Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2552
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
3 กรกฏาคม 2552
 
All Blogs
 
หัวใจนะโม และการบูชาพระราหู

หัวใจนะโม และการบูชาพระราหู

ในหัวใจของผู้ใดมีธรรม ๕ ประการตั้งอยู่ คือ ศรัทธา ทาน ศีล สมาธิ ปัญญา หรือหมั่นศึกษาธรรม ๕ ประการ คือ ใคร่ครวญอยู่เนื่อง ๆ ผู้นั้นจะเป็นผู้ถึงคุณสมบัติพร้อมที่จะเป็นเจ้าของ หัวใจ นะโม นี้โดยชอบ เพราะผู้นั้นมีโอกาศถึงความเป็นอริยะบุคคลในอนาคตกาลเป็นแท้
เมื่อยังไม่บรรลุมรรคผล มีชีวิตอยู่อย่างกัลยาณชน จะเป็นผู้ปลอดภัยจากมนุสภัย อมนุสภัย และภัยอันเกิดจากธรรมชาติ ไม่เกิดโรคร้ายแรง ไม่ตายโหง

๑. บริกรรมอยู่ ขณะป่วยโรคจะหายเร็ว
๒. ตายมีสติ ไม่ตกนรก
๓. เสกข้าว น้ำ ยา กินขจัดและป้องกันโรคร้าย
๔. ค้าขายทำกินจุดธูปหอมดุสิต ๘ ดอก บูชาค้าขายดี ทำกินอาชีพเจริญมั่นคง (เว้นผู้มิจฉาอาชีวะ)
๕. มีเทวดารักษาดูแล ไม่ว่าจะอยู่จะไปในที่ใด
๖. ใส่บาตรเสมอ ตรวจน้ำให้อาจารย์ทั้ง ๕ คือ

๑. สาตาคียักโข
๒. ท้าวจาตุมหาราช ทั้งสี่
๓. พระอินทร์
๔. พระราหู
๕. พระพรหม
จะถึงความร่ำรวยในชาตินี้ เพราะพระอาจารย์ทั้ง ๕ (แปด) องค์นี้ ท่านเป็นผู้ตั้ง นะโม ขึ้นในโลกทั้งสามก่อนเทวดาและมนุษย์อื่นๆ จึงควรได้รับการบูชาอยู่เสมอ ในฐานะเป็น อาจารย์ ของอาจารย์ทั้งหลาย
ผู้กล่าว นะโม ครั้งแรกในโลก

๑. นะโม (สาตาคียักโข)
๒. ตัสสะ (อสุรินทรราหู)
๓. ภควโต (จาตุมหาราช "เปล่งเสียงพร้อมกันทั้งสี่องค์")
๔. อรหโต (สักโกเทวราชา)
๕. สัมมาสัมพุทธัสส (สหัมบดีพรหมา)

รวมเป็น นะโม ตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (ผู้ใดจะทำการให้ศักดิ์สิทธิ์ ต้องตั้ง นะโม ก่อนเสมอ) ถอดเป็นหัวใจ นะโม ใช้บริกรรมภาวนาสั้น ๆ ว่า น. ต. ภ. อ. ส. อาจารย์ ส. สัจจญาณ ถอดหัวใจนะโม และมนุษย์แปดพวก หัวใจมนุษย์แปดพวกคือ ทุ กะ ภะ กรุ อะ ระ ขุ สะ นำมาใช้เป็นพระคาถาบูชาพระราหูโพธิสัตย์ที่จะมาตรัสรู้เป็นอันดับที่ ๕ นับจากพระศรีอริยเมตตรัยเป็นต้นไป

พระราหูเป็นบรมครูโหราจารย์ในภาคเทวดา มีหน้าที่ควบคุมเวลา คือ อายุ มนุษย์ สัตว์โลก และเทวดาทั้ง ๗ องค์ ที่ประจำทักษาและตรวจตราเยี่ยมเยือนเทวดาทั้ง ๗ นั้นอยู่เสมอ และมีอำนาจสั่งให้ลงโทษ มนุษย์ผู้มีมิจฉาอาชีวะ สนับสนุนพิทักษ์รักษามนุษย์ผู้ประกอบสัมมาอาชีวะ และผู้ตั้งอยู่ ในธรรมห้าประการดังกล่าวแล้ว ในเรื่องหัวใจนะโมนั้นผู้ใดจะบูชาพระราหู คือ พระโพธิสัตย์ผู้มุ่งสร้างบารมี เพื่อการ ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นองค์ที่ห้า นับจากพระศรีอาริยะเมตตรัย นั้นควรบูชาด้วย ดอกไม้ แปดสี มีดอกดาวเรืองและบานไม่รู้โรยเป็นประธาน และดอกไม้อื่นให้ครบแปดสี และเครื่องบูชา มี น้ำผึ้ง น้ำอ้อย น้ำตาล นมสด น้ำเปล่าสะอาด ทองคำเปลว ใบมะขาม ดอกบัวขาว ผลไม้ ธูปที่ใช้ควรใช้ธูปหอมดุสิตด้วยพระคาถาต่อไปนี้

พระคาถาบูชาพระราหู

นะ ตะ ภะ อะ สะ ทุ กะ ภะ กรุ อะ ระ ขุ สะ ชนะใจมนุษย์ ทั้งบุรุษสตรี สมณะพราหม์ชี มีเมตตากรุณัง สิทธิกิจจัง สิทธิกัมมัง สิทธิวาจัง สิทธิชัยยัง สัพพะปาปัง สัพพะศัตรู วินาศสันติ สิทธิลาภัง ภวันตุเมฯ
การใช้ธูปหอมดุสิต

๘ ดอก หาลาภ ค้าขาย อาชีพอื่น ๆ
๙ ดอก ทำมงคลต่าง ๆ
๑๐ ดอก บำเพ็ญกุศลบารมี
๑๖ ดอก เจริญสมาธิบารมี
๓๒ ดอก รักษาโรคแก้โรค
๓๖ ดอก ปราบปรามศัตรู แก้คดี ลอยเคราะห์ ปล่อยสัตว์ กระทำอโหสิกรรมเท่าอายุ ประกอบกุศลต่ออายุ บอกเมื่อจะเปลี่ยนอาชีพ
๑๐๘ ดอก บำเพ็ญกุศลใหญ่ และการบูชาเทวดานพพระเคราะห์ ว่า พระคาถาดังนี้

ตัสสะ อสุรินโท โส โพธิสัตโต สัมมาสัมพุทโธ อนาคเต
สวดบูชาอยู่เสมอ ชีวิตจะรุ่งเรือง คำว่า ตัสสะ บริกรรมเสมอ ป้องกันภัยทั้งปวงในเวลาเดินทาง หรือขณะอยู่โดดเดี่ยวคนเดียว บริกรรมภาวนาขณะเดินทางไม่จำเป็นต้องใช้ธูป

บทความเรื่อง "หัวใจนะโม และการบูชาพระราหู" นี้ได้รับความอนุเคราะห์ข้อมูลจาก "คุณพุทธิชัย อิทธิพรไพศาล" เพื่อไม่ให้วิชาการได้สูญหายไป เป็นการเทิดทูนและประกาศเกียรติคุณ "ท่านอาจารย์ ส. สัจจญาณ (สมศักดิ์ พิมพ์สุรินทร์)" ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้




Create Date : 03 กรกฎาคม 2552
Last Update : 3 กรกฎาคม 2552 17:07:56 น. 0 comments
Counter : 862 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Toad
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




ประวัติส่วนตัว

ชื่อ- นามสกุล ทศพล จึงทวีสูตร
ด้านโหราศาสตร์
มูลนิธิสมาคมโหรแห่งประเทศไทยในพระสังฆราชูปถัมภ์
สมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ

ข้อคิดเตือนใจ
1.ดวงคืออดีตกรรม นำสู่วันเวลาเกิด ใช่ว่าจะมิอาจเปลี่ยนแปลงเรื่องดี – ร้าย เพราะยังมีปัจจุบันกรรม อันเป็นการกระทำของเราเองในปัจจุบันขณะ ซึ่งอาจส่งผลต่ออำนาจของบุญ – กรรมเก่าที่เราสั่งสมมาดังปรากฏในดวงชะตาได้ คือที่ว่าตกก็อาจไม่ตกมาก ที่ว่าแย่อาจไม่แย่มาก หรือที่ว่าจะได้ทำไมไม่ได้ ที่ว่าจะสำเร็จทำไม่ล้มเหลว

ดังนั้น ....พึงอย่าหลง หรือติดยึดกับอดีตกรรมเสียทีเดียว ว่าจะได้ หรือเสีย ตามนั้น..... ขึ้นอยู่กับปัจจุบันกรรม และกำลังของสติ ที่ท่านสามารถควบคุมจิต มิให้ตกไปสู่อำนาจกรรมวิบาก ที่จะจรมาในชีวิตเมื่อถึงเวลาของเขาด้วย

สิ่งหนึ่งที่เหนือกว่า กฎของดวงดาว คือ กฎแห่งกรรม และที่เหนือไปกว่ากฎแห่งกรรม นั่นคือ กฎแห่งธรรมนั่นเอง

2.ทุกสิ่งล้วนมีจิต ของท่านเองเป็นตัวนำ จะดี จะชั่ว ได้ประโยชน์ หรือเสียประโยชน์ “จิต”ของ ท่านนึกน้อมไป ตามแรงบุญ – กรรมนั้นๆ หากถึงเวลาที่กรรมมาตัดรอน อำนาจกรรมนั้นๆ ก็จะมาครอบงำจิตใจท่าน ให้หลงผิด คิดเข้าใจผิด จนเกิดความเสียหาย ตามแต่อำนาจของ “ กรรม “ แต่ละคน

3.หาก “ สติ “ ของท่านมีกำลัง มีความเข้มแข็ง ย่อมมีอำนาจเหนือจิต ที่อาจถูกครอบงำจากแรงกรรมได้ สติท่านจะมีมากน้อย จะเข้มแข็งหรืออ่อนแรง ขึ้นกับท่านว่าจะใส่ใจ สนใจ ฝึกสติบ้างไหม.... ?

บางท่านบอกว่าก็มีสติดีอยู่ กันทุกคนมิใช่หรือ เช่นเวลาเราข้ามถนนเราก็ต้องมีสติ รู้ว่าจังหวะไหนควรข้ามนี่นา แต่...โปรดเข้าใจ สติในทางพุทธศาสนา หมายถึง ท่านมีสติที่จะรู้อย่างถูกต้องว่า สิ่งนี้มีประโยชน์ หรือมีโทษต่อท่าน อันนี้ขอให้พิจารณา

4.“ สติ “ จะฝึกอย่างไร ...ก็มีกุศโลบายหลายอย่าง หากพูดแบบรวบรัด แต่ง่ายที่จะเข้าใจก็คือ ท่านต้องหมั่นทำความรู้สึก รู้เนื้อรู้ตัวบ่อยๆ จะลุก จะนั่ง ก็รู้สึก “ รู้ “ จะทำกิจกรรมใดๆ ก็รู้สึก “ รู้ “ แม้ว่าในทางนามธรรม เช่น โลภ อยากได้ โกรธ โมโห มีตัณหา ระคะเกิด ก็แค่รับรู้ รู้สึก ไม่ต้องไปกด ไปข่ม ไปหนี ไปเพ่งอะไร.... ทำหน้าที่รู้ เสมือนผู้ดูละคร ดูตัวละครแต่ละตัวเขาเล่นไป คือดู และรับรู้เท่านั้น ใส่ใจเช่นนี้บ่อยๆ ท่านก็จะมีสติเข้มแข็งขึ้นเรื่อย ๆ

หากท่านไม่เข้าใจ ท่านก็ต้องเข้าสู่การฝึกสติ แบบมีรูปแบบไปก่อน แนว พอง-ยุบ ที่วัดอัมพวัน ก็ไม่ยาก แต่ต้องอดทนสำหรับที่นี่ แน่นอนว่าอินทรีบารมีจะแกร่งกว่าที่อื่น เพราะได้ขันติบารมีเพิ่มไปด้วย แนวเคลื่อนไหว ก็น่าสนใจ ไม่ต้องกำหนด ภาวนาอะไร มีสติกับการเคลื่อนไหว สนุกดีถ้าชอบ แนวเซน ฯ...

แต่ไม่ว่าแนวไหน สุดท้ายก็จะเข้ามาสู่ธรรมชาติตามความเป็นจริง ที่ผมกล่าวข้างต้น คือ รู้สึกในอารมณ์ ปัจจุบันขณะเข้าไว้.. : )

Friends' blogs
[Add Toad's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.