Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2549
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
13 ตุลาคม 2549
 
All Blogs
 

ไปไหนมา (2)

เสร็จงานพรีเซ้นท์ใหญ่ก็กลับบ้าน ก่อนหน้านั้นพี่ร็อบโทรมาถามว่า เช้าวันรุ่งขึ้นพาเขาไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาลได้รึเปล่า พอเช็คไดอารี่แล้วก็บอกว่าได้ ๆ เพราะไม่ได้ไปไหนระหว่างวัน คงมานั่งทำงานที่บ้าน แต่ตอนค่ำ ๆ มีงานนะ ต้องไปงานที่ลีดส์

พอขับรถมาถึงบ้านเลยถอยรถเข้าบ้าน หันหน้ารถออกมาทางถนน ซึ่งปกติจะไม่ทำ แต่เห็นว่าตอนเช้าต้องพาพี่ร็อบไปโรงพยาบาล เลยถอยเข้า เพื่อความสะดวกของพี่ร็อบเวลาเดินมาขึ้นรถ

เก็บโทรศัพท์กับแซทแนฟเข้ากระเป๋าถือ เจ้าแซทแนฟนี่ ภาษาไทยเรียกว่าอะไรดีล่ะ เครื่องนำทางที่ใช้สัญญาณรับส่งจากดาวเทียมเป็นไง ฮิฮิฮิ
แต่ที่วางแซทแนฟไม่ได้เก็บนะ ยังคงติดอยู่ที่หน้ารถอย่างนั้นแหละ ขี้เกียจถอดออกน่ะ

เช้ามาได้เรื่องเลย...
น้องโจแวะมาก่อนไปโรงเรียน กระหืดกระหอบวิ่งขึ้นมาบนบ้าน ร้องว่า เห็นรถรึยัง เห็นรถรึยัง

รถ...ฉันใจหายวาบ เป็นอะไรเหรอ
น้องโจว่า กระจกแตกกระจายเลยนะ โดนทุบน่ะ
ฉันรีบวิ่งลงไปดู ฉิบหายตายโหง....กระจกรถด้านหน้าตรงที่นั่งผู้โดยสารแตกละเอียด ลิ้นชักหน้ารถเปิดอ้า ถูกค้นกระจาย

แต่ไม่มีอะไรหายไปสักชิ้น รองเท้าบู๊ทคู่โปรดที่ถอดไว้ในรถก็ยังอยู่
เครื่องคิดเลขมหัศจรรย์ที่บอกเวลาไปได้ทั่วโลก ซึ่งฉันสั่งทำมาแจกลูกค้า เป็นของแจกที่อย่างภูมิใจเลยฉัน แม้....ไอ้โจรมันไม่ยักกะแตะ มันโยนทิ้งไว้ในรถเสียงั้น ดูถูกกันนี่หว่า


เลยไม่ต้องไปกันแล้ว โรงพยาบาล เพราะรถต้องการหมอมากกว่าคน

พี่ร็อบบอกว่าอันดับแรกเลยที่ต้องทำคือโทรแจ้งตำรวจ จากนั้นก็บริษัทประกัน ว่าแล้วเขาก็จัดการแจ้งตำรวจ ส่วนฉันก็มาง่วนโทรหาเลขาที่บริษัท เพราะไม่รู้ว่ารถคันนี้ใช้ประกันที่ไหน กว่าจะได้คำตอบก็เลย 9 โมงเช้าไปแล้ว เพราะเช้ากว่านั้นยังไม่มีใครมาทำงาน

ปรากฏว่าบริษัทไม่ได้ทำประกันความเสียหายในรูปแบบนี้ไว้ ซึ่งหมายความว่าฉันสามารถเรียกบริษัทซ่อมกระจกรถให้เอากระจกมาติดที่รถได้เลย แล้วใช้บัตรเครดิตบริษัทจ่ายเต็มราคาไป

เช้านั้นก็ดันมายุ้งยุ่ง เพราะมีงานอาร์ตเวิร์คโปรโมชั่นตัวใหม่ที่จะต้องส่งไปหนังสือพิมพ์กว่าร้อยฉบับ เอเจนซี่ก็ตามตัวฉันนุงนัง บริษัทซ่อมรถในเชฟฟิลด์ก็เรื่องมาก บอกว่ามาซ่อมวันนี้ไม่ได้ ขอเป็นวันพรุ่งนี้แทน
ไอ้ฉันก็ไม่ยอม ต้องวันนี้และเดี๋ยวนี้ เพราะฉันจะต้องใช้รถไปงานที่ลีดส์คืนนี้

ในที่สุดก็ลงเอยว่าฉันต้องขับรถไปลีดส์เร็วกว่ากำหนด แล้วบริษัทซ่อมรถสาขาลีดส์จะเอากระจกมาติดให้ที่นั่น
ยุ่งจริงเว้ย....งานอาร์ตเวิร์คก็ยังไม่ส่งเสียที เอาวะ ไปก็ไป เดี๋ยวค่อยไปต่อเน็ตดูอาร์ตเวิร์คเอาที่โรงแรม
ยังไม่ทันได้เตรียมตัว บริษัทขายบ้านก็โทรมาอีก บอกว่าขอมาถ่ายรูปภายในบ้านวันนี้ตอนบ่ายโมงนะ

อ๊ากกกสสสส์ ทำไมอะไร ๆ มันมาพร้อมกันได้ฉะนี้ ยุ่งโว้ย....

พี่ร็อบเลยโทรไปเรียกแม่เขามา คุณแม่มาถึงก็จัดบ้านแว้บวับฉับไวทันใจจริง ๆ เลยต้องยกมะพร้าวอ่อนที่ซื้อมาแช่ตู้เย็นไว้ให้แกไปเป็นรางวัล (เสียดายจัง)
ไม่นานบริษัทขายบ้านก็มาถ่ายรูป ดีจริง เพราะบ้านตอนนี้น่าถ่ายมาก ไม่รก และคนทำสวนเองก็เพิ่งมาทำสวนเมื่อเช้านี้เอง

ทีนี้ก็มาเตรียมตัว เพราะตอนกลางคืนจะมีงานราตรีสโมสรที่ลีดส์ ตั้งแต่มาทำงานที่นี่ได้ครบปีนี่มีงานกลางคืนที่ต้องไปแบบนี้มาสามสี่งานแล้วนะเนี่ย ชุดเชิดจะใส่ก็หมดสะต๊อกแล้ว แต่ก็เล็ง ๆ ไว้อยู่ว่าอาจจะต้องใส่ชุดสีส้มที่ตัดไว้ตั้งแต่ตอนมาอังกฤษใหม่ ๆ

ยัยซาร่าห์ตัวดียุส่ง ให้ใส่ชุดสีแดง เพราะเป็นชุดสุดอลังการงานสร้างดี หางชุดยาวลากพื้นไปเป็นเมตร ๆ นั่นเชียว แต่ฉันไม่ยอมให้มันยุขึ้น ชุดนั้นเว่อร์ไปหน่อย ตัดใส่ไปงานแต่งงานน้องสาวงานเดียวก็ถอดแขวนไว้ในตู้ ไม่เคยคิดจะเอามาใส่อีกเลย
ชุดสีส้มนี่แหละดีแล้ว แต่คงต้องลองก่อน เดี๋ยวพอไปถึงแล้วมีปัญหาจะยุ่ง
ว่าแล้วก็เอาชุดมาลอง

กรี๊ด......ใส่ไม่เข้า ตัวปลิ้นประหลับประเหลือกอย่างแรง แง้.....ทำไมตรูอ้วนได้มหัศจรรย์พันธุ์หมาบ้าขนาดนี้

อย่าว่าแต่ชุดสีส้มเลย ชุดสีแดงสุดอลังการก็ยังยัดไม่เข้า ตายแล้วฉัน จะทำยังไงดี

อีกสองสามชุดที่พอจะใส่ได้ก็ใส่ไปหลายงานแล้ว แล้วงานนี้ก็เป็นงานที่มีคนหน้าเดิม ๆ มาอีกน่ะสิ
เลยต้องจำยอมขุดเอาชุดสีดำชุดสุดท้ายมาใส่แบบไม่มั่นใจเลย แต่เป็นทางเลือกสุดท้ายจริง ๆ เพราะเป็นชุดเดียวที่เป็นชุดทรงหลวม มีเนื้อที่ให้พุงยื่นได้อย่างสะดวกสบายหน่อย แต่ที่ไม่ชอบเพราะมันเป็นกระโปรงสั้นเหนือเข่า เอาถุงน่องสีดำมาใส่กับรองเท้าสีดำประดับเพชรวิบวับ เอาวะ พอกล้อมแกล้มไปได้ล่ะน่า

พอได้ชุดแล้วก็จัดกระเป๋าค่ะ จากนั้นลงไปถ่ายรูปสภาพรถ แล้วจัดการเลาะเศษกระจกที่เหลือออก โดนเศษกระจกบาดนิ้วเลือดไหลซิบ ๆ สะใจ จากนั้นก็เอาเครื่องดูดฝุ่นมาดูดเศษกระจกจากรถให้หมดเท่าที่จะหมดได้ เพราะกลัวว่าเดี๋ยวเข้าไปนั่งแล้วมันจะบาดตูดเอาน่ะสิ

จากนั้นก็ขับรถเข้าลีดส์หัวบาน เพราะไม่มีกระจกหนึ่งด้าน ทีแรกก็ขับแบบปิดกระจกด้านข้างคนขับไว้แหละ แต่ขับไปได้สักหน่อย ลมตีเข้ารถ หูอื้อไปหมด เลยต้องลดกระจกด้านคนขับลงลดความดันจากลม หัวเลยบานเลยตรู ขนาดขับแบบช้า ๆ แล้วนะ เข้าเลนส์ซ้ายตลอด ไม่เคยขับรถมีมารยาทขนาดนี้มาก่อนเลยให้ดิ้นตาย

นัดแนะบริษัทกระจกเสียดิบดี ว่าให้ไปรอที่โรงแรม รอบริเวณที่จอดรถนะ พอไปถึงจะได้จอดให้ทำเลย
จ๊าก...พอไปถึงโรงแรมมันอยู่กลางเมืองเลย ไม่มีที่จอดรถ
เอาไงดี เข้าไปถามในโรงแรม ขอจอดตรงที่ว่างด้านหน้าหน่อยนะ แค่ชั่วโมงเดียวเอง แล้วจะรีบเอารถไปจอดที่อื่นไม่ให้ขวางหูขวางตาเลยเชียว นะ นะ
ปรากฏว่าไม่ได้ เพราะตรงนั้นไม่ใช่ที่ของโรงแรม โดนล็อคล้อแน่นอน ฮ่วย วันอะไรเนี่ย

โทรหาบริษัทกระจกอีกที บอกว่าให้ตามไปใส่กระจกตรงที่จอดรถของบริษัท NCP ข้าง ๆ โรงแรมนะ เขาก็บอกว่ากลัวจะโทรหากันไม่ได้เวลาไปถึง เพราะมันเป็นที่จอดรถใต้ดิน เอาเป็นว่าช่วยนั่งรออยู่ในรถหน้าโรงแรมนั่นแหละ
เอาวะ ไหน ๆ ก็ ไหน ๆ นั่งรอก็นั่งรอ

เลยรอนาน...................................................เลยค่ะ
รู้สึกว่ามันนานมาก ๆ นานขนาดสามารถตรวจอาร์ตเวิร์คให้เอเจนซี่แบบขอไปทีได้เลย ที่ว่าขอไปทีเพราะเป็นการตรวจอาร์ตเวิร์คทางจอ PDA ใครจะไปอ่านออกวะ เลยต้องบอกเอเจนซี่ไปว่า เออ ๆ approve ๆ ฮ่วย

ในที่สุดเขาก็มา เห็นรถบริษัทกระจกเลี้ยวเข้ามาฉันงี้แทบน้ำตาไหลด้วยความตื้นตันใจ ประมาณว่าเป็นบุญคุณเหลือล้นที่คุณมา น้องคนซ่อมบอกว่าขับตามผมนะ เดี๋ยวไปซ่อมกันที่อู่รถดีกว่า ไม่ไกลเลย
เลยได้ขับตามกันไปแล้วนั่งตอบอีเมล์กับเล่นเกมในพีดีเอรอ สักชั่วโมงได้ ก็เสร็จ

ขับกลับโรงแรมแล้วเช็คอิน หมดปัญหากันเสียที

เอ่อ....ทำไมมันยาวจัง ว่าจะเขียนสั้น ๆ นะเนี่ย
ต่อหน้าใหม่ดีกว่า




 

Create Date : 13 ตุลาคม 2549
0 comments
Last Update : 14 ตุลาคม 2549 1:38:36 น.
Counter : 176 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


Pl@too
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]







Friends' blogs
[Add Pl@too's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.