Welcome To ทองหลาง Bloggang ว่างๆ ก็แวะเข้ามา...ยินดีต้อนรับจ้า
ตอนที่ 22



22

ณ โรงพยาบาลประจำอำเภอเล็กๆที่แสนจะเงียบสงบ ทว่าในวันนี้กลับไม่ได้เงียบสงบเหมือนทุกวัน เมื่อรถสายตรวจรถยนต์ได้ขับขึ้นมาจอดยังบริเวณรับส่งผู้ป่วยหนักโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายพยายามควบคุมตัวบุคคลที่พวกช่วยเหลือออกมาจากป่าให้ลงจากรถอย่างทุลักทุเล

“ตามหมอมาที...เร็วเข้า...ตายห่า...แรงเยอะเป็นบ้า”เสียงสบถดังขึ้นเมื่อการควบคุมตัวผู้ป่วยไม่เป็นผลทว่าพวกเขาค่อยโล่งอกที่ไม่ต้องเหนื่อยในการวิ่งไล่จับ เพราะคนเหล่านั้นที่เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยดินโคลนต่างล้มลงเกลือกกลิ้งไปตามพื้น

“ช่วยด้วย...ใครก็ได้ช่วยทีมันดูดลงไปแล้ว อึดอัด หายใจไม่ออก ฉันต้องมาตายในบ่อโคลนแบบนี้หรือไง”เสียงร้องระงมประสานกันแซงแซ่ ทั้งอาการตะเกียกตะกายว่ายบกตะกุยพื้นจนเล็บฉีกเลือดอาบ

“พี่เบิ้มช่วยฉันทีฉันยังไม่อยากตาย”

“ไอ้ทัดไอ้แฉะพวกมึงมาช่วยกูก่อน กูเหนื่อย กูตะกายไปไม่ไหวแล้ว”

คนทั้งสามร้องกันระงมเรียกให้บรรดาคนป่วยที่มารอรับการรักษารวมไปถึงบุคคลอื่นๆ ที่อยู่ละแวกนั้นเข้ามามุงดูอย่างเห็นเป็นของประหลาด

“ไม่รู้ไปทำอะไรลบลู่เจ้าที่เจ้าทางเจ้าป่าเจ้าเขาเข้าให้...ถึงได้มีอาการแบบนี้” นายดาบวัยห้าสิบเอ่ยขึ้นสายตามองหนุ่มวัยฉกรรจ์ตรงหน้าด้วยความรู้สึกสงสารแกมสมเพท

“อย่าไปพูดเรื่องผีสางนางไม้ใครได้ยินเข้า เสียชื่อตำรวจไทยแย่” ชายหนุ่มผู้มีดาวประดับบ่าเอ่ยเตือน

“ไม่เชื่ออย่าลบลู่นะครับหมวดของอย่างนี้ ตามองไม่เห็นก็ใช่ว่าจะไม่มี...ก็เหมือนกับอากาศที่เรากำลังหายใจ”นายดาบวัยกลางคนเอ่ยทั้งเปรียบเทียบอย่างมีหลักการ

“อากาศหายใจถึงมองไม่เห็น แต่สามารถพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ได้ว่ามีจริง ส่วนเรื่องผีสางนางไม้ยังไม่มีทฤษฎีใดพิสูจน์ว่ามีจริง” ผู้หมวดหนุ่มแย้ง

“แต่อาการแบบนี้ยังไงก็ถูกผีหลอกชัด ๆ”

“ทำไมดาบไม่คิดว่าพวกเขาเป็นคนไข้โรคจิตที่หนีออกจากโรง’บาลประสาทมาล่ะ” ผู้หมวดหนุ่มเอ่ยถาม...ไม่ค่อยจะชอบใจนักที่รู้ว่าลูกน้องใต้บังคับบัญชายังงมงายในเรื่องที่วิทยาศาสตร์พิสูจน์ไม่ได้

“คนบ้าที่ไหนจะบ้าเรื่องเดียวกันล่ะครับหมวด...ยิ่งไปนอนสลบในป่าแบบนี้เจอดีมาแน่ๆ”

“อาการอย่างนี้น่าจะเกิดจากอุปาทานหมู่นะครับ”เสียงบุรุษในชุดเสื้อกราวด์สีขาวดังขึ้น

“อุปาทานหมู่เหรอครับหมอ...มันเป็นยังไง”นายตำรวจหนุ่มเอ่ยถาม พลอยให้ใครต่อใครในบริเวณนั้นให้ความสนใจไปด้วย

นายแพทย์หนุ่มประจำโรงพยาบาลขยับแว่นที่เคลื่อนลงต่ำให้กระชับมากขึ้นทั้งมองไปยังอาการผู้ป่วยทั้งสามที่กำลังดิ้นทุรนทุรายบนพื้นก่อนจะหันมาบอกเจ้าหน้าที่และพยาบาล...“ช่วยกันเอาพวกเขาเข้าไปข้างในจับมัดไว้กับเตียงก่อน ให้ยาระงับประสาทคนละแอมป์”

“ค่ะหมอ...”พยาบาลสาวเอ่ย ก่อนจะหันไปยังพนักงานชายให้ช่วยกันนำคนป่วยเข้าไปภายใน

พ้นกลุ่มคนป่วยที่สร้างความแตกตื่นและเป็นจุดสนใจของผู้คนแล้วนายแพทย์หนุ่มจึงหันมาอธิบายคำถามที่ได้รับก่อนหน้า “มันเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อบุคคลหนึ่งเกิดป่วยหรือมีอาการของโรคฮิสเตอเรียอันเป็นผลมาจากภาวะเครียด และเมื่อผู้ป่วยคนนั้นเริ่มแสดงอาการคนอื่น ๆ รอบข้างก็เริ่มแสดงอาการด้วยเพราะเชื่อว่าตัวเองก็ประสบภาวะอย่างเดียวกัน...ผมคงอธิบายให้ละเอียดกว่านี้ยังไม่ได้...ต้องขอตัวไปดูคนไข้ก่อนนะครับ”

“ไม่ใช่ผีเข้าแน่เหรอครับหมอ”นายดาบสูงอายุอดถามไม่ได้

นายแพทย์หนุ่มได้แต่ยิ้มกับคำถามนั้นทว่าไม่ได้มีคำยืนยันใดๆ เพิ่มเติมเขาหันหลังกลับทั้งเร่งฝีเท้าไปยังทิศทางที่มีผู้ต้องการรับการรักษารออยู่

“ดาบถามอะไรอย่างนั้น...ผมบอกแล้วไงเรื่องผีสางอย่าพูดถึง...มันเสียภาพพจน์สถาบันตำรวจ” ร้อยตำรวจโทหนุ่มหันไปดุ ถึงแม้ฝ่ายนั้นจะมีอายุที่มากกว่าหลายรอบแต่ก็ยังเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเขา

“ทีนี้จะเอาไงต่อครับหมวด”นายดาบเปลี่ยนเรื่องให้เป็นงานเป็นงานขึ้นเมื่อคิดได้ว่าคร้านจะพูดเรื่องเหล่านี้กับคนหนุ่มสมัยใหม่

“เหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ที่นี่ซักคนรอฟังผลการรักษา ส่วนที่เหลือ...กลับโรงพักกันไปก่อน...ไปกันเถอะผมมีงานต้องทำอยู่อีกตั้งหลายเรื่อง”สั่งการเสร็จนายตำรวจหนุ่มก็เดินกลับมาที่รถโดยมีพลขับและนายดาบสูงวัยวิ่งไปนั่งประจำตำแหน่งทิ้งนายตำรวจชั้นประทวนหนึ่งนายให้ยืนมองท้ายรถประจำสถานีตำรวจวิ่งผ่านรั้วโรงพยาบาลออกไปจนลับตา

แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างกระทบร่างที่นอนหลับอยู่บนเตียงเล็กๆ ขนาดความยาวเกือบไม่พ้นปลายเท้าความร้อนอันเจิดจ้าทำให้เขาต้องขยับตัวหนีแต่ไม่อาจหาจุดที่ให้ความสบายได้จึงจำต้องลืมตาแล้วลุกขึ้นนั่งมองสิ่งรอบตัว ทั้งคิดถึงเรื่องราวก่อนที่เขาจะเข้ามานอนหลับสนิทในห้องนี้

โดยรอบห้องเล็กๆ มีเพียงตู้เสื้อผ้าเก่า ๆ สร้างแบบหยาบๆ โดยฝีมือช่างพื้นบ้านแต่ไม้ที่ใช้ทำดูเหมือนจะเป็นไม้เนื้อแข็งก็ยากจะหามาทำเป็นงานฝีมือชิ้นใหญ่แบบนี้ในสมัยปัจจุบันที่ผนังข้างตู้แขวนกระจกเงาใบใหญ่เอาไว้ มีหิ้งวางอุปกรณ์แต่งตัวที่ทำแบบง่ายๆผนังฝั่งตรงข้ามก็คือเตียงที่เขานั่งอยู่ มีโต๊ะเล็กๆ ที่หัวเตียงบนนั้นยังมีขันน้ำใบใหญ่และผ้าขนหนูวางพาดที่ขอบขันตรงกลางจึงเหลือพื้นที่ใช้สอยแค่เมตรกว่าๆ

“เล็กยังกะรูหนู”ชายหนุ่มบ่น แต่ยอมรับว่ารู้สึกสดชื่นกว่าห้องติดแอร์คอนดิชั่นที่บ้านมากนั่นอาจเพราะสายลมธรรมชาติที่พัดผ่านมาทางช่องหน้าต่างแห่งนั้น ทำให้นึกอยากเห็นว่าบรรยากาศภายนอกจะเป็นเช่นไร

แล้วกริชนะก็ลุกตามความคิดตรงไปยังช่องหน้าต่างที่เปิดกว้างปล่อยสายลมพัดผ่านเข้ามาได้สะดวก มือทำหน้าที่กลัดกระดุมเสื้อให้เข้าที่ดูเหมือนว่าอาการปวดหัวตัวร้อนของเขาจะหายไปแล้ว นั่นคงเพราะยาที่กินซ้ำก่อนนอนและการเช็ดตัวลดไข้...

ชายหนุ่มพยายามนึกถึงเหตุการณ์ฉุกละหุกตอนที่เขาได้รับการปฐมพยาบาล...ความเอะอะมะเทิ่งราวกับเกิดเหตุด่วนเหตุร้ายนั้นทำเอาเขาอดขำไม่ได้

“จะให้นอนที่ห้องขวัญจริงๆเหรอแม่”

น้ำเสียงถามด้วยความไม่แน่ใจของเขมขวัญทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย...ในเมื่อเธอเป็นคนเปิดประเด็นนี้ขึ้นมาเองขนาดจูบ เธอยังกล้าทำ แล้วเรื่องห้องพักทำไมต้องรังเกียจที่จะให้เขาพักในห้องส่วนตัวของเธอด้วย

“เอ๊า...ผัวเอ็งไม่นอนห้องเอ็งแล้วจะให้ไปนอนห้องแม่หรือไง”

“ก็ดีนะแม่ห้องแม่ใหญ่กว่าห้องขวัญอีก”

ข้อเสนอของเธอทำเอาเขาใจหายแวบ...แต่ยังดีที่คุณแม่ไม่พลอยบ้าจี้ไปด้วย...

“พ่อเอ็งจะได้แพ่นกะบาลแยกนะสิ...อย่ามัวพูดมากพยุงคุณคนนี้เข้าไป...มียามั้ย...ให้กินยา แล้วหาผ้าหาน้ำมาเช็ดตัวให้ด้วยดูสิตัวร้อนจี๋เลย”

คนเป็นแม่บอกเสร็จสรรพแต่คนเป็นลูกกลับทำหน้ายุ่งเหยิงยิ่งกว่าเดิม แม้จะยอมพยุงร่างที่แทบจะไม่มีแรงพาตัวเองเข้าไปล้มตัวลงนอนบนเตียงเล็กๆในห้องแคบๆ นั้นแล้วก็ตาม

“ยานะมี...เดี๋ยวขวัญให้กินซ้ำแต่เรื่องเช็ดตัว...แม่เช็ดตัวให้เขานะ” เขมขวัญยังเกี่ยง

“เอ๊ะยายขวัญ...ทุกทีไม่เห็นมีนิสัยเกี่ยงงานแบบนี้เลยนี่ทำไมวันนี้ถึงได้เรื่องเยอะนัก...ผัวเอ็ง...จะมาให้คนอื่นเช็ดตัวให้ได้ไงปรนนิบัติพัดวีกันเอาเอง” สุดท้ายก็โดนดุ

“ก็บอกว่าไม่ใช่ไง...ทำไมไม่เชื่อกันบ้าง”หญิงสาวประท้วง

“จูบเขาฟอดใหญ่ขนาดนั้นคงมีคนเชื่ออยู่หรอกนะ...พงศ์เอ๊ย...ไปตักน้ำใส่ขันใบใหญ่ๆมาให้พี่ขวัญของแกที ป้าจะลงไปเตรียมอาหารกลางวัน”

“ครับ...”เด็กหนุ่มที่เดินตามหลังมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นรับคำ ก่อนจะปีกตัวไปปฏิบัติตามคำสั่ง

กริชนะอยากจะลืมตามองสีหน้าแม่ยายจำเป็นซะเหลือเกินแต่เปลือกตาเวลานั้นมันหนักเหมือนถูกถ่วงด้วยหิน รับรู้เพียงร่างกายที่ถูกจับวางราวหุ่นไร้ชีวิต

“กินยาแก้ไข้หน่อยเถอะเจ้านายจะได้หาย”

ร่างของเขาถูกพยุงให้ลุกขึ้นพิงหลังเข้ากับอกคนตัวเล็กกว่ายาถูกป้อนเข้าปาก ตามด้วยน้ำฝนอุณหภูมิธรรมชาติ ก่อนจะผ่อนตัวลงนอนราบตามเดิมทว่ากลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ได้รับยังคงติดอยู่แค่ปลายจมูก

“น้ำกับผ้ามาแล้วพี่...”พงศ์วางขันน้ำกับผ้าไว้ที่โต๊ะหัวเตียง ส่วนตัวมันขยับไปยืนพิงประตูมองดูพี่สาวที่มีท่าทีเก้ ๆ กัง ๆ ในการปฐมพยาบาลคนไข้สูง

“พี่ขวัญเข็ดแต่แขนกับหน้า มันไม่ช่วยให้ตัวหายร้อนหรอกนะ...เช็ดที่อก กับที่หลังด้วยสิแม่พงศ์เคยทำให้” เจ้าเด็กพงศ์เสนอแนะวิธี เมื่อเห็นท่าทางของพี่สาวที่แสนจะขัดตา

“เอ็งมาเช็ดมะไอ้พงศ์...” เขมขวัญหันไปมองน้องชายตาขวาง

“เรื่องอะไร...สามีพี่ขวัญพี่ขวัญก็ต้องดูแลเองสิ...พงศ์ไปช่วยป้าทำกับข้าวดีกว่า” เจ้าพงศ์ปฏิเสธก่อนจะถอยฉากออกไปแถมยังยืมคำพูดของผู้ใหญ่มาพูดต่อให้พี่สาวเกิดอาการหน้าแดงขึ้นมาอีก

“เอ็งจะไปไหนก็รีบไปเลย...ไปก่อนที่ฉันจะมีน้ำโห”เขมขวัญตะโกนไล่ ตามหลังด้วยอาการ หงุดหงิด

แวบหนึ่งที่เขาลืมตาขึ้นมองเจ้าของนิ้วเรียวกำลังบรรจงปลดกระดุมเสื้อให้ ทว่ากลับปรากฏภาพซ้อนทับใบหน้าสวย ๆของเลขานุการสาว เป็นอีกใบหน้าที่คุ้นเคยและจำฝังใจ

“คุณป้าครับ”มือใหญ่ไขว่คว้ามือนุ่มที่แสนจะอบอุ่นมาไว้แนบอก

“กริชไม่เป็นไรหรอกนอนหลับให้สบายเถอะ พอตื่นขึ้นมากริชจะหายเป็นปกติเหมือนเดิม”เสียงนั้นกระซิบแผ่วที่ริมหู อบอุ่น อ่อนโยน จนทำให้เขารู้สึกร้อนไปทั้งกระบอกตา

“ผมคิดถึงคุณป้านะครับ...คิดถึงมาก”มือที่กำลังวุ่นวายกับผ่านอก ถูกยึดเอาไว้ ทั้งถูกดึงเจ้าของมือเข้าใกล้ เวลานี้เขาโหยหาอ้อมกอดความรักและความอบอุ่น อย่างที่เคยได้รับมาตั้งแต่เล็กจนโตนั้นเหลือเกิน

“หลับเถอะป้ายังไม่ไปไหน ป้าจะอยู่ข้างๆ กริชจนกว่าจะถึงเวลาที่แท้จริง หลับให้สบายนะคนดีของป้า”

ความอบอุ่นในตอนนั้นยังตราตรึงมาจวบจนเวลานี้แม้เขาจะรู้แล้วว่านั่นเป็นเพียงความฝันไม่ใช่ความจริง แต่หากได้ฝันเช่นนั้นอีกครั้งเขาก็พร้อมจะเจ็บป่วย ไม่ว่าจะหนักหนาสาหัสเท่าใดก็ยอม

“ตื่นแล้วเหรอคะ...”

เสียงใสๆดังขึ้นที่ประตู ปลุกเขาให้หลุดออกจากภวังค์ความคิดทั้งหันกลับไปมองเจ้าของห้องที่บัดนี้เธออยู่ในชุดใหม่สีหน้าสดใสกว่าครั้งแรกที่พ้นออกมาจากป่าด้วยกัน เธอคงจะจัดการอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยแล้ว จะเหลือกแต่เขาที่ยังอยู่ในชุดเดิม สภาพเดิม ๆ

“ก็อย่างที่เห็น”ชายหนุ่มตอบสั้นๆ สายตายังคงมองนิ่งไปที่หญิงสาวในชุดผ้าถุงสีหม่นเสื้อยืดเข้ารูปสีขาวครีม ที่เขาแทบจะไม่ได้เห็นใครสวมใส่ในยุคสมัยนี้โดยเฉพาะเด็กสาวในวัยเดียวกับแม่เลขาฯของเขา

“หิวหรือยังขวัญเตรียมข้าวต้มร้อน ๆ เอาไว้แล้ว ให้ขวัญยกมาที่นี่เลยไหมคะ”

“ขออาบน้ำก่อนได้ไหม...”ชายหนุ่มเอ่ย

เขมขวัญเดินเข้ามาใกล้แทบชิดหลังมือขาวเนียนยกขึ้นแตะที่หน้าผากของเขาคิ้วเรียวขมวดหมุนเมื่อกำลังเประเมินระดับความร้อนในร่างกายคนป่วยสายตาของเธอยังมีแววของความห่วงใยอยู่เต็มเปี่ยม

“เพิ่งฟื้นไข้อย่าเพิ่งอาบน้ำเลยค่ะ เดี๋ยวไข้จะกลับซ้ำมาอีก” หญิงสาวเอ่ยห้ามตามความเชื่อที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา

“รู้สึกไม่ค่อยสบายตัวเลย”

“เช็ดตัวแทนก็แล้วกันทาแป้ง เปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ น่าจะดีขึ้นนะคะ” เธอเสนอ

“คุณจะเช็ดตัวให้ผมเหรอ...”ชายหนุ่มถามเอาดื้อ ๆ คำถามนั้นก็ทำให้เขาได้เห็นพวงแก้มที่แดงเป็นลูกตำลึงสุก ก่อนที่ร่างบางจะถอยกรูดออกห่างไปหลายวาอย่างรวดเร็ว

“เจ้านายเช็ดเองสิคะ...น้ำตรงนั้นใช้ได้ขวัญเพิ่งเปลี่ยนใหม่ เดี๋ยวขวัญลงไปเอากระเป๋าเจ้านายมาให้” พูดจบเธอก็รีบหันหลังเดินออกไป ราวกับกลัวว่า เขาจะรั้งตัวไว้ใช้งานอย่างพี่พูดจริง ๆ

กริชนะมองตามหลังคนขี้อายไปจนลับตาอมยิ้มด้วยความเอ็นดูก่อนจะหันมามองสภาพตัวเอง เสื้อตัวที่สวมอยู่ค่อนข้างยับและมีกลิ่นเหงื่อ...นิ้วเรียวที่เพิ่งใช้กลัดกระดุมไปเมื่อไม่นานเปลี่ยนมาแกะกระดุมให้หลุดออกจากรังดุมทั้งแถว ก่อนจะถอดออกพาดไว้บนที่นอนแล้วเหลือบมองกางเกงที่สวมอยู่...ความคิดบางอย่างก่อเกิดขึ้นเขายิ้มให้ความคิดนั้นแล้วก็เมินมองไปยังขันทองเหลืองใบใหญ่และผ้าขนหนูผืนเล็กเนื้อหนาผืนนั้น...

“อะไรกัน สบายดีแล้วแท้ ๆยังจะมาให้เช็ดตัวให้อีก” หญิงสาวบ่นงึมงำ

นึกถึงเมื่อเช้าที่เธอจำเป็นต้องเช็ดตัวลดไข้ให้ก็ยิ่งรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งหน้าเวลานั้นเธอถูกเขาดึงเข้าไปหา มือข้างที่จับผ้าถูกยกขึ้นไปแนบแก้มสากๆ ในขณะที่ใบหน้าถูกกดลงแนบอกอันเปล่าเปลือยแน่นซะจนดิ้นแทบไม่หลุด ดีนะที่เขาละเมอถึงคุณป้า คงคิดถึงท่านมากจนเก็บมาละเมอชวนให้รู้สึกสงสาร จนยอมให้เขาโอบกอดไปจนหลับสนิท...ถ้าละเมอถึงคนอื่นคงมีตบให้สร่างไข้แทบไม่ทันล่ะ

“ขวัญ...นั่นจะรีบไปไหน”เขมขวัญก้าวลงบันไดด้วยท่าทีที่ดูเหมือนรีบร้อนจนบิดาที่นั่งสูบยาเส้นมวนโตอย่างใช้ความคิดต้องร้องเรียกเอาไว้

“ไปเอากระเป๋าเสื้อผ้ามาให้คุณกริชเปลี่ยนจ้ะพ่อ”

“เขาตื่นแล้วเหรอ”

“ตื่นแล้วจ้ะ...แต่คุณกริชอยากอาบน้ำขวัญว่าเพิ่งพื้นไข้ เอาแค่เช็ดตัวก็พอ เลยจะหาเสื้อผ้าไปให้เขาเปลี่ยน”

“อาการไข้ตัวร้อนล่ะ...หายหรือยัง”

“ดีขึ้นมากแล้วจ้ะพ่อ...ตัวไม่ร้อนแล้ว”

“อืม...ดี...เสร็จแล้วก็เรียกเขาลงมากินข้าวด้วยกันข้างล่าง...พ่อยังมีเรื่องที่ต้องคุยกะเขาอีกหลายเรื่อง”นายแผนเอ่ยแกมสั่ง

สีหน้าของพ่อทำเอาหญิงสาวรู้สึกขยาดไม่รู้เจ้านายจะโดนอะไรบ้างถ้าถูกพ่อซักไซ้เธอไม่กลัวที่จะบอกความจริงทั้งหมดแต่สิ่งที่กลัวกลับเป็นเรื่องความเชื่อกลัวเหลือเกินว่าทุกคนในบ้านจะไม่เชื่อในสิ่งที่เธออธิบาย ซึ่งเท่าที่สังเกตในเวลานี้ทุกคนในบ้านต่างก็ไม่พยายามที่จะเชื่อให้สมกับที่เธอพยายามจะอธิบาย

“เจ้านายจะโกรธจนไล่เราออกจากงานไหมนะ”เขมขวัญได้แต่ถามตัวเอง

“ว่าไง...ได้ยินหรือเปล่าเรื่องที่พ่อบอก” แผนย้ำคำสั่งอีกครั้ง

“จ้ะพ่อ”เขมขวัญตอบรับ ก่อนจะขอตัวเดินไปที่รถ

กระเป๋าเสื้อผ้าของเจ้านายถูกหิ้วขึ้นบ้านโดยฝีมือของคนที่กำลังรู้สึกสับสนวุ่นวายในหัวใจเป็นที่สุด และความวุ่นวายในหัวใจก็มีผลทำให้สมองรวนไปด้วย

“เอาล่ะ...อะไรจะเกิดคงห้ามมันไม่ได้ค่อยหาวิธีแก้ไขไปทีละเปลาะ” ให้กำลังใจตัวเองแล้วค่อยผ่อนลมหายใจออกจากอกเพื่อระบายความอึดอัดก่อนจะผลักประตูเข้าไปในห้อง โดยลืมไปว่าคนข้างในกำลังทำอะไรอยู่

“อุ้ย...” เสียงอุทานด้วยความตกใจดังขึ้น“ขอโทษค่ะ...เดี๋ยวขวัญค่อยเข้ามาใหม่อีกครั้ง” หญิงสาวกลืนน้ำลายฝืดๆ ลงคอภาพเปลือยท่อนบนที่เห็นเมื่อครู่ติดตาจนเธอต้องหันหน้าหนี นึกด่าตัวเองในใจที่มาทำเขินทั้งๆ ที่เคยเห็นภาพแบบนี้มาแล้วด้วยซ้ำ

“เดี๋ยว...เสื้อผ้าของผม”กริชนะร้องห้าม เมื่อเห็นเจ้าของห้องทำท่าจะเดินกลับออกไป

“โอ๊ะ...ขอโทษค่ะ” เขมขวัญรีบวางกระเป๋าเสื้อผ้า

“เอามาวางตรงนี้สิ” ชายหนุ่มสั่งเหมือนไม่รู้ถึงความรู้สึกของอีกฝ่าย

“คือ...”

“เร็ว” เขายังเร่ง

เขมขวัญหิ้วกระเป๋าเดินทางเดินเข้ามาวางบนเตียงพยายามหลบสายตาไม่มองแผงอกหนา กล้ามเนื้องาม ๆ ที่อยู่ใกล้ๆ นั้นพอวางกระเป๋าเสร็จ กระป๋องแป้งฝุ่นก็ถูกยื่นมาตรงหน้าเธอจำได้ว่ามันเป็นกระป๋องแป้งของเธอเอง

“ใช้ได้ค่ะ...ไม่เป็นไร” เธอบอก

“ผมรู้...แต่ผมจะให้คุณทาแป้งให้”ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบ

“วะ...ว่าไงนะคะ” เขมขวัญถามซ้ำไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

“ผมทาข้างหลังไม่ถึง ทาให้หน่อยสิ...มันรู้สึกคันน่ะ”เขาบอก ทั้งยัดแป้งใส่มือหญิงสาว แถมยังหันหลังอำนวยความสะดวกให้

เขมขวัญมองแผ่นหลังขาวๆ นั้นทั้งช่างใจคิดว่าควรหรือไม่ควรทำ แต่เมื่อเห็นรอยแดง ๆ เหมือนโดยแมลงกัดกระจายอยู่เธอก็ได้แต่ถอนหายใจยอมจำนนต่อความจำเป็นนั้น

“ขวัญมียาหม่อง ทายาหม่องก่อนค่อยลงแป้งก็แล้วกัน”ลิ้นชักตู้ถูกดึงออกมาค้นหาตลับยา ในทันที

แค่ปลายนิ้วที่แต้มยาป้ายไปตามรอยแดงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขมขวัญ ทว่าหลังจากนั้นนี่สิเมื่อกระป๋องแป้งถูกยื่นมาตรงหน้าอีกครั้ง...

เอาเถอะ รีบทา รีบเสร็จ...เมื่อตัดสินใจแล้วแป้งหอมในกระป๋องก็ถูกเทลงบนฝ่ามือ ก่อนจะถูกพาเข้าไปลูบไล้แผ่นหลังที่ให้ความรู้สึกลื่นมือนุ่ม และอุ่น ค้านกับความเข้าใจของเธอที่มักคิดเสมอว่าผิวเนื้อของผู้ชายจะแข็งกระด้าง

“เสร็จหรือยังล่ะขวัญพ่อรอทานข้าวอยู่นะ...อุ้ย!”

“แม่...”

“ขอโทษทีแม่ลืมไปว่าขวัญไม่ได้อยู่คนเดียว...แม่ไปรอข้างล่างก่อนนะ เสร็จแล้วก็รีบลงไปล่ะอย่าให้พ่อต้องรอนาน” ว่าแล้วนางขิงก็ถอยฉากออกจากห้องไปไม่ลืมที่จะดึงบานประตูให้ปิดลง

“แม่...เดี๋ยวสิแม่...อย่าเข้าใจผิดนะไม่ใช่อย่างที่แม่คิดหรอก” เขมขวัญตะโกนบอก

“ช่างเถอะ...” ชายหนุ่มบอกเขารื้อกระเป๋า คว้าเสื้อที่หยิบได้ตัวแรกในนั้นมาสวม “ไปเถอะ...ชักจะเริ่มหิวแล้วสิ”

“โอ๊ย...ทำไงดี...แบบนี้อธิบายจนปากแฉะคงไม่มีใครเชื่อแล้ว”หญิงสาวยังคงคร่ำครวญ

“เถอะน่า...เป็นภรรยาของผม ไม่เห็นจะเป็นเรื่องเลวร้ายซักนิด...น่าภาคภูมิใจออก”

คำพูดแบบคนหลงตัวเองของชายหนุ่มทำเอาคนฟังถึงกับค้อนควับ...ใช่สิ...เขาเป็นผู้ชายนี่ จะไปเดือดร้อนอะไรแต่เธอเป็นผู้หญิงนะ เสียหายทั้งขึ้นทั้งล่อง

“คนที่น่าจะโวยวายน่าจะเป็นผมนะ...ผมเป็นคนถูกแอบอ้างโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่...เรื่องพวกนี้เกิดขึ้นเพราะคุณล้วนๆเพราะฉะนั้น จงทำใจยอมรับในทุกปัญหาที่จะเกิดขึ้นข้างหน้าเถอะ”




Create Date : 31 ตุลาคม 2559
Last Update : 31 ตุลาคม 2559 16:27:41 น. 4 comments
Counter : 715 Pageviews.

 
😈😈😈😈😈😈😈😈😈😆😆😆😆😆😆😆😆😆😆😆😆😆😆😆


โดย: panon IP: 223.204.126.6 วันที่: 31 ตุลาคม 2559 เวลา:21:36:20 น.  

 
พี่แจงอ่ะ


โดย: ทองหลาง IP: 1.20.222.214 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2559 เวลา:12:31:16 น.  

 
คิดถึงจัง งานยุ่งหรือคะ


โดย: พี่หมูน้อย IP: 202.28.248.42 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2559 เวลา:11:21:20 น.  

 
ดีจ้า มาทักทายนะจ้ะ sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ


โดย: สมาชิกหมายเลข 4061181 วันที่: 25 สิงหาคม 2560 เวลา:12:34:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
นิยายฝันหวาน
Location :
มหาสารคาม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




เชิญอ่านนิยายสนุกๆ สไตล์นิยายฝันหวาน



Writer By tonglang
: Copyright © 1999-2008
ข้อตกลง
1. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะเป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงผลงาน

2. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

3. ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งเจ้าของบล็อกทันที


Smells like Christmas

Posted by Daniela Andrade on 23 ธันวาคม 2014
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2559
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
31 ตุลาคม 2559
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นิยายฝันหวาน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.