Welcome To ทองหลาง Bloggang ว่างๆ ก็แวะเข้ามา...ยินดีต้อนรับจ้า
ตอนที่ 16

16

ในเวลาดึกสงัดเช่นนี้ แสงไฟภายในห้องทำงานบนตึกใหญ่ยังคงให้ความสว่างกับชายหนุ่มที่กำลังใช้สมาธิอยู่กับการสำรวจตรวจสอบแฟ้มงานตรงหน้าหัวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันอยู่เป็นนิจเพราะความเครียดถูกผ่อนคลายด้วยปลายนิ้วที่นวดคลึงกดเน้นร่างหนาอัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อบิดขี้เกียจขับไล่อาการเมื่อยขบ

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นในยามนี้ย่อมไม่ใช่เพียงแค่การโทร.มาทักทายธรรมดาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนั่นเป็นการติดต่อของธนัญชัยเพื่อนสนิทที่มีเรื่องบางอย่างอาศัยไหว้วานกันอยู่

“สรุปว่านายจะไปที่นั่นพรุ่งนี้ใช่ไหม...แล้วจะไปกี่วันจะได้เตรียมตัวถูก” ปลายสายถามขึ้นทันทีที่สัญญาณได้รับการตอบรับ

“ใช่...ไปพรุ่งนี้ นานแค่ไหนยังไม่รู้แต่คาดว่าไม่เกินห้าวัน ฉันอยากไปดูลาดเลาซะก่อน” กริชนะตอบ

“โอเค...ตามนั้นไว้พรุ่งนี้ขับรถไปหา...ฉันจะจอดรถทิ้งไว้ที่บ้านนายคงไม่มีปัญหาใช่มั๊ย”

“ไม่ให้ฉันไปรับที่บ้านเหรอ บ้านนายฉันรู้จักดีน่า”กริชนะเสนอความสะดวก

“ไม่ต้องหรอก...ฉันไปบ้านนายนั่นแหล่ะดีที่สุดเผื่อขากลับพอได้มีข้ออ้างทานข้าวก่อน” ชายหนุ่มปฏิเสธแกมเสียงหัวเราะ

“นายติดใจฝีมือแม่ครัวบ้านฉันขนาดนั้นเชียวเหรอ”

“เปล่า...แค่อยากกินข้าวกับเลขานุการคนสวยของนายก็เท่านั้น”

คำตอบของธนัญชัย ทำเอาการสนทนาหยุดชะงักไปชั่วคราว...หากธนัญชัยเห็นเพื่อนในเวลานี้เขาคงจับสังเกตได้ว่าสีหน้าของกริชนะเปลี่ยนเป็นขรึมขึ้นมาในทันที แต่กระนั้นเขาก็พอจับได้ว่าอีกฝ่ายเงียบไปนาน

“ทำไม...เงียบไปแบบนี้หวงเหรอไหนว่าไม่มีอะไรไงล่ะ”

“เปล่า...อยากมาก็มาใครจะว่าอะไร”น้ำเสียงแม้บังคับให้มันออกมาราบเรียบเป็นธรรมดาได้ทว่าสีหน้าก็ยังคงเคร่งขรึมเช่นเดิม

“พาไปด้วยสิ” จู่ ๆฝ่ายนั้นก็โพล่งขึ้น

“พาไปอยู่แล้ว...เท่าที่ดูประวัติที่นั่นเป็นบ้านเกิดยัยนั่นพอดี”

“ดีๆๆๆอย่างนี้ถึงไหนถึงกัน...งั้นฉันรบกวนนายแค่นี้แหล่ะ” พูดจบปุ๊บก็วางสายปั๊บ

แม้ปลายสัญญาณจะวางสายไปเรียบร้อยแล้วทว่าโทรศัพท์ยังคงอยู่ในมือชายหนุ่มด้วยความคิดคำนึงบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงที่พักอยู่ในบ้านหลังเล็กคนนั้นจะว่าไปแล้ว...หากธนัญชัยจะรักจะชอบเขมขวัญขึ้นมาจริง ๆ เขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะห้ามถือว่าเป็นความโชคดีของเขมขวัญเสียด้วยซ้ำที่มีคนดี ๆ หน้าที่การงานมั่นคงอย่างธนัญชัยมาให้ความสนใจปัญหาเรื่องการเงินก็คงจะถูกแก้ไขให้หมดไป มันเป้นเรื่องน่ายินดีจะตายไป...

แล้วเขาล่ะ กริชนะถึงกลับถอนหายใจเฮือกเมื่อเผลอเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับเพื่อนรัก...เขาไม่ใช่คนดีไม่มีฐานะมั่นคงพอที่จะให้ผู้หญิงคนหนึ่งฝากผีฝากไข้หรอกหรือ เขามีอะไร ๆ ไม่แพ้ธนัญชัยถ้าไม่คิดว่าเป็นการเข้าข้างตัวเอง เขาค่อนข้างจะมีมากกว่าด้วยซ้ำแล้วทำไมไม่คิดที่จะเก็บเอาไว้เอง

“เฮ้อ...” เหตุผลที่ทำอย่างที่คิดไม่ได้ก็คงมีอยู่เพียงข้อเดียว นั่นก็คือ สมภารต้องไม่กินไก่วัด...

โทรศัพท์ในมือกำลังจะถูกวางเมื่อได้บทสรุปที่ชัดเจนทว่ามันกลับส่งเสียงร้องขึ้นมาอีกรอบ...แต่คราวนี้เบอร์ที่โชว์บนหน้าจอไม่ใช่เบอร์ของธนัญชัย

“สวัสดีครับ”ชายหนุ่มกรอกเสียงลงไปด้วยอารมณ์ที่พยายามบังคับให้เป็นปกติ

“สวัสดีค่ะพี่กริช...พริ้มเองนะคะ”ปลายสัญญาณหยอดเสียงหวานมาเต็มที่

“ครับสวัสดีครับคุณพริ้มมีอะไรให้ผมรับใช้เหรอครับ” คำกล่าว กล่าวออกไปตามมารยาทแม้จะไม่รู้สึกอยากรับสายสนทนาเวลานี้นัก เขารู้สึกเหนื่อย เพลียและอยากพักผ่อนที่สุด

“พรุ่งนี้พี่กริชว่างไหมคะพริ้มว่าจะแวะเข้าไปหา...มีโครงการบางโครงการอยากจะขอความเห็นจากพี่กริชค่ะ”หญิงสาวใช้งานเป็นข้ออ้าง

“พรุ่งนี้ผมไปธุระที่ต่างจังหวัดครับ”กริชนะบอกไปตามตรง

“ธุระอะไรคะ...เอ่อ...ขอโทษค่ะพริ้มไม่น่าละลาบละล้วง” น้ำเสียงดูจะผิดหวังไม่น้อย

“ไม่เป็นไรครับ...ผมกะว่าจะไปดูที่เกิดเหตุตอนคุณป้าได้รับอุบัติเหตุแล้วก็จะแวะคุยเรื่องคดีด้วย” กริชนะตอบไปตามตรง

“ไปกี่วันคะ”

“ก็หลายวันอยู่เหมือนกันครับแล้วแต่ว่าธุระจะเสร็จช้าหรือเร็ว...ต้องขอโทษคุณพริ้มอีกครั้งนะครับ”

“ไม่เป็นไรคะ พริ้มเข้าใจ ถ้างั้นพริ้มรบกวนพี่กริชแค่นี้ก็แล้วกัน”

“ครับ...สวัสดีครับ” กริชนะเอ่ยเขาตัดสัญญาณแล้วก็หันมาใส่ใจกับงานตรงหน้าต่อเพื่อให้สมองเลิกคิดเลิกวุ่นวายในสิ่งอื่นนอกจากนี้

ณคฤหาสน์อีกแห่งที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้บ้านทรัพย์บริบูรณ์ประมุขของบ้านก้าวลงมาสมทบบุตรสาวที่กำลังนั่งกวักน้ำเล่นที่ริมสระด้วยท่าทีหงอย ๆ

“เป็นอะไรไปลูก ดึกแล้วยังไม่นอนอีก มานั่งทำอะไรตรงนี้น้ำค้างแรงเดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก” ผู้เป็นพ่อทักขึ้น ในมือของเขามีแก้วบรั่นดีอยู่ครึ่งแก้วทั้งหมุนวนมันเล่นไปมาอย่างเพลินๆ

“พริ้มเบื่อค่ะ...”

“เบื่อ?...เรื่องอะไร?”

“ไม่มีใครสนใจพริ้มเลย”พูดพลางทำหน้างอ

“ลูกพริ้มของพ่อออกจะสวยน่ารักพ่อไม่เชื่อหรอกว่าโลกนี้จะยังมีผู้ชายโง่ ๆ ที่มองข้ามลูกของพ่อไป” วีรยุทธทรุดตัวลงนั่งข้างๆ บุตรสาวทั่งตบหลังเบา ๆ

“พี่กริชไงคะ...เขาไม่สนใจพริ้มเลยเมื่อกี้โทรไป บอกว่าพรุ่งนี้พริ้มจะไปหา เขากลับเอาธุระที่ต่างจังหวัดมาอ้างถ้ามีธุระจริง ๆ ก็น่าจะชวนพริ้มบ้าง อันนี้ไม่มีเลยแถมวางสายโทรศัพท์ยังวางก่อนพริ้ม” พอได้ฟ้องก็ฟ้องกันยืดยาว

“ธุระพี่เขาก็คงจะสำคัญจริง ๆ อย่าคิดมากไปเลย”

“ไม่เห็นจะสำคัญเลยแค่ไปดูที่เกิดเหตุของคุณป้าทิพย์ กับไปตามคดีเท่านั้น ป้าทิพย์ตายไปตั้งนานแล้วยังจะมาคิดรื้อคดีกันอีก”

“ว่าไงนะ...กริชนะไปต่างจังหวัดเพื่อตามคดีคุณทิพย์เหรอ”จู่ ๆ ความรู้สึกเย็บเฉียบก็แล่นผ่านกระดูกสันหลังขึ้นไปยังสมอง

“ค่ะ...มีอะไรหรือเปล่าคะ”หญิงสาวถามขึ้นเมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของผู้เป็นบิดา

“ปะ..เปล่า ไม่มีอะไรพ่อก็แค่แปลกใจเท่านั้น” วีรยุทธเอ่ยแล้วก็ส่งยิ้มให้บุตรสาว “นี่ก็ดึกมากแล้วพ่อจะขึ้นนอนก่อน พริ้มเองก็เข้านอนได้แล้ว ยิ่งดึกน้ำค้างยิ่งแรง เดี๋ยวจะไม่สบาย”

“พ่อขึ้นนอนก่อนเลยพริ้มขอนั่งตากลมอีกหน่อยนะคะ”

“ตามใจ”

วีรยุทธลุกเดินจากไปกลับความคิดที่วุ่นวายในสมองหมากเกมนี้จะดำเนินไปอย่างไร ใครคือผู้ชนะหมากกระดานนี้ ยังคงต้องรอดูรอชมต่อไปที่แน่ ๆเขาไม่ยอมปล่อยให้คู่ต่อสู่เดินเข้าสู่จุดหมายง่ายดายเขายังไม่จนมุมด้วยเรื่องเพียงเท่านี้หรอก

 แฟ้มงานตรงหน้าถูกพับเลื่อนไปวางไว้มุมโต๊ะ ก่อนที่กริชนะจะลุกออกจากเก้าอี้เดินตรงไปยังประตูระยะเวลายาวนานในการนั่งทำงานอยู่หน้าโต๊ะโดยไม่ขยับไปไหนกริชนะไม่ได้ใส่ใจทว่าความอ่อนล้าที่มีในเวลานี้ เตือนให้รู้ว่าถึงเวลาที่จะต้องพักแล้ว

ทว่าความคิดที่จะกลับขึ้นห้องเพื่อพักผ่อนนอนหลับกลับต้องแปรเปลี่ยนไปด้วยความประหลาดใจเมื่อทันทีที่เปิดประตูก็พบร่างสมส่วนในชุดนอนลายการ์ตูนน่ารัก แขนตุ๊กตาขาสั้นแค่เข่า ที่สมควรจะนอนหลับพักผ่อนบนที่นอนอันอบอุ่น ยืนนิ่งอยู่หน้าห้อง นั่นไม่ต่างจากคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาที่มารับรู้ว่ายืนอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มผู้เป็นเจ้านาย

“อะไรกันเนี่ย...หนูไม่ได้ต้องการให้ป้ามาทำกับหนูแบบนี้นะ!”

ไม่มีคำตอบรับกับเสียงที่ดังก้องอยู่ภายในร่างที่กำลังเคลื่อนไหวโดยไร้การควบคุมจากเจ้าของ สิ่งที่วิญญาณสามารถทำได้ ไม่ใช่เพียงแค่การเข้าฝันหรือมากกว่านั้นคือเข้าสิงร่างแต่พลังงานในรูปวิญญาณสามารถสะสมพลังจนกล้าแกร่งและยังครอบงำกายหยาบของมนุษย์ได้การครอบงำไม่ใช่การเข้ามาอาศัยอยู่ในร่างทว่าเป็นการยักใยให้กายหยาบทำตามโดยยังหลงเหลือการรับรู้เอาไว้กึ่งหนึ่งเรื่องการเข้าฝัน เขมขวัญนั้นเข้าใจผิดซะเต็มเปา...

“คุณ...มาตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วเข้ามาในตึกได้ยังไง” กริชนะถามทั้งยังมองข้ามไหล่หญิงสาวไปทางประตูใหญ่ด้วยความแปลกใจช่วงเวลาขนาดนี้คนในบ้านน่าจะปิดประตูลงกลอนเข้านอนกันหมดแล้ว

“ขอคุยด้วยหน่อยสิ” “มาคุยอะไรตอนนี้เดี๋ยวอีตาหลานป้าก็หาว่าหนูมาอ่อยเหยื่อกันพอดี...คนยิ่งหลงๆตัวเองอยู่..”. น้ำเสียงเนิบช้าฟังแล้วรู้สึกแปลกๆ ทว่ากลับมีเสียงหนึ่งดังก้องอยู่ภายในจิตมันเป็นเสียงที่มนุษย์หน้าก็ไม่อาจได้ยิน

ไม่เพียงไม่ตอบคำถาม ทว่ายังบอกจุดประสงค์การมาและยังเดินแทรกผ่านเข้าไปในห้องทำงานโดยที่เจ้าของห้องยังไม่ทันจะอนุญาตด้วยซะซ้ำ กริชนะจึงต้องเดินตามร่างบางกลับไปหยุดยืนกอดอกมองในใจคิดสงสัยว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน

เขมขวัญเดินเข้าไปทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาวที่ใช้ประโยชน์ได้ทั้งรับรองแขกและนอนหลับพักสมองยามเหนื่อยล้าจากงานเธอหันมองมายังชายหนุ่มที่ยืนอยู่เหมือนจะเชิญให้เขานั่งลงทว่ากริชนะกลับทำไม่สนใจสายตาอาทรคู่นั้น

“ธุระของเธอด่วนมากเหรอถึงรอพูดพรุ่งนี้ไม่ได้” ชายหนุ่มเปิดฉากเจรจา

“ขอโทษนะที่เข้ามารบกวนเวลาพักผ่อนแต่...หนูขวัญไม่อยากให้กริชเข้าใจผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้น”

“ไม่รู้ด้วยแล้ว...” ยากที่จะต่อต้านพลังเหนือธรรมชาติเขมขวัญทำได้ก็แต่เพียงปลงชีวิตเท่านั้น

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความประหลาดใจ...เขมขวัญไม่เคยใช้ชื่อเรียกตัวเองกับเขาพอๆ กับไม่เคยเรียกชื่อเขาอย่างสนิทสนมแบบนี้

“เข้าใจผิดเรื่องอะไร”

“เรื่องพล็อตนิยาย” หญิงสาวตอบ

“อ้อ...” ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆไม่อยากเชื่อเลยว่าเรื่องแค่นั้นจะทำให้หญิงสาวร้อนตัวได้ถึงขั้นบุกเข้ามาทำความเข้าใจกับเขาในเวลาดึกดื่นเช่นนี้

“กริชอย่าเข้าใจขวัญผิดเลยนะ...ป้าเป็นคนบอกให้ขวัญเอาไปส่งป้าไม่รู้เลยจริง ๆ ว่าจะมีคนก็อปปี้พล็อตนิยายของป้าไปส่งก่อน...หนูขวัญกลัวกริชจะไล่ออกเลยให้ป้ามาช่วยอธิบาย”

“ป้าเหรอ...”

จากคิ้วเข้มที่ขมวดหมุนเข้าหากันด้วยความสงสัยบัดนี้ไม่เพียงแค่นั้น ใบหน้าของชายหนุ่มกลับดำมืดตึงเครียดขึ้นด้วยอารมณ์ที่พยายามจะควบคุมให้อยู่ในภาวะปกติ

“ใช่จ้ะกริช...นี่ป้าเอง...”

“หมายความว่ายังไง” เขาถามเสียงเครียด

“ป้ามาอธิบายแทนขวัญ” เสียงเย็น ๆเอ่ยราบเรียบ

“มันจะเกินไปแล้วนะเขมขวัญ”เสียงตวาดลั่นด้วยโทสะ แต่อีกฝ่ายกลับนั่งนิ่งเป็นหุ่น “อย่ามาล้อเล่นแบบนี้ผมไม่ใช่เพื่อนเล่นของคุณ”

“ป้าแค่จะมาบอกว่าห้ามกริชไล่ขวัญออก”

“เล่นยังไม่เลิก...”

“ป้าไม่ได้ล้อเล่น...มีเพียงเขมขวัญเท่านั้นที่สามารถสื่อสารกับป้าได้กริชต้องเชื่อป้า”

ร่างบางเงยหน้าขึ้นสบตากริชนะปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารู้สึกคุ้นเคยกับแววตานี้มากแค่ไหนแต่ถึงยังไงการล้อเล่นที่ล้ำเส้นแบบนี้มันยากที่เขาจะให้อภัย

“นี่กลัวผมจะไล่ออกถึงขนาดแสดงละครผีมาให้ดูเชียวหรือ...”

“นี่ป้าจริง ๆ นะกริชป้าทิพย์ของกริชไง”ร่างบางลุกขึ้นทั้งเดินเข้าไปหยุดยืนตรงหน้าร่างสูงที่กำลังจ้องมองเธอไม่วางตา

“ตายแล้ว...เจ้านายจะหักคอฉันทิ้งหรือเปล่าเนี่ย”เจ้าของร่างแท้จริงนึกหวั่น แต่เพราะร่างกายที่มีอยู่ตอนนี้ไม่ต่างจากหุ่นกระบอกมันยากที่จะบังคับ เธอก็ไม่อาจทำอะไรได้แม้จะเห็นอีกฝ่ายถอนหายใจอย่างพยายามควบคุมสติ

“กลับไปซะ กลับไปเดี๋ยวนี้ก่อนที่ผมจะเหลืออดไล่คุณออกจริง ๆ” เขาตวาดลั่นก่อนจะหันหลังตั้งท่าเดินออกจากห้องไปก่อน ทว่ามือนุ่มกลับตรึงลำแขนแข็งนั้นเอาไว้

“กริช...นี่ป้าจริง ๆ นะ ถ้ากริชไม่เชื่อป้าพร้อมจะ...”

“คุณป้าครับ...ผมเคยได้ยินมาว่าผีกลัวคนแก้ผ้า...คุณป้าจะให้ผมแก้ผ้าให้คุณป้าดูไหมครับ” น้ำเสียงเย้ยหยันไม่ได้เชื่อแม้แต่น้อยว่าภายในร่างเล็ก ๆ นั้นมีวิญญาณอีกหนึ่งวิญญาณสวมทับอยู่

“อย่าเชียวนะตาบ้า...ฉันยังไม่อยากตากุ้งยิง...” เจ้าของร่างเริ่มรู้สึกอยากจะสละร่างไปให้ไกลทว่าผู้ชักใยกลับไม่สะทกสะท้าน

“ป้าเคยเห็นมาตั้งแต่ไหนถึงไหนแล้ว...จะให้บอกไหมว่าร่างกายกริชมีตำหนิตรงไหนบ้าง”หญิงสาวเอ่ยทั้งยิ้มบาง ๆ อย่างเอ็นดู

“นี่คุณยังจะคิดเดาว่าผมมีไฝฝ้าที่แก้มก้นอย่างในละครหรือไง...ทะลึ่งเกินไปแล้วนะ”สีหน้าเขินแกมเครียดนั้นมันปั้นยากซะจนไม่รู้จะออกมาในรูปใด

“กริชไม่มีไฝฝ้าที่แก้มก้นหรอกนอกจากแผลเป็นที่...”

ยังไม่ทันที่ผู้แอบอ้างเป็นวิญญาณเอ่ยได้จบร่างสูงก็หันกลับมากระชากร่างเล็กกว่าเข้าสู่วงแขน... “ผีเข้าใช่ไหม รู้ดี รู้จริงรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับผม จะไม่ถามหรอกว่าไปหาข้อมูลมาจากไหน แต่ถ้าทำแบบนี้แล้วผีจะยอมออกหรือเปล่า”

“กริช...กริชจะทำอะไรนี้ป้านะ”

“ว๊าย...ไอ้เจ้านายบ้ากาม...คิดจะไล่ผีวิธีนี้เหรอถามฉันก่อนหรือยัง”

ใบหน้าครามคมโน้มเข้ามาใกล้เป็นจังหวะเดียวกันกับเงาดำที่ทาบทับแผ่นหลังของคนในอ้อมกอดดีดตัวสลายไปในอากาศสติเจ้าของร่างงามจึงค่อย ๆ ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ ทว่ามันช้าเกินกว่าจะต่อต้านเมื่อริมฝีปากได้รูปนั้นทาบทับเรียวปากนุ่มของเธอซะแล้ว

ริมฝีปากคู่นั้นบดขยี้ลงบนเรียวปากนุ่มๆ ไม่ใช่ด้วยความเสน่ห์หา แม้เขาจะสัมผัสได้กับความหวานที่ไม่เคยนึกอยากจะลืม เพราะความโกรธนั้นมีมากกว่าจูบนี้จึงเป็นการลงทัณฑ์ให้เข็ดหลาบ...และนั่นมันก็ทำเอาอีกฝ่ายถึงกับสั่นเป็นลูกนก

“เข้าใจแล้วใช่ไหมว่าผมไม่ใช่เพื่อนเล่นของคุณต่อไปจะไม่ใช่แค่จูบหากคุณยังขืนทำแบบนี้อีก...” ริมฝีปากขยับเบา ๆไม่ห่างจากริมฝีปากนุ่ม ดวงตาของเขาหลุบลงมองมันเป็นระยะสลับกับการเหลือบขึ้นสบตาไหวระริกคู่นั้น

“ไม่...ไม่ใช่...”เขมขวัญพยายามจะปฏิเสธ แต่ด้วยสภาพร่างกายและจิตใจของเธอเวลานี้ไร้กำลังที่จะเอ่ยสิ่งใดออกมา อย่าว่าแต่พูดเลย แม้กระทั่งยืนเธอยังแทบจะยืนไม่อยู่ซะด้วยซ้ำ

“กลับไปซะพรุ่งนี้จัดกระเป๋าเดินทางให้เรียบร้อย” ชายหนุ่มบอกเมื่อสะกดใจผลักร่างนุ่มนั้นออกห่าง

“เอ๊ะ! ไหนคุณบอกจะไม่ไล่ฉันออกไง” คนที่ยืนขาสั่นโพล่งขึ้นอย่างตกใจ ดวงตาชุ่มน้ำตาช้อนขึ้นสบตาเขาอย่างวิงวอน

“ไม่ได้ไล่ออก...แต่เราต้องไปต่างจังหวัด”พอเห็นมือเล็ก ๆ ยกขึ้นป้ายน้ำตาแล้วก็เกิดอารมณ์โกรธแกมสงสาร แต่ดูเหมือนความสงสารจะมีมากกว่าอะไรทั้งหมดน้ำเสียงที่ถึงจะติดห้วนแต่ก็อ่อนลงมาก

“คะ?”

“ฟังไม่ผิดหรอก...พรุ่งนี้ไปต่างจังหวัดด้วยกันเพราะฉะนั้นรีบกลับไปนอนซะ...หรือจะนอนที่นี่”

“มะ...มะ...ไม่ค่ะ”เขมขวัญรีบปฏิเสธลิ้นแทบพันกัน

หญิงสาวต้องรีบพุ่งออกจากห้องนี้โดยด่วน...ว่าแต่...”อูย...” เสียงครางออกมาเบา ๆ เมื่อร่างกายถูกกระแทกจนเจ็บเพราะเมื่อวิ่งไปผลักประตูร่างเล็กๆ ก็แทบหงายหลังจากการเสียงหลัก ประตูมันถูกใส่กลอนเอาไว้แน่นหนา...ตอนเข้ามาไม่รู้เข้ามาได้ยังไงแล้วเข้ามาทางไหน แต่ช่างเถอะใส่กลอนคลายกลอนได้ให้เจ้านายจอมหื่นนั่นมาปิดประตูเองก็แล้วกัน ยังไงก็ขอออกไปให้พ้นจากความอับอายตรงนี้ก่อนเป็นพอ

กริชนะเดินตามผู้บุกรุกยามวิกาลมาทันที่เธอปลดกลอนประตูวิ่งออกไปเขาปิดประตูลงกลอนเรียบร้อยก่อนจะหันหลังกลับ แล้วก็ต้องหยุดชะงักกลับไปเพ่งมองกลอนประตูอีกครั้ง

“มันล็อกจากด้านในแล้วยัยนั่นเข้ามาได้ยังไง...เรื่องแผลเป็นนั่นอีก...ไม่อยากเชื่อว่าเธอจะเอ่ยขึ้นมาเหมือนรู้...”ความคิดหนึ่งไหลวูบเข้าสู่สมอง...แล้วก็ส่ายศีรษะปฏิเสธความเข้าใจนั้น“เป็นไปไม่ได้น่า...ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด...มันก็แค่นิทานหลอกเด็ก”

อากาศยามเช้าแม้จะสดชื่นแต่คนที่สะพายกระเป๋าเดินทางใบย่อม ๆเดินตรงมาตึกใหญ่ใช่จะรู้สึกสดชื่นเหมือนอากาศ...เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำคืนที่ผ่านมาเล่นเอาเธอนอนแทบไม่หลับ...บอกตรงๆ ว่าอยากหลบหน้าไปพักฟื้นความรู้สึกสักระยะแต่ไหงเจ้านายดันมีคำสั่งให้จัดกระเป๋าเดินทางไปต่างจังหวัดด้วยกันซะได้...ทำไมไม่ไปคนเดียวนะทำไมต้องลากเธอไปด้วย แม้แต่วิญญาณคุณป้าตัวดีก็หายเงียบไปเลย...

หายไปนาน ๆ เลยนะคะคุณป้าจะขอบพระคุณเป็นอย่างสูง...ทั้งคิดทั้งบ่นในใจขณะเดินสายตาก็เหลือบไปพบตัวเจ้าปัญหายืนโทรศัพท์อยู่หน้าตึกข้างกายเขามีกระเป๋าเดินทางวางอยู่...ตื่นเช้าเหมือนกันนี่...แต่...ตื่นเช้าหรือนอนไม่หลับเหมือนกันนะ...

“ว่าไงนะ!...ไปด้วยไม่ได้...ทำไม”

“โทษทีเพื่อน ฉันอยากไปใจแทบขาดอยากเห็นหน้าคุณขวัญ อยากขายขนมจีบ แต่งานด่วนงานสำคัญมันดันมาจ่อตั้งแต่เช้ามืดขืนฉันดื้อตามนายไป คงได้ล้มละลายกันคราวนี้”

“ไม่เป็น...ฉันไปเองได้นามบัตรตำรวจนายนั้นก็ยังอยู่ ไม่น่าจะมีปัญหา”

“ไม่มีปัญหาหรอกเดี๋ยวฉันจะโทรคอมเฟิร์มให้อีกที”

“ขอบใจมากเพื่อน”

“ไม่เป็นไร...แค่นี้นะต้องรีบไปแล้ว”

“โอเค..บาย”

กริชนะแปลกใจตัวเองอย่างบอกไม่ถูกที่เขารู้สึกดีใจมากกว่าจะเสียความรู้สึกที่เพื่อนรักโทรมายกเลิกนัดหมายดีใจจนเผลอยิ้มให้กับตนเองและแบ่งปันรอยยิ้มไปให้อีกคนที่กำลังเดินตรงเข้ามาใกล้เธอชะงักฝีเท้า สีหน้าบอกว่างุนงง แต่คงไม่คิดว่าเขาบ้าหรอกนะที่จู่ ๆก็ส่งยิ้มให้ไป...ไม่เห็นจะแปลกเลยนี่ที่เช้านี้เจ้านายอย่างเขาจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

ลุงชูขับรถมาจอดเทียบบริเวณที่กริชนะยืนอยู่ทั้งกุลีกุจอขนกระเป๋าเจ้านายใส่ไว้ในกระโปรงหลัง รวมทั้งกระเป๋าเสื้อผ้าของเขมขวัญด้วย

“พร้อมแล้วใช่ไหม...ขึ้นรถเลย...ข้าวเช้าค่อยไปหาทานข้างหน้าก็แล้วกัน”

กริชนะเดินอ้อมไปเปิดประตูเข้าไปนั่งประจำที่ด้านคนขับเขมขวัญยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่คิดมาก่อนว่ากริชนะจะทำหน้าที่ขับรถเองแล้วลุงชูล่ะ จะให้นั่งตรงไหน...

“ขึ้นรถสิ...ยิ่งสาย รถยิ่งเยอะผมไม่อยากทนรำคาญรถติด” คนขับเร่ง

“เอ่อ...ค่ะ ๆๆๆ”

เขมขวัญเดินเข้าไปเปิดประตูด้านหลังเตรียมขึ้นนั่ง เธอเข้าใจว่าที่นั่งคู่คนขับน่าจะเป็นลุงชูผู้ชายสองคนนั่งด้วยกันคงมีเรื่องให้คุยกันไปได้ตลอดเส้นทางที่...แม้แต่เวลานี้เธอเองก็ยังไม่รู้ว่าคือที่ไหนกันแน่

“นั่งข้างหน้าสิ...ใครบอกให้ไปนั่งข้างหลังผมไม่ใช่คนขับรถส่วนตัวของคุณนะ คุณเลขาฯ” เจ้านายหนุ่มออกคำสั่งแกมประชด

“ก็...ให้ลุงชูนั่งสิคะดิฉันนั่งข้างหลังก็ได้”

“เราจะไปกันสองคน” คนบอกบอกเสียงเรียบ

“ไปกันสองคน”ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นสองเท่า

“อืม...คุณกับผมเท่านั้น” ดวงตาคมกล้าเหลือบมองคนที่ยังไม่ยอมขึ้นรถในใจเขากำลังคิดอะไรอยู่คงยากที่จะเดาผ่านสีหน้าเรียบเฉยนั้น “ความจริงการไปต่างจังหวัดครั้งนี้ เราจะไปกันสามคน มีเพื่อนผมร่วมเดินทางไปด้วยอีกคนแต่เมื่อกี้เขาเพิ่งโทรมาบอกว่าติดธุระ ไปด้วยไม่ได้แล้ว ฉะนั้น เราเลยต้องไปกันแค่นี้”

เขมขวัญมองคนที่นั่งตรงหน้าพวงมาลัยอย่างไม่วางใจ...ธุระต่างจังหวัดเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ที่ไหนก็ไม่รู้อีก แล้วมีความจำเป็นแค่ไหนถึงได้หนีบเธอไปด้วยแถมยังไปกันแค่สองคน...กับเจ้านายบ้ากามคนนี้นี่นะ...เจ้านายที่เพิ่งจะปล้ำจูบเธอเมื่อคืนต่อให้ใช้ข้ออ้างว่าไล่ผีก็เถอะ มันน่าวางใจซะที่ไหน

“เร็วสิ...ถ้ายังช้าอยู่ผมจะหักเงินเดือนคุณ”

“ค่ะๆๆๆ” พอเจอคำขู่นี้เข้าอะไรก็ไม่สำคัญแล้ว สำหรับเขมขวัญหญิงสาวรีบเปิดประตูก้าวขึ้นไปนั่งเคียงข้างเจ้านายทันที

เมื่อทุกอย่างพร้อมรถก็เคลื่อนตัวออกจากจุดเริ่มต้นมุ่งสู่ที่หมายในทันที




Create Date : 24 ตุลาคม 2558
Last Update : 24 ตุลาคม 2558 15:20:41 น. 1 comments
Counter : 855 Pageviews.

 
เจ้านายบ้ากามมมม55555........อย่าบอกนะว่าพ่อยัยหนูพริ้มคิดวางแผนเล่นงานพระเอกอีกเนี่ยยยยยยยย


โดย: panon IP: 27.55.224.109 วันที่: 26 ตุลาคม 2558 เวลา:20:54:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นิยายฝันหวาน
Location :
มหาสารคาม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




เชิญอ่านนิยายสนุกๆ สไตล์นิยายฝันหวาน



Writer By tonglang
: Copyright © 1999-2008
ข้อตกลง
1. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะเป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงผลงาน

2. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

3. ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งเจ้าของบล็อกทันที


Smells like Christmas

Posted by Daniela Andrade on 23 ธันวาคม 2014
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2558
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
24 ตุลาคม 2558
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นิยายฝันหวาน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.