พฤศจิกายน 2558

1
2
3
4
5
6
7
8
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
9 พฤศจิกายน 2558
kamexmayu
เป็นนิยายที่เอาไอด้อลญี่ปุ่นที่ชอบมาเขียนค่ะ จบมั้ยยังไม่รู้ แต่ลองเอามาลงดู เผื่อมีใครอ่านแล้วอยากให้คำแนะนำค่ะ 

หมายเหตุ ชื่อเรื่องยังไม่ลงตัว เดี๋ยวแก้ใหม่ค่ะ ^^

“คนแบบไหนที่ผมจะชอบที่สุดเหรอครับ....ก็คนแบบผมเนี่ยแหละ”

“ผมคิดว่าคนที่ดีที่สุดในความรู้สึกผมก็คือตัวผมนี่แหละ”จบประโยคด้วยอากัปกิริยาเบะปากราวกับจะดูหมิ่นสิ่งที่เธอเพิ่งอ่านจบไป

“คนอะไรหลงตัวเองชะมัด”เธอสบถเบาๆแต่ก็ดังพอที่จะให้เพื่อนสาวที่อยู่ข้างตัวเธอได้ยินด้วย

“ก็หัดอ่านตรงอื่นบ้างสิบางมุมเขาก็มีความคิดดีๆเหมือนกันนะ”

“สร้างภาพน่ะสิคนหลงตัวเองได้ขนาดนี้ ฉันว่าผิดปกติแล้วล่ะ นี่ฉันจะไปทำงานด้วยได้แน่เหรอเนี่ย”

“ก็ไม่น่าจะมีปัญหานะเราไปทำงานนี่ แค่ไม่ใส่อคติลงไปก็พอ”

“เฮ้อออ”มายุถอนหายใจด้วยความหนักใจ

“แต่ฉันดันมีอคติไปแล้วนี่สิทำยังไงดีล่ะ ไม่อยากเป็นแบบนี้เลย ฉันอยากทำงานนะอาจารย์นะอาจารย์ทำไมต้องเป็นฉันด้วยนะ มิกิเธอไปแทนไม่ได้เหรอ”

“ไม่ได้หรอกเรื่องนี้เธอเป็นคนรับผิดชอบนี่หน่า ที่อาจารย์ให้เธอทำคงเห็นแล้วล่ะว่าเธอทำได้สู้ๆ แค่ไปคุยๆเก็บรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเขามาแค่นี้เอง” มิกิยิ้มบางๆให้เพื่อนสาวของเธอ

“เอาหน่าเขาต้องมีดีบ้างสิ ไม่งั้นคนจะชอบเขาเยอะแยะเหรอ?”มิกิชวนคุยต่อเมื่อเห็นว่าเพื่อนยังทำหน้าหง่อยเหมือนเดิม

“แต่คนเกลียดก็เยอะแยะเธอก็เห็น ถ้าไม่ติดว่าไม่ได้ตามไม่ได้รู้จักกันดีล่ะก็ฉันคงจะฟันธงเลยล่ะว่าฉันก็เกลียดเขาเหมือนกัน”

“นั่นไงเธอบอกเองนี่หน่าว่าไม่ได้รู้จักเขาดีเลย นี่น้า แค่ทำความรู้จักเขาให้เร็วที่สุดอาจารย์ไม่ได้กำหนดเวลา นี่หน่าว่าต้องใช้เท่าไหร่”

เมื่อเห็นเพื่อนที่ยังมีสีหน้ากังวลอยู่มิกิก็ต่อขึ้นอีกว่า“...ไหนท่องสิ คติประจำตัวที่เธอแสนจะภาคภูมิใจน่ะ”

“จะทำวันนี้ให้ดีกว่าเมื่อวานทำวันพรุ่งนี้ให้ดีกว่าวันนี้ เพื่อวันต่อไปที่ดีขึ้น ดีขึ้นตลอดไป”ในช่วงท้ายๆประโยค มิกิแอบขยับปากพึมพำท่องไปพร้อมๆกับเพื่อนสาวของเธอนั่นทำให้เมื่อจบประโยคทั้งสองคนก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

“ขอบใจนะมิกิสบายใจขึ้นแล้ว ต่อไปก็นอนชาร์จพลังแล้วไปทำวันพรุ่งนี้ให้ดีกว่าวันนี้ให้ได้”

“จ้าสู้ๆนะ ไม่มีอะไรแย่กว่าความรู้สึกของตัวเราเองหรอก ราตรีสวัสดิ์จ้ะ ฉันนอนแล้วนะ”

มายุมองเพื่อนสาวของเธออย่างแอบทึ่งเล็กน้อยแม้ว่าจะเห็นมาหลายครั้งแล้วว่าเพื่อนเธอปิดสวิตตัวเองได้ทันทีที่อยากพักแต่ก็ทำให้ตัวเองชินในทันทีไม่ได้ซักที มายุอมยิ้มน้อยๆก่อนล้มตัวลงนอนที่อีกฝั่งของเตียงและพล่อยหลับไปในที่สุด

***********************

“ถ้าบอกว่าผมมีอีกคนอยู่ในตัวผมคุณจะเชื่อรึเปล่า?” คาเมนาชิ คาซึยะ จบประโยคด้วยคำตอบต่อคำถามของมายุที่ดูเหมือนไม่ค่อยจะเป็นมิตรที่ว่า“คำถามสุดท้าย ดิฉันอยากทราบว่าทั้งหมดที่เราคุยกัน เป็นตัวตนของคุณจริงๆไม่ใช่ตัวตนที่คุณสร้างขึ้นมา”

เมื่อได้คำตอบที่ฟังดูแล้วกวนประสาทคนฟังชอบกลก็ทำให้มายุปั้นสีหน้าตัวเองไม่ถูก จนไม่ทันนึกถึงคำตอบที่จะโต้กลับเขาไปแต่คาเมนาชิ คาซึยะก็ไม่คิดจะอยู่รอฟังเขาขอตัวไปทำงานต่อโดยรอยยิ้มแปลกประหลาดให้มายุรู้สึกไม่อยากเป็นมิตรกับเขาขึ้นอีกเท่าตัว

‘รอยยิ้มที่มุมปากบางๆสายตาที่กำลังยิ้มเยาะแบบนั้นน่าโมโหชะมัด’

มายุพยายามจะไม่ใช่อคติในการตัดสินใจที่จะไม่ชอบขี้หน้าใครพูดง่ายๆก็คือมายุไม่ได้อยากชังน้ำหน้าใคร เพราะเข้าใจความต่างของแต่ละบุคคลแต่กับบางคนมันก็เกินจะควบคุมจริงๆ

‘หลงตัวเองกวนประสาท ชอบสร้างภาพให้ตัวเองดูสวยหรู แต่จริงๆก็แค่ปากดีไปวันๆเท่านั้น’

บ้าชะมัดมายุเกลียดคนแบบนี้ที่สุดไม่เคยคิดมาก่อนว่าในชีวิตจะต้องพบเจอคนแบบนี้ มายุไม่อยากแม้แต่รู้จักกับคนแบบนี้เลยแต่เมื่อคิดถึงสถานะของตัวเองก็ช่วยไม่ได้ที่จะต้องยอมรับคิดเสียว่าเป็นการทำงานจะได้ไม่ต้องคิดมาก จบงานนี้ก็ขอลาอย่าได้พบเจอกันอีกเลย

แต่เพราะคิวที่คาเมะสามารถแบ่งมาให้กับงานของมายุมีไม่มากในแต่ละวันมายุถึงต้องเจอกับคาเมะบ่อยๆ และความรู้สึกของมายุก็เป็นเหมือนเดิมซ้ำๆทุกวันเพราะในใจมายุได้ฝังความรู้สึกลงในเมมโมรี่ความคิดไปแล้วว่า ‘หมอนี่ขี้โอ่ ขี้เก็ก ชอบสร้างภาพ และกวนฝ่าเท้าเป็นที่สุด’

*********************************

และเพราะอคติในใจคนไม่ง่ายเลยที่จะเปลี่ยน เพราะอย่างนั้น ในรายงานของมายุที่ อ.ฮิโรมุ ถือมาเพื่อจะใช้ในการพูดคุยกับ คาเมนาชิ คาซึยะอีกครั้ง ก่อนที่จะลงมือทำโปรเจ็คท์ใหญ่ที่ต้นสังกัดของชายหนุ่มได้ว่าจ้างให้ อ.ฮิโรมุมาทำ

เมื่อพบกันคาเมะทักทายอ.ฮิโรมุ อย่างอ่อนน้อมแต่ก่อนจะได้เข้าบทสนทนาที่เป็นเป้าหมายของการพบกันในครั้งนี้ เขาก็มีคำถามมาถามผู้ได้ชื่อว่าเป็นนักเขียนการ์ตูนผู้หญิงแถวหน้าของวงการด้วยแต่ก็เป็นคำถามที่ไม่ได้คิดว่าต้องการจะได้คำตอบแต่อย่างใด

“ก่อนที่เราจะได้เริ่มคุยกันผมอยากถามอะไรอาจารย์ซักข้อได้ไหมครับ” คนถามหยุดเว้นวรรคก่อนเข้าคำถามอย่างจริงจัง“ถ้าอาจารย์อยากรู้จักตัวตนผม ส่งคนที่ไม่อยากคุยกับผมมาเก็บข้อมูลทำไมครับ”

คำถามตรงประเด็นไม่อ้อมค้อมเล่นเอาคนถูกถามหน้าหมานไปเหมือนกัน หัวเราะขบขันกลบเกลื่อนแต่ไม่ยักกะนึกขำตามที่แสดงออกจริงๆ

“ให้ตายสินี่แสดงว่าลูกศิษย์ดิฉันคงไปแสดงกริยาอะไรที่ไม่เข้าท่าใส่คุณสินะคะ”

“ก็ไม่เชิงครับแต่คนเรามักจะรู้ตัวได้เองมั้งครับเวลาโดนเกลียด”

ผู้สูงวัยกว่าได้ฟังก็ลอบถอนหายใจพลางส่งยิ้มให้อีกฝ่ายก่อนจะเริ่มบทสนทนาอีกครั้ง

“ทางดิฉันต้องขอโทษจริงๆค่ะก็พอรู้อยู่แล้วว่าลูกศิษย์คนนี้เป็นยังไง แต่ด้วยอยากทดลองอะไร บางอย่างก็เลยส่งเขามาน่ะค่ะ ไม่คิดว่าจะทำให้ทางคุณยุ่งยากใจ”

“มันก็ไม่เชิงยุ่งยากหรอกครับเขาถามอะไรมาผมก็ตอบไป เพียงแต่ผมอดสงสัยไม่ได้แค่นั้นว่าแต่อะไรเหรอครับที่อาจารย์อยากจะทดลอง ขอโทษครับ ผมจะถามได้ไหม?”

“อ๋อมันก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ” ถึงแม้จะลำบากใจที่จะบอกไปตามตรงแต่เธอก็ไม่คิดจะปิดบัง

“ดิฉันก็แค่อยากให้การ์ตูนเรื่องนี้ที่จะให้คุณเป็นตัวนำสร้างกระแสให้แม้แต่คนที่ไม่นึกชอบคุณก็อยากจะหันมาทำควรรู้จักคุณน่ะค่ะดิฉันก็เลยอยากได้ตัวตนของคุณผ่านมุมมองของลูกศิษย์คนนี้ก็เท่านั้น”

ถึงจะไม่ได้บอกเล่าไปตามตรงแต่คนฟังก็รู้ว่าตั้งใจจะเลี่ยงคำพูดที่ดูจะหนักหนาไป

“งั้นเหรอครับ...ถ้างั้นก็นับว่าน่าสนใจทีเดียว”คาเมะส่งยิ้มบางๆเพื่อให้หญิงสูงวัยกว่าสบายใจว่าเขาไม่ได้ไม่พอใจกับประโยคเมื่อครู่

“ถ้างั้นเราเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าค่ะ”หญิงวัยกลางคนเริ่มชวนคาเมะคุยเข้าประเด็นก่อนที่จะหลงลืมไปว่ามาที่นี่ด้วยเหตุใดกันแน่

“ครับ” คาเมะรับคำสั้นๆ เพื่อรับฟังในสิ่งที่อ.ฮิโรมุกำลังจะพูด

“นี่คือคาแร็คเตอร์คร่าวๆของตัวคาเมนาชิซังในเรื่องนะคะ” พร้อมชี้ไปที่ภาพร่างคร่าวๆ

“แต่ว่ามันเป็นแค่สิ่งที่ดิฉันคิดไว้จากที่เคยได้รู้จักคุณผ่านทางสื่อต่างๆแล้วก็เอามาผสมกับบุคลิกบางอย่างของตัวพระเอกของการ์ตูนผู้หญิงทั่วไปตามที่ต้นสังกัดคุณต้องการ”

“ก็เลยรู้สึกว่ามันธรรมดาไปสินะครับ”

“คะ...เอ่อก็ถ้าในความคิดของดิฉันนะคะ”

“เพราะแบบนี้เลยต้องมาคุยกับผมตามลำพังรึเปล่าครับ?”

คนถูกถามรับฟังยิ้มๆแต่ไม่ตอบคำถามของเขา

“ที่จริงผมว่าไม่ต้องซีเรียสขนาดนั้นก็ได้นะครับเอาตามสะดวกดีกว่า ถ้าทางไหนที่อาจารย์คิดว่าจะทำให้ผลงานมันออกมาเป็นที่พอใจก็ทำเถอะครับให้ผมพูดตามตรงเรื่องนี้เป็นแค่หนึ่งในหลายๆช่องทางของการตลาดเท่านั้นผมยินดีที่ได้ร่วมงานกับคนเก่งๆแบบอาจารย์ แต่สุดท้ายผมก็อยากให้ความสำคัญกับทุกๆงานเท่าๆกันน่ะครับอาจารย์เข้าใจผมไหมครับ”

ทันทีที่จบประโยคคาเมะมั่นใจว่าได้เห็นประกายตาที่แสดงความไม่พอใจในชั่วเสี้ยววินาทีแล้วมันก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับใบหน้าที่แสดงอาการยิ้มแย้มของอ.ฮิโรมุแทน

แต่กระนั้นคาเมะก็ไม่ได้คิดว่าเขาจะทำอะไรผิดตรงไหนทุกสิ่งเขาพูดตามตรง อีกอย่างเขาก็พูดอย่างนอบน้อมที่สุดแล้วถ้าหากอีกฝ่ายจะมีอะไรไม่พอใจ นั่นมันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้

ก่อนจะลากลับอ.ฮิโรมุ ทิ้งท้ายไว้ว่าจะให้ลูกศิษย์อีกคนมาเก็บข้อมูลแทนคนนี้รับรองว่าไม่มีอคติใดๆกับคาเมะแน่ๆนั้นก็ทำให้ชายหนุ่มส่งยิ้มหวานๆให้หญิงสูงวัยกว่าเป็นการขอบคุณ

ถึงเขาจะไม่ได้คิดว่าทุกคนบนโลกจะต้องชอบเขาแต่การที่ต้องคุยกับคนที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าไม่ชอบตัวเอง มันก็ดูไม่ค่อยจะดีต่อสุขภาพจิตเท่าใดนักเขาถึงสบายใจกว่ามากถ้าจะได้คุยกับใครที่ไม่ใช่เธอคนนั้นอีก

*****************

มายุคิ้วขมวดนั่งชันเข่าอยู่หน้าโซฟาประจำพร้อมกับหันไปมองเพื่อนรักอย่างมิกิที่นั่งอยู่บนโซฟาเป็นระยะๆแต่มิกิก็ทำได้แค่ยิ้มบางๆคืนมาให้ในบางครั้ง และทำเมินไม่เห็นในบางคราว

หลังจากสิ่งที่ทำให้ทั้งสองคนมานั่งดูอยู่ด้วยกันจบลงมายุก็เริ่มบทสนทนาด้วยคำถามที่อดกลั้นไว้เพื่อรอให้สิ่งที่แสดงอยู่ในจอทีวีจบลงเสียก่อน

“มิกิเขาเป็นชายแท้รึเปล่าเนี่ย”

มิกิได้ยินคำถามก็ถึงกับหลุดขำออกมาก่อนจะตอบกลับแบบขำๆ เช่นกัน

“ฉันว่าเขาเป็นแบบที่เธอคิดนั่นแหละ”

“แปลว่าตานั่นเป็นเกย์จริงๆน่ะเหรอ?”

“ฉันไม่ได้จะบอกว่าแบบนั้นแต่ฉันก็ไม่รู้ไง ก็เลยคิดว่าให้มายุคิดเองดีกว่า”

มายุนิ่วหน้าอีกครั้งก่อนจะถามเพื่อนสาวอีก

“แล้วมิกิว่าเขาเป็นไหม”

“ก็เหมือนนะแต่ฉันก็ไม่อยากฟันธง เอาเป็นว่าเขาจะเป็นหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวกับเราก็พอ”

“เกี่ยวสิเกี่ยวเต็มๆเลย เรากำลังจะทำโปรเจ็คท์การ์ตูนให้หมอนั่นเป็นพระเอกนะแล้วแบบนี้จะอินจนแต่งเป็นเรื่องราวได้ไง”

“ก็เราไม่ใช่คนแต่งนี่หน่าอาจารย์ต่างหากที่เป็นคนแต่งฉันเอามาผลงานของเขามาให้เธอดูบ้างเพราะเห็นว่าเธอไม่รู้จักผลงานเขาเลย”บางทีถ้าได้เห็นเขาทำงานอาจจะทำให้มายุลดอคติในใจลงได้บ้างแต่ดูเหมือนว่าจะยิ่งทำให้หนักกว่าเดิมซะอีก

“มายุถึงเขาจะเป็นแต่เธอก็ไม่ควรดูถูกเขานะทุกคนมีเสรีภาพที่จะเลือกชอบหรือไม่ชอบอะไรนะ”

“ฉันไม่ได้ดูถูกแต่กำลังคิดว่าเขาหลอกลวงคนอยู่รึเปล่าน่ะสิ...เอาเถอะ ฉันจะไม่เอาเรื่องนี้มาใส่ใจตอนทำงานล่ะมันดูไร้สาระไปหน่อย”

“ดีแล้วงั้นเราเข้านอนกันเถอะ พรุ่งนี้เรายังมีอะไรต้องทำอีกเยอะ และเธอพรุ่งนี้มีคิวต้องไปคุยกับ ‘เขา’ด้วยไม่ใช่เหรอ”

มายุพยักหน้าช้าๆก่อนจะยันตัวเองลุกขึ้นเพื่อไปยังที่นอน แต่ก็ต้องหันมาที่โต๊ะวางของกลางห้องเพราะเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้นพอหยิบขึ้นมาดูถึงได้รู้ว่าอ.ฮิโรมุโทรเข้ามา

“อาจารย์มายุเองค่ะ” มายุกรอกเสียงลงในโทรศัพท์เพื่อคุยกับคนปลายสาย

“มายุเหรอฉันมีเรื่องจะบอกนิดหน่อยนะ เรื่องที่ตกลงกันว่า จะให้เธอไปเก็บข้อมูลจากคาเมนาชิซังฉันขอเปลี่ยนให้มิกิไปแทนนะ”

ถึงจะเป็นความปรารถนาในใจอยู่แล้วแต่จู่ๆอาจารย์มาพูดแบบนี้ก็ทำเอามายุใจแป้วไปเหมือนกันด้วยกลัวว่าตัวเองไปทำให้ฝ่ายนั้นไม่พอใจจนกระทบมาถึงอาจารย์แล้วทำให้อาจารย์ต้องมาพูดแบบนี้หรือเปล่าจึงถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่ใครฟังก็รู้ว่าคนพูดกำลังอยุ่ในอาการแบบใด

“มีอะไรรึเปล่าคะอาจารย์”

“ไม่มีอะไรหรอกมายุฉันแค่อยากเปลี่ยนแผนที่วางไว้ก่อนหน้านี้เท่านั้นยังไงตอนที่จะทำผลงานชิ้นนี้ให้เป็นรูปเป็นร่างก็ต้องมีเธอร่วมด้วยอยู่แล้วเพียงแต่ตอนนี้ขอเปลี่ยนแผนที่ฉันวางไว้เท่านั้น ยังไงฉันขอคุยกับมิกิหน่อยสิ”

“ค่ะ”คนถูกสั่งรับคำหน้าม่อยลง ก่อนจะส่งโทรศัพท์ให้มิกิตามสั่ง

มิกิรับโทรศัพท์ไปอย่างงงๆก่อนจะแนบโทรศัพท์กับหูพร้อมกรอกเสียงลงไปตามสาย

มายุเห็นมิกิเดินออกไปคุยโทรศัพท์กับอ.ฮิโรมุก็แอบใจเสียนี่เธอทำเรื่องไม่ดีอะไรลงไปตามอคติที่มีใช่ไหม แล้วอิตานั่นก็ต้องไปบอกอาจารย์แน่ๆใช่ไหมทำไม ถึงเธอจะไม่ชอบหน้าหมอนั่น แต่ก็ไม่เคยแสดงออกอย่างโต้งๆซักทีแล้วหมอนั่นเอาอะไรมาฟ้อง ความคิดของมายุเริ่มสับสนเธอทำให้งานของอาจารย์มีปัญหารึเปล่านะ อยู่ๆมายุก็อยากจะร้องไห้ขึ้นมา

หลังจากวางสายจากอ.ฮิโรมุมิกิก็เดินมานั่งข้างๆมายุพร้อมจับมือเพื่อนไว้คล้ายกับจะให้กำลังใจแต่มายุกลับรู้สึกแย่กว่าเดิม

มิกิที่รับรู้อารมณ์ตอนนี้ของมายุทั้งจากแววตาสีหน้าและแรงมือที่บีบมือเธออยู่ก็หลุดขำเบาๆ

“มายุไม่มีอะไรหรอกน่า เธอกลัวมากไปแล้ว อาจารย์แค่เปลี่ยนตัวคนเก็บข้อมูลเฉยๆไม่ได้ต่อว่าอะไรเธอเลยนะอย่าซีเรียสไปสิ”

“แต่...”

“ไม่ต้องแต่แล้วไปนอนเถอะ นอนๆ”

และก็เป็นเหมือนกับทุกๆค่ำคืนเมื่อมิกิตัดสินใจจะนอนแล้วก็สามารถปิดสวิตตัวเองได้ทันทีผิดกับอีกคนที่ยังนอนไม่หลับ คิดมากเรื่องที่ยังค้างอยู่ในใจ

‘มายุเธอเนี่ยไม่รู้จักโตเลยนะ’ คิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจก่อนที่ความง่วงจะเข้าครอบงำสติจนพล่อยหลับไปในที่สุด

************************

วันนี้เป็นวันแรกที่มิกิมาพบหมอนั่น หรือ ตานั่น ของมายุที่จริงเธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับการมาทำงานในครั้งนี้ ก็แค่งานหนึ่งในฐานะผู้ช่วยของอ.ฮิโรมุเพื่อให้เธอสั่งสมประสบการณ์ในการเดบิวท์เป็นนักเขียนการ์ตูนบ้างก็เท่านั้น

แต่ด้วยบรรยากาศของการทำงานในห้องส่งรายการก็ทำให้เธอรู้สึกเกร็งๆอยู่ไม่น้อยด้วยไม่เคยสัมผัสบรรยากาศแบบนี้มาก่อน

ไม่นานนักคนที่เป็นสาเหตุให้มิกิต้องมาในวันนี้ก็มานั่งอยู่ตรงหน้าด้วยอาการยิ้มการค้าเพราะมันไม่ได้มาจากใจ แต่ทว่า...

มันทำให้มิกิเกิดอาการผิดปกติมิกิเห็นอะไร ทำไมหัวใจเต้นแรงแบบนี้...

มิกิก็เหมือนมายุพวกเธอตั้งใจจะเป็นนักเขียนการ์ตูน ในชีวิตไม่ได้สนใจวงการบันเทิงนักไม่ได้รู้จักหรือสัมผัสคำว่าดาราหรืออะไรนี่หรือที่เขาเคยพูดกันว่าดาราตัวจริงกับในทีวีมักจะไม่เหมือนกันทำไมมายุไม่เคยพูดเรื่องนี้เลย มายุไม่รู้สึกอะไรเลยอย่างนั้นหรือ แปลกจริง

“ขอโทษครับ...วันนี้อยากจะคุยกันเรื่องอะไรหรือครับ”คาเมะถามขึ้นหลังจากเห็นอีกฝ่ายนิ่งไป

“เอ่อ...ขอโทษค่ะคือว่า เอ่อ ซักครู่นะคะ” มิกิ กำลังสับสนและมึนงง สิ่งที่เตรียมมาในหัวกลับกลายเป็นขาวโพลน เธอเป็นอะไรแม่สาวน้อย มิกินึกตำหนิตัวเองอยู่ในใจสาวน้อยงั้นเหรอ? เธออายุยี่สิบสองแล้วนะ ทำไมยังมีอาการดั่งสาวน้อยไร้เดียงสาที่เหมือนกำลังอยู่ในอาการตกหลุมรักแบบนี้อีก

“ววันนี้ อยากจะคุยเรื่องงานอดิเรกน่ะค่ะอยากให้เล่าให้ฟังหน่อยว่าเวลาว่างคุณทำอะไรคะ”มิกิหายใจลึกๆก่อนจะยิงคำถามที่ถูกกำหนดมาให้เป็นหัวข้อในการ ‘ทำความรู้จัก’ คาเมนาชิซังในวันนี้

ด้วยหัวข้อนี้ละมั้งที่ทำให้คนเล่าดูอารมณ์ดีและเป็นกันเองมิกิคิดเอาเองว่าก่อนหน้านี้เขาคงจะทำหน้าขึงขังใส่มายุเป็นแน่แท้ด้วยหัวข้ออาจจะดูจริงจังไปซักหน่อย ถึงทำให้มายุดูมีอคติกับตัวเขาแบบนี้

ก็ไม่ได้ดูแย่ไปซักหน่อยอย่างน้อยไม่ได้ดูเป็นอย่างที่มายุเล่าไปซะทุกอย่างนี่หน่ามิกิคิดว่าตัวเองไม่ได้กำลังตกหลุมรักผู้ชายคนนี้ แต่กำลังประทับใจอย่างบอกไม่ถูก ทั้งๆที่นี่เป็นการพูดคุยกันในครั้งแรกแท้ๆ

การพูดคุยในวันนี้ราบรื่นเป็นพิเศษในความรู้สึกของคาเมะลูกศิษย์ของอาจารย์คนนี้ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกกระอักกระอ่วนใจที่จะพูดคุยด้วยถึงจะรู้สึกว่ามันจะราบรื่นเกินไปหน่อยรึเปล่าก็ตามแต่คาเมะก็ปัดความคิดนั้นทิ้งไปทันที ก็ดีแล้วนี่ จะต้องกังวลอะไรอีก ราบรื่นก็ดีแล้วนี่

แต่อยู่ดีๆคำพูดของอ.ฮิโรมุก็แว้บผ่านเข้ามาให้เขาได้คิดอีกแต่มันก็เป็นความคิดที่เกิดได้เพียงชั่วแว้บเดียวเท่านั้นเพราะเขายังต้องไปทำภาระกิจอย่างอื่นอีก ไม่มีเวลามาใส่ใจกับงานใดงานหนึ่งเป็นพิเศษ

อย่างที่เขาเคยว่าไว้นั่นแหละ

....และอีกหลายวันต่อมาครั้งที่สองของการทำความรู้จัก ‘คาเมนาชิซัง’ของมิกิก็เริ่มขึ้น

เป็นความตั้งใจของมิกิเองที่จะมาให้เร็วกว่าที่นัดหมายเอาไว้ซักหน่อยแม้จะรู้สึกว่าการที่มาตรงเวลาน่าจะดีกว่าก็ตาม แต่ตลอดหลายวันที่ผ่านมาเหมือนมิกิจะเฝ้ารอวันนี้อย่างใจจดใจจ่อ จนถึงวันนัดหมายการจะมาให้ตรงเวลาของมิกิก็ดูจะเป็นการชักช้าไม่ทันใจไปซะแล้ว

...นี่มันเป็นอาการของสาวน้อยที่กำลังอยู่ในอาการตกหลุมรักหรืออย่างไร?

มิกิสะบัดความคิดนั้นออกจากหัวทันทีที่คาเมะกำลังเดินตรงมาหามิกิได้ยินเขาบอกเธอว่าให้ไปอีกห้องที่ดูเหมาะกับการคุยงานมากกว่าตรงนี้มิกิก็เดินตามเหมือนคนที่ไม่ได้พกวิญญาณมาด้วย

หัวข้อในวันนี้ดูจะทำให้มิกิกังวลไม่น้อยว่าเธอจะโดนเหมือนที่มายุโดนไหมนะ

‘การสร้างตัวตนและบรรยากาศในการทำงาน’

ถ้าเรื่องงานมิกิคิดเอาเองว่าคาเมะจะจริงจังหรือใส่ความเป็นตัวตนที่อยากให้คนอื่นรับรู้มากจนเกินไป หรือที่มายุเรียกว่า ‘สร้างภาพ’ นั่นแหละ

แต่มิกิก็ไม่เห็นอะไรแบบนั้นใช่ มิกิยอมรับว่ามีบ้างที่เขาบอกเล่าแบบที่ไม่ใกล้เคียงกับคำว่า ‘ถ่อมตัว’ เลยซักนิด แต่ในความคิดของมิกิ มันก็ยังห่างไกลจากคำว่า ‘หลงตัวเอง’ อยู่มากพอตัว

ผ่านไปสองครั้งมิกิมีแต่ความประทับใจกับคนคนนี้ เพราะอะไร? ทำไม? มิกิหาเหตุผลให้ตัวเองไม่ได้รู้แต่ว่า อยากจะมาเก็บข้อมูลกับเขาต่อไปนานๆ อยากเห็นหน้าอยากฟังเรื่องที่เขาเล่า ถ้าเป็นไปได้...

ณ วันนี้ ความคิดของมิกิยังมีอยู่เท่านี้แต่ใครจะคิดว่าวันหนึ่งข้างหน้ามันจะลุกลามบานปลายจนกลายเป็นเรื่องราวที่แม้แต่มิกิเองก็ยังนึกไม่ถึง

**********************************

หลังจากที่ได้พูดคุยกันมาสองครั้งในใจคาเมะเริ่มมีความลังเล ในใจลึกๆกำลังต่อต้านกับความต้องการชั้นต้นของมนุษย์

ใครๆก็อยากสบายใจที่จะคุยกับคนที่...อย่างน้อยก็ไม่ได้เกลียดขี้หน้ากันแน่ล่ะ นี่มันไม่ใช่นิยายน้ำเน่านะถึงจะได้อยากปะฉะดะกับคนที่ไม่ชอบขี้หน้ากันบ่อยๆ

แต่ในใจลึกๆกลับรู้สึกว่าถ้าคุยกับคนที่รู้สึกดีๆกับตัวเองนั้นไม่ท้าทายเหมือนกับคนที่ไม่ชอบขี้หน้ากันยิ่งเมื่อสองวันก่อนเขาเจอแฟนคลับของวงอื่นส่งเสียงด่าทอเขาให้ได้ยินเขายิ่งรู้สึกท้าทายว่า เขาจะทำให้คนพวกนั้นชอบเขาขึ้นมาได้ไหม

อยู่ดีๆความคิดที่อยากให้ลูกศิษย์ของอ.ฮิโรมุคนนั้นกลับมาทำหน้าที่เก็บข้อมูลตัวเขาในมุมมองของคนที่ไม่ชอบขี้หน้าเขาก็กลับเข้ามาในความคิด

บางทีถ้าจะทำให้คนที่ไม่ชอบหน้าเขาหันมามองเขาบ้าง ก็อาจจะต้องเริ่มจากคนนี้

คาเมะลงมือควานหาเบอร์โทรศัพท์ที่จะติดต่อหาอ.ฮิโรมุและโทรหาเธอทันที เพื่อบอกความต้องการของตนเองคาเมะได้ยินเสียงตกใจในครั้งแรกที่รู้ว่าใครโทรหาเธอ แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจนักไม่นานหลังจากเขาบอกความต้องการของตัวเองไปเขามั่นใจว่าตัวเองได้ยินเสียงหัวเราะแกมเยาะดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่อีกฝ่ายจะตอบตกลงยินดีทำตามสิ่งที่เขาร้องขอกลับมา

แต่คาเมะไม่ใส่ใจเขามั่วแต่หมกมุ่นคิดว่า จะหาเวลาว่างซักหนึ่งวันเพื่อการนี้ ใช่ เขาต้องใช้เวลาทั้งวันทีเดียวดังนั้นในวันต่อมาเขาจึงพูดคุยกับผู้จัดการส่วนตัวเพื่อขอเวลาว่างให้ตัวเองหนึ่งวัน

เมื่อหาวันที่ได้ลงตัวเขาจึงโทรนัดแนะหมายกำหนดการนี้กับ อ.ฮิโรมุ ทันทีซึ่งหมายกำหนดการนี้ก็ถึงหูของมิกิและมายุในเวลาต่อมา

มิกิได้ยินแล้วว่าต่อจากนี้มายุจะกลับไปทำหน้าที่ที่เคยเป็นของมายุก่อนที่จะกลายเป็นหน้าที่ของมิกิแล้วตอนนี้ก็กำลังจะกลับไปเป็นหน้าที่ของมายุอีกครั้ง

มิกิบอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไงแว้บแรกคืออาการของการผิดหวังอย่างรุนแรง แต่ตอนนี้มันระคนปนไปด้วยความอิจฉาเล็กๆซึ่งมิกิก็พยายามบอกตัวเองว่าอย่าคิดมาก ไม่ว่าเป็นใครที่ทำหน้าที่นี้สุดท้ายอีกไม่กี่ครั้งมันก็จะต้องสิ้นสุดลงถึงกระนั้นมิกิก็ยังอยากให้มายุปฏิเสธอาจารย์ไปจึงลองพูดยุส่งให้มายุลองปฏิเสธที่จะไปทำตามที่อาจารย์มอบหมายดู

“หมอนั่นน่ะขี้โอ่ ขี้อวด ชอบโม้ ชมแต่ตัวเองจริงๆอย่างที่เธอว่าแหละ เธอยังจะไปอีกเหรอนี่เขาพูดถึงเธอไม่ค่อยดีด้วยนะ คงไม่ค่อยชอบคนที่ไม่ชอบตัวเองนั่นแหละ”

“จริงเหรอ!!! หมอนั่นว่าไงบ้าง ก่อนหน้านี้เธอไม่เห็นเล่าให้ฟังบ้างเลย”

“ก็ฉันเห็นว่าถ้าเล่าก็จะเป็นเรื่องกันเปล่าๆก็เลยคิดว่าไม่เล่าจะดีกว่า ทำงานเสร็จแล้วก็ต่างคนต่างไป จะได้จบๆกันไปแต่ไม่นึกว่ามันจะออกมาอิหรอบนี้น่ะสิ”

“แล้วหมอนั่นว่ายังไงบ้างเล่ามานะ มิกิ ฉันอยากรู้ เล่ามาให้หมด”

“เขาก็พูดทำนองยอมรับไม่ได้ว่าจะมีคนไม่ชอบเขาเขาไม่เชื่อว่าเธอจะไม่ชอบเขาจริงๆน่ะสิ แต่แกล้งทำเป็นไม่ชอบเพื่อให้เขาหันมาสนใจแบบนี้เธอยังจะไปให้เขาดูถูกอีกเหรอ ฉันได้ยินแล้วยังโกรธแทนเลย”

“หน๊อย ไอ้บ้าหลงตัวเองชะมัด ใครจะไปอยากให้คนอย่างนั้นสนใจกัน”

“มายุเธอไม่ต้องไปหรอก ฉันไม่อยากให้เธอไปมีเรื่องมีราวกับคนแบบนี้น่ะ”

“แต่อาจารย์สั่งนี่หน่ามิกิ”

“เธอก็ดื้อหน่อยสิเดี๋ยวฉันช่วยพูดให้นะ”

มายุนิ่งคิดชั่วครู่ก่อนจะถอนหายใจออกมา

“ตอนนี้ฉันจะคิดยังไงคงไม่สำคัญหรอกฉันไม่อยากทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโต ไม่รู้จักแยกแยะน่ะ ฉันจะท่องไว้ว่าฉันไปทำงานทำงานเท่านั้น ฉันเองก็อยากพิสูจน์ตัวเองเหมือนกัน ไม่อยากให้อาจารย์ผิดหวังและก็ไม่อยากให้คนประเภทนั้นมาดูหมิ่นฉันด้วย”

“แต่ว่า...”

“มิกิ..”มายุทำเสียงยานคาง ก่อนจะโถมทั้งตัวเข้าไปกอดมิกิเพื่อนรักของเธอเอาไว้

“เป็นกำลังใจให้ฉันด้วยนะฉันจะไม่แพ้ไอ้คนพรรค์นั้นเด็ดขาด”

มายุรู้สึกได้ถึงสัมผัสของมิกิที่โอบกอดเธอตอบอย่างอบอุ่นแต่ที่มายุไม่รู้คือความคิดของมิกิในตอนนี้ช่างสับสนเหลือเกิน มีทั้งความหวั่นไหวทั้งความผิดหวัง ทั้งความอิจฉาระคนปนกันอย่างที่แม้แต่ตัวมิกิเองก็แยกแยะไม่ถูก

ค่ำคืนนี้กลับเป็นมิกิเองที่ข่มตาหลับไม่ได้นี่เธอเป็นอะไรความผิดหวังด้วยเรื่องแค่นี้กลับทำให้ในใจรู้สึกโหวงเหวงอย่างประหลาด ในความคิดของมิกิคิดวนอยู่แค่ว่าจะทำยังไงให้ตัวเองได้ทำหน้าที่ของมายุอีกครั้งพาลนึกโมโห อ.ฮิโรมุที่เธอเคารพรักเป็นอย่างมาก ว่าทำไมถึงไม่ให้เธอทำหน้าที่นี้

และเป็นอันว่าคืนนั้นทั้งคืนมิกิก็ไม่ได้นอนหลับเลยแม้แต่นาทีเดียว...

********

รุ่งเช้ามายุออกจากบ้านด้วยลุคส์ทะมัดทะแมงรวบผมเป็นหางม้า ปัดผมข้างหน้าขึ้นติดกิ๊บซึ่งปกติจะปราณีตให้เป็นหน้าม้าสวยเป็นพิเศษเสื้อยืดสีดำและกางเกงสามส่วนพร้อมด้วยกระเป๋าสะพายข้างและรองเท้าผ้าใบอย่างเตรียมพร้อมจะออกสู้ศึกเต็มที่กะไว้ในใจว่าถ้าหมอนั่นพูดจาดูหมิ่นเธออย่างที่มิกิเล่าให้ฟังต่อหน้าละก็จะลองให้เห็นฤทธิ์แม่ดูสักที ถึงจะไม่กล้าอาละวาดอย่างที่ใจคิดแต่ก็จะไม่ให้หมอนั่นมาดูหมิ่นเด็ดขาดว่าที่ทำน่ะ เพราะอยากให้เขาสนใจ

“ทำอย่างกับจะไปออกรบแหน่ะ”

“หือตื่นเร็วจังมิกิ ฉันกวนรึเปล่าโทษทีนะ”

“ไม่หรอกเมื่อคืนเรานอนกันเร็วนี่หน่า ก็เลยตื่นเร็วได้” มิกิโกหก เธอไม่ได้นอนเลยตลอดคืนแต่แกล้งหลับตานิ่งๆตอนมายุตื่นขึ้นมาจัดการตัวเอง

“แต่เธอยังดูเพลียๆอยู่นะมิกิ นอนพักซักพักเถอะ”

“ฉันไม่เป็นไรหรอกว่าแต่เธอล่ะ ไหวมั้ยมายุ?” มิกิลองถามอีกทีเผื่อว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง

“ไหวสิไหวสุดๆเลยล่ะ วันนี้ฉันพร้อมออกศึกสุดๆเลยนะ”

ถึงแม้จะมีความรู้สึกหลากหลายอยู่ในหัวแต่ก็ยังมีกะใจหัวเราะขำในคำพูดของเพื่อนสาวมาถึงเวลานี้แล้วสิ่งที่มิกิทำได้ก็เพียงแค่ขอให้เพื่อนเธอโชคดีเท่านั้น

...ขอให้โชคดีจริงๆนะ จากใจเลยล่ะ....

**********************

มายุมาถึงที่นัดหมายตามเวลาถึงแม้ว่าจะไม่เข้าใจเท่าไหร่ที่อาจารย์นัดให้มาในสถานที่ท่องเที่ยวที่คนพลุกพล่านมากจนไม่น่าจะเป็นสถานที่ทำงานได้และนัดเอาเวลาเช้ามากๆแบบนี้ แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากก็คงไม่พ้นตัวต้นเหตุน่ะแหละ พ่อดาราคนดังคงจะมีงานแถวๆนี้ เวลานี้แน่ๆ

“ป่ะ เราไปกันเถอะ”มายุได้ยินประโยคนี้พร้อมกันกับมีแขนเหวี่ยงมาพาดคอเธอแล้วลากพาเธอเดินตามไปข้างหน้า

เมื่อเห็นมายุทำท่าจะโวยวายคาเมะก็รีบกระซิบข้างหูว่า...

“อย่าทำให้คนอื่นจำฉันได้จะดีกว่าเดี๋ยวเธอจะไม่ได้ข้อมูลอย่างที่ควรจะได้”

ถึงจะไม่ได้คุ้นเคยกันแต่น้ำเสียงแบบนี้มิกิก็จำได้แม่นเลยล่ะ ‘ไอ้หมอนั่น!!!’




Create Date : 09 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2558 20:39:44 น.
Counter : 342 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

kurakura
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



กลับมาอีกครั้งด้วยต้องการพื้นที่เวิ้นมากกว่า 140 ตัวอักษรในทวิตเตอร์!!!