เก็บตกซีรี่ย์สาวน้อยจากนรก

วันนี้จะมาพูดถึงรายละเอียดต่างๆ ในเรื่องสาวน้อยจากนรก เรื่องนี้เป็นหนึ่งในซีรี่ย์การ์ตูนที่ผมชอบมากๆ และมีสิ่งต่างๆ ในเรื่องที่น่าสนใจเลยเก็บตกเรื่องราวมาเล่าให้ฟัง จะได้เห็นจุดที่น่าสนใจในเรื่องนี้
ในส่วนของเรื่องย่อ ผมเคยเขียนไว้นานแล้วสนใจดูรายละเอียดได้ที่นี่
ว่าด้วยเรื่องของการเรียกสาวน้อยจากนรกนั้น ทำได้โดยการเข้าเว็บไซด์ 'สาสน์ถึงอเวจี' ในเวลาเที่ยงคืนตรง จากนั้นพิมพ์ชื่อคนที่คุณเคียดแค้นลงไป ก็จะสามารถเรียกสาวน้อยจากนรกมาหาได้
แต่ทว่าในยุคที่อินเทอร์เน็ตยังไม่แพร่หลายการจะติดต่อสาวน้อยจากนรกต้องทำอย่างไรล่ะ? สามารถทำได้โดยการเขียนจดหมาย ส่งถึงสาวน้อยจากนรกแล้วใส่ตู้ไปรษณีย์ตอนเที่ยงคืนตรงก็สามารถพบสาวน้อยจากนรกได้เช่นกัน ถือว่าผู้แต่งเรื่องนี้คิดมาได้ค่อนข้างรอบคอบ ทำให้ปิดช่องโหว่เรื่องการติดต่อสาวน้อยจากนรกในสมัยอดีตกาลได้เลย
กลไกหลักในการติดต่อเพื่อทำสัญญากับสาวน้อยจากนรก คือ - มีความเคียดแค้น - การส่งชื่อคนที่คุณเคียดแค้น ในเวลาเที่ยงคืน - รับตุ๊กตาสาปแช่งมา แล้วดึงด้ายแดงที่ผูกไว้ออก (เป็นอันเสร็จสิ้นการทำสัญญา)
ในเรื่องนี้ที่ผ่านมา มีเด็กสาวที่เป็นสาวน้อยจากนรกกำเนิดขึ้นมาแล้วถึง 3 คน
 | เอ็นมะ ไอ ถ้าพูดถึงสาวน้อยจากนรก คนจะนึกถึง เอ็นมะ ไอ ขึ้นมาก่อนเป็นคนแรก
สิ่งที่ทำให้เธอต้องมากลายมาเป็นสาวน้อยจากนรก คือ การที่เธอถูกฝังทั้งเป็นจากประเพณีบูชายันเด็กผู้หญิงในยุคโบราณซึ่งทำทุก 7 ปี เธอเคียดแค้นที่คนรักไม่ช่วยเหลือตนจากการโดนฝังทั้งเป็น ทำให้เกิดเป็นไฟแค้นแล้วเผาหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านจนมอดไหม้ ยังผลให้เธอได้รับบาปอย่างหนักการเหตุการณ์เพลิงไหม้ในครั้งนั้น
|  | มิคาเงะ ยูซึกิ สาวน้อยจากนรกคนที่สอง ผู้เป็นสาวน้อยจากนรกแบบไม่รู้ตัว (ตายแบบไม่รู้ตัวว่าตาย และเต็มไปด้วยความเคียดแค้น) จากการที่พ่อของเธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตจากการที่ไม่สามารถบังคับรถประจำทางได้เนื่องจากแบรกแตก ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ทางบริษัทรถประจำทางมีเส้นสาย ทำให้อุบัติเหตุครั้งนี้กลายเป็นเรื่องของความบกพร่องของผู้ขับขี่ ส่งผลให้พ่อของยูซึกิกลายเป็นคนผิด จากเหตุการณ์นั้นทำให้ครอบครัวของยูสึกิถูกต่อต้าน แม่ของยูสึกิต้องทำงานอย่างหนัก แต่เนื่องจากเธอสุขภาพไม่แข็งแรง จึงถูกไล่ออก เมื่อไม่มีงานก็ไม่มีเงิน จึงไม่สามารถไปหาหมอได้ และเสียชีวิตในที่สุด สังคมที่เลวร้ายไม่แยแสพวกเธอ และทำเหมือนพวกเธอเป็นขยะ จึงทำให้ยูสึกิเกิดความเครียดแค้นจนกลายเป็นสาวน้อยจากนรก
|  | ซากาเอะ มิจิรุ สาวน้อยจากนรกคนที่สาม อดีตดำมืดของมิจิรุคือ การโดนชาวบ้านจับขังในห้องเก็บของพร้อมครอบครัว แล้วถูกเผาทั้งเป็นอย่างไม่ใยดีด้วยความอาฆาตแรงพยาบาททำให้คนที่เผาทั้งเป็นครอบครัวของเธอทั้งหมด ถูกแผดเผาด้วยไฟแห่งขุมนรก เผาหมู่บ้านวอดทั้งหมู่บ้าน ด้วยความแค้นที่ไร้ซึ่งการให้อภัยทำให้เธอเป็นผู้สืบทอดการเป็นสาวน้อยจากนรกคนต่อไป โดยมียามาวาโรค่อยรับใช้เธอ |
จะเห็นได้ว่าจุดร่วมของสาวน้อยจากนรกทุกคนคือ ความเคียดแค้น นั่นเอง
แก่นของเรื่องนี้คืออะไร? เราแค้นจนพร้อมที่จะลงนรกไปกับคนที่เราแค้นหรือไม่? ถ้าคำตอบคือไม่ เราควรปล่อยวางเรื่องนี้หรือไม่? เพราะหลายครั้งที่ตัวละครในเรื่องส่งคนที่แค้นไปลงนรกผ่านการทำสัญญากับสาวน้อยจากนรก แล้วก็เจอเรื่องแบบเดิมอีก แต่เป็นจากคนอื่นกระทำ หรือกรณีที่แย่ที่สุดคือ ส่งคนไปลงนรกผิดคนจากความเข้าใจผิด ซึ่งพอตัวเองตายก็ต้องลงนรกไปด้วย ซ้ำยังต้องทนทุกในนรกไปตลอดกาล
อีกจุดที่น่าสนใจของเรื่องนี้คือ การจะส่งใครไปลงนรกโดยอาศัยความช่วยเหลือจากสาวน้อยจากนรกนั้น ในชีวิตนี้สามารถกระทำได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
เก็บตกสิ่งต่างๆ จากเรื่องนี้
  "คอมพิวเตอร์ที่เอ็นมะ ไอใช้เปรียบเทียบกับของจริง"
ในเรื่องการที่จะติดต่อเอ็นมะ ไอ จำเป็นจะต้อง เข้าเว็บไซด์ 'สาสน์ถึงอเวจี' ในเวลาเที่ยงคืนตรง จากนั้นพิมพ์ชื่อคนที่คุณเคียดแค้นลงไป แล้วไอจะได้รับคำขอจากคุณผ่านทางคอมพิวเตอร์ จะเห็นได้ว่าคอมพิวเตอร์ที่ไอใช้เก่ามากเป็นคอมพิวเตอร์สมัยปี 1990 เห็นจะได้ เก่าเอาเรื่องเลยนะ
 "การล่องเรือในแม่น้ำยมโลก"
หากคุณถูกส่งลงนรกด้วยความแค้นจากคนที่ขอร้องเอ็นมะ ไอ หลังจากที่คุณได้สัมผัสถึงความแค้นที่เขามีต่อคุณแล้ว คุณจะรู้สึกตัวอีกทีที่เรือ โดยมีเอ็นมะ ไอเป็นคนพายเรือล่องผ่านแม่น้ำยมโลก ถ้าคุณอยู่บนเรือนั้นหมายความว่าคุณลงนรกอย่างแน่นอน ไม่สามารถกลับขึ้นฝั่งหรือหนีไปไหนได้อีกแล้ว

หากคุณทำสัญญากับเอ็นมะ ไอ หรือสาวน้อยจากนรกคนอื่นๆ เมื่อดึงด้ายแดงที่ตุ๊กตาสาปแช่งออก คนที่คุณเคียดแค้นจะถูกส่งลงนรกทันที จากนั้นจะปรากฏตราสัญลักษณ์นี้ที่บริเวณอกของคุณ เป็นสัญลักษณ์ว่าเมื่อคุณตาย คุณจะต้องลงนรก

 "บ้านที่เอ็นมะ ไออยู่อาศัย ภาพนี้ใช้พวกโปรแกรมแบบจำลองทำขึ้นมา"
บ้านที่เอ็นมะ ไออยู่อาศัย ลักษณะเป็นบ้านไม้หลังคามุงจากแบบบ้านญี่ปุ่นโบราณ อยู่ใกล้แม่น้ำไอ มักมาล้างตัวในแม่น้ำแห่งนี้ บ้านลักษณะนี้ปัจจุบันยังพอหาชมได้ตามสถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น เช่นที่เมืองชิราคาวาโกะ บ้านก็ยังคงลักษณะแบบนี้อยู่ ภายในบ้านเป็นห้องสี่เหลี่ยมห้องเดียว มีพื้นที่ไว้วางรองเท้า พื้นปูด้วยเสื่อทาทามิ

 "ดอกฮิกันบานะ ดอกไม้แห่งความตาย"
ดอกฮิกันบานะ (Red Spider Lily) เป็นดอกไม้สีแดงของชาติญี่ปุ่นที่จัดอยู่ในประเภทไม้ยืนต้นตระกูลดอกลิลลี่ คนไทยนิยมดอกไม้ชนิดนี้ว่า พลับพลึงสีแดง หรือ พลับพลึงแมงมุม
ดอกไม้ชนิดนี้ได้ชื่อว่าดอกไม้แห่งความตาย เนื่องมาจาก
1.เป็นดอกไม้มีพิษ ในส่วนกระเปาะของดอกจะมีพิษ หากกินเข้าไปก็อาจทำให้เกิดอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน จนถึงขั้นเป็นอัมพาต และเสียชีวิต อันนี้เรื่องจริงที่ต้องระวังให้มาก เพราะขนาดการ์ตูนเรื่อง Lycoris Recoil ฉากที่นิชิคิกิ จิซาโตะเอาดอกฮิกันบานะมาจุดสูบ ผู้เขียนยังต้องออกมาเตือนว่าห้ามทำตามเด็ดขาด อันตรายถึงชีวิต
2.ดอกไม้คู่หลุมฝังศพ ด้วยความที่ดอกชนิดนี้มีพิษทำให้คนญี่ปุ่นนิยมนำมาปลูกรอบๆ หลุมศพ เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ร้ายเข้ามาทำลายหลุมฝังศพ จึงทำให้ได้รับฉายาว่าเป็นดอกไม้ที่อยู่คู่กับหลุมศพ
3.ความเชื่อเรื่องสีแดง ด้วยความที่ดอกไม้เป็นสีแดง ก็มีความเชื่อว่าดอกไม้สีแดงได้ด้วยการดูดเลือดของศพขึ้นมา ต้นซากุระก็มีความเชื่อคล้ายๆ แบบนี้เหมือนกันว่าที่สวยงามอาจมีศพอยู่ใต้ต้นก็ได้
4.สัญลักษณ์ของดอกฮิกันบานะ เป็นสัญลักษณ์ สื่อความหมายถึงการจากลาที่ไม่มีวันได้พบเจอกันอีก เพราะดอกและใบของดอกไม้ชนิดนี้ขึ้นไม่พร้อมกัน เราจะเห็นใบไม้ขึ้นมาก็ต่อเมื่อดอกไม้เหี่ยวแห้ง และลำต้นผุพังลงไปเท่านั้น ทำให้เราไม่มีทางมองเห็นทั้งดอก ลำต้น และใบในเวลาเดียวกันนั่นเอง
ฮิกันบานะ ไม่ได้มีแต่สีแดงเท่านั้นแม้ว่าโดยทั่วไปคนจะคุ้นเคยกับสีแดงก็ตาม ยังมีสีขาว สีเหลืองด้วย แต่ถ้าในการ์ตูนก็อาจมีสีแปลกๆ เช่นสีน้ำเงินได้เช่นกัน
 "ชุดนักเรียนที่เอ็นมะ ไอ ใส่"
ชุดนักเรียนที่เอ็นมะ ไอ ใส่เป็นชุดนักเรียนแบบชุดกะลาสี สีดำ ผ้าพันคอสีแดง (ในภาพเป็นผ้าพันคอขาว) ชุดลักษณะนี้ปัจจุบันยังคงเห็นโดยทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น แม้ว่าตามความเห็นของชาวญี่ปุ่นหลายๆ คนจะบอกว่าชุดลักษณะนี้ดูเชยสู้ชุดนักเรียนแบบเบลเซอร์ไม่ได้ก็ตาม แต่ถือเป็นความคลาสสิกอย่างหนึ่ง
 "ทรงผมของเอ็นมะ ไอ"
ทรงผมของเอ็นมะ ไอ เรียกว่าทรงฮิเมะคัท (Hime Cut) หรือที่หมายถึง ทรงผมเจ้าหญิง โดยพื้นฐานจะเป็นแบบในรูปแรก เรียกว่าเป็นแบบมาตรฐาน รูปแบบอื่นๆ จะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างออกไปบ้างเล็กน้อย
สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไปดูได้ที่นี่
ภาพจาก twitter
 
อุชิ โนะ โคะคุไมริ (丑刻参り) คือชื่อของ "พิธีกรรมสาปแช่ง" ที่เกิดจากความเชื่อโบราณของคนญี่ปุ่น มีมาตั้งแต่สมัยเอโดะ (ค.ศ.1603 1868) เป็นพิธีที่ใช้สาปส่งคนที่ไม่ชอบ คนที่เกลียด คนที่เป็นศัตรู หรือคนที่มีเคียดแค้นเป็นการส่วนตัว คล้ายการเผาพริกเผาเกลือและเสกตะปูเข้าท้องแบบบ้านเรา แต่พิธีอันน่ากลัวนี้หวังผลให้อีกฝ่ายถึงแก่ความตาย
สิ่งที่ต้องมีในพิธีกรรม - ตุ๊กตาฟางที่มัดเป็นรูปร่างคล้ายคน - ตะปูโกซันคุกิ (ตะปูยาว 5 นิ้ว) - ค้อน หรือก้อนหินขนาดอุ้งมือ
สมัยก่อนต้องทำพิธีที่ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งตั้งอยู่ในศาลเจ้า โดยการใช้ตะปูที่เรียกว่าโกซันคุกิ (五寸釘) หรือตะปูยาว 5 นิ้ว ทำการตอกตะปูใส่ตุ๊กตาฟางเข้ากับต้นไม้ในช่วงเวลาตี 1 - 3 ซึ่งถูกเรียกว่าเป็นช่วงเวลาของวัว ทำพิธีติดต่อกัน 7 คืนโดยห้ามขาด เพราะมิฉะนั้นคำสาปจะไม่เป็นผล นิยมใส่ชุดขาวและรองเท้าเกตะ (下駄) หรือร้องเท้าเกี๊ยะ มีการยึดเทียนด้วยวงแหวนเหล็กที่มาจากเตาในสมัยก่อนไว้บนหัวเพื่อให้มีแสงสว่างเพียงพอ ทำให้สามารถมองเห็นยามค่ำคืนเมื่อต้องใช้ทั้ง 2 มือทำพิธี เมื่อทำพิธีจนสำเร็จการสาปแช่งจะบรรลุผลโดยบุคคลที่เราสาปแช่งจะมีอันเป็นไปถึงแก่ชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ
สำหรับเรื่องของช่วงเวลา ความเชื่อลักษณะนี้ปรากฏในความเชื่อของจีนด้วยเช่นกัน อาจกล่าวได้ว่าเป็นวัฒนธรรมร่วมก็ได้ ดูรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องของช่วงเวลาได้ที่นี่
   
เอ็นมะ ไอ มีผู้ช่วยสี่คน โดยทั้งสีคนเมื่อแปลงร่างเป็นตุ๊กตาฟางสาปแช่ง จะมีสีที่แตกต่างกัน
 | ชื่อ วาเนียวโด ลักษณะภายนอก เป็นลุงแก่ๆ ใส่หมวก (ลุงเกวียนกงล้อไฟ) เป็น ตุ๊กตาฟางสาปแช่งสีดำ
|  | ชื่อ อิจิโมคุ เรน ลักษณะภายนอก เป็นหนุ่มหน้าตาดี (ไอ้หนุ่มผีตาเดียว) เป็น ตุ๊กตาฟางสาปแช่งสีฟ้า
|  | ชื่อ โฮเนะโอนนะ ลักษณะภายนอก ดูเป็นหญิงมีอายุสักหน่อย แต่งตัวแบบพวกเกอิชา (พี่สาวกระดูก) เป็น ตุ๊กตาฟางสาปแช่งสีแดง
|  | ชื่อ ยามาวาโร ลักษณะภายนอก ดูเป็นเด็กชายธรรมดาๆ คนหนึ่ง เป็น ตุ๊กตาฟางสาปแช่งสีเหลือง |
ทั้งหมดก็เป็นเรื่องราวเกล็ดเล็ก เกล็ดน้อยจากเรื่อง สาวน้อยจากนรก ใครอยากลองเจอเอนมะ ไอ มีเกมให้ได้ลองเล่นครับ ลักษณะคล้ายเนื้อเรื่องในการ์ตูน เพียงแค่คุณตอบในลักษณะแบบคนที่มีความแค้น คุณก็จะได้พบเธอ ลองเข้าไปเล่นดูได้ รายละเอียดคลิกที่นี่
ทิ้งท้ายด้วยคำพุดของ เอ็นมะ ไอ
いっぺん しん で みる? ลองดูมั้ย ว่าความตายเป็นยังไง?
| Create Date : 17 สิงหาคม 2568 |
| Last Update : 17 สิงหาคม 2568 21:40:20 น. |
|
22 comments
|
| Counter : 763 Pageviews. |
 |
|
|
| ผู้โหวตบล็อกนี้... |
| คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณ**mp5**, คุณmultiple, คุณกะว่าก๋า, คุณหอมกร, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณปรศุราม, คุณชีริว, คุณปัญญา Dh, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณhaiku, คุณสองแผ่นดิน, คุณkae+aoe, คุณtanjira, คุณnewyorknurse, คุณmariabamboo, คุณtuk-tuk@korat, คุณดาวริมทะเล, คุณThe Kop Civil |
โดย: multiple วันที่: 17 สิงหาคม 2568 เวลา:13:05:16 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 สิงหาคม 2568 เวลา:14:37:07 น. |
|
|
|
โดย: หอมกร วันที่: 17 สิงหาคม 2568 เวลา:16:32:16 น. |
|
|
|
โดย: ชีริว วันที่: 17 สิงหาคม 2568 เวลา:21:05:41 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 สิงหาคม 2568 เวลา:5:34:00 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 สิงหาคม 2568 เวลา:22:01:14 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 สิงหาคม 2568 เวลา:5:42:49 น. |
|
|
|
โดย: tanjira วันที่: 19 สิงหาคม 2568 เวลา:6:49:51 น. |
|
|
|
โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 19 สิงหาคม 2568 เวลา:23:51:36 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 สิงหาคม 2568 เวลา:4:27:20 น. |
|
|
|
โดย: mariabamboo วันที่: 20 สิงหาคม 2568 เวลา:6:18:16 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 สิงหาคม 2568 เวลา:22:11:24 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 สิงหาคม 2568 เวลา:4:39:31 น. |
|
|
|
โดย: kae+aoe วันที่: 21 สิงหาคม 2568 เวลา:8:15:10 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 22 สิงหาคม 2568 เวลา:4:21:51 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 22 สิงหาคม 2568 เวลา:23:09:38 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 23 สิงหาคม 2568 เวลา:6:11:56 น. |
|
|
|
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 23 สิงหาคม 2568 เวลา:17:24:55 น. |
|
|
|
|
|