มาด้วยความตั้งใจศาลเจ้า Tsurugaoka Hachimangu @ Kamakura



จะไป Tsurugaoka Hachimangu Shrine

มาถึงสถานีรถไฟ เดินออกมาแล้วเลี้ยวขวาไป พอเห็นตลาด ก็เดินเข้าตลาด แล้วไปเรื่อยๆ พอสุดทางก็เดินเลี้ยวขวา อันนี้คือ ระลึกได้ หลังจากมึนงงไปแล้ว

แต่ก่อนจะไปถึง เห็นร้านขายของที่ระลึก ตรงหน้าสถานีรถไฟ สองจิตสองใจ ตะแรกกะว่าไปก่อนแล้วค่อยวกกลับมาซื้อ แต่ก็กังวลว่า เอ๊ะ ต้องตีตั๋วรึเปล่าฟะ ก็เลยอ๊ะ เข้าไปดูเลยดีกว่า ก็ได้พอหอมปากหอมคอ หอบหิ้วกันไปเดินทางต่อ

คือ ตอนแรก เดินไปไม่มีป้ายใดๆ บอกเลยว่าจะไปถึง ก็เลยกะว่า เอาฟะ ถ้าสุดทางนี้แล้วไม่เจอ กลับก็ได้ แต่พอสุดทางลองเลี้ยวขวา เดินตรงไป เห็นเสาโทริ เอ้อ ที่นี่ก็ได้ ถึงแม้จะไม่ใช่เป้าหมาย 

พอเดินเข้าไปข้างในเห็นป้าย อ้าว นี่ไง สถานที่เราเดินหาอยู่ที่นี่นั่นเอง กรี๊ดเบาๆ ในใจว่าด้วยแรงศรัทธาของเราได้ผลแหะ


เสาโทริด้านหน้าทางเข้า รูปนี้ เราเดินเข้ามาแล้วหันหลังให้ศาลเจ้า ถ่ายรูปเสาโทริ

เดินเข้าไปด้านในศาลเจ้า คนเยอะพอควร เหมือนกำลังจะมีงานตอนเย็นๆ ใจนึงก็อยากดูนะ แต่ก็เป็นห่วงงาน เอ้ย กลับไปเตรียมงานพรุ่งนี้ก่อน 


ทางขึ้นวัดใจกันไป...


ขึ้นมาถึงแล้ว


มองลงมาจากด้านบน กำลังเตรียมงาน เหมือนในหนังเรื่อง Your Name เบย


รูปนี้ต้องรอให้หนุ่มน้อย 2 คนถ่ายรูปเสร็จก่อน เพราะอยากได้รูปแบบไม่มีคน

ด้านหลังเสาโทริ อีกด้านจะเป็นสระบัว

ก็เดินรอบๆ ศาลเจ้าน่าจะรอบนะ มาถึงที่นี่ ทำให้เราคิดได้ว่า เอ้อ เราก็ช่างกล้าเนอะ มาญี่ปุ่นคนเดียว ครั้งที่มากับ ลช แม่เราก็ถามว่าไปเที่ยวยังไง พอรู้ว่าเราไปเที่ยวกันเอง แม่เราตกใจ เป็นห่วงมากว่าจะยังไง ทำไมไม่ไปกับทัวร์ พอมาครั้งนี้เรามาคนเดียว แม่ไม่ห่วงนะ ครั้งก่อนเขาห่วงหลานสุดที่เลิฟ 

สิ่งที่เราคิดได้ง่ายๆ ณ ตอนที่ยืนอยู่ด้านบนของศาลเจ้านี้ คือ เมื่อมีโอกาสแล้ว ต้องเอาความกลัวออกจากตัว ก้าวเดินออกไปตามโอกาสที่ได้หยิบยื่นมาให้ พยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่ปัญญาเราจะทำได้ ก้าวแต่ละก้าวด้วยความไม่ประมาท มีสติอยู่กับตัวตลอด เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เราก็ไปอย่างระมัดระวัง กลับเข้าที่พักจะไม่ให้เกินสองทุ่มนะ ทุ่มกว่าเราจะเข้าแล้ว ไม่เอาตัวไปไว้ในสิ่งที่จะเป็นอันตราย

ณ จุดเดียวกับที่เราคิดแบบนี้ เราก็ไลน์หาพี่คนนึง ขอบคุณที่เขาหยิบยื่นโอกาสนี้ให้เรา และให้กำลังใจเราว่าเราต้องทำได้ มาได้คนเดียว ไม่ต้องกังวล

ดราม่าจบ เดินกลับมาทางเดิม เป็นตลาด 



มีของเยอะแยะ ทั้งเสื้อผ้า ของกิน ขนม ร้าน Ghibli 

ที่นี่มาแล้วต้องซื้อขนมรูปนก เราเห็นคนต่อคิวซื้อกันเยอะมากเลย แต่เราไม่ซื้อนะ เรามาซื้อที่สนามบินแทน 5555 กินกับชา หรือกาแฟ จะอร่อยขึ้น

เดินเล่นเสร็จก็เดินทางกลับที่พัก แวะซื้ออาหารเย็นเอาไปกินที่ห้องพัก ซื้อที่สถานีรถไฟ มีอาหาร ขนม ให้เลือกละลานตามาก เราข้าวปั้นห่อสาหร่ายแบบรูปกรวยอันเดียวก็อิ่มแล้ว กินแค่นี้ เราไม่กล้านั่งกินข้างนอกคนเดียว คือ ถ้าอยู่เมืองไทย กินข้าวคนเดียวได้ไม่มีปัญหา แต่พอมาต่างประเทศไม่กล้าแหะ ซื้อไปกินที่ห้องดีกว่า กินไปเม้ามอยกับแม่ กับลูกชายไป แล้วก็เตรียมงานพรุ่งนี้



Create Date : 10 ธันวาคม 2559
Last Update : 11 ธันวาคม 2559 16:48:22 น.
Counter : 106 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



Tonkaow20
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ธันวาคม 2559

 
 
 
 
1
9
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
All Blog