คุยกันสบายๆ
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2553
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
30 มิถุนายน 2553
 
All Blogs
 
แรงบันดาลใจ


ฉันเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาด้วยแรงกระตุ้นจากเพื่อนฝูงรอบข้าง
ฉันเป็นอดีตครูสนดนตรีในโรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง
ซึ่งชอบหารายได้พิเศษจากการสอนพิเศษให้นักเรียนที่สนใจเรียนเปียโน
ฉันมีประสบการณ์มากมายจากนักเรียนพิเศษเหล่านั้น
และร็อบบี้ก็เป็นเด็กคนหนึ่งในนั้นที่ฉันจะนำมาเล่าให้ฟัง

ฉันพบกับร็อบบี้เป็นครั้งแรกเมื่อแม่ของเขาส่งให้มาเรียนเปียโน
ร็อบบี้เป็นเด็กชายอายุ 11 ปี ซึ่งความจริงแล้วเขาอายุมากเกินไป
ที่จะเริ่มต้นเรียนเปียโนกับฉัน
เพราะฉันมีความเชื่อว่าการเรียนเปียโน
ควรจะเริ่มต้นเมื่ออายุยิ่งน้อยที่สุดยิ่งดี
โดยเฉพาะสำหรับเด็กผู้ชาย
ซึ่งฉันก็พยายามอธิบายให้ร็อบบี้ฟัง
แต่เขาก็ยังคงยืนยันที่จะเรียนให้ได้
ร็อบบี้บอกฉันว่า แม่ของเขาซึ่งเลี้ยงลูกชายคนเดียวด้วยตนเองตามลำพัง
มีความใฝ่ฝันเหลือเกินที่จะได้ยินลูกชายเล่นเปียโนให้ฟังสักครั้งในชีวิต

อย่างไรก็ดี ร็อบบี้ก็ได้เรียนเปียโนกับฉันจนได้
ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาเริ่มเรียน
ฉันก็รู้สึกได้ทันทีว่าเด็กชายคนนี้ไม่มีพรสวรรค์ทางดนตรีเอาเสียเลย
ยิ่งเขาพยายามมากเท่าใด
ก็ยิ่งทำให้เห็นชัดถึงการไร้ความสามารถ
และไร้พื้นฐานทางดนตรีโดยสิ้นเชิง
แต่เขาเองก็พยายามที่จะทบทวนบทเรียนขั้นพื้นฐานที่ฉันบังคับให้นักเรียนทุกคนฝึกฝนอยู่เสมอ
ฉันพยายามแล้วพยายามอีกที่จะให้เขาได้พัฒนาฝีมือขึ้นมา
แต่ช่างดูเหมือนกับแทบจะหมดความหมายเอาเสียจริงๆ
ทุกๆสุดสัปดาห็ที่สิ้นสุดการเรียน ร็อบบี้จะพูดเสมอๆว่า
"สักวันหนึ่งแม่ผมจะต้องได้ฟังผมเล่นเปียโน"

ฉันไม่เคยได้พูดคุยกับแม่ของเขาเลย
แค่เคยเห็นเธอมาส่งร็อบบี้เรียนเปียโน
แล้วเธอก็จะนั่งรออยู่ในรถเก่าๆของเธอ
แม่ของร็อบบี้จะเพียงแค่ส่งยิ้มและโบกมือให้ฉัน
แต่เธอไม่เคยแวะเข้ามาสักครั้งเดียว

แล้ววันหนึ่ง ร็อบบี้ก็ไม่ได้มาเข้าเรียนอีก
ฉันเคยคิดว่าจะโทรศัพท์ไปถามข่าวคราวของเขา
แต่ก็กลับมาคิดว่า
คงเป็นเพราะร็อบบี้เริ่มรู้ตัวเองว่าไม่มีพรสวรรค์ทางด้านดนตรีแน่ๆแล้ว
จึงได้ตัดสินใจหยุดเรียนไปเสียเฉยๆ
ฉันเองยังแอบดีใจที่เขาหยุดเรียนไปเสียได้
เพราะเขาคงไม่ใช่นักเรียนตัวอย่างที่ดีที่ฉันจะสามารถอวดใครๆได้เลย


หลายสัปดาห์ผ่านไป
ฉันส่งใบปลิวไปยังบ้านบรรดาศิษย์ที่เคยเรียนเปียโนกับฉัน
เพื่อให้มาร่วมงานแสดงเดี่ยวเปียโนของลูกศิษย์รุ่นปัจจุบัน
และฉันก็ต้องประหลาดใจ
เมื่อร็อบบี้ซึ่งได้รับใบปลิวด้วย
ได้มาขออนุญาตฉันเข้าร่วมเดี่ยวเปียโนด้วย
ฉันแย้งเขาไปว่า นี่เป็นการแสดงของศิษย์ปัจจุบันเท่านั้น
ร็อบบี้ได้หยุดการเรียนไปนานแล้ว
ฉันคงไม่สามารถให้เขาร่วมแสดงด้วยได้
ร็อบบี้บอกว่าเพราะแม่ของเขาล้มป่วยจึงไม่สามารถ
พาเขามาส่งให้เรียนเปียโนได้
แต่เขาก็ได้ฝึกซ้อมเปียโนอยู่สม่ำเสมอทุกวัน
"ครูครับ ผมจะต้องเล่นเปียโนในคืนนั้นให้ได้" เขายืนยัน
ไม่รู้ว่าอะไรกันที่ดลใจให้ฉันยอมให้ร็อบบี้ขึ้นแสดงในวันงาน
อาจจะเป็นเพราะความมุ่งมั่นของเขา
หรือไม่ก็อาจเป็นเพราะบางสิ่งบางอย่างข้างในที่บอกฉัน
ว่าทุกสิ่งจะต้องเป็นไปด้วยดี

เมื่อคืนวันงานมาถึง
ยิมเนเซียมของโรงเรียนมัธยมที่ฉันใช้เป็นห้องแสดงดนตรีนั้น

แน่นขนัดไปด้วยผู้ปกครอง
เพื่อนฝูงและญาติพี่น้องของบรรดานักแสดงเปียโน
ฉันให้ร็อบบี้แสดงในช่วงหลังสุด
ก่อนที่ฉันต้องจะออกมากล่าวขอบคุณและเล่นโชว์เองในชุดสุดท้าย
ฉันคิดว่าหากเขาเกิดทำสิ่งใดผิดพลาดขึ้นมา
ฉันจะได้รีบแทรกออกมากู้หน้า
เพื่อกล่าวขอบคุณและปิดการแสดงเสียเลย

ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปอย่างเรียบร้อย
นักเรียนทุกคนต่างฝึกฝนกันมาอย่างดี
และแสดงออกได้อย่างไม่มีที่ติ และแล้วก็มาถึงช่วงการแสดงของร็อบบี้
เมื่อเขาขึ้นมาบนเวที เสื้อผ้าของเขายับย่นยู่ยี่ ผมเผ้าก็ไม่ได้หวี
ดูกระเซอะกระเซิงไปหมด
ฉันคิดในใจว่า ตายละ ทำไมแม่ของเขาไม่ดูแลลูกเลย
ทำไมไม่ให้ลูกแต่งตัวเต็มที่เหมือนกับเด็กคนอื่นๆ
ทั้งๆที่คืนนี้เป็นคืนพิเศษแท้ๆ
อย่างน้อยก็น่าจะหวีผมเขาให้ดูดีกว่านี้สักหน่อย

ร็อบบี้ดึงม้านั่งเล่นเปียโนออกมาแล้วเริ่มต้น
ฉันประหลาดใจมากที่เขาประกาศกับผู้ชมว่า
เขาเลือกที่จะแสดงคอนแชร์โตหมายเลข 21 ของโมสาร์ท ในซีเมเจอร์
ฉันยังไม่ทันได้เตรียมตัวว่าจะต้องฟังอะไรต่อไป
นิ้วของร็อบบี้ก็พรมแผ่วพริ้วไปบนคีย์เปียโน
ราวกับว่านิ้วของเขากำลังเต้นระบำอบ่งคล่องแคล่วอยู่บนนั้น
ไม่มีผิดเพี้ยนเลยแม้แต่น้อย
ช่างน่ามหัศจรรย์อะไรอย่างนี้
ฉันยังไม่เคยเห็นเด็กชายวัยขนาดเท่าร็อบบี้
จะสามารถเล่นเพลงของโมสาร์ทได้ดีเยี่ยมขนาดนี้มาก่อนเลย

เมื่อเวลาหกนาทีครึ่งผ่านไป การแสดงของร็อบบี้ก็สิ้นสุดลง
ผู้ชมทุกคนต่างลุกขึ้นยืนปรบมือให้เขาจนดังสนั่นไปทั้งห้อง
ฉันวิ่งขึ้นไปบนเวทีทั้งน้ำตาคลอ โอบกอดร็อบบี้ไว้ด้วยความปลาบปลื้ม
"ครูไม่เคยได้ยินเธอเล่นได้ดีขนาดนี้มาก่อนเลยร็อบบี้
เธอทำได้อย่างไรกัน"
ร็อบบี้ตอบฉันผ่านไมโครโฟนออกไปว่า "จำได้ไหมครับครู
ที่ผมเคยบอกว่าแม่ของผมป่วย
แม่ผมป่วยด้วยโรคมะเร็ง และแม่ก็จากผมไปแล้วเมื่อเช้านี้เอง
และความจริงก็คือ
แม่ผมเป็นใบ้หูหนวกมาตั้งแต่เกิด
ดังนั้นคืนนี้จึงเป็นคืนแรกที่แม่จะสามารถได้ยินผมเล่นเปียโน
ผมจึงต้องการทำให้มันพิเศษสุดจริงๆสำหรับแม่"

ไม่มีดวงตาคู่ไหนเลยที่จะไม่มีน้ำตาในคืนนั้น
แม้แต่เจ้าหน้าที่จากบ้านเด็กกำพร้าที่มารับร็อบบี้ไปดูแล
ก็ยังมีนัยน์ตาบวมแดงให้ฉันสังเกตเห็น
ฉันไม่เคยได้รับแรงกระตุ้นผลักดันใดๆมาก่อนเลย
แต่ในคืนนั้นฉันก็ได้รับจากเขา
ร็อบบี้ต่างหากที่เป็นครูและฉันเองที่เป็นนักเรียน
ที่สอนให้ฉันได้รู้ความหมายของความเพียรพยายาม.....ความรัก...ความเชื่อมั่นในตัวเอง
และอาจจะรวมถึงการให้โอกาสใครสักคน โดยที่เราเองก็ไม่รู้ว่าทำไม



ร็อบบี้เสียชีวิตลงแล้วในการระเบิดที่โอกลาโฮมาซิตี้
เมื่อเดือนเมษายน 1995




Create Date : 30 มิถุนายน 2553
Last Update : 8 กรกฎาคม 2553 17:02:16 น. 1 comments
Counter : 373 Pageviews.

 
ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นจริงๆค่ะ


โดย: Kati IP: 182.232.187.180 วันที่: 23 มกราคม 2555 เวลา:16:54:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Gatoons
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Gatoons's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.