The journey is my life

Travel Animal
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




เป็นคุณแม่มือใหม่ที่รักการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ เคยเป็นคนโสดที่รักอิสระและชอบเที่ยว ไปได้ทั้งแบบแบ็คแพ็ค ลุย จนถึงแบบชิลด์ ชิลด์ จิบกาแฟ

แม้ช่วงนี้จะสนใจเรื่องครอบครัวและการเลี้ยงดูลูกเพื่อให้เติบโตเป็นคนดีในอนาคต คุณแม่มือใหม่คนนี้ก็ยังพยายามหาเวลาว่าง ให้ตัวเองสามารถมีกิจกรรมร่วมกับเพื่อนที่มีครอบครัวและเพื่อนสาวโสดอยู่ตลอดเวลา

งานอดิเรก รักการเดินทาง อ่านหนังสือ ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจหากบล๊อกนี้จะเน้นเรื่องเที่ยวและเรื่องกิน
New Comments
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2558
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
6 ธันวาคม 2558
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Travel Animal's blog to your web]
Links
 

 
ทริปเชียงใหม่ กินดี นอนสบาย และกิจกรรมน่าสนใจ ตอนที่ 2

เนื่องจากหัวข้อก็บอกแล้วว่าเป็นทริปที่กินดีอยู่ดี และนอนสบายมากหลังจากที่ได้รีวิวกิจกรรมสปาที่แสนผ่อนคลายและเป็นกิจกรรมที่เป้ชอบมาก ๆ แล้ววันนี้เป้อยากพูดถึงอาหารที่ชาวคณะของเราอันประกอบไปด้วยบล๊อกเกอร์อาหารที่เป็นนักชิมตัวยงพี่หนู เบญจา นันทขว้างที่อยู่ในธุรกิจอาหารและเป็นเจ้าของร้าน White Café ที่แสนอร่อยน้องพีทเจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่น พี่นิศารัตน์ สีตะสุวรรณที่เป็นบรรณาธิการนิตยสารเที่ยวรอบโลก Travel Around The World Magazine(แต่เชี่ยวชาญเรื่องอาหารมาก)หรือแม้แต่บรรณาธิการของ BK Magazine ทริปนี้จึงเป็นทริปที่นอกจากจะกินดีอยู่ดีแล้วยังได้ความรู้มากมายจากเพื่อนร่วมทริปและเจ้าหน้าที่ของโครงการหลวงค่ะ

อาหารต่าง ๆ ที่เรากินกันนั้นหลากหลายมากโดยเป้ขอแบ่งเป็นสองช่วงคือช่วงแรกของทริปตั้งแต่เมื่อเราเดินทางไปถึงเชียงใหม่และมุ่งหน้าสู่โครงการหลวงที่ดอยอ่างขางและช่วงที่สองคืออาหารในโรงแรมดาราเทวี (ซึ่งเป็นที่พักของเราในคืนที่สอง)

เมื่อเรามาถึงเชียงใหม่เป็นเวลาสิบโมงกว่า เราก็มุ่งหน้าไปยังโครงการหลวงที่ดอยอ่างขางกันเลยโดยมีการแวะพักระหว่างทางที่โครงการหลวงห้วยลึกซึ่งก็น่าเดินน่าเที่ยวมากค่ะแต่เวลาจำกัด เพราะเราต้องรีบไปให้ทันอาหารกลางวันที่ดอยอ่างขางนั่นเอง (เป้จะหาโอกาสมาแวะเที่ยวในอนาคตแน่ ๆ ค่ะ)

อาหารที่ร้านอาหารในบริเวณสโมสรอ่างขางมีอาหารน่ากินหลายอย่างและรสชาติอร่อยมากค่ะคงเพราะวัตถุดิบต่างมาจากสวนของชาวเขาในโครงการแค่ผัดผักธรรมดาก็รู้สึกว่าอร่อยมากเพราะวัตถุดิบสด ซึ่งเราฝากท้องกับร้านอาหารนี้สองมื้อค่ะคือมื้อกลางวันและมื้อเย็น

รายการอาหารที่พวกเราได้ลองรับประทานกันในมื้อเที่ยงวันนี้คือผัดปวยเหล็งซึ่งผักกรอบและหวานอร่อยมาก สลัดยูนานซึ่งใช้ผักสด ๆจากโครงการหลวงโรยหน้าด้วยหมี่กรอบและใส่น้ำสลัดแบบซีอิ๊ว (คล้าย ๆน้ำสลัดญี่ปุ่น)แต่ที่เป้ชอบมากเห็นจะเป็นยำสตอเบอร์รี่ซึ่งรสของสตอเบอร์รี่จะออกเปรี้ยวทำให้เวลาที่กินยำนี้แล้วรู้สึกสดชื่นมากค่ะ และยังมีขาหมู-หมั่นโถวแบบชาวเขาที่เรามักเห็นเค้าขายกันตามดอยต่างๆ ขาหมูทั้งน้ำและเนื้ออร่อยมาก หมั่นโถก็อร่อยค่ะเป็นแบบกรอบนอกนุ่มในแต่เป้ไม่ค่อยชอบกินแป้งก็เลยขอเน้นขาหมู (และมัน ๆ) แทน เพราะชอบกินมากค่ะแม้จะรู้ว่ามันของเนื้อสัตว์อาจจะไม่ค่อยดีกับสุขภาพเท่าไหร่

นอกจากนี้ยังมีน้ำพริกปลารักฉ่อง เป็นน้ำพริกแบบแห้ง กินกับแค็ปหมูที่แห้งเช่นกันเลยทำให้เวลากินมันจะไม่ค่อยเข้ากับข้าวก็อร่อยดี แต่เป้ไม่ค่อยชอบพวกน้ำพริกอยู่แล้วจานนี้ก็เลยแค่ชิม ๆ นะค่ะพี่ที่ไปด้วยกันหลายคนชอบกันมากค่ะ แต่ก็บ่นว่าร่วนไปนิดนึงทำให้คดข้าวไม่อร่อยเท่าที่ควร

ปลาสเตอร์เจี้ยนผัดฉ่า เนื้อปลาออกแน่น ๆอารมณ์ประมาณคล้ายปลาอินทรีย์แต่ไม่แน่นเท่า เอามาหั่นชิ้นไม่หนามากแล้วทำผัดฉ่าเมื่อแรกที่เจ้าหน้าที่บอกชื่อปลา เป้ถึงกับร้องฮ้าเลยทีเดียวเพราะไม่คุ้นเลยเริ่มมาคุ้นเมื่อเจ้าหน้าที่บอกว่าไข่ของปลาชนิดนี้เรียกว่าไข่ปลาคาร์เวียร์ซึ่งมีราคาแพงมาก ปลาสเตอร์เจี้ยนนี้ได้มีการทดลองเลี้ยงในโครงการหลวงหลายแห่งเป็นพันธุ์ไซบีเรีย รสชาติปลาอร่อยมากค่ะไม่มีกลิ่นโคลนเหมือนกับปลาน้ำจืดเลี้ยงหลาย ๆ ชนิดด้วย

ไก่ตุ๋นโสมตังกุย รสชาติเข้มข้นกว่าไก่ตุ๋นโสมแบบเกาหลีคงเพราะมีการใส่เครื่องเทศแบบไทยเข้าไปด้วยมีกลิ่นหอมโสมอ่อน ๆ สำหรับจานนี้ส่วนตัวไม่ชอบเลยค่ะเพราะเป็นคนไม่ค่อยชอบซุปแบบใส่โสมอยู่แล้ว เวลาไปประเทศจีนหรือเกาหลีก็ไม่ค่อยกินแต่ก็ต้องยอมรับว่ามันเข้ากับอากาศหนาวได้ดีมาก ๆ ค่ะเพราะตอนที่ไปอากาศหนาวพอซดน้ำซุปแล้วทำให้คล่องคอ กินข้าวได้มากขึ้น

และอาหารจานสุดท้ายคือ ไก่อุ๊ป ก็คล้าย ๆ ไก่ย่างที่เอาไปหมักกับเครื่องเทศค่ะ ส่วนอาหารหวานเป็นพีชลอยแก้วซึ่งอร่อยมากกินแล้วชื่นใจ

พอตอนเย็น พวกเราก็กินอาหารแบบบุฟเฟ่ห์อาหารเหนือซึ่งปรกติทางร้านอาหารในโครงการหลวงจะจัดไว้บริการคนที่มาพักบนดอยอ่างขางอยู่แล้วโดยรายการอาหารมีดังนี้ค่ะ กะหล่ำทอดน้ำปลา, ต้มยำปลาสเตอร์เจี้ยน, เต้าหู้เหลืองทอด, ปลาเทร้าต์ทอดสมุนไพร, ผลไม้, ผัดกะหล่ำดอก, ยำเห็ดรวม, สลัดอ่างขาง, หมูลุง,และออร์เดริฟเมือง เป้มีภาพบรรยากาศและภาพอาหารตอนนี้แต่รูปไม่ค่อยชัดเท่าไหร่เพราะมืดมากค่ะ แต่ก็คงพอทำให้เพื่อน ๆ เห็นภาพกันเนอะ

เป็นอันว่าเราจบวันแรกด้วยท้องอิ่มแปร้

พอวันที่สองเราก็ตื่นมารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมอมารีอ่างขาง เป็นแบบบุฟเฟ่ห์ ช่วงนี้ไม่ได้ถ่ายรูปเลยค่ะเพราะตอนที่ลงมาแขกที่มาพักลงมากินอาหารเยอะมาก เลยไม่สะดวกในการถ่าย แต่เพื่อน ๆสามารถหารายละเอียดได้จากลิ้งค์นี้ค่ะ //helloneung.blogspot.com/2013/12/angkhang-nature-resort.html

ที่เป้ประทับใจมากและอยากแนะนำเลยคืออาหารเที่ยงที่เราแวะทานระหว่างทางค่ะ ว่านน้ำที่จัดทริปให้เราพาพวกเราไปกินสุกี้ยูนนานที่บ้านดินเล่าจาง เป็นครั้งแรกเลยที่เป้ได้ลองกินสุกี้แบบนี้และคิดว่าน่าสนใจและรสชาติอร่อยมากค่ะ

สุกี้ยูนนานมีชื่อภาษาจีนว่า “หยุ่นหนานโฮโก”หยุ่นหนานก็คือ “ยูนนาน” โฮคือ“ไฟ” โก คือ “หม้อ”รวมกันก็เป็น “หม้อไฟยูนนาน” คนจีนนิยมหม่ำในฤดูหนาวเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายสุกี้ยูนนานแตกต่างจากสุกี้ที่เราคุ้นเคยอย่างสิ้นเชิง หม้อไฟขนาดบิ๊กเบิ้ม 1หม้อหม่ำได้ 10 คน ตรงกลางใส่ถ่านเพื่อให้ความร้อนตลอดเวลา(หม้อนี้ต้องสั่งจากเมืองจีน เพราะบ้านเรายังไม่มีขาย แต่เป้สอบถามแม่บ้านพม่าที่บ้าน เค้าบอกว่าตรงชายแดนแถวแม่สายก็มีขายค่ะ) น้ำซุปเคี่ยวจากกระดูกหมูเป็นเวลานานจนกลมกล่อมหอมหวานว่านน้ำที่พาเรามาบอกว่าต้องมีการโทรสั่งกันล่วงหน้าไม่งั้นไม่ได้กินเพราะว่าเครื่องเคราต่างๆ เยอะมากและเค้าจะเรียงมาเป็นชั้น ๆ ไม่เหมือนสุกี้ที่เรากินกันที่กรุงเทพฯไม่ว่าจะเป็น MK หรือโคคาก็ตาม

เริ่มที่ชั้นแรก ล่างสุดของหม้อ “ผักกาดเขียว”รองด้วยผักเพราะป้องกันเครื่องเคราวัตถุดิบอื่นๆ ติดก้นหม้อผักกาดเขียวหนา ไม่ขาดง่าย แถมต้มนานๆ ช่วยเพิ่มความกลมกล่อมให้น้ำซุปได้ด้วย

ชั้นที่ 2 “ไก่ดำ”คนจีนเชื่อว่าไก่ดำหม่ำแล้วช่วยบำรุงสุขภาพ ช่วยเรียกกำลังในวันอ่อนเพลีย

ชั้นที่ 3 “เผือก”ช่วยให้น้ำซุปเข้มข้นกลมกล่อมมากขึ้นเผือกสุกยากนิดหนึ่งต้องนำไปนึ่งก่อนแล้วทอด การทอดช่วยป้องกันไม่ให้เผือกยุ่ยเกินไปเวลาตุ๋นอยู่ในหม้อ

ชั้นที่ 4 “หน่อไม้แห้ง”

ชั้นที่ 5 “ฟองเต้าหู้”

ชั้นที่ 6 “แฮมยูนนาน”เป็นแฮมยูนนานขนานแท้ นำเข้าจากประเทศจีน

ชั้นที่ 7 “หมูชุบแป้ง”

ชั้นที่ 8 “ลูกชิ้นปั้น”ใช้หมูสับคลุกเคล้ากับเครื่องเทศจีนใส่พริกไทยเพิ่มความหอมและเผ็ดร้อน ผสมกับไข่และเต้าหู้ขาววางซ้อนทับหมูชุบแป้งทอด

ชั้นสุดท้าย ชั้นที่ 9 “ไข่ม้วน”อยู่บนสุดของหม้อสุกี้ เรียงสวยงามน่าหม่ำไส้ในคือหมูสับปรุงรสด้วยเกลือ กุยช่าย น้ำขิงพริกไทยและเครื่องเทศจีนห่อด้วยไข่เจียว แล้วนำไปแช่แข็งเวลาหั่นจะได้ง่าย

คือตอนที่กำลังจะกินเนี่ยตื่นตาตื่นใจและแต่ละคนก็พยายามคีบหาเครื่องและทายกันว่ามีอะไรบ้างจนครบเก้าอย่างเป็นที่สนุกสนานมากนอกจากอาหารจะอร่อยแล้ว บรรยากาศร้านก็น่ารักมากค่ะเหมือนเราหลงเข้าไปในร้านอาหารจีนแบบหนังกำลังภายในเลยหากใครมาเที่ยวกันเป็นหมู่คณะ หรือมาเป็นครอบครัว เป้ขอแนะนำร้านนี้เลยค่ะเพราะอาหารอร่อย ราคาไม่แพง แถมยังมีที่วิ่งเล่นให้เด็ก ๆ ที่ถ่ายรูปสวย ๆให้กับสาว ๆ ที่อยากถ่ายรูปเซลฟี่อัพลงเฟซกันด้วยค่ะ อิอิอิ





ตอนหน้าเป้จะพาดูอาหารอลังการที่โรงแรมดาราเทวีกันค่ะ




Create Date : 06 ธันวาคม 2558
Last Update : 6 ธันวาคม 2558 22:55:23 น. 0 comments
Counter : 413 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.