ผู้ถือหุ้นทักษิณมีความมั่งคั่งอย่างมหาศาลในเวลา 1 ปี…’

บทความเดียวกันนี้อธิบายด้วยว่า ความเป็นหุ้นทักษิณ จะได้สิทธิพิเศษอะไรบ้าง ก็อาทิ การออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) จัดเก็บภาษีสรรพสามิตกิจการโทรคมนาคม ซึ่งเป็นมาตรการที่สร้างกำแพงกีดกันผู้ประกอบการรายใหม่ ขณะเดียวกันก็สร้างประโยชน์ในกับกลุ่มโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ ที่มีเอไอเอสได้มากที่สุด, การที่ กระทรวงไอซีทีพยายามแก้กฎเกณฑ์การคิดค่าเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม ทำให้มีการวิเคราะห์กันว่าส่งผลให้บริษัทเอไอเอสได้ประโยชน์ทันที 2,186 ล้านบาท แต่บริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น และบริษัท เทเลคอมเอเซีย กลับมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อปี

การที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ มีมติส่งเสริมการลงทุนในโครงการดาวเทียมไอพีสตาร์ ของบริษัท ชิน แซทเทลไลท์ โดยให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจนได้ประโยชน์กว่าหมื่นล้านบาท และการลดค่าสัมปทานไอทีวี พร้อมเปิดให้ไอทีวีสามารถปรับผังรายการได้ ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ค่าตอบแทนของหุ้นทักษิณมีราคาสูงขึ้น

จะอ้างว่า ร่ำรวยมาก่อนแล้ว มีมาก่อนแล้ว รวยมาแล้ว รวยแล้วไม่โกง คงฟังไม่ขึ้น เมื่อสมัยมีรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ในเครือผู้จัดการ ในฐานะผู้ดำเนินรายการ เคยเปิดโปงเส้นทางรวยของพ.ต.ท.ทักษิณ ผ่าน “รายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร ครั้งที่ 4” ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ แทบจะหมดเปลือก

ในปี 2533 สมัยเป็นพ่อค้าโทรศัพท์มือถือได้รับการสัมปทานโทรศัพท์ 900 เป็นเวลา 20 ปี สมัยที่นายสมัคร สุนทรเวช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ปี 2535 วิ่งเต้นขอรับสัมปทานดาวเทียมไทยคมจากรัฐบาลเผด็จการ รสช.

ปี 2544 สมัยเป็นนายกรัฐมนตรีมีการแปรสัญญาสัมปทานให้ กสท.และ ทศท อ่อนแอ

มาปี 2546 คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้ยกเว้นภาษีให้ดาวเทียมไอพีสตาร์กว่า 1.6 หมื่นล้านบาท ปีเดียวกันมีการลดค่าสัมปทานไอทีวี ถัดมามีการลงทุนแอร์เอเชีย บริษัทชิน คอร์ป รุกทำธุรกิจสินเชื่อในนามบริษัทแคปปิตอลโอเค มีรายได้ทั้งเครือกว่า 7 หมื่นล้านบาทเกือบเท่า ปตท. และบริษัทในเครือยังมีมูลค่าเพิ่มในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2546 กว่า 2.5 แสนล้านบาท ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีความร่ำรวยด้วยการวิ่งเต้น และอิงอำนาจมาตลอด

นอกจากจะไม่ใช่ “รวยแล้วไม่โกง” แต่ยังเข้าข่ายขอเข้ามา “โกงให้รวย” อีกด้วย ตามสามัญสำนึกทั่วไป ชาวบ้านคงอย่างเห็นการเรียกคืนสิ่งที่ประเทศควรได้รับอย่างสาสม อย่างเต็มที่ แต่ท้ายที่สุด ศาลท่านจะเห็นปรานี เห็นสมควรเช่นไร ก็คงต้องรอฟังด้วยใจเคารพในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้


โดย: ddddd IP: 125.26.150.24 วันที่: 14 มกราคม 2553 เวลา:20:54:13 น.  

 
นิรโทษกรรมให้นักโทษชายแม้ว

โดย สุรวิชช์ วีรวรรณ 14 มกราคม 2553 16:19 น.


การประกาศต่อสังคมของคนเสื้อแดง และสมาชิกพรรคเพื่อไทยหลายครั้งว่า พวกเขาต่อสู้เพื่อเอาทักษิณกลับบ้าน ทักษิณเองก็เคยโฟนอินเข้ามาปลุกระดมคนเสื้อแดงหลายครั้ง เช่นว่า ถ้าเสื้อแดงออกมาชุมนุมกันมากๆ จะช่วยให้เขาได้กลับประเทศ ถ้าเสื้อแดงลงชื่อถวายฎีกากันเยอะจะช่วยให้เขาได้กลับบ้าน

ทั้งๆ ที่คนเสื้อแดงและทักษิณเองก็รู้ว่า ไม่มีใครห้ามเขากลับบ้าน แต่ความหมายของทักษิณที่แท้จริงก็คือ เขาต้องการกลับบ้านโดยไม่มีความผิด นั่นคือ ต้องได้รับการนิรโทษกรรม

“หัวโต” สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการทางด้านประวัติศาสตร์ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แนวร่วมคนสำคัญของกลุ่มเสื้อแดงถึงกับเคยเขียนบทความ เรียกร้องให้นิรโทษกรรมให้ทักษิณ

“ทักษิณ ถูกรัฐประหาร (ที่โทษประหารชีวิต) ล้มไป ทักษิณ เป็นนายกฯ ที่ได้รับการเลือกตั้งโดยชอบธรรมคนสุดท้ายการนิรโทษกรรมให้ทักษิณ จะถือว่า “ทำเพื่อประโยชน์ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง” ได้อย่างไร?” สมศักดิ์ ว่า

สมศักดิ์ถามว่า แล้วไอ้ “คดีความต่างๆ” ที่ว่า ทักษิณโดนอยู่น่ะ มันมาจากอะไร ไม่ใช่จากรัฐประหารหรือ? รู้จัก “กระบวนการยุติธรรม” due process หรือเปล่า?

“ในประเทศเจริญแล้ว ต่อให้สมมติว่า จนท.จับใครมาขึ้นศาล ถ้าด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง เช่น ไม่มีหมายค้น, ไม่อ่าน “คำเตือน” (“คุณมีสิทธิไม่ให้การ คุณมีสิทธิมีทนายได้...”) อย่างนี้ ต่อให้ “สังคม” “เชื่อ” ว่า คนที่ถูกจับมานั้น ผิด ศาลยังต้องสั่งให้คดีเป็นโมฆะเลยครับ” สมศักดิ์ต้องการบอกว่า ถึงทักษิณจะผิดแต่ถ้ากระบวนการไม่ถูกต้องก็ไม่ผิด

การสร้างวาทกรรมดังกล่าวของสมศักดิ์เป็นการพูดตัดตอนและหาประโยชน์ให้กับทักษิณ

ปิติกุล จีระมงคลพาณิชย์ อธิบายความหมายของคำว่า Due Process of Law หรือเรียกสั้นๆ ว่า Due Process พูดถึงความหมายของวลีดังกล่าวมีอยู่สองคำคือ Due แปลว่า เหมาะสม สมควร พอเพียง พอควร ตามกำหนด ครบกำหนด ถึงกำหนด ถูกต้อง ถูกทำนองคลองธรรม ตรง หลีกเลี่ยงไม่ได้ Process แปลว่า กระบวนการ ดังนั้นที่ศาสตราจารย์จิตติ (ติงศภัทิย์) แปลคำทั้งสองคำนี้ว่า “กระบวนการอันควร”

แล้วมาดูว่า ทักษิณทำผิดกฎหมายและติดคุกด้วยคดีอะไร การดำเนินคดีต่อทักษิณได้ก้าวข้าม “กระบวนการอันควรต่อกฎหมาย” อย่างที่สมศักดิ์กล่าวอ้างหรือไม่

คดีทุจริตประมูลซื้อที่ดินรัชดาภิเษก เป็นคดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทย์ยื่นฟ้องทักษิณ เป็นจำเลยที่ 1 และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภรรยาเป็นจำเลยที่ 2 ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ในความผิดฐาน “เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกันเป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้ส่วนเสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานของรัฐ ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีอำนาจกำกับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบหรือดำเนินคดี และเป็นเจ้าพนักงาน และสนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นฯ”

คดีดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการธุรกิจแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2540 และประมวลกฎหมายอาญา และศาลมีคำสั่งรับฟ้องเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

คดีนี้เริ่มจากวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) เป็นผู้ยื่นร้องเรียนต่อกองบังคับการ กองปราบปราม ก่อนเกิดรัฐประหาร 19 กันยา และเมื่อมีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) คุณวีระ ได้นำเรื่องนี้เสนอต่อ คตส. ให้ตรวจสอบพฤติกรรมทุจริตประพฤติมิชอบของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัวอีกครั้ง

จะเห็นได้ว่า “กระบวนการอันชอบธรรมทางกฎหมาย” จะต้องเดินไปตามครรลองของมันตั้งแต่คุณวีระได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกองปราบอยู่แล้ว

การทำสัญญาซื้อขายที่ดินผืนดังกล่าวการกระทำความผิดเกิดขึ้นภายหลังกองทุนฟื้นฟูอนุมัติให้คุณหญิงพจมาน เป็นผู้ชนะการประกวดราคา คุณหญิงพจมานได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินดังกล่าวกับกองทุนฟื้นฟูฯ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2546 และชำระราคาครบถ้วนในเวลาต่อมา ก่อนที่จะทำสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินกันในวันที่ 30 ธันวาคม 2546

โดยทักษิณ จำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อในหนังสือให้ความยินยอมแก่คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ซึ่งเป็นภรรยา โดยมอบหลักฐานสำเนาบัตรประจำตัวประเภทข้าราชการการเมือง ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีประกอบการทำสัญญาด้วย

นอกจากนั้นในระหว่างที่ทักษิณยังมีอำนาจยังมีการแก้กฎหมายเพื่อให้สามารถสร้างอาคารสูงในพื้นที่ภรรยาของตัวเองหลังชนะการประมูล และคณะรัฐมนตรีของทักษิณยังมีมติเลื่อนวันหยุดปีใหม่ จากวันที่ 31 ธันวาคม 2546 เป็นวันที่ 2 มกราคม เพื่อให้การซื้อขายที่ดินรัชดาฯ สามารถดำเนินการได้ทันสิ้นปี เพื่อเสียค่าธรรมเนียมโอนที่ดิน เฉพาะกรณีปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ในอัตราลดหย่อนเพียง 0.01% ที่มีผลใช้บังคับถึงสิ้นปี พ.ศ. 2546

ถ้าสมศักดิ์บอกว่า กระบวนการสอบสวนก่อนศาลของคดีดังกล่าวดำเนินการโดย คตส.ที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐประหารดังนั้น คดีของทักษิณจึงไม่มีความชอบธรรมตาม “กระบวนการอันควรต่อกฎหมาย” แล้ว การกระทำผิดทุกอย่างในประเทศนี้ที่เกิดขึ้นก่อนการรัฐประหารคงต้องเป็นโมฆะหมด

ถ้าการรัฐประหารไม่มีอำนาจ รัฏฐาธิปัตย์ หรือมีอำนาจสูงสุดเพื่อวางกฎเกณฑ์ของประเทศ ประเทศไทยก็คงจะเป็นโมฆะตั้งแต่เกิดการรัฐประหารในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2476 และประเทศไทยก็คงกระทำอะไรที่เป็นโมฆะตลอดมา

สมศักดิ์อาจบอกว่า เขาไม่ยอมรับ “รัฏฐาธิปัตย์ของคณะรัฐประหาร” เพราะการรัฐประหารเป็นการกระทำผิดที่มีโทษประหารชีวิต และกระทำผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 113 ล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร หรืออำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต

ผมคิดว่า ประเด็น “รัฏฐาธิปัตย์” ของคณะรัฐประหารเป็นประเด็นที่ต้องถกเถียงแยกออกจากกรณีของทักษิณ เพราะมันชัดเจนอยู่แล้วว่า ทักษิณกระทำ “ความผิดต่อแผ่นดิน” ที่เกิดขึ้นก่อนการรัฐประหาร และไม่มีอะไรปรากฏเลยว่า การพิจารณาคดีความดังกล่าวอยู่นอกกรอบของการพิจารณาคดีตามขั้นตอนปกติของกระบวนยุติธรรมหรือใช้อำนาจของคณะรัฐประหารเข้าไปสั่งการแทรกแซงการพิจารณาคดี

และถ้าเราจะยึด “กระบวนการอันควรของกฎหมาย (Due Process of Law)” เราก็คงต้องยอมรับบรรทัดฐานจากคำพิพากษาของศาลฎีกาที่เคยมีบรรทัดฐานไว้แล้ว ไม่ใช่แหกคอกแบบที่ชำนาญ จันทร์เรือง นักวิชาการแดงเคยเขียนอ้างคำพิพากษาของตุลาการเสียงข้างน้อยที่ไม่ยอมรับ “รัฏฐาธิปัตย์” ของคณะรัฐประหาร

ซึ่งก็ต้องถามชำนาญว่า กระบวนการยุติธรรมตามหลักการประชาธิปไตยนั้นต้องยึดบรรทัดฐานเสียงข้างน้อยหรือเสียงข้างมาก ถ้ายึดตามบรรทัดฐานเสียงข้างน้อยเราจะปกครองกันอย่างไร

เพราะถ้าอ้าง “กระบวนการอันควรของกฎหมาย” แต่ไม่ยอมรับบรรทัดฐานทางกฎหมายที่ไม่สมประโยชน์กับตัวเอง วิธีคิดดังกล่าวก็ไม่ใช่ Due Process เช่นเดียวกัน

surawhisky@hotmail.com


โดย: ddddd IP: 125.26.150.24 วันที่: 14 มกราคม 2553 เวลา:20:57:29 น.  

 
๏ มามาดใหม่ ใส่ 5 d IP:เก่า
เพื่อนของเราเอาข้อมูลทูลเสนอ
ดูเข้าท่าน่าสนใจครั้นได้เจอ
ร้องเอ้อเหอ! เธอช่างกล้าน่าชมเชย ๚

๏ เที่ยวลัดเลาะเสาะหาที่มาข่าว
รู้แล้วหนาวกายานิจจาเอ๋ย
สาวกเหลืองของแท้แม่เจ้าเวย
ความเชื่อเลยหดหายสลายไป ๚

๏ ขอขอบใจในจิตคิดเกื้อหนุน
มาบอกบุญจุนเจือเอื้อสาไถย
พยายามเป็นเลิศประเสริฐใจ
นำมาให้ได้อ่านละลานตา ๚

๏ ขออภ้ยอย่างแรงนะแพงเพื่อน
เราขอเตือนจากใจไม่มุสา
ระวังไว้สื่อนี้มากมารยา
เสพมากตาอาจบอดตลอดกาล ๚

๏ มีตัวอย่างให้เห็นเป็นประจักษ์
ด้วยหลงรักศาสดาจึงกล้าหาญ
ปิดทำเนียบสนามบินบิ่นระราน
กลายเป็นมารพันธมิตรจิตบ้าบอ ๚

๏ เราเสพข่าวสองทางอย่างใจเย็น
จึงได้เห็นหลายอย่างต่างกันหนอ
สองบทความข้างบนไม่กลางพอ
เราจึงขอรับฟังไว้ไม่คล้อยตาม ๚ะนะจ๊ะ


Image Hosting by imagefra.me
Image Hosting by imagefra.me



โดย: tudong วันที่: 15 มกราคม 2553 เวลา:5:33:09 น.  

 
๏ ยังมีคนกลุ่มหนึ่งซึ่งน่าห่วง
เชื่อข่าวลวงโดยง่ายไม่คิดก่อน
เพียงเขาว่าฟังมาเป็นบางตอน
สื่อกะล่อนหลอกเรื่อยไปตามไม่ทัน ๚

๏ ข้อสังเกตุเบื้องต้นคนเขียนข่าว
ประวัติเขาเราควรหาอย่าหุนหัน
คนพวกนี้มีที่มาอย่างไรกัน
อย่าให้มันปั่นหูเอาเราต้องดู ๚

๏ ทั้งธิลิ้ม,เจิมสาก,กล้าณรงค์
อย่าได้หลงคารมงมงายหู
เสพอย่างมีสติพิเคราะห์ดู
แล้วจะรู้ลายสือพวกสื่อมาร ๚ะ




โดย: tudong วันที่: 15 มกราคม 2553 เวลา:15:43:52 น.  

 
๏ คนนี้ก็"ห้าดี"แต่สีแดง ( นะจ๊ะ!)
กระทู้แทงแสลงใจพวกไฝ่เหลือง
อำมาตยามาอ่านผ่านแล้วเคือง
มันเป็นเรื่องจริงจ้าอย่าว่ากัน ๚ะ

........... ddddd, vs DDDDd,...........

Image Hosting by imagefra.me

เครดิตคุณ DDDDd จากพันทิพ ราชดำเนิน

หมายเหตุ....ให้อ่าน ไม่บังคับให้เชื่อ


โดย: tudong วันที่: 15 มกราคม 2553 เวลา:16:34:21 น.  

 
๏ มีตัวอย่าง มาให้ ได้ชมดู
อาการผู้ หูเปราะ เพราะเสพสื่อ
ถึงกับคลั่ง เป็นบ้า ว่ากันคือ
ก็เพราะสื่อ จกเปรต เอเอสทีวี ๚ะ นี่แหละคร๊าาาา !!

...................


Image Hosting by imagefra.me


โดย: tudong วันที่: 15 มกราคม 2553 เวลา:20:47:43 น.  

 
......จากที่เคยตอบไปในเหตุผล
จากที่คนเคยคุยลุยคำถาม
จากที่เคยประณีตในสันดาน
แต่กลับกร้านแตกซ่านประจานตัว
.......จะรู้ก็เพียงรู้แต่อักษร
แต่สันดอนโผล่มาน่าชวนหัว
จะเป็นผู้หรือคนล้นน่ากลัว
ดีหรือชั่วช่างใครไม่อบรม


โดย: ปากกาสีน้ำ......เงิน IP: 125.26.146.23 วันที่: 15 มกราคม 2553 เวลา:21:13:38 น.  

 
๏ จะดี จะชั่ว นั้น.............ตัวเรา
จะว่า จะติ เขา...............เบิ่งบ้าง
จะเกลียด จะชัง เอา........ตามแต่ สะดวกเฮย
จะติ จะเตียน อ้าง...........หมื่นร้อย ครหา ๚



๏ ดีนะ ด่านี่ ได้..............ดูดี
ดีปลั่ง ดั่งปลี สี..............ม่วงคล้ำ
ดีแท้ แด่ที มี.................ดีชั่ว
ดีนอก ดอกนี้ ย้ำ............สะอาดล้วน มีไหม๚



๏ จะรุ่ง จะร่วง ล้วน.........ทำตัว
จะเด่น จะดัง หัว.............ช่างเจ้า
จะคิด จะแค้น กลัว..........ก็ไม่
จะชอบ จะช้ง เย้า...........เหยียดย้ำ เราเฉย ๚



๏ ชั่วช่าง ชั่วชี คร้าน........สาธยาย
ชั่วแดด ชั่วฝน คลาย........ผ่อนเปื้อน
ชั่วดิน ชั่วฟ้า มลาย..........มิหวั่น
ชั่วเปล่า ชั่วเป็น เอื้อน......อีกครั้ง ทุกคน๚



๏ อยู่บน อยู่ล่าง ต้อง.......เสมอกัน
อยู่ต่ำ อยู่สูง หยัน...........อย่าสร้าง
อยู่ยาก อยู่มี มัน.............ปรกติ เพื่อนเอย
อยู่สุข อยู่ทุกข์ บ้าง.........เรื่องนี้ มันธรรมดา ๚



๏ที่ร่าย ที่เล่า ให้.............ฟ้งมา
ที่แต่ง ที่เติม หา..............อ่านได้
ที่พิมพ์ ที่ผ่าน กา............เส้นขีด
ที่หนัก ที่เน้น ไซร์...........หนึ่งนั้น สำคัญ ๚


๏ ตัวสร้าง ต่างชั่ว ปั้น......บัวปิด
ตัวไม่ ไต่มั่ว คิด.............แต่แค้น
ตัวติ ติตัว จิต................อาจป่วน ได้นา
ตัวหยุด ตุ๊ดยั่ว แม้น........เบื่อต้อง วางเฉย ๚


๏ ทำหมอง ท้องหม่ำ ได้...เหมือนเดิม
ทำโกธร โทษกล่ำ เหิม.....หักห้าม
ทำคิด ทิศคล่ำ เสริม........ความหน่อย
ทำอย่า ถ้าย่ำ คร้าม.........คิดไห้ ดีดี ๚ะ๛

--------------------------------------------------------♥

ดีชั่วอยู่ที่ทำ สูงต่ำอยู่ทำตัว<



ปล. ยังรอหลักฐานการยึดคืนที่ดินรัชดาของธนาคารแห่งประเทศไทยอยู่อย่างใจจดใจ่อ


โดย: tudong วันที่: 16 มกราคม 2553 เวลา:6:33:07 น.  

 
"ปล. ยังรอหลักฐานการยึดคืนที่ดินรัชดาของธนาคารแห่งประเทศไทยอยู่อย่างใจจดใจ่อ"
.......ท่านถามมายังผมเพราะข้อนี้ผมเป็นคนพูด
.......เรื่องรัชดาที่ดินถิ่นที่ขาย
โกงกำจายคลื่นเหียนชวนเวียนหัว
แบกหลักฐานแจงสี่เบี้ยจนเพลียตัว
ดีหรือชั่วมีหรือไม่ไปหาเอา(กวนจริงๆ)


โดย: กระจอก IP: 125.26.146.23 วันที่: 16 มกราคม 2553 เวลา:13:13:56 น.  

 
.....เมื่อวันวานผ่านดูที่ทีวีแดง
อาจารย์แจงว่ารัฐจัดเป็นซ่อง
โจรแท้แท้หนักหนามันมาครอง
แดงจำต้องขับไล่อย่าได้เบา
......จะไล่โจรต้องใช้ในอาวุธ
สัปยุทธ์ฉุดคร่าโจราเขลา
แต่ให้ถือไปเฉยๆพอทำเนา
แล้วใยเล่าให้ถือไปทำไมกัน
.......อาจารย์เองต้องทำเป็นเห็นตัวอย่าง
จะงัดง้างวางอาวุธหยุดกระสัน
เอาเสียทีทำเสียเถอะจะเห็นกัน
โดนศาลพลันเข่าอ่อนต้องนอนเปล


โดย: กระจอก IP: 125.26.146.23 วันที่: 16 มกราคม 2553 เวลา:13:26:59 น.  

 
๏ สรุปว่า ไม่มี ที่กล่าวหา
แค่พูดมา เพราะคิด จิตหลอนหลง
อยู่ในข่าย เสพสื่อ แล้วตั้งธง
บัวยังคง เคล้าตม จมไต้ดิน ๚

๏ ก่อนจะคิด ขีดเขียน เพียรศึกษา
หาที่มา สักหน่อย ค่อยตัดสิน
ยกหลักฐาน สานต่อ พอได้ยิน
คงไม่หิน เกินแรง มาแย้งกัน ๚

๏ เมื่อจิตใจ ไม่พร้อม ยอมเปิดกว้าง
ความกระจ่าง จางหาย กลายเป็นหมัน
หลงลมสื่อ ทุกคำ ย้ำทุกวัน
ยอมให้มัน ปั่นหู อยู่นมนาน ๚

๏ เอาแค่ความ สะใจ ใส่สมอง
ไม่ตริตรอง กรองก่อน ร่อนข่าวสาร
อคติ บังตา พร่าเลยพาล
น่าสงสาร พานสมเพช ทุเรศคน ๚ะ



Image Hosting by imagefra.me
Image Hosting by imagefra.me
Image Hosting by imagefra.me
Image Hosting by imagefra.me

เครดิตคุณ MowMow พันทิพ ราชดำเนิน

ปล. ให้อ่าน ไม่บังคับให้เชื่อ



โดย: tudong วันที่: 16 มกราคม 2553 เวลา:14:32:11 น.  

 
เอาเืรื่องรากหญ้าก่อนนะครับคุณ MowMow
ว่ามีการดูถูกรากหญ้าว่าขายเสียงหรือไม่อะไรทำนองนี้ ผมเองเคยสัมผัสกับรากหญ้ามาค่อนข้างมาก ผมก็เคยถามเขาทำนองแย็ปๆว่า นายกคนใหนดี เขาก็ตอบว่า ทักกี้สิดี ผมถามว่าทำไม เขาบอกว่าตั้งแ่ต่มีนายกมาไม่เห็นมีใครแจกเงิน ผมก็เลยถามว่าเงินใคร เขานิ่งนิดหนึ่งแล้วก็เงียบ ผมก็เลยย้ำไปว่านั่นมันเงินภาษีของเราที่เราเป็นคนจ่ายไม่ใช่เงินของนักการเมืองลวงโลก และการได้เงินของคุณต้องกู้ใช่ใหมเขาก็พยักหน้า แล้วตัวคุณต้องเป็นตัวประกันและคนค้ำอีกใช่หรือไม่เขาก็พยักหน้า สรุปคืออะไร เขาก็เงียบ ผมคงคิดว่าเขาคิดว่าเป็นเงินฟรีของนักการเมืองลวงโลก จะกู้ก็ช่างก็คอยจะเบี้ยวเอาคงไม่เป็นไร การทำอย่างนี้ผมว่าเป็นการสร้างนิสัยเสียให้กับรากหญ้าคือทำให้รากหญ้าไม่คิดจะทำมาหากิน รอแต่การแจกชอบของฟรี นักการเมืองลวงโลกจับข้อนี้ได้จึงฉวยโอกาสสร้างความนิยมจากนิสัยดั้งเดิมของรากหญ้า ซึ่งในระยะยาวรากหญ้าจะเหมือนคนเสพติดยาซึ่งยากที่จะหลุดพ้นจากประชานิยมได้ และหนักการเมืองลวงโลกก็จะใช้เงื่อนไขนี้ทำให้ตนและพวกพ้องสามารถเข้าสู่สภาโจรได้
........เคยมีคำถามกับรากหญ้าคือ ถ้าสมมติว่ามีการเลือกตั้งและเกิดมีคนดีๆในหมู่บ้านเสนอตัวมาให้เลือกตั้งแต่ไม่มีเงิน คุณจะทำอย่างไร เขาตอบอย่างไรรู้ใหม เขาบอกไม่มีเงินอย่าลงจากบ้าน ผมหละเป็นงง ผมว่ารากหญ้ามีคตินิยมที่ผิดๆอย่างนี้ มันจะต่อเนื่องไปถึงลูกหลาน และอนาคตของประเทศก็จะเป็นอย่างนี้วุ่นวายอย่างนี้ไม่รุ้จบ และที่เห็นได้ชัดคือ นี่คือเหตุและผลของการที่นักการเมืองลวงโลกต้องการให้มีการยุบสภา และเลือกตั้งใหม่
........การพูดส่อเสียดหรือทำนองดูถูกรากหญ้า ผมว่าคงจะเป็นการกระตุกให้รากหญ้าชะงักและหันกลับมาดูการกระทำของตัวเอง
........สรุปคือ ถ้ารากหญ้าที่มีจำนวนคนเป็นส่วนมากของประเทศ เกิดความรู้ที่ถูกต้อง นักการเมืองลวงโลกจะไม่กล้าเ่ร่งให้ยุบสภาและเลือกตั้งใหม่เด็ดขาด จริงใหม


โดย: กระจอก IP: 125.26.146.23 วันที่: 16 มกราคม 2553 เวลา:16:23:51 น.  

 
โดย: กระจอก

เอาเืรื่องรากหญ้าก่อนนะครับคุณ Mow Mow
ว่ามีการดูถูกรากหญ้าว่าขายเสียงหรือไม่อะไรทำนองนี้ ผมเองเคยสัมผัสกับรากหญ้ามาค่อนข้างมาก ผมก็เคยถามเขาทำนองแย็ปๆว่า นายกคนใหนดี เขาก็ตอบว่า ทักกี้สิดี ผมถามว่าทำไม เขาบอกว่าตั้งแ่ต่มีนายกมาไม่เห็นมีใครแจกเงิน ผมก็เลยถามว่าเงินใคร เขานิ่งนิดหนึ่งแล้วก็เงียบ ผมก็เลยย้ำไปว่านั่นมันเงินภาษีของเราที่เราเป็นคนจ่ายไม่ใช่เงินของนักการเมืองลวงโลก และการได้เงินของคุณต้องกู้ใช่ใหมเขาก็พยักหน้า แล้วตัวคุณต้องเป็นตัวประกันและคนค้ำอีกใช่หรือไม่เขาก็พยักหน้า สรุปคืออะไร เขาก็เงียบ ผมคงคิดว่าเขาคิดว่าเป็นเงินฟรีของนักการเมืองลวงโลก จะกู้ก็ช่างก็คอยจะเบี้ยวเอาคงไม่เป็นไร การทำอย่างนี้ผมว่าเป็นการสร้างนิสัยเสียให้กับรากหญ้าคือทำให้รากหญ้าไม่คิดจะทำมาหากิน รอแต่การแจกชอบของฟรี นักการเมืองลวงโลกจับข้อนี้ได้จึงฉวยโอกาสสร้างความนิยมจากนิสัยดั้งเดิมของรากหญ้า ซึ่งในระยะยาวรากหญ้าจะเหมือนคนเสพติดยาซึ่งยากที่จะหลุดพ้นจากประชานิยมได้ และหนักการเมืองลวงโลกก็จะใช้เงื่อนไขนี้ทำให้ตนและพวกพ้องสามารถเข้าสู่สภาโจรได้

ตอบ - ขออนุญาตตอบแทนคุณ Mow Mow แล้วกันนะครับ เพราะเป็นคนนำเอาข้อเขียนของคุณ Mow Mow มาอ้างอิงประกอบใน blog และในฐานะเจ้าของ blog ที่เป็นรากหญ้าอีกด้วย ไม่ต้องสาธยายว่าสัมผัสกับรากหญ้ามากน้อยแค่ไหน ทุกวันนี้ปูย่า ตายาย ลุงป้า น้าอา ก็เป็นชาวไร่ ชาวนา เพียงแต่ว่าเป็นคนที่มีโอกาศดีๆกว่าหลายๆคนเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นในชีวิตจึงได้มีโอกาศสัมผัสกับผู้คนทุกระดับชั้น ตั้งแต่ชาวไร่ชาวนายันรัฐมนตรี คำถามที่คุณถามรากหญ้านั้นมีรายละเอียดดังนี้ -

คุณ .. นายกฯคนไหนดี ?

รากหญ้า..นายกฯทักษิน (ทักกี้ส่วนใหญ่สาวกเหลืองเรียก)

คุณ..ทำไม ?

รากหญ้า..ตั้งแต่มีนายกฯมาไม่มีใครแจกเงิน

คุณ..เงินใคร ตรงนี้แหละที่มันบ่งบอกว่าคุณเองก็เข้าใจว่าเป็นเงินแจก ซึ่งผมเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าคุณจะคิดเช่นนั้น และถ้าคุณไม่คิดแบบนี้ คุณจะถามเขากลับทำไมว่า เงินไคร? คุณควรจะรู้ว่าที่มาที่ไปของเงินนั้นคือเงินที่อยู่ในโคลงการกองทุนหมู่บ้าน ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็รู้ ทำไมคุณไม่รู้ ? และอยากรู้จริงๆว่ารากหญ้าที่คุณคุยด้วยเขาอยู่ที่ไหน ในตำบลที่ผมอยู่ชาวบ้านรู้หมดทุกคน และรู้ละเอียดด้วย แม้แต่เด็กๆก็รู้ เงินแจกจริงๆก็มีแต่มีในรัฐบาลปัจจุบันนี่แหละ ก็ประชานิยมที่ท่าน คุณ เธอ รังเกียจนัก รังเกียจหนานั้นแหละ คุณพูดถูกตรงที่ว่า

คุณ..ผมก็เลยย้ำไปว่านั่นมันเงินภาษีของเราที่เราเป็นคนจ่ายไม่ใช่เงินของนักการเมืองลวงโลก และการได้เงินของคุณต้องกู้ใช่ใหม ...แต่คำอธิบายของคุณไม่เข้าท่า ไม่ถูกต้องนัก เช่น.

คุณ..แล้วตัวคุณต้องเป็นตัวประกันและคนค้ำอีกใช่หรือไม่ ถ้าคุณคิดแบบนี้จริงๆ ผมว่าความคิดในทางสร้างสรรย์ หรือแผนการในการสร้างอนาคตของคุณไม่มีเลย ไม่อยากจะเชื่อว่าตัวคุณจะมีศักยภาพเหนือคนรากหญ้าอย่างผมหรือคนรากหญ้าที่ผมรู้จัก รากหญ้าที่ผมรู้จักนะ เขายืมเงินกองทุนหมู่บ้านมา 50,000 บาท เอาไปลงทุนขายลาบ ส้มตำ 35,000 บาท (แถวสำเหร่) ใช้เวลา 5 เดือน คืนทุน สิ้นปีสามารถคืนเงินกองทุนหมู่บ้านได้ คุณคงมีฐานะที่พร้อมทุกอย่างอยู่แแล้วจึงไม่คิด หรือเคยกู้เงินมาลงทุน นโยบายประชานิยมดีหรือไม่ คุณโฟกัสไปที่รัฐบาลนี้ก็ได้ เคยโจมตีว่ากล่าว แดกดัน เหยียดหยามรัฐบาลไทยรักไทยสารพัด(เหมือนคุณนั่นแหละ) สร้างค่านิยมผิดๆเอย,ทำให้ชาวบ้านขี้เกียจทำมาหากินเอย คุณจำคำพันธมิตรและพรรคปชป.มาทั้งดุ้นทุกวันนี้เป็นไง ลอกเขามาทังสิ้น แถมแจกฟรีไม่มีดอกเบี้ย ไม่ได้คืน ไม่มีประโยชน์ ไม่กระดากอายเวลานึกถึงคำพูดตัวเองเวลาด่าว่าอะไรเขาไว้เลย

---------------------------------------------------------------
........เคยมีคำถามกับรากหญ้าคือ ถ้าสมมติว่ามีการเลือกตั้งและเกิดมีคนดีๆในหมู่บ้านเสนอตัวมาให้เลือกตั้งแต่ไม่มีเงิน คุณจะทำอย่างไร เขาตอบอย่างไรรู้ใหม เขาบอกไม่มีเงินอย่าลงจากบ้าน ผมหละเป็นงง ผมว่ารากหญ้ามีคตินิยมที่ผิดๆอย่างนี้ มันจะต่อเนื่องไปถึงลูกหลาน และอนาคตของประเทศก็จะเป็นอย่างนี้วุ่นวายอย่างนี้ไม่รุ้จบ และที่เห็นได้ชัดคือ นี่คือเหตุและผลของการที่นักการเมืองลวงโลกต้องการให้มีการยุบสภา และเลือกตั้งใหม่

ตอบ – ถ้าคำตอบที่คุณได้จากรากหญ้าคนนั้นเป็นเช่นนั้นจริงๆ (ซึ่งผมไม่เชื่อ) ก็คือรากหญ้าคนนั้นไม่ฉลาด แต่...ถ้าไม่จริงคือในความคิดคุณอาจจะรู้สึกดูถูกรากหญ้าอยู่แล้วก็เลยก็เลยสร้างเรื่องขึ้นมาหลอกตัวเองและคนอื่นเท่านั้นเอง เรื่องชื้อสิทธิ์ ขายเสียงนี้มันมีทุกระดับชั้น ถ้าจะพูดกันจริง ๆ กลุ่มเนวินที่เข้าร่วมรัฐบาลปัจจุบัน คุณว่าเข้าร่วมเพราะอุดมการณ์ตรงกัน หรือเพราะอะไร และได้อะไรตอบแทนบ้าง ชาวบ้านธรรมดาได้เท่าไหร่ แจกทุกพรรคการเมือง สุพรรณว่าแน่ๆยังแจกเลย (ตามทะเบียนบ้านผมอยู่สุพรรณ ) อันนี้ต้องยอมรับว่ามีจริงๆ จึงไม่ควรไปดูถูกรากหญ้าว่าซื้อสิทธิ์ ขายเสียง เพราะมันขายกันทุกระดับ คนที่มีการศึกษาสูงๆ มีตำแหน่งหน้าที่การงานดีนี่แหละตัวดี ที่พูดมาไม่ได้ชอบหรือสนันสนุนให้ซื้อสิทธิ์ขายเสียง เดี๋ยวนี้ขาวบ้านเขามองไปที่ผลงานโดยรวมมากกว่า เงินต้องการ...ใช่ แต่ใครอยากแจกแจกมาข้ารับ แต่จะเลือกหรือไม่อย่ามาเสียใจภายหลังละกัน ดูตัวอย่างที่มหาสารคามที่ผ่านมาแล้วจะเห็นชัด ค่านิยมที่ผิดๆมันจึงต้องโทษตั้งแต่สูงลงล่าง ไม่ไช่ล่างขึ้นบน
--------------------------
........การพูดส่อเสียดหรือทำนองดูถูกรากหญ้า ผมว่าคงจะเป็นการกระตุกให้รากหญ้าชะงักและหันกลับมาดูการกระทำของตัวเอง

ตอบ – เป็นความคิดที่ผิดอย่างมหันต์ เปลี่ยนได้เปลี่ยนซะ มีใครดูถูกคุณ คุณชอบหรือไม่ ?ง่ายๆคนที่ดูถูกคนไม่สมควรเป็นคน
---------------------------------------------
........สรุปคือ ถ้ารากหญ้าที่มีจำนวนคนเป็นส่วนมากของประเทศ เกิดความรู้ที่ถูกต้อง นักการเมืองลวงโลกจะไม่กล้าเ่ร่งให้ยุบสภาและเลือกตั้งใหม่เด็ดขาด จริงใหม

ตอบ – ผมมั่นใจว่าประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจการเมือง เข้าใจนักการเมืองดีมากๆ หลายเรื่องที่ผมเองยังไม่รู้ แต่ชาวบ้านรู้





โดย: tudong วันที่: 16 มกราคม 2553 เวลา:21:07:44 น.  

 

ความเป็นมา/เหตุผลความจำเป็นของกองทุนหมู่บ้านฯ

1. ประเทศไทยประสบปัญหาความยากจนมาตลอด ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังที่สำคัญ
ของการพัฒนาประเทศ จึงจำเป็น ต้องรีบแก้ไขปัญหาเร่งด่วน ทั้งนี้เพราะประสบ
การณ์ในอดีตการพัฒนาประเทศ เรามุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจ
เป็นส่วนใหญ่ทำให้เกิดช่องว่างความยากจนมากขึ้น ทำให้เกิดความอ่อนแอในสัง-
คมชนบท เป็นเหตุให้ปัญหาต่าง ๆ ตามามากมาย ด้วยเหตุนี้ การแก้ไขปัญหาความ
ยากจนจึงต้องปรับกระบวนทัศน์โดยให้ความสำคัญกับการสร้างรากฐานในระดับล่าง
ให้เข้มแข็ง คือ ยึดหมู่บ้านเป็นคำตอบสุท้าย หรือเป้าหมายของการพัฒนา

2. จากความประทับใจในประสบการณ์การทำงานของชาวบ้านที่ได้กระทำกิจกรรม
ร่วมกันในการบริหารจัดการ ด้วยทักษะ ภูมิปัญญาของตนเอง ในรูปของกลุ่มออม
ทรัพย์เพื่อการผลิต กลุ่มสัจจะออมทรัพย์ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ธนาคารหมู่บ้าน และ
กองทุนอื่น ๆ มากมาย

3. รัฐบสลมองเห็นขีดความสามารถ ทักาะจาการทำงานของชาวบ้าน จึงได้กำหนด
นโยบาย "กองทุนหมู่บ้าน 1 ล้านบาท " เพื่อเป็นเครื่องมือแก้ไขปัญหาความยากจน
โดยกระบวนการชุมชน มุ่งเสริมสร้างพัฒนาศักยภาพ การเรียนรู้ของชุมชนเพื่อนำ
ไปสู่การพึ่งพาตนเอง เพื่อชุมชนที่เข้มแข็งและยั้งยืนต่อไป




นโบายกองทุนหมู่บ้าน

กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเป็นนโยบายของรัฐบล ซึ่งมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นการเสริมสร้าง
กระบวนการพึ่งพาตนเองของหมู่บ้านและชุมชนเมือง ในด้านการเรียนรู้ การสร้าง และพัฒนาความคิดริเริ่ม และการแก้ไขปัญหา
และเสริมสร้างศักยภาพทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมของประชาชนในหมู่บ้าน และชุมชนเมือโดยรัฐบาลจัดตั้งกองทุนหมู่บ้านและชุม-
ชนเมือง กองทุนละ 1 ล้านบาท พร้อมเสริมสร้างและพัมนาหมู่บ้านและชุมชนเมืองให้มีขีดความสามารถในการจัดระบบบริหารจัด
การเงินกองทุนหมุนเวียนในหมุ่บ้านและชุมชนเมืองกันเอง

ปรัญของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง

1. เสริมสร้างสำนึกความเป็นชุมชนและท้องถิ่น
2. ชุมชนเป็นผู้กำหนดอนาคต และจัดการหมู่บ้าน และชุมชนด้วยคุณค่าและภูมิปัญญของตนเอง
3. เกื้อกูลประโยชน์ต่อผู้ด้อยโอกาสในหมู่บ้านและชุมชน
4.เชื่อมโยงกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างชุมชน ราชการ เอกชน และประชาสังคม
5. กระจายอำนาจให้ท้องถิ่นและพัฒนาประชาธิปไตยพื้นฐาน

วัตถุประสงค์กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง

เป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการลงทุน
พัฒนาอาชีพ สร้างงาน
สร้างรายได้ หรือเพิ่มรายได้
ลดรายจ่าย
บรรเทาเหตุฉุกเฉิน
ส่งเสริมและพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนเมืองให้มีขีดความสามารถ
จัดระบบเงินกองทุน
บริหารจัดการเงินกองทุน
เสริมสร้างกระบวนการพึ่งพาตนเอง ของหมู่บ้านและชุมชนเมือง
การ เรียนรู้
การสร้างและพัฒนาความคิดริเริ่ม
เสริมสร้างศักยภาพและส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียง
กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานราก
เสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจและสังคมในอนาคตเกิดศักยภาพ/ความเข้มแข็งของประชาชนในหมุ่บ้านและชุมชนเมือง
เกิดศักยภาพ/ความเข้มแข็งของประชาชนในหมุ่บ้าน/ชุมชนเมือง
เศรษฐกิจ สังคม

กลไกการบริหารกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง

1. ระดับชาติ
1.1 คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.)
ประธาน นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธการ
เลขานุการ ( เลขาธิการนายกรัฐมนตรี )
ตัวแทนภาคเหนือ ภาคราชการ และภาคประชาชน เป็น
กรรมการ
1.2 คณะอนุกรรมการสนับสนุนการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชน
เมือง ประกอบด้วยคณะอนุกรรมการ 5 ฝ่าย ดังนี้
ฝ่ายจัดตั้งกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ
ฝ่ายกำหนดชุมชนเมือง
ฝ่ายจัดหาเงินกองทุนหมุ่บ้านและชุมชนเมือง
ฝ่ายประชาสัมพันธ์
ฝ่ายติดตามประเมินผล
2. ระดับจังหวัด
2.1คณะอนุกรรมการสนับสนุนระดับจังหวัด
ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน
พัมนาการจังหวัดเป็นเลขานุการ
ตัวแทนภาคการเมือง ภาคราชการ และภาคประชาชน เป็น
อนุกรรมการ
2.2 คณะทำงาน สนับสนุนการดำเนินงานระดับจังหวัด ประกอบด้วย
ฝ่ายติดตาม ตรวจสอบ และประเมินการดำเนินงานกองทุนฯ
ฝ่ายประชาสัมพันธ์
ฝ่ายสนับสนุนเตรียมความพร้อมกองทุนฯ
3. ระดับอำเภอ
3.1 คณะอนุกรรมการสนับสนุนระดับอำเภอ (7 - 9 คน)
นายอำเภอเป็นประธาน
พัฒนาการอำเภอ เป็นเลขานุการ
ตัวแทนภาคราชการ และประชาชน เป็นอนุกรรมการ
3.2 คณะทำงานเครือข่ายชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้นำธรรมชาติในท้องถิ่น
โดยมีหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะอนุกรรมการ สนับสนุนระดับอำเภอ
4. ระดับหมู่บ้าน
คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองมาจากเวทีประชาคม
หมู่บ้าน หญิงชายสัดส่วนใกล้เคียงกัน จำนวน 9 - 15 คน



โดย: tudong วันที่: 16 มกราคม 2553 เวลา:21:26:57 น.  

 
เอาตัวอย่างอีกครั้งนะครับ
รากหญ้าที่เป็นทหารผ่านศึกที่มีนิคมทหารผ่านศึกที่เขามีที่ดินให้ทำกิน ทุกครั้งที่มาติดต่อการงานก็คุยกันรู้เรื่อง สนุกสนาน แต่มาวันหนึ่ง กลับมาคุยเรื่องการเมือง พูดไปมากลับพูดเรื่องเปลี่ยนสถาบัน ผมก็ชักเอะใจ เอ...มันมาอย่างไรกันหว่าพอฟังเข้าเค้า ผมก็เลยตอบกลับไปว่า คุณจะคุยเรื่องการเมืองกับผม จะมีความคิดอย่างไรผมไม่ว่าหรอกผมรับฟังได้เสมอ แต่ถ้าเกี่ยวกับเรื่องสถาบันผมไม่คุยด้วยเพราะ แม้ว่ารัฐธรรมนูญระบุว่าคนไทยมีสิทธิในการปกครองของประเทศ คือสามารถชี้นำการปกครองประเทศได้ผ่านการเลือกตั้ง แต่คุณไม่สามารถจะเนรคุณกับแผ่นดินได้ เพราะเราทุกคนคือผู้มาอาศัยไม่ใช่เจ้าของแผ่นดิน เราต้องตอบแทนแผ่นดินที่ให้เราเกิด อาศััยและทำมาหากิน และสุดท้ายคือใช้แผ่นดินกลบหน้าของเรา เขาก็ฟังแต่ก็ยังแสดงอาการอยากจะเถียงแต่เดินออกไป
.......สรุปคือทำไมคนที่เคยเป็นทหารเกณฑ์ที่เคยอยุ่ในระเบียบวินัยมาก่อนแม้จะไม่นานก็ตาม ยังคิดอย่างนี้ นั่นคือการที่รัฐไม่เคยให้ความรู้ ความจริงแก่รากหญ้าอย่างเพียงพอ ถ้าให้อย่างเพียงพอแล้วเขาคงจะไม่คิดอย่างนี้และพูดอย่างนี้
.......สมัยก่อนผมเคยได้ยินว่าคอมมิวนิสต์จับตัวคนที่ไม่เห็นด้วยไปล้างสมอง เพื่อเปลี่ยนความคิด เป็นเรื่องไม่จริงทำได้หรืออย่างไร แต่ปัจจุบันเป็นเรื่องทำได้จริง โดยผ่านสื่อ อาศัยการโน้มน้าว สะใจหรือสร้างความแค้นแก่รากหญ้าว่า ถูกดูถูก สองมาตรฐาน ฯลฯ เพื่อกระพือความไม่พอใจและใช้รากหญ้ากระทำการตามที่เขาต้องการ ซึ่งรากหญ้ายังไม่ทันคิดก็ตามเขาไปแล้ว


โดย: กระจอก IP: 113.53.165.209 วันที่: 16 มกราคม 2553 เวลา:21:39:18 น.  

 
ระเบียบต่างๆของกองทุนหมู่บ้านที่คุณธุดงค์โพสต์มานั้นเป็นระเบียบที่เป็นตัวหนังสือเท่านั้น แต่การกระทำอีกอย่าง ซึ่งผมยกตัวอย่างเช่น แถวบ้านผมเกิดกรณีกองทุนปล่อยกู้แล้วเก็บไม่ได้ หัวหน้ากองทุนปล่อยกู้กับพวกตัวเองยังอีรุงตุงนังอยุ่ ทำไมหรือ เพราะทุกคนคิดว่าเป็นเงินแจกของนักการเมืองลวงโลก ก็เลยสนุกกันใหญ่ ใครได้กู้น้อยก็ต่อว่าคนนั้นทำไมได้มากกว่า แล้วทะเลาะกัน สุดท้ายเป็นอย่างไร ผมไม่ได้บอกว่ากองทุนเลวหมด แต่ดีน้อยมาก เพราะทุกคนคิดว่าเป็นเงินฟรีของนักการเมืองลวงโลก ซึ่งมักจะมีข่าวลือออกมามากตอนที่นักการเมืองลวงโลกต้องการให้รากหญ้าทำอะไรให้เช่นถ้าไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้จะมีการเรียกเงินกู้คืน ชาวบ้านก็ตายสิครับ สมัยก่อนเฉพาะ เงินกู้ธกส.อย่างเดียวก็แย่แล้ว นี่มันยังเงินกองทุนหมู่บ้านเสียอีก
......สมัยก่อนประมาณเกือบสามสิบปีมาแล้ว ถึงเวลาเกี่ยวข้าวเสร็จแล้วนำไปขายกับพ่อค้า แล้วรากหญ้าก็หาซื้อสิ่งของที่ต้องการในเมืองไม่ว่าอุปกรณ์เครื่องใช้จำเป็น อุปกรณ์ซ่อมแซมบ้าน ฯลฯ พกเงินมาซื้อของกันทีจ่ายเงินทีงัดแบ็งค์ออกมาเป็นฟ่อน แต่จ่ายแค่ใบเดียว พ่อค้าก็สนุกเพราะค้าคล่อง แต่ปัจจุบันนี้เป็นอย่างไร เงินที่ได้จากนักการเมืองลวงโลก เขาคิดว่าเป็นเงินฟรีก็เลยใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย พอหน้าเกี่ยวเสร็จต้องไปธกส.ก่อนแล้วต้องไปชำระกองทุน เหลือไม่เท่าไรกลับบ้านดีกว่า พ่อค้าก็หน้าแห้ง เศรษฐกิจก็ซบเซา มันเป็นอย่างนี้จริงๆ
....ผมยังคิดไปว่า การที่นักการเมืองลวงโลกจะผูกหรือจะดึงรากหญ้าไปทางใหนได้ดังใจดังเช่นทาส นอกจากข้อมูลที่โกหกแล้ว การทำให้รากหญ้าเป็นหนี้ให้มากๆก็สามารถจะจูงไปในทางที่ต้องการได้เช่นกัน


โดย: กระจอก IP: 113.53.165.209 วันที่: 16 มกราคม 2553 เวลา:22:10:24 น.  

 
ทำไมถึงเจาะจงไปที่ทหารผ่านศึกที่เป็นรากหญ้าด้วยครับ ผมเองก็เป็นทหารผ่านศึก (DPPU88รุ่น 6) มันอาจจะมีบ้างบางคนเท่านั้น อย่าไปให้ความสำคัญเลย เพราะไม่มีผลอะไรมากนัก เขาไม่สามารถชี้นำหรือเปลี่ยนแปลงอะไรได้ แต่ไอ้พวกตัวใหญ่ๆระดับผู้บังคับบัญชากองร้อย,กองพัน,กองพล ผมจะไม่ว่าอะไรเลย คุณควรโฟกัสไปที่กลุ่มคนพวกนี้มากกว่า เห็นด้วยที่คุณจะให้ความสำคัญ เพราะคนพวกนี้มีพลังอำนาจสามารถเปลี่ยนแปลง ชี้นำได้ และที่สำคัญมีความคิดเหมือนทหารผ่านศึกที่คุณคุยด้วยก็มาก ผมว่าคุณเปลี่ยนเป้าหมายเถอะ ประชาชนรากหญ้าเอาความคิดมาจากไหน ก็จากพวกศักดินา ชนชั้นสูงทั้งหลายนั้นแหละ ผมยกตัวอย่างง่ายๆ พวกพันธมิตรที่มีสโลแกนว่า เราจะสู้เพื่อในหลวง มีใครขึ้นเวทีนี้บ้าง ตั้งนักการเมือง นักธุรกิจ นักกฎหมาย นักวิชาการ นายทหารใหญ่ แม้แต่เชื้อพระวงค์ คุณเคยมีคำถามในใจหรือเปล่าว่า กลุ่มคนเหล่านี้เขามีความจงรักภักดีจริงๆหรือเปล่า ? เพราะผมมี...

- ทำไมถึงกล้าชุมนุมขณะที่อยู่ระหว่างงานพระศพของพระพี่นางฯ ?
- ทำไมถึงกล้าปิดเส้นทางขบวนเสด็จ ?
- ทำไมถึงกล้าเอาผ้าอนามัยใช้แล้วไปถูฐานพระบรมรูป ?
- ทำไมถึงยังเชื่อนายสนธิ ลิ้มฯ ซึ่งพูดหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหลายครั้ง หลายครา ?

ผมไม่เชื่อว่าผู้ที่ชอบอ้างความจงรักภักดีแล้วไปกล่าวหาคนอื่นว่าไม่จงรักภักดี จะจงรักภักดีจริง โดยเฉพาะพันธมิตร และพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าจงรักภักดีจริงๆ ก็ควรหลีกเลี่ยงที่จะดึงสถาบันลงมาเกลือกกลั้วกับอุดมการณ์ที่ตนเองมี ถ้าจะสู้กัน ก็ควรบอกประชาชนว่าตัวเองมีดีอะไร มีความสามรถอะไร และจะทำอะไรให้ชาติและประชาชนบ้าง แต่พันธมิตรกับปชป.ไม่ ทุกวันนี้จ้องกล่าวหา โจมตี ใส่ร้ายฝ่ายตรงข้ามอย่างเดียว

ผมเห็นด้วยที่คุณหลีกเลี่ยงที่จะคุยเรื่องสถาบัน เพราะมันไม่เหมาะไม่ควร ผมเองก็หลีกเลี่ยง เช่นกัน



โดย: tudong วันที่: 16 มกราคม 2553 เวลา:23:04:21 น.  

 
ข้อมูลจริงของส่วนราชการ

ผลการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านฯ

ภาพรวมทั่วประเทศทั้งหมดก็แล้วกัน นะครับ

1) การจัดตั้งกองทุน
กองทุนหมู่บ้าน จำนวน 73,821 กองทุน
กองทุนชุมชนเมือง จำนวน 3,454 กองทุน
กองทุนชุมชนทหาร จำนวน 738 กองทุน

จดทะเบียนนิติบุคคล 68,417 กองทุน
เป็นสถาบันการเงินชุมชน 1756 แห่ง

2) สมาชิกมีส่วนร่วมกับกองทุนในรูปของการถือหุ้น การออม ค่าธรรมเนียม และอื่นๆ 6,430.30 ล้านบาท

3) จำนวนสมาชิกทั้งหมด 11,626,200 คน จำนวนผู้กู้ยืม 10,079,915 ราย จำนวนการกู้ยืม 17,233,265 ครั้ง ยอดเงินกู้ยืมหมุนเวียนสะสม 246,374.38 ล้านบาท สมาชิกที่ยังไม่ได้กู้ คิดเป็นร้อยละ 13.3 สำหรับสมาชิกที่กู้เงินแล้วคิดเป็นร้อยละ 86.7 แยกเป็น

(1) กู้ 1 ครั้ง ร้อยละ 27.1

(2) กู้ 2 ครั้ง ร้อยละ 48.6

(3) กู้ 3 ครั้ง ร้อยละ 23.5

(4) กู้ 4 ครั้งขึ้นไป ร้อยละ 0.8

4) การใช้ประโยชน์จากเงินกู้

(1) หมุนเวียนในการประกอบอาชีพ การผลิต ค้าขาย หรือบริการ ร้อยละ 81.3

(2) บรรเทาเหตุฉุกเฉิน/ความเดือดร้อนในครัวเรือน ร้อยละ 14.5

(3) ใช้หนี้แหล่งเงินกู้นอกระบบ ร้อยละ 3.2

(4) อื่น ๆ ร้อยละ 1.0

5) สมาชิกนำเงินกู้ไปดำเนินกิจกรรมในรูปกลุ่ม จำนวน 2,948 กลุ่ม สมาชิกร่วมดำเนินการ 79,025 ราย รวมเงินทุน 1,027.95 ล้านบาท

6) สมาชิกนำเงินกู้ไปทำกิจกรรมสนับสนุนการดำเนินงาน หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ จำนวน 327,778 ราย เป็นเงิน 4,296.67 ล้านบาท

7) การเปลี่ยนแปลงรายได้และการพัฒนาอาชีพ

การพัฒนารายได้ 54.6%

การพัฒนาอาชีพ 55.9%
ทั้งนี้ : รายได้ของครัวเรือนเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 18,952 บาท

: ลดรายจ่ายภาระหนี้สินร้อยละ 38.2

8) การชำระหนี้คืนกองทุน

(1) สามารถชำระคืนได้ทั้งหมด ร้อยละ 93.6

(2) ชำระได้บางส่วน ร้อยละ 3.1

(3) เจรจาขอผ่อนผัน ร้อยละ 2.9

(4) คาดว่าชำระคืนไม่ได้ ร้อยละ 0.4


9) การจัดสรรเงินจากผลกำไรในการบริหาร โดยมีรายได้จากผลกำไรในการบริหารที่ผ่านมา 15,578.00 ล้านบาท

(1) จัดสรรเป็นเงินสมทบแก่กองทุน 2,726.15 ล้านบาท

(2) จัดสรรเป็นสวัสดิการชุมน 3,349.27 ล้านบาท เช่น กิจกรรมการพัฒนาส่วนรวม ทุนการศึกษาสำหรับเด็ก ฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณี ช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้พิการ

(3) จัดสรรเป็นเงินปันผลค่าหุ้น 7,119.15 ล้านบาท

(4) จัดสรรเป็นค่าบริหารจัดการ 2,383.43 ล้านบาท


ที่มา : สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ


โดย: tudong วันที่: 17 มกราคม 2553 เวลา:2:42:12 น.  

 
ระเบียบต่างๆของกองทุนหมู่บ้านที่คุณธุดงค์โพสต์มานั้นเป็นระเบียบที่เป็นตัวหนังสือเท่านั้น แต่การกระทำอีกอย่าง ซึ่งผมยกตัวอย่างเช่น แถวบ้านผมเกิดกรณีกองทุนปล่อยกู้แล้วเก็บไม่ได้ หัวหน้ากองทุนปล่อยกู้กับพวกตัวเองยังอีรุงตุงนังอยุ่ ทำไมหรือ< u>เพราะทุกคนคิดว่าเป็นเงินแจกของนักการเมืองลวงโลก ก็เลยสนุกกันใหญ่ ใครได้กู้น้อยก็ต่อว่าคนนั้นทำไมได้มากกว่า แล้วทะเลาะกัน สุดท้ายเป็นอย่างไร ผมไม่ได้บอกว่ากองทุนเลวหมด แต่ดีน้อยมาก < u>เพราะทุกคนคิดว่าเป็นเงินฟรีของนักการเมืองลวงโลก ซึ่งมักจะมีข่าวลือออกมามากตอนที่นักการเมืองลวงโลกต้องการให้รากหญ้าทำอะไรให้เช่นถ้าไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้จะมีการเรียกเงินกู้คืน ชาวบ้านก็ตายสิครับ สมัยก่อนเฉพาะ เงินกู้ธกส.อย่างเดียวก็แย่แล้ว นี่มันยังเงินกองทุนหมู่บ้านเสียอีก

ตอบ - ถ้าเป็นไปได้คุณควรหาข้อมูลหลายๆทางดูนะ คุณอาจจะเข้าใจกองทุนหมู่บ้านได้มากกว่านี้ มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับที่ทุกคนจะคิดอย่างที่คุณเข้าใจ (ขีดส้นไต้) รายละเอียดอ่านในคคห.ที่ 123 คิดง่ายๆ ให้ยืมเท่าไหร่? ได้คืนมาเท่าไหร่ ? หนี้เสียกี่เปอร์เซนต์ คุณจะไปดูแต่ในหมู่บ้านคุณแล้วสรุป มันไม่ถูกต้อง คุณต้องดูโดยรวมทั้งหมด

......สมัยก่อนประมาณเกือบสามสิบปีมาแล้ว ถึงเวลาเกี่ยวข้าวเสร็จแล้วนำไปขายกับพ่อค้า แล้วรากหญ้าก็หาซื้อสิ่งของที่ต้องการในเมืองไม่ว่าอุปกรณ์เครื่องใช้จำเป็น อุปกรณ์ซ่อมแซมบ้าน ฯลฯ พกเงินมาซื้อของกันทีจ่ายเงินทีงัดแบ็งค์ออกมาเป็นฟ่อน แต่จ่ายแค่ใบเดียว พ่อค้าก็สนุกเพราะค้าคล่อง แต่ปัจจุบันนี้เป็นอย่างไร เงินที่ได้จากนักการเมืองลวงโลก เขาคิดว่าเป็นเงินฟรีก็เลยใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย พอหน้าเกี่ยวเสร็จต้องไปธกส.ก่อนแล้วต้องไปชำระกองทุน เหลือไม่เท่าไรกลับบ้านดีกว่า พ่อค้าก็หน้าแห้ง เศรษฐกิจก็ซบเซา มันเป็นอย่างนี้จริงๆ

ตอบ - สมัยเมื่อสามสิบปีที่แล้ว ไม่ขออกความคิดเห็นแล้วกันครับ

....ผมยังคิดไปว่า การที่นักการเมืองลวงโลกจะผูกหรือจะดึงรากหญ้าไปทางใหนได้ดังใจดังเช่นทาส นอกจากข้อมูลที่โกหกแล้ว การทำให้รากหญ้าเป็นหนี้ให้มากๆก็สามารถจะจูงไปในทางที่ต้องการได้เช่นกัน

ตอบ - ชาวบ้าน ชาวนา ชาวไร่สมัยก่อนจะมีกองทุนฯ เข้าถึงกองทุนยากครับ เช่นจะทำเรื่องกู้ธนาคาร ก็ต้องใช้โฉนด หลักฐาน คนค้ำ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่สามารถหาได้ แต่ มาสมัยรัฐบาลไทยรักไทย โดยการนำของท่านอดีตนายกฯทักษิน ได้ตั้งกองทุนหมู่บ้านขึ้นมา ชาวบ้านลืมตาอ้าปากได้ ไม่ต้องง้อธนาคาร (เจ้าของธนาคารไม่พอใจอย่างมาก) ไม่ต้องกู้หนี้นอกระบบ ชาวบ้านส่วนใหญ่พอใจ จึงให้ความไว้วางใจรัฐบาลไทยรักไทยอย่างท่วมท้น นอกจากนั้นไม่ใช่เฉพาะนโยบายกองทุนหมู่บ้านอย่างเดียว ที่ชาวบ้านพอใจ ยังมีนโยบาย 30 บาท รักษาทุกโรค,พักหนี้เกษรกร,
หนึ่งตำบล 1 ผลิตพันธ์, ปราบปรามยาเสพติด ฯลฯ ผมอยากรู้ข้อมุลโกหกที่ทำให้รากหญ้าเป็นหนี้ให้มากๆก็สามารถจะจูงไปในทางที่ต้องการได้ ถ้าคุณมีกรุณาเอามาให้ผมดูหน่อย ขอบคุณครับ


-โดย: กระจอก
-------------------------------------

Image Hosting by imagefra.me



โดย: tudong วันที่: 17 มกราคม 2553 เวลา:3:37:04 น.  

 
๏ ความคิดเห็น กล่าวถ้อย...........ออกมา
หลายอย่างมันขัดตา..................อยูน้อ
จึงได้ตอบ เพื่อนยา...................จงอ่าน
รายละเอียด ตามข้อ..................สลักไว้ ข้างบน ๚

๏ เมื่อใครดี พูดด้วย..................เหตุผล
เรายกเหตุผลชน......................ตอบโต้
หากส่อเสียดวกวน...................สวนกลับ เช่นกัน
ตามแต่บท โยกโย้...................ส่งให้ แสดงเหมือน ๚

๏ เราสองคน ต่างขั้ว.................ต่างสี
ที่ไม่ต่าง ก็มี...........................อยู่บ้าง
ไม่แตกแยก คงดี......................แม่นมั่น
แค่คิดต่าง เลือกข้าง.................เท่านั้น ธรรมดา ๚ะ

..............สะกดผลิตภัณฑ์ผิด..............

Image Hosting by imagefra.me




โดย: tudong วันที่: 17 มกราคม 2553 เวลา:5:22:26 น.  

 
อีกตัวอย่างก็แล้วกันนะครับ
......เมื่อถึงฤดูการเลือกตั้งคราวใหนผมจะยังไม่ระบุ เพราะยังไม่ถึงระยะเวลาหมดคดีความ ผมได้ไปช่วยญาติที่ลงรับสมัคร ขณะที่อยุ่ในศูนย์การเลือกตั้งของผู้รับสมัครคนนั้น ได้มีเสียงวิทยุแจ้งมาจากหัวคะแนนว่า มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งกำลัีงจะไปลงเลือกตั้ง แต่ยังไม่ได้ิเงินยังรอเงินอยู่ที่หมู่บ้าน ให้เอาไปให้ด้วย จะไ้ด้มาลงคะแนนให้ นี่คืออะไรครับ การเมืองแบบเก่า คำว่า "เงินไม่มา กาไม่เป็น" เป็นเรื่องจริง หรือบางรากหญ้าบอกว่า ออกมาเลือกตั้งก็มีค่าใช้จ่าย ไม่ได้เงินแล้วออกมาทำไม และทัศนคติของรากหญ้าที่เห็นส่วนมากคือ ในการแจกเงินคนแจกก่อนถ้าเป็น 500 บาท/หัวก็จะเลือกคนแรก คนที่สองต้องแจกมากกว่า อาจจะเป็น 1000 เขาก็บอกว่าคนที่สองดีกว่า คนแรกก็ดีเหมือนกันแต่คนที่สองดีกว่า มันเป็นอย่างนี้แหละครับ การกระทำอย่างนี้ของบรรดารากหญ้า ไม่ใช่จะเป็นค่านิยมแค่ตนเองนะครับ มันติดต่อไปถึงลูกถึงหลาน เพราะทำให้บรรดาลูกหลานตัวเองเห็นเขาก็มีค่านิยมและทำตามโดยไม่ต้องสอน
........ผมเคยถามรากหญ้าว่า ผู้สมัครเลือกตั้งเขารวยมาก่อนหรือเปล่า เขาเงียบ ผมก็เลยถามต่อว่า แล้วเงินที่เขาแจกมาจากใหน เขาก็เงียบ ผมก็เลยต่อว่า นั่นแหละครับนายทุนพรรคนั่นแหละตัวจริง พอเขาได้เป็นสส.ก็ต้องยอมนายทุนพรรคสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำ แล้วเราจะได้ผู้แทนที่ดีได้อย่างไร เขาเริ่มงง ผมก็พูดต่อว่า ตัวคุณเองนั่นแหละคือต้นเหตุของความวุ่นวายของบ้านเมือง ไม่ใช่ใคร คิดดูให้ดีดี ถ้าการเลือกตั้งไม่ได้คนดีเข้าไป และเลือกเสร็จก็ไม่สนใจบ้านเมือง หรือควบคุมสส.ของตัวเองให้มีประโยชน์ต่อประเทศชาติ บ้านเมืองก็เป็นอย่างนี้ เขายิ่งงง เพราะอยุ่เฉยๆก็โดนกล่าวหา ผมก็เลยบอกเขาว่าลองไปคิดดูีีดีดีก็แล้วกัน เขาก็เลยเดินออกจากบ้านผมด้วยความงงๆ เขาคงจะพูดกับตัวเอง "อะไรวะ"


โดย: กระจอก IP: 113.53.165.209 วันที่: 17 มกราคม 2553 เวลา:6:18:15 น.  

 
เรื่องชื้อเสียงนี่ ผมได้อธิบายไว้แล้วในคคห.ที่ 118 ผมมองต่างกับคุณ คือ ผมไม่โทษประชาชนทั่วไป เพราะไม่ใช่ต้นเหตุ พวกเขาแค่ปลายเหตุ ไม่มีคนจ่าย ก็ไม่มีคนรับ ประชาชนแค่ปลายเหตุ ต้นเหตุจริงๆคือ นักการเมือง พรรคการเมือง จากตัวอย่างที่คุณยกมา คุณควรบอกญาติคุณที่ลงรับสมัครเลือกตั้งว่า ควรไปเสนอนโยบายของพรรค หรือแนวคิด สิ่งที่เขาจะทำให้พี่น้องประชาชน ถ้าได้รับเลือกตั้งว่าจะทำอะไรให้กับประชาชนบ้าง เพราะแม้ว่าคุณเอาเงินไปจ่ายเขา ก็ไม่แน่ว่าเขาจะเลือกคุณ และหากถูกจับได้อาจโดนตัดสิทธิ์ทางการเมืองอีก

กลับไปอ่านคคห.ที่ 118 ของผมอีกครั้ง ผมไม่ได้ค้านว่าไม่มีการซื้อสิทธิ์ ขายเสียง และผมก็ไม่สนุบให้นักการเมืองซื้อเสียง ไม่ชอบที่ประชาชนขายเสียง แต่..ที่เรามองต่างกันคือ ผมไม่โทษประชาชน

อีกอย่าง เรื่องประชาชนได้รับข้อมูลที่ผิดๆที่คุณพูดถึง ผมไม่ห่วงเท่าไหร่ ผมกังวลแต่พวกตัวใหญ่ๆที่มีอำนาจ ถูกบริวารสอพลอ ได้รับข้อมูลผิดๆไป ประชาชนชาวบ้านจะเดือดร้อน


.......ฝากให้อ่านเล่นๆ .........

Image Hosting by imagefra.me



โดย: tudong วันที่: 17 มกราคม 2553 เวลา:19:45:48 น.  

 
คุณปูอิศรีย์1 ครับ เขียนอย่างที่คุณเขียนน่ะไม่ยากหรอกครับ เพราะไม่ต้องหาเหตุและผล เพียงแต่กล่าวหาลอยๆ ใครๆก็เขียนได้พูดได้เช่นกัน เช่นถ้าผมจะเขียน
......นักการเมืองลวงโลกบอกว่า เรามาตามหาประชาธิปไตย แต่ที่เวลาคุณมีอำนาจอยู่ ไม่เห็นเข้าประชุมสภา เห็นแค่ครั้งเีดียว การตอบกระทู้ในสภาก็ไม่ยอมเข้าไปตอบทั้งๆที่เป็นวิถีประชาธิปไตยแท้
.......บอกคนอื่นๆว่าผมรวยแล้วไม่โกง เิงินสำหรับลูกๆผมกันไว้แล้ว ที่เหลือสำหรับบ้านเมือง แล้วตกลงเป็นอย่างที่พูดหรือเปล่า จากสองหมื่นล้านกลายเป็นกี่แสนล้านภายในไม่กี่ีปี
........ใครไม่เป็นพวกต้องโดนจัดการ เช่นสุทธิชัยหยุ่น เปลวสีเงิน โดนเสียอ่วม ใครเป็นพวก ก็ให้โฆษณาโดยการใช้งบของหลวง ไม่ใช่เงินของนักการเมืองลวงโลกใม่
.......ฯลฯ ขี้เกียจเขียน


โดย: กระจอก IP: 113.53.164.43 วันที่: 17 มกราคม 2553 เวลา:20:57:20 น.  

 
......ขออำลาพี่น้องทั้งผองเพื่อน
ธุดงค์เถื่อนฐานเจ้าของปองเสกสรรค์
กล่าวถึงเหตุและผลจนหลายวัน
ขอสุขสรรค์โอกาสหน้าจะมาไว


โดย: กระจอก IP: 113.53.164.43 วันที่: 17 มกราคม 2553 เวลา:21:08:00 น.  

 
ตอบ ♥ 128

ขอตอบแทนคุณปูอิศรีย์1 นะครับ

คุณลองลำดับเหตุการณ์ข้อเขียนของคุณปูอิศรีย์1ตั้งแต่ต้นจนจบดูนะครับว่าเรื่องราวเป็นมา เป็นไปอย่างไร ? จริงตามที่คุณปูอิศรีย์1เขียนไว้หรือไม่ ? ดังนี้ -

1, เลือกตั้งสู้ไม่ได้ จริงไหม ?
2, นายอภิสิทธิ์และพรรคปชป.ไม่เคยออกมาคัดค้านการยึดอำนาจจริงหรือไม่ เพราะเหตุใด ?
3, นายอภิสิทธิ์และพรรคปชป.ดึงและอ้างสถาบันเบื้องสูง เพื่อโจมตีพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามจริงหรือไม่ ?
4, ยุบพรรคการเมือง โดยมีผลย้อนหลัง พรรคปชป. มีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ ?
5, ปลด 2 นายกฯ พรรคปชป. มีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ ? สมเหตุสมผลหรือเปล่า ?
6, มีการซื้อตัว ข่มขู่สส.ให้สนับสนุนพรรคตนเองจริงหรือเปล่า ?
7, สั่งฆ่าประชาชนที่ไปชุมนุมจริงหรือไม่ อย่างไร ?
8, ASTV ออกอากาศได้ตลอด แต่กลับสั่งปิด D Station จริงหรือไม่ ?
9, ไม่มีความยุติธรรมในการดำเนินการกับแกนนำฝ่ายเสื้อแดงจริงหรือไม่ ?

แค่ตอบว่าจริง หรือ ไม่จริงเท่านั้นเอง ทั้งหมดข้างต้นเป็นความจริงที่มองเห็นได้ด้วยตาว่าจริงหรือไม่ ในความรู้สึกของพวกเราชาวเสื้อแดง พวกเรามองเห็นอย่างนั้น ถ้าจะถามถึงรายละเอียด หลักฐานที่เป็นบทความ หรือข้อความก็ล้วนสามรถหามาอ่านได้ทั้งสิ้น เช่นบทวิเคราะห์ทำไมพรรคปชป.ถึงเลือกตั้งสู้พรรค ทรท.ไม่ได้ สรุปออกมาง่ายๆ สั้นๆก็คือ พรรคทรท.ทำได้ตามนโยบายที่หาเสียงไว้ แต่พรรคปชป.ทำไม่ได้ หรือพรรคปชป.เคยออกมาคัดค้านหรือประณามคณะปฎิวัติหรือเปล่า? มันยิ่งตอกย้ำคำตอบให้ชัดเจนขึ้นไปอีกว่า ทำไม ? ทั้ง 9 ข้อที่ผมสรุปออกมาเป็นคำถามนั้น สามารถสัมผัสได้ มองเห็นจนแทบไม่ต้องอธิบายเลยด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่าคนที่มีความโกธรเกลียด และมีอคติอยู่จะรับไม่ได้เท่านั้นเอง

ทีนี้มาถึงสิ่งที่คุณเขียนบ้าง

......นักการเมืองลวงโลกบอกว่า เรามาตามหาประชาธิปไตย แต่ที่เวลาคุณมีอำนาจอยู่ ไม่เห็นเข้าประชุมสภา เห็นแค่ครั้งเีดียว การตอบกระทู้ในสภาก็ไม่ยอมเข้าไปตอบทั้งๆที่เป็นวิถีประชาธิปไตยแท้

ตอบ ♥ คือผมมองอย่างนี้ครับ การตอบคำถามในสภานั้นคุณต้องไปดูว่าเขาถามเรื่องอะไร ? เช่น เกี่ยวกับความมั่นคง กระทรวงกลาโหมเป็นผู้รับผิดชอบ ก็สามารถตอบแทนได้ นายกฯท่านก็มอบหมายให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงตอบแทนได้ นายกฯที่วันๆเอาแต่นั่งรอตอบคำถามในสภาฯโดยไม่เอาเวลาไปใส่ใจปากท้องประชาชน คุณชอบแบบนั้นเหรอ สิ่งที่ผมมองเห็นสมัยท่านอดีตนายกฯทักษิน คือ ประเทศไทยเจริญก้าวหน้า มีศักดิ์ศรี เศรษฐกิจดี ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศทั่วโลก แล้วทุกวันนี้เป็นยังไง เวียดนามนาม,ลาว,เขมรเบียดมาแล้ว จากเสือตัวที่5 แห่งเอเชีย กลายเป็นหมาขี้เรื้อนอมโรคตัวหนึ่งเท่านั้น

.......บอกคนอื่นๆว่าผมรวยแล้วไม่โกง เิงินสำหรับลูกๆผมกันไว้แล้ว ที่เหลือสำหรับบ้านเมือง แล้วตกลงเป็นอย่างที่พูดหรือเปล่า จากสองหมื่นล้านกลายเป็นกี่แสนล้านภายในไม่กี่ีปี

ตอบ ♥ เรื่องนี้คุณต้องไปศึกษาว่าท่านอดีตนายกฯทักษิน และครอบครัว ทำธุรกิจอะไรบ้าง เช่นที่มาของเงิน 76,000 ล้าน ได้มายังไง ไม่ยากครับถ้าคุณจะศึกษา สามรถหาอ่านได้ทั่วไป ผมไม่สงสัยเพราะผมยอมรับในความเก่ง,มีวิสัยทัศน์และความสามารถของท่าน แต่ผมสงสัยนักการการเมืองที่เล่นการเมืองอย่างเดียวนี่สิว่ารวยอย่างไรเป็นร้อยล้าน และท่านนายพลใหญ่ หลายคนรับราชการอย่างเดียวก็รวยเป็นร้อยล้านเหมือนกัน ประวัติบุคคลเหล่านี้ก็สามารถหาอ่านได้ไม่ยากเช่นกัน

........ใครไม่เป็นพวกต้องโดนจัดการ เช่นสุทธิชัยหยุ่น เปลวสีเงิน โดนเสียอ่วม ใครเป็นพวก ก็ให้โฆษณาโดยการใช้งบของหลวง ไม่ใช่เงินของนักการเมืองลวงโลกใม่

ตอบ ♥ อันนี้ข้อมูลเราไม่ตรงกัน ผมสรุปสั้นๆแล้วกัน ตอนนั้นสุทธิชัยหยุ่นกับธนาคารไทยพาณิชย์ทำไอทีวีขาดทุน ธนาคารไทยพาณิชย์ใช้เงินลงทุนในไอทีวี ทั้งทางตรงและทางอ้อมรวม 40% คิดเป็นเงิน 480 ล้านบาท บวกกับความสัมพันธ์ในฐานะของเจ้าหนี้อีก 3,000 ล้านบาท ค้ำประกันอีก 1,000 ล้านบาท รวมแล้วเกือบ 4,000 ล้านบาท

เป็นตัวเลขการลงทุนในช่วง 3 ปีที่แบงก์ไทยพาณิชย์ยังไม่ได้รับประโยชน์กลับมาเลย นายธนาคารอย่างประกิตแค่กดเครื่องคิดเลขนิดเดียวก็รู้แล้วว่า ไอทีวีมีปัญหาขาดทุน และยังมีปัญหาค่าสัมปทานก้อนใหญ่ที่เป็นเงื่อนปมใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้นประกิตยังมีคำถามเกี่ยวกับโครงสร้างการบริหารงานของไอทีวีอีกมากมาย โดยเฉพาะอำนาจรองประธานกรรมการบริหาร ที่มีบทบาทมากกว่าผู้บริหารในระดับกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เนื้อหาที่ปรากฏบนหน้าหนังสือพิมพ์รายวันมติชน ไทยรัฐ ผู้จัดการรายวัน และไทยโพสต์ วันที่ 25 มิถุนายน ระบุถึงความต้องการผ่าตัดโครงสร้างของประกิต ประทีปะเสน อดีตรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่เพิ่งเลือกโปรแกรมเกษียณอายุก่อนกำหนด ลาออกจากแบงก์ไปหมาดๆ และถูกเลือกจากแบงก์ไทยพาณิชย์ให้มาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทไอทีวีแทนโอฬาร ไชยประวัติ

หลังมารับตำแหน่ง ประกิตได้ประกาศจะแก้ปัญหาขาดทุนของไอทีวี โดยปรับผังรายการใหม่ให้เน้นบันเทิงมากขึ้น พร้อมกับลงมือผ่าตัดโครงสร้างการบริหารงานภายในโดยยุบบอร์ดบริหารที่มีบรรณวิทย์ บุญญรัตน์ เป็นประธานกรรมการบริหาร ซึ่งเวลานี้ได้ลาออกไปก่อนหน้านี้แล้ว และให้การบริหารงานอยู่ในมือของคณะกรรมการบริษัท (บอร์ดใหญ่) ซึ่งจะประกอบด้วย ผู้ถือหุ้นทั้ง 13 ราย ซึ่งประกิตให้เหตุผลกับ "สื่อมวลชน" ว่า เพื่อให้เกิดความคล่องตัว ไม่ซ้ำซ้อน

การเข้ามากวาดบ้านในไอทีวีของประกิตสร้างความไม่พอใจให้กับสุทธิชัย หยุ่น อย่างมาก เพราะการยุบบอร์ดบริหารเท่ากับว่าตำแหน่งรองประธานกรรมการบริหารฝ่ายข่าวที่สุทธิชัยนั่งอยู่ต้องถูกยุบไปด้วย ถัดจากนั้นในเดือนมิถุนายน ธนาคารไทยพาณิชย์ก็ได้ดึงเอากลุ่มชินคอร์ปเข้ามาซื้อหุ้นในไอทีวี ซึ่งกลุ่มชินคอร์ปได้ใช้เงินลงทุนไปในไอทีวีแล้วประมาณ 1,600 ล้านบาท แลกกับการเข้ามาถือหุ้นในไอทีวี 39% ส่วนธนาคารไทยพาณิชย์ได้แปลงจากหนี้เป็นทุน เหลือสัดส่วนการถือหุ้น 55% โดยสิทธิในการบริหารงานทั้งหมดเป็นของกลุ่มชินคอร์ป จากเหตุการณ์ในครั้งนั้นสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลของชวน หลีกภัย ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ หรือแม้แต่กลุ่มเนชั่น ได้ยอมรับในหลักการที่ว่าทีวีเสรีเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป กับข้อเท็จจริงในเรื่องภาระของสำนักงานทรัพย์สินฯ จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาการขาดทุน และทรัพย์สินที่เหลืออยู่ก็คือไอทีวี

และนี่คือที่มาของวิกฤติที่เกิดขึ้นกับไอทีวี ตัวเองทำขาดทุน พอเขามาทำได้ดีกว่าก็โกธร อิจฉา สุทธิชัย หยุ่นถูกกระทำอย่างไรลองอธิบายให้ผมเข้าใจหน่อยสิ ! เจิมสาก,ธิ ลิ้ม, เหน่ง หยุ่น,เปลว ไม่พอใจท่านอดีตนายกฯทักษิน เพราะเรื่องผลประโยชน์ทั้งสิ้น ประโยคที่ว่า พ.ต.ท ดร.ทักษิน ชินวัตร เป็นนายกฯที่ดีที่สุดตั้งแต่ประเทศไทยเคยมีมา คุณว่าใครพูด ?


ปล. งดเว้นพาดพิงสถาบันเบื้องสูงได้ก็ดีนะ เขาว่า เขาพูดมา แล้วมาฑุดต่อเนี่ย เลิกได้ก็ดีนะ

เพราะ......!

Image Hosting by imagefra.me




โดย: tudong วันที่: 18 มกราคม 2553 เวลา:3:48:29 น.  

 
๏ ยินคำชม เถื่อนถ้อย...............ยิ้มสรวล
กระจอกนี่ช่างกวน....................บาทเท้า
คำพูดช่าง ยียวน.....................น่าจูบ
น้อมรับ เก็บใส่เกล้า.................เพื่อไว้ พิจารณา ๚

๏ หยุดพาดพิง เรื่องเจ้า............เสียที
เขาว่า เขาเล่า มี.....................เท็จแท้
ปล่อยให้ผ่านแหละดี................บอกต่อ ไยนอ
เว๊ปฯสั่งลบ อีกแล้....................หนึ่งข้อ ความเห็น ๚

๏ ด้วยเวลา ต่างขั้ว..................กันไกล
หกชั่วโมง ห่างไป...................เทียบได้
ตีสี่กว่า เมืองไทย...................เราสี่ ทุ่มเฮย
แม้ไม่ตรงกัน ไซร์..................ว่างแล้ว ค่อยมา ๚ะ



โดย: tudong วันที่: 18 มกราคม 2553 เวลา:5:45:05 น.  

 
๏ เมืองสยาม บัดนี้.............เสื่อมธรรม
ไทยวุ่นวาย ผู้นำ................เด็กด้าน
ในหลายเหตุ ที่ทำ..............อ่อนหัด แท้นา
วันที่ไร้ กฎบ้าน..................เหลื่อมล้ำ ตัดสิน ๚ะ


๏ ผู้ใหญ่เพียง แค่สร้าง........ภาพงาม
ไม่อยู่ในธรรมตาม..............กล่าวไว้
เป็นแค่บท นิยาม................หลอกเด็ก
ผู้ใหญ่กลับกลอกไซร์..........หมดสิ้น นับถือ ๚ะ


Image Hosting by imagefra.me



โดย: tudong วันที่: 19 มกราคม 2553 เวลา:5:15:26 น.  

 
ศาลแพ่งนัดฟังคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวห้าม “หญิงอ้อ” โอนขายที่ดินรัชดาฯ

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 25 มกราคม 2553 16:40 น.


คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพ็ชร หรือดามาพงศ์ อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี



ศาลแพ่งนัดฟังคำสั่ง “กองทุนฟื้นฟูฯ” ร้องศาลคุ้มครองชั่วคราวห้าม “หญิงอ้อ” โอนขายที่ดินรัชดาฯ 27 ม.ค.นี้ ส่วนคดีหลักฟ้องเรียกที่ดิน 772 ล้านบาทคืน ศาลนัดสืบพยานครั้งแรก 2 มิ.ย.นี้ หลังกองทุนฟื้นฟูฯ ขอสืบพยาน 7 ปาก ส่วนหญิงอ้อเตรียมพยาน 24 ปากสู้คดี

วันนี้ (25 ม.ค.) เมื่อเวลา 13.30 น.ที่ห้องพิจารณาคดี 412 ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคำร้องคุ้มครองชั่วคราว ที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ขอให้ศาลห้ามคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพ็ชร หรือดามาพงศ์ อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำหน่าย จ่าย โอน ที่ดินรัชดาภิเษกจำนวน 4 แปลงจำนวน 33 ไร่เศษ มูลค่า 772 ล้านบาท หลังจากที่กองทุนฟื้นฟูฯ ยื่นฟ้องคุณหญิงพจมาน เป็นจำเลย คดีหมายเลขดำที่ 5379/2552 เรื่องโมฆะกรรม ให้สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินรัชดาฯ เป็นโมฆะ และให้ศาลสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนที่คุณหญิงพจมาน เป็นผู้ครอบครองกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าว และให้คุณหญิงพจมาน ส่งมอบที่ดินคืนกองทุนฟื้นฟูฯ

โดยวันนี้ทนายความฝ่ายคุณหญิงพจมาน นำพยานเข้าไต่สวน 1 ปาก หลังจากที่ก่อนหน้านี้กองทุนฟื้นฟู ฯ โจทก์ ได้นำพยานเข้าไต่สวนไปแล้วเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.52 ที่ผ่านมา ภายหลังสืบพยานไต่สวนคำร้องคุ้มครองชั่วคราวเสร็จสิ้นแล้ว ศาลนัดฟังคำสั่งในวันที่ 27 ม.ค.นี้ เวลา 13.30 น.

ขณะที่การพิจารณาคดีที่กองทุนฟื้นฟูฯ ยื่นฟ้องเรียกคืนที่ดินจากคุณหญิงพจมานนั้น วันนี้อัยการ ผู้รับมอบอำนาจฝ่ายกองทุนฯ แถลงมีพยานนำสืบรวม 7 ปาก 5 นัด ส่วนทนายความคุณหญิงพจมาน จำเลย เตรียมพยานนำสืบสู้คดี 24 ปาก ใช้เวลา 12 นัด โดยศาลนัดสืบพยานครั้งแรกวันที่ 2 มิ.ย.นี้ เวลา 09.00 น.


โดย: กระจอก IP: 113.53.162.34 วันที่: 25 มกราคม 2553 เวลา:18:45:15 น.  

 
สวัสดีครับคุณกระจอก

ต้องขอบคุณจริงๆที่เอาข่าวมาให้อ่าน นับถือในความพยายาม ผมเพิ่งได้อ่านข่าวนี้จากคุณคนแรค บางเรื่องผมก็ไม่รู้จริงๆ ไม่ได้แกล้งถาม มีอะไรมาแลกเปลี่ยนกันได้ครับ

-------------------------------------------



ในหลวง รับสั่ง ศาล อย่าทรยศต่อหน้าที่

"ในหลวง" มีรับสั่งแก่ตุลาการศาลปกครอง อย่าทรยศต่อความยุติธรรม แม้อาจมีบางฝ่ายไม่พอใจในคำตัดสิน แต่ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญและหนักแน่น

เมื่อเวลา 17.44 น. วันที่ 25 มกราคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ ห้องประชุม ชั้น 14 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายอักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด นำตุลาการศาลปกครองสูงสุด และตุลาการศาลปกครองชั้นต้น ตำแหน่งตุลาการศาลปกครอง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ในโอกาสนี้ นายสุชาติ เวโรจน์ เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ร่วมเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ด้วย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาทเพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ตอนหนึ่งว่า "ท่านทั้งหลายได้ปฏิญาณ ควรรักษาคือคนที่ต้องตัดสินอะไรที่ควร ที่ไม่ควร ที่ดี ที่ไม่ดี ท่านที่ได้ปฏิญาณนี้มีความสำคัญอยู่ไม่น้อย คือ ท่านต้องจัดการให้ปัญหาในการปกครองของประเทศเป็นไปโดยเรียบร้อย และท่านมีอำนาจที่จะตัดสิน ที่จะพิพากษา นั่นหมายความว่าท่านจะต้องรู้ อะไรควรไม่ควร นี่เป็นงานที่ท่านต้องทำ และมีความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อให้ประเทศชาติมีความเป็นธรรม การทำความดีหมายความว่า ทำอะไรที่เป็นจริง ที่เรียบร้อย ที่จะทำให้รู้ได้ มีความอยู่เย็นเป็นสุข ฉะนั้นงานของท่านก็มีความสำคัญไม่น้อย เพราะการพิพากษาเป็นหน้าที่ท่าน ของศาล ต้องพิพากษาเพื่อความเป็นธรรม ความเป็นธรรมนี้หมายความอะไรที่เรียบร้อย ที่ถูกต้อง ที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปโดยดี เพราะฉะนั้นท่านมีหน้าที่สำคัญและต้องทำตามคำพิพากษา คำปฏิญาณที่ท่านได้กล่าวในหน้าที่ของท่าน ต้องจำว่าท่านได้ปฏิญาณตนว่า จะทำทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความเป็นธรรม

ความเป็นธรรมนี้ก็หมายความว่าอะไรที่เรียบร้อย ซึ่งเป็นการปฏิบัติในสิ่งที่ดี เพราะว่าคนมีความคิดแตกต่างกัน จะต้องมาพิจารณาอะไรที่แตกต่างกัน และให้เห็นว่าอะไรที่ควรจะทำ ที่เป็นกลาง ที่เป็นความจริง เป็นความยุติธรรม ความยุติธรรมนี้หมายความว่ายุติด้วยธรรม คือตัดสินว่าอะไรเป็นธรรม อะไรไม่เป็นธรรม ซึ่งดูก็น่าจะง่าย แต่ความจริงไม่ง่าย เพราะแต่ละคนมีความคิดของตัว ถ้าใครที่ยึดติดในทางของตัว เรื่องของตัวเป็นยุติธรรม ความยุติธรรมมีอย่างหนึ่งคือเป็นยุติธรรมแก่ตัวแท้จริง ซึ่งน่าจะง่ายแต่ไม่ง่าย รวมทั้งความดีหรือเป็นความยุติธรรมแก่ตัว แต่ความยุติธรรมนี้ที่มีอันหนึ่งอันเดียว มีหลายแล้วแต่ความต้องการของแต่ละคน

ความต้องการของแต่ละคนต่างกัน แต่ถ้าเราอยู่ตรงกลาง บางทีท่านถูกว่า ถูกกล่าวว่าท่านเป็นคนที่ไม่ดี เพราะว่าไปตัดสินในสิ่งที่ไม่เป็นที่พอใจของอีกฝ่ายหนึ่ง แต่ถ้าท่านมี ท่านยึดติดกับคนที่ทำหน้าที่ด้วยความยุติธรรม ก็เป็นกลาง ความเป็นกลางนี้ยากมาก เพราะต้องมีความคิดที่เป็นกลาง ท่านต้องมีความเป็นกลาง มีไว้ซึ่งความยุติธรรม ถ้าท่านทั้งหลายได้ทำหน้าที่ของท่าน และถ้าท่านทำไม่ได้ เท่ากับท่านทรยศต่อความยุติธรรม การทรยศไม่มีใครอยากจะทำ เพราะเป็นความไม่ดี เป็นความน่าเกลียด ท่านต้องพิจารณา ท่านปฏิญาณที่จะทำที่จะรักษาความยุติธรรม ก็ต้องสร้างความยุติธรรม คดีต้องมีความยุติธรรมของคดีนั้นๆ ซึ่งถ้าท่านพิจารณาแล้วคิดว่าอะไรเป็นยุติธรรม ซึ่งมีอะไรที่เป็นกลาง ที่ถูกต้อง ท่านก็ชนะในความจริง ฉะนั้น ท่านต้องรักษาความยุติธรรมนี้และรักษาความยุติธรรมและปฏิบัติด้วยความกล้าหาญ หนักแน่น"




โดย: tudong วันที่: 27 มกราคม 2553 เวลา:6:01:16 น.  

 

ปณิธานเสื้อแดง
« ตอบ #5 เมื่อ: วันนี้ 14:05 น » แก้ไข แก้ไข แก้ไข ลบทิ้ง ลบทิ้ง ลบทิ้ง แยกกระทู้ แยกกระทู้บล็อคบล็อค


๐ เมื่อสิบเก้า กันยาฯ ปีสี่เก้า
ทหารเข้า ปฎิวัติ พลัดเปลี่ยนหน้า
ประวัติศาตร์ ต้องจารึก ถึงที่มา
เหตุใดหนา ประชาธิปไตย ไม่จีรัง ฯ

๐ นับแต่นั้น ความเสื่อม เริ่มมาเยือน
เปรียบเสมือน เดือนตก หกถอยหลัง
ถอยลงคลอง หมองกล่ำ ช้ำเมืองพัง
น่าผิดหวัง ดังปรากฎ ต้องจดจำ ฯ

๐ เศรษฐกิจ สังคม จมลงด้วย
ชีพแทบม้วย ลอยคอ จ่อถลำ
ไม่คาดหมาย วันนี้ มีผู้นำ
ความสามารถ ต้อยต่ำ พร่ำวาจา ฯ

๐ ทุกหน่วยงาน ราชการ วิสาหกิจ
เข้าพิชิต แบ่งปัน กันทั่วหน้า
มีฝีมือ หรือไม่ ไม่นำพา
แค่ชื่อหน้า ว่านายพล. คนหลีกทาง ฯ

๐ ทอออทอ สอสอ รอมอตอ
หวานจริงหนอ คอแร้ง แย่งซากสาง
รุมทึ้งงบ มูมมาม ตามรายทาง
กินทุกอย่าง โจ่งแจ้ง แห้งมานานฯ

๐ เทียวตามล่า ตามล้าง อย่างตัวกินไก่มโหด
กฎหมายโฉด เลือกใช้ ไร้มาตรฐาน
ตั้งหน่วยงาน อิสระ มาระราน
มีรัฐบาล เด็กน้อย คอยสอพลอ ฯ

ก่อกำเนิด เสื้อแดง แรงทั่วแผ่น
ทุกแว้นแคว้น แดนไทย รวมใจหนอ
เรียกร้องหา ยุติธรรม ช้ำเกินพอ
อำมาตย์ปอ สี่เสา เจ้าเหิมเกริม ฯ

เลิกกดขี่ ข่มเหง นักเลงโต
พาลพาโล นานมา พาฮึกเหิม
เห็นประชาฯ ต้อยต่ำ คอยซ้ำเติม
นิสัยเดิม พวกอำมาตย์ ขาดเมตตา ฯ

คืนมาเสีย ประชาธิปไตย ไทยทั้งชาติ
เลิกผูกขาด อำนาจ อำมาตย์จ๋า
สิทธิ์และเสียง เท่ากัน ทุกชั้นนา
จึงจะหา สงบได้ ไทยร่มเย็น ๚


โดย: tudong วันที่: 29 มกราคม 2553 เวลา:16:56:08 น.  

 


โดย: tudong วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:14:27:16 น.  

 
หวัดดีค่ะพี่ธง แวะมาเยี่ยมนะคะ กลับมาเมืองไทยยังเอ่ย
รักษาสุขภาพมากๆค่ะพี่ แล้วมีเวลาต้นอ้อจะแวะมาทักทายอีกนะคะ



โดย: ต้นอ้อท้าลม วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:19:43:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

tudong
Location :
นครปฐม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




๏หนึ่ง..อภัยพ่อแม่ แม้...........ผิดพลาด
สอง....มิตรสหายจะขาด.........มิได้
สาม....คนชิดใกล้ ญาติ.........โอนอ่อน
สี่.......อย่าลืมตนเองไซร์........พลาดพลั้ง ควรอภัย ๚–
Friends' blogs
[Add tudong's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.