ท่องเที่ยว เดินทาง...ประสบการณ์ชีวิตที่ไม่เคยหยุดนิ่ง
Group Blog
 
 
เมษายน 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
28 เมษายน 2552
 
All Blogs
 
ทริปล่องเรือบาหยา เวียดนาม เมืองมรดกโลก

Travel 6 วัน เวียดนาม ... เที่ยว 3 มรดกโลก




ทริปนี้ที่ผมไปสัมผัส...นับแล้วครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่ตัวผมเองได้เดินทางไปเวียดนาม ครั้งนี้ ผมไปนานกว่าปกติ ก่อนผมไปก็คิดว่าไม่อยากไปจริงๆเลย มันต้องเป็นอะไรที่น่าเบื่อสุดๆ เพราะผมเคยไป ฮาลอง ฮานอย มาแล้วฮะ

.. แต่ไป เว้ ดานัง ฮอยอัน 3 ที่นี่ ผมอยากไปมากมาย
ครั้งนี้ผมไปกับ AF (สายการบินแอร์ฟรานซ์) ก็ดีครับ สามารถทำ พรีเช็คอิน ได้ด้วยตัวเองอย่างสะดวกสบาย ผ่านทางอินเตอร์เน็ต ทำง่ายดี ทำพรีเช็คอิน ด้วยตัวเอง ทางอินเตอร์เน็ตจะได้น้ำกินฟรีที่สนามบินด้วยอะดี้...ดีป่ะล่ะครับ ? ^0^

เป็นเวลาเที่ยงกว่า...ผมจึงได้เดินทางไปถึงสนามบินเพื่อเดินทางไปยัง กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม การไปครั้งนี้เหมือนไปทำงานกึ่งๆไปเที่ยวครับ เพราะว่า ผมต้องพาพี่ๆ นักข่าวไปถ่ายภาพเพื่อลงใน นิตยสาร ก่อนอื่นต้องแจ้งก่อนว่า ผมทำงานบริษัททัวร์ ซึ่ง เป็นข้อดีมากมาย ...ที่ทำให้ผมเดินทาง ไปท่องเที่ยวได้บ่อยๆ ในราคาพิเศษ นั้นแหละครับ ข้อดีของผม ^0^

ว่าไปเมื่อลงเครื่องปุ๊บ ผมก็ได้พบกับความรู้สึกเดิมๆ ตม.กล่าวทักทาย และด้วยความเคยชิน ก็ผมว่าฮานอยยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนักจากที่ผมได้ไปสัมผัสมาเมื่อ ปี 2008

แต่พอเมื่อผมก้าวออกจากสนามบิน ผมก็รู้สึกได้ถึงความทันสมัยมากขึ้น และนั่นเองที่ทำให้ผม รู้สึกท้าทายมากขึ้นกับการที่ผมได้กลับมาครั้งนี้ ที่ประเทศแห่งนี้

วันแรกสำหรับผม เมื่อเริ่มเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองนั้น ผมพบกับรถยนต์รุ่นใหม่ที่บ้านเรามี บ้านเค้าก็มีแล้ว ทั้ง civic ตัวใหม่ Camry และ พวก Luxury car ไม่ต้องพูดถึงเลย






ผมก็พูดได้ไม่เต็มปากว่า บ้านเมืองของเรา ไม่พัฒนา หรือว่าบ้านเมืองของเค้าพัฒนาไปไวกว่าที่ผมคิดไว้เยอะ
แต่จะว่าอย่างนั้นก็ ไม่ได้ เพราะว่า ทุกหนทุกแห่งนั้น ก็ยังคงเห็น รถมอเตอร์ไซค์ ที่เป็นเอกลักษณ์ ของทางเวียดนามอยู่เยอะพอสมควร และเสียงปีบๆ แตรที่ทำเรามองดูว่าเหมือนเป็น เสน่ห์ ของเมืองเค้า

ขอพูดตามตรง ตามที่ผมได้ไปสัมผัส มาหลายครั้งที่ประเทศแห่งนี้ผมรู้สึกได้ว่า การบีบแตรของประเทศแห่งนี้ เป็นการบอกแจ้งให้ คนที่ขับมอเตอร์ไซค์ หรือว่าขับรถอยู่ระวังตัวมากขึ้นเนื่องจาก บางครั้งผ่านสี่แยก และ บางครั้งรถขับมาเร็วจึงทำให้คนขับรถ บีบแตร อยู่บ่อยครั้งนั้นเอง

วันแรกสำหรับทริปนี้ และเป็นครั้งที่ 2 ที่ผมมาเยือนเมืองหลวงแห่งนี้ ความคึกคักของเมืองในช่วงเย็น มันทำให้ชีวิตของดูผมมีสีสันขึ้นมาทันตา ครั้งนี้ผมได้พักผ่อนในย่านตัวเมืองโรงแรมที่ผมพัก ถือว่าเป็นโรงแรม ที่อยู่ใกล้กับ ทะเลสาป คืนดาบ โอ้วพระเจ้า! อย่างนี้หาของกินง่ายเลยสิเรา เสร็จผมล่ะครับ

เมื่อผมมาถึงโรงแรม ด้วยความไม่คาดหวังอะไรมาก ว่าจะมีโรงแรม 3 ดาว ดีๆ อยู่ในเมือง ดูภายนอกเป็นตึกแถว ที่ดูไม่น่าจะประทับใจเท่าที่ควร กับราคาที่จ่ายไป แต่พอขึ้นไปข้างบนของโรงแรม ภายในห้องดูดี เกินคาดและไม่คิดว่าจะเป็นอย่างนี้..

อาจเป็นเพราะเรายังขาดความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องของฮานอยดีพอสมควร เท่านั้นเอง ว่าเมืองแห่งนี้ ยังมีอะไรดีๆ ให้ค้นหาอีกเยอะ

...อาหารเย็นวันแรก วันนี้ผมได้ทานอาหารไทย อาหารไทยในวันแรกของผมที่เมืองฮานอย ดูหน้าตาคล้ายๆกับอาหารไทยที่ไม่มีความแตกต่าง แต่ เมื่อลองลิ้มชิมรสชาติเข้าไปแล้ว บอกได้เลยว่า จืดมากมาย..



จากนั้นไม่ปล่อยให้ตัวเองเสียเวลาเปล่าๆ ทานอาหารเย็นเสร็จก็ รีบออกเดินทางไป ยัง Old quarter หรือว่า ถนน 36 สาย เพื่อไปเดินดูและเล็งๆไว้ว่า จะซื้ออะไรติดไม้ติดมือกลับบ้านไปดีน๊ะ ...

ที่ตลาด Old quarter หรือว่า ถนน 36 สาย เเห่งนี้มีพวก กระเป๋า รองเท้า ราคาถูก แต่ต้องเลือกสักหน่อย ไม่เช่นนั้น คุณจะได้ของแพงและไม่มีคุณภาพมาอย่างไม่คาดคิด ... นะจ๊ะจะบอกให้

ตกเย็นวันนี้ ผมได้ไปดูการเชิด หุ่นกระบอกน้ำ ที่ผมเองเคยดูไปแล้วครั้งนึง ครั้งนี้ก็ยังคงเป็นเรื่องราวเดิมๆ การแสดงทุกอย่างเหมือนเดิม

ถ้าใครไม่เคยดู ก็อยากจะแนะนำให้ไปดู แต่ถ้าใครเคย ดูแล้วก็อย่าไปดูอีกเลย มันน่าเบื่อสิ้นดี ... แต่ก็ ยังปลื้มใจนะที่คนแสดง และคนที่ทำการเชิดหุ่นเค้ามีความสามารถ มาก แสดงทุกอย่างเหมือนกับเปิดเครื่องเล่นไว้เลยครับ

จากนั้นก็กลับโรงแรม แวะซื้อ Coke กระป๋อง .. 20,000 ดองก็เท่ากับ 20 บาทไทย ราคา มาตรฐานชาวต่างชาติ ครับ จากนั้นก็ขึ้นไปนอนดูการ์ตูน อย่างสบายใจ ..

ว่าไป พรุ่งนี้แล้วสินะ ที่เราจะได้ไปนอนหลับบนเรือหรู ที่รอคอยมานาน... เหอะๆ หวานล่ะเรา แต่ตอนนี้ขอไปนอนฝันหวานถึง เรือบาหยา ก่อนนะครับ ราตรีสวัสดิ์ครับ

เช้าวันที่ 2 วันนี้ตื่นสายกว่าที่คิด ... เหอะเกือบไป แล้วสิเรา เริ่มต้นช่วงเช้าด้วยการขับรถช้าๆ ของชาวเวียดนามเค้าแหละ ...
อยากบอกว่า ถ้าไปขับเองได้ น่าจะถึงนานแล้วฮะ ... แต่ว่าไปคนที่ประเทศนี้น่ารักมาก คนขับรถของเราเห็นคุณยายแก่ๆ กำลังข้ามถนน แต่ยังไม่สามารถข้ามได้ .. พี่แกเล่นจอดรถแล้ว ลงไปจูงคนแก่ข้ามถนน อยากจะบอกว่า น่ารักที่สุดครับพี่น้อง
คนไทยผมยังไม่ค่อยได้เห็นเลยในเมืองเราเลยเนี๊ยะ





และแล้วก็มาถึง อ่าวฮาลอง มังกร ร่อนลง ตามตำนานเค้าเล่าขานกันมาอย่างนั้นนะ ตามตำนานของคนเฒ่าคนแก่ที่นั่น เค้าบอกว่า อ่าวแห่งนี้ เป็นอ่าวที่มีมังกร 2 แม่ลูกร่อนลงมา "HA" ในภาษาเวียดนามแปลว่า ร่อนลง "Long" ในภาษาเวียดนามแปลว่ามังกร ...ก็เป็นประมาณเทพสวรรค์ ส่งลงมา แล้วมังกรตัวแม่ก็ได้ คาย เพชร นิล จินดา ต่างๆ มากมาย ออกมาเพื่อป้องกันประเทศเวียดนามไว้ แล้วเพชร นิล จินดาเหล่านั้นก็กลายเป็นเกาะ หินปูนน้อยใหญ่ที่อยู่ในอ่าวฮาลอง เบย์ แห่งนี้นี่เอง

เม้าท์เรื่อง ประวัติของอ่าวฮาลอง แล้ว ผมก็ถึงที่ท่าเรือสำหรับเปลี่ยนขึ้นเรือลำเล็กพอดีครับ เรือบาหยา เรือไม้ทั้งลำอยู่ไม่ไกลแล้ว !!! จากนั้นก็เช็คอิน ชื่อและที่พักก่อนนำกระเป๋า สัมภาระต่างๆ ขึ้นเรือลำเล็กไป สู่ Bhaya Cruise บนเรือลำเล็ก เค้าก็มีเครื่องดื่มที่ทางบริษัทเรือเตรียมมาให้เป็น น้ำชามะนาว ครับ ขอบอกว่า ชามะนาวจริงๆ คือมีแต่ ชาที่ผสมน้ำมะนาวแล้ว แต่...ไม่มี "น้ำแข็ง" เราหวังมากไปไหม -_- "


ผมได้ยินคนที่ office กล่าวถึงเรือ Bhaya มาพอสมควร พูดว่าสวยงาม อย่างนั้น อย่างนี้ ดี หรู ไฮโซ โอ้วแม่เจ้าอะไรจะขนาดนั้น
วันนี้ ผมได้เห็น เรือลำนี้ จอดอยู่ตรงหน้า แค่ไม่กี่นาที ผมก็ได้ไปยังเรือที่ พี่ๆ กล่าวถึง ความใหญ่โต ของมันทำให้ผม หลงใหล อยู่พักใหญ่เพราะว่า ตอนที่ผมไปถึงนั้นอากาศเย็น หมอกลง ภูเขาหินปูน เห็นเป็นเงา ที่มีม่านหมอก บังอยู่ ลอยตัวนิ่งพร้อมรับคนที่กำลังจะขึ้นไป สัมผัสมัน..

พอผม ขึ้นไป บนเรือก็พบกับความโรแมนติก ระหว่าง การรอคอยก่อนขึ้นเรือเป็นเวลา นานแสนนาน นั้นคือเมื่อเราก้าวเท้าเหยียบเรือปุ๊บ ก็ .. มีกลีบดอกกุหลาบโปรยปราย ลงมา พร้อมคำว่า welcome น่าประทับใจซะ

ถ้าใครคิดว่าไปพักเรือ แล้วต้องอยู่นิ่งๆ ไม่มีอะไรให้ทำ ผมขอบอกว่าคิดผิดแล้วครับ Activity บนเรือมีแน่นอน เมื่อขึ้นไปปุ๊บ ผมไม่รอช้ากับ อาหาร บุฟเฟ่ต์ นานาชนิด กุ้งต้มสดๆ อร่อยมากครับ ทั้งหวานทั้งกรอบ หรือว่าจะเป็น ปลาหมึกราดซอสหวานๆ ทอด รสชาติกลมกล่อม น่าชิม พร้อมกับ คุณจะได้ รับ Welcome Drink เป็นน้ำผลไม้ รสชาติแปลกๆ มาต่างแดนลองอะไรใหม่ๆ ให้ชีวิตก็ถือว่าเปิดหู เปิดตาให้เต็มที่ครับ

หลังจาก อิ่มหน่ำสำราญกับ อาหารเรียบร้อยแล้ว ตาผมชักจะหรี่ลงๆ ทุกทีครับ ผมว่า...ถึงเวลาที่ผมต้องไปสำรวจห้องนอนซะหน่อยแล้วครับ ^0^
เมื่อเปิดเข้าไป ในห้องนอน ผมถือโอกาสอาศัยความเป็นเด็ก (ที่ยังพอมีเหลืออยู่ในตัวผมบ้างล่ะครับ ) ไม่งั้นก็คงไม่กล้าที่จะกระโดดลงไปจริงม่ะล่ะครับ
ผมทุ่มเทเอาตัวเข้าแลกเพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วล่ะครับว่า...เตียงนุ่มมาก ผ้าห่มอุ่นๆ แล้วก็ยังจะมีกลีบดอกกุหลาบ วางไว้บนหัวนอน ดูแล้วน่ารักมากมาย ..

นอนหลับยังไม่สนิทเท่าไร ผู้ช่วยกัปตัน ก็เดินมาเคาะประตู พร้อมบอกว่า สนใจที่จะไปชม ความสวยงาม ของอ่าวโดยการนั่งเรือกระด้ง

ห๊า...!!! เรืออะไรนะ "เรือกระด้ง" .. แปลกแฮะ น่าสนใจ ผมรีบเก็บของทันที พร้อมเดินออกไปยัง เรือรับส่งลำเล็กของเรือ เพื่อเดินทางไปยังหมู่บ้านชาวประมง
อืม...มมม ด้วยความอยากรู้ว่า ไอ้เรือกระด้ง ที่ว่าหน้าตาเป็นยังไง พอได้ลองนั่งเท่านั้น ก็เกิดความประหลาดใจ ด้วยความที่เรา ไม่เคยเห็นกระด้งอันใหญ่ขนาดที่คนนั่ง 5 คนพร้อมคน พาย อีก 1 จะ อยู่บนนั้นได้ แม่เจ้า มหัศจรรย์ อะไรขนาดนั้น ... พร้อมกับได้ชมภูเขาหินปูนที่ถูกทั้งแรงลมแรงน้ำกัดเซาะ จนเป็นความสวยงามที่น่าแปลกตาอย่างที่เห็นอยู่ตรงหน้าตอนนี้

ครั้งหนึ่ง ผมเคยมาสถานที่เเห่งนี้ แต่ความรู้สึกตอนนั้นกับตอนนี้ทำไมมันช่างต่างกันอย่างสิ้นเชิง ผมได้แต่ตอบตัวเองอยู่ในใจว่า ถึงแม้ว่าจะเป็น สถานที่เดียวกัน... แต่ ความทรงจำและความรู้สึกไม่เคยซ้ำกันเลยครับ

และแล้วก็ค่ำอีกแล้วครับ ...อาหารเย็นวันนี้เป็น Set Menu มี 6 course อิ่มน่าดู ...มีทั้ง สลัด กุ้งค็อกเทล สเต็กปลากระพง ของหวานเป็น ทีรามิสุ อิ่มอร่อย มีมากกว่านี้ครับ แต่ผมจำได้แค่นี้ เพราะที่อินกว่านั้นก็คือ บรรยากาศยามค่ำคืน พระจันทร์ สะท้อนลงบนพื้นน้ำที่นิ่งสงบราวกับว่ามันเป็นกระจกส่องให้เราเห็นความสวยงามของฟากฟ้า... ลืมไม่ลงจริงๆ ครับ





หลังจากเต็มอิ่มความอร่อยกับ มื้อค่ำบนเรือแล้ว ก็ยังมีโปรแกรมที่น่าสนใจ คือการนั่งชมภาพยนตร์ สมัยสงครามของประเทศเวียดนาม .. เป็นหนังคลาสสิก ครับ ให้เราได้รู้จักว่าก่อนจะมีเวียดนามในวันนี้ ...เวียดนามสมัยก่อนนั้นเป็นอย่างไร ? ถ้าไม่รู้ที่มาแล้วจะมีที่ไปได้อย่างไร จริงไหมครับ ? แต่ผมว่าถึงเวลาเข้านอนของผมแล้วล่ะครับ ไม่ใช่เพราะ...ผมไม่สนใจประวัติศาสตร์นะครับ แต่หนังตาของผมมันสู้แสงอะไรไม่ได้อีกต่อไปแล้วล่ะครับ

แล้วก็ได้เวลาพักผ่อนบนเตียงนุ่มๆ ... เพื่อที่จะทำให้พรุ่งนี้เป็นวันที่สดใสในตอนเช้า...ZZZ

เช้า... รุ่งขึ้น ได้เวลาของการเรียน ไทชิ คล้ายๆ การรำมวยจีน นั้นเอง โดยมีอาจารย์ ใส่ชุดจีนมาสอนรำแต่เช้าตรู่
ผมว่าทริปนี้ เพื่อนักท่องเที่ยวที่ต้องการการพักผ่อนอย่างแท้จริง (ถึงแม้ว่าจริงๆ แล้วจุดประสงค์ของการมาครั้งนี้คือการมาทำงานก็ตามทีเถอะ ผมก็ยังอดรู้สึกว่าผ่อนคลายอะไรๆ ที่หนักอึ้งในจิตใจมาตั้งเยอะเลยครับ) อย่างน้อยๆ การออกกำลังกายตอนเช้าๆ กับอากาศที่บริสุทธิ์นั้น ทำให้ร่างกายเรารู้สึกสดชื่นและมีชีวิตชีวาขึ้นเยอะเลยครับ



..จากนั้นไม่นานทางกัปตันเรือแจ้งให้เราทราบว่า จะมีทริป เดินทางต่อไปยัง ถ้ำตกตะลึง (ชื่อแปลกอีกแล้ว) มาถึงที่นี่แล้วยังไม่ไปดูให้เห็นกับตา ก็ดูออกจะไม่ใช่นิสัยนักท่องเที่ยวและคนทำงานเกี่ยวกับเรื่องเที่ยวอย่างผมสักเท่าไหร่ แน่นอนครับ ผมรีบลงไปแต่งตัวเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วอดคิดวาดภาพอยู่ในใจไม่ได้ว่า เห็นถ้ำแล้วจะตกตะลึงอย่างไร ?




ตอนนั่งเรือไป ก่อนที่จะเข้าถ้ำ คะเนจากเรือลำอื่นรอบๆ ละแวกใกล้เคียง ก็คิดว่าคนไม่เยอะ แต่พอไปถึง อยากจะบอกว่า คนตู้มเลย มีแต่ฝรั่ง ต้องมีการซื้อตั๋วเข้าไป แต่เราไม่ต้องเพราะว่า ทางเรือจัดการให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ...ภายในถ้ำ ก็ประกอบไปด้วย หินงอก หินย้อย รูปร่างแปลกตา ต่างๆมากมาย ..ภายในถ้ำ อากาศเย็นสบาย ก็โอเค แต่ไม่ประทับใจผมเท่าที่ควรนะ...จัดว่า ตกตะลึงที่ไม่ตะลึง !!! งงไหมครับ อ่านช้าๆ นะครับ แล้วจะเข้าใจ

หลังจากเที่ยวชมภายในถ้ำเรียบร้อยแล้ว ก็ขึ้นไปทานอาหาร เช้า + เที่ยง เป็น ไลน์บุฟเฟ่ต์ เช่นเคย เพลินตาอีกแล้ว ..ซึ่งระหว่างทานอาหารอยู่นั้น เรือ Bhaya ของเราก็จัดการขับกลับเพื่อทำการ เทียบท่า ส่งเรากลับสู่ฝั่งเพื่อเดินทางต่อไปยังเมือง ฮานอย เพื่อที่จะขึ้นรถไปยัง เมือง เว้ ดานังและ ฮอยอัน เมืองแห่งประวัติศาสตร์ของราชวงศ์เวียดนาม
ดินแดนแห่งหาดทรายสีขาว และภูเขาหินอ่อน

การผจญภัยของผมยังไม่จบเพียงเท่านี้นะครับ ติดตามต่อตอนต่อไปนะคร้าบ...



Create Date : 28 เมษายน 2552
Last Update : 29 เมษายน 2552 14:58:54 น. 4 comments
Counter : 149 Pageviews.

 
ตามมาเที่ยวเวียดนามครับ

ผมว่าเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่น่าไปนะ
แต่ดูราคาทริปแล้วกลัวกระเป๋าแห้งครับเมื่อเทียบกับบ้านใกล้เรือนเคียงอื่น

วิว แม่น้ำภูเขายังกะกุ้ยหลิน



โดย: jonykeano วันที่: 7 พฤษภาคม 2552 เวลา:11:48:49 น.  

 
คุณ pourinae แนะนำให้เข้ามาชมคะ แวะมาทักทาย เป็นเมืองที่อยากไปอีกเมืองหนึ่งเลยค่ะ ถ้ามีโอกาสเหมาะๆ จะต้องไปเที่ยวบ้างค่ะ ภาพสวยมากๆ เลยค่ะ


โดย: nut_pooh (nut_pooh ) วันที่: 8 พฤษภาคม 2552 เวลา:2:51:01 น.  

 
อยากเหนรูปห้องเรือบาหยาที่ว่าอ่ะค่ะ สวยจิงรึป่าว


โดย: TIKIES IP: 58.10.64.91 วันที่: 29 พฤษภาคม 2552 เวลา:14:15:27 น.  

 
เคยไป vietman โดยไปเที่ยวที่ฮานอย เมืองซาปา ล่องเรือที่ตามก็อกและล่องเรือที่อ่าวอลองเบย์

ที่ประทับใจที่สุด คือ เมืองซาปา อากาศหนาวมาก สามารถเดินผ่านหมอก
หากจะไป ควรซื้อทริปทัวร์ที่ฮานอยวันต่อวัน ควรไปซื้อที่โรงแรมปริ้น 57 ราคาอาจถูกกว่าที่อื่น ส่วนห้องพักควรไปพักที่อื่น เพราะที่โรงแรมปริ้นห้องจะเก่า การซื้อของที่ฮานอยต้องต่อรองราคาให้เยอะที่สุด ส่วนการใช้เงินไม่ควรแลกเงินดองมากนัก เพราะสามารถจ่ายเป็นดอลล่ารืได้คะ ผู้คนที่ฮานอยจะไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ การข้ามถนนรถเยอะมาก ข้ามแล้วข้ามเลยห้ามถอยหน้าถอยหลัง อาจตายได้


โดย: นุ้ยนุ้ย IP: 113.53.57.114 วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:16:44:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

pourinae
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add pourinae's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.