Welcome To ทองหลาง Bloggang ว่างๆ ก็แวะเข้ามา...ยินดีต้อนรับจ้า
ตอนที่ 10

10

เสียงเอะอะดังแว่วมาให้ได้ยินก่อนเขมขวัญจะทันได้เห็นบุคคลแปลกหน้าจำนวนหนึ่งที่กำลังสาละวนในการขนข้าวของลงจากรถปิกอัพกลางเก่ากลางใหม่ที่จอดสนิทอยู่หน้าบ้านพักทำให้เธอต้องเร่งฝีเท้าเข้าไปหาด้วยความสงสัย โดยมีร่างสูงของเจ้านายเดินตามไปเรื่อยๆไม่ได้รีบร้อน

“เอ่อ...ขอโทษค่ะพวกคุณมาทำอะไรที่บ้านนี้คะ”

“คุณเป็นใคร”

ชายวัยประมาณสี่สิบปลายๆ เอ่ยถามทั้งมองสำรวจเธอตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า ไม่มีแววตาแห่งความเป็นมิตรนอกจากความระแวงสงสัย

“ฉันพักอยู่ที่นี่ค่ะ”

“อ้อ...คงเป็นคนดูแลบ้านอย่างที่เจ้าของเดิมเขาบอกมาก็ดีแล้ว...รีบๆมาเปิดประตู แล้วขนข้าวของของเธอออกไปซะพวกฉันจะได้ย้ายของเข้าไปเก็บซะที”

“ฮะ!..หมายความว่ายังไงกัน” เขมขวัญถึงกับงงในคำสั่งของชายแปลกหน้าคนนั้น

“มีอะไรเหรอคุณ”กริชนะเอ่ยถามเมื่อเดินเข้ามาสมทบ

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะฉันยังงงอยู่เลยเนี่ย” เขมขวัญเอ่ยกับเจ้านายหนุ่มก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับคู่กรณี

“พ่อครับเมื่อไหร่เราจะได้เข้าบ้านซะทีผมล่ะทั้งเหนื่อยทั้งร้อนเลยตอนนี้”เสียงเด็กชายวัยน่าจะยังไม่ถึงสิบห้าตะโกนถามมาจากประตูบ้านที่ยังปิดอยู่

“เดี๋ยวลูก คนดูแลบ้านเขามาแล้ว เดี๋ยวเขาจะไปเปิดประตูให้เราเข้าบ้าน”ชายคนนั้นตะโกนบอกก่อนจะหันมาเอ่ยกับหญิงสาวที่ทำให้เขาเสียเวลารออยู่นาน “เร็วสิรีบเปิดประตูซะ ถ้ายังช้าอยู่เราจะพังกุญแจเข้าไป”

“คุณช่วยอธิบายให้ฉันฟังชัดๆก่อนได้ไหม...คุณเป็นใคร มาที่นี่เพื่ออะไร แล้วทำไมฉันต้องเปิดประตูบ้านของฉันให้พวกคุณด้วย”สีหน้าสดใส เริ่มเครียด คิ้วเรียวสวยก็เริ่มขมวดเข้าหากัน

“ขอโทษ...บ้านหลังนี้ไม่ใช่ของคุณแต่เป็นของเราโปรดเข้าใจใหม่ เราทำเรื่องซื้อขายและโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้วและตอนนี้ฉันกับครอบครัวกำลังจะย้ายเข้า เพราะฉะนั้นเธอก็ต้องย้ายออก”

“ซื้อขายแล้ว!” เขมขวัญถึงกับเย็นวาบไปทั้งตัว“คุณซื้อบ้านหลังนี้กับใคร”

“กับนายขุน เจ้าของบ้านเดิมเธอคงจะรู้จักดีนะ เขาบอกเราว่าสามารถย้ายเข้ามาอยู่ได้เลยเราถึงได้ย้ายมาที่นี่วันนี้” สีหน้าแววตาของผู้อ้างไม่ได้ส่อแววว่าโกหกเลยแม้แต่น้อย

“เอ่อ...เดี๋ยวก่อนนะคะ”เขมขวัญควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋ามือไม้สั่น

“คุณ...ไหวหรือเปล่า”

น้ำเสียงทุ้มๆ ถามเบาๆนั่นคงเพราะเขาเห็นความผิดปกติทางสีหน้ารวมไปถึงอาการสั่นน้อยๆของร่างกายและน้ำเสียง...ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าน้าชายผู้เป็นพี่น้องคลานตามกันออกมากับแม่จะทำอะไรแบบนี้ได้

“ขายแล้วจริงๆเหรอคะน้าขุน...ทำไมน้าขุนไม่บอกล่วงหน้าขวัญ...แล้วอย่างนี้ขวัญจะทำยังไงจะไปอยู่ที่ไหน” หญิงสาวตัดพ้อไปตามสัญญาณโทรศัพท์ น้ำตาเอ่อขึ้นท่วมขอบตา

“น้าขอโทษจริงๆ น้าว่าจะบอกแต่น้าลืมอีกอย่าง น้าไม่คิดว่าเขาจะย้ายเข้าไปอยู่เร็วขนาดนั้น...เอาเถอะ...ยังไงเจ้าของใหม่เขาก็ไปถึงแล้วขวัญย้ายออกมาเถอะ ไปขออยู่กับเพื่อน หรือไม่ก็หาเช่าหอพักแถวนั้นอยู่ชั่วคราวก่อนเดี๋ยวเดือนแรกนี้น้าจะจ่ายค่าที่พักให้แต่อย่าบอกแม่นะ...น้าไม่อยากมีเรื่องทะเลาะ”

คำแนะนำนั้นฟังดูง่ายดายแต่ความจริงแล้ว การหาหอพักสักแห่งมันต้องใช้เวลา แล้วข้าวของของเธออีกล่ะจะหอบจะขนไปยังไง ถึงจะไม่มาก แต่มันก็ไม่ใช่น้อยกับการต้องย้ายอย่างกะทันหัน

ไม่ต้องให้เขมขวัญอธิบายในส่งที่เธอกำลังเจรจากริชนะก็สามารถเข้าใจเรื่องราวได้...ในเรื่องนี้เขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆด้วยจึงทำได้แค่เพียงสังเกตการณ์อยู่เงียบๆเท่านั้น

“ว่าไง...จะเปิดประตูบ้านให้ได้หรือยัง”เจ้าของบ้านคนใหม่ท้วงขึ้นเมื่อเห็นว่าการสนทนาผ่านโทรศัพท์เสร็จสิ้นลง

“เอ่อ...ค่ะ...”

มือสั่นๆความหากุญแจในกระเป๋าเป็นอันดับต่อไป เธอหามันพบ แต่ก็ทำมันร่วงลงพื้นเพราะสภาพจิตใจในเวลานี้ มันทำให้ทั้งร่างกายอ่อนล้าโรยแรงไปเสียหมดเธอกำลังจะก้มลงหยิบ แต่ถูกอีกคนยึดไว้ และเขาคนนั้นก็เป็นคนก้มลงไปหยิบเองทั้งส่งให้คนที่กำลังรออยู่...พอฝ่ายนั้นได้กุญแจเขาก็ปลีกตัวจากไปโดยไม่สนใจอะไรอื่นอีก

“ดูท่าคุณจะยังไม่หายดีนะขยับมานั่งตรงนี้ก่อน” กริชนะฉุดร่างบางที่พร้อมจะร่วงลงพื้นให้ขยับไปนั่งพักยังม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้ใบหนา

“ตะ...แต่...ข้าวของของฉันฉันต้องเข้าไปเก็บของ” ว่าพรางทำท่าจะลุก แต่ก็ถูกอีกฝ่ายกดเอาไว้

“เฉยเถอะน่า”เตือนแล้วก็หยิบโทรศัพท์ของตัวเองของมากดหมายเลขโทรออก “ลุง...ช่วยเรียกเด็กมาสักสองสามคนมาที่บ้านเขมขวัญเดี๋ยวนี้”

“เอ๊ะ!”ดวงตากลมโตเหลือบขึ้นมองใบหน้าคมคายอย่างไม่ที่ไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเอง

“เดี๋ยวผมให้คนบ้านโน้นมาช่วยขนข้าวของของคุณไปไว้ที่บ้านผมก่อนไว้ขยับขยายหาที่อยู่กันอีกที...ว่าแต่ในบ้านมีของมีค่าอะไรบ้างไหม”

เขมขวัญส่ายศีรษะแทนคำตอบความรู้สึกไม่ชอบที่มีอยู่แต่เดิม แปรเปลี่ยนเป็นซาบซึ้งเมื่อรู้ถึงความมีน้ำใจของอีกฝ่ายที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือโดยไม่ลังเล

“ถ้าไม่มีก็กลับไปบ้านโน้นกันก่อน ส่วนที่นี่ปล่อยให้คนของผมจัดการ”บอกแกมสั่ง แถมยังฉุดต้นแขนของคนที่ภายในสมองว่างเปล่าไว้ความคิดอ่านใดๆให้ลุกขึ้นเดินกลับไปทางเดิม

เขมขวัญเหลือบตาลงมองมือใหญ่ที่อบอุ่น...ใช่...เธอรู้ว่ามันอุ่นแค่ไหนเมื่อกุมกระชับฝ่ามือของเธอเอาไว้เต็มๆเวลานี้คงไม่ใช่เวลาที่จะมาต่อต้านขัดขืน บอกตรงๆ ว่าเธอไม่มีเรี่ยวแรงพอมันอ่อนล้าไปหมดทั้งร่างกายและจิตใจ...

ขณะเดินผ่านบ้านไม้หลังเล็กที่โอบล้อมไปด้วยสวนไม้ดอกไม้ประดับงดงามจู่ๆเท้าทั้งสองข้างที่กำลังก้าวตามเจ้านายหนุ่มก็มีอันหยุดชะงักบังคับให้ขยับเช่นไรก็ไม่เป็นผล

“มีอะไรเหรอ”กริชนะหันมาถามหญิงสาวที่กำลังเหมอมองไปยังเรือนเล็กอันเป็นสถานที่ทำงานของป้าผู้วายชนม์

“ชอบที่นี่จัง...ขอฉันพักที่นี่ได้ไหม”อะไรกัน ฉันไม่ได้อยากจะพูดอย่างนี้สักหน่อย...

กริชนะกวาดตามองไปรอยังทิศทางที่หญิงสาวยังจ้องอยู่ไม่วางตาบ้านหลังน่ารักๆ สวนสวยๆ ที่มีกลิ่นหอมละมุนของไม้ดอกและความร่มรื่นของไม้ยืนต้นใบหนาหลายชนิด เป็นใครได้มาเห็นก็คงอยากจะพักอาศัย

“บ้านหลังนี้คุณป้าผมสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่เขียนหนังสือ”

“นั่นแหล่ะ...ให้ฉันพักที่นี่ฉันสัญญาว่าจะทำงานให้คุณอย่างเต็มกำลัง” ไม่นะ...อย่าให้ฉันอยู่บ้านหลังนี้...เขมขวัญได้แต่ร่ำร้องอยู่ในใจ

“ก็เอาสิ...”

ว่าแล้วชายหนุ่มก็คว้าข้อมือนุ่มจูงผ่านซุ้มประตูไม้เลื้อยเข้าไปในอาณาเขตน่าแปลก...ขาทั้งสองข้างที่แข็งดั่งหินสามารถขยับไปได้แถมยังเบาราวกับขนนก...ดูท่าเราจะถูกคุณป้าเล่นงานเข้าให้แล้ว...

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้งในเช้าวันนี้แต่ไม่ใช่ของเขมขวัญอย่างที่ควรจะเป็นทว่าเป็นของชายหนุ่มที่อาจเรียกว่ามีภาวะจำใจช่วยเหลือคนในองค์กรของเขาตามหน้าที่ของเจ้านายที่ดีกริชนะแยกตัวไปรับโทรศัพท์ ไม่นานก็เดินกลับมาบอกขอตัวไปทำธุระสำคัญ

กริชนะเดินจากไปแล้วทิ้งหญิงสาวให้ยืนเคว้งคว้างที่หน้าเรือนไม้หลังงาม... ณเวลานี้เขมขวัญไม่ได้คิดถึงปัญหาเรื่องที่พักแล้วแต่เธอกำลังคิดถึงข้าวของของเธอที่ยังอยู่บ้านหลังเดิม คงไม่เหมาะหากจะยกเรื่องขนย้ายให้เป็นภาระของคนในบ้านเขาแค่กริชนะให้ที่พักอาศัยก็ถือว่าเป็นบุญคุณที่สุดแล้ว คิดแล้วเธอก็เดินตามร่างสูงไปยังซุ้มประตูไม้เรื้อยทว่าแยกไปคนละทิศทางกับชายหนุ่ม มุ่งตรงไปยังบ้านเดิมที่บัดนี้เธอไม่มีโอกาสได้พักอาศัยที่นั่นอีกต่อไปแล้ว

(เช้านี้เอาครึ่งแรกไปก่อน ตอนเย็น ค่อยมาอ่านต่อครึ่งหลังนะคะ ในหน้าเดียวกันนี้ เดี๋ยวจะทำแยกสีให้เห็นชัดเจนค่ะ)

กริชนะก้าวผ่านประตูร้านคอฟฟี่ช็อปติดแอร์คอนดิชั่นเย็นฉ่ำอันเป็นสถานที่นัดหมายอย่างเร่งด่วนของธนัญชัย  เพื่อนสนิทที่หากจะเรียกว่าเพียงหนึ่งเดียวในประเทศนี้ก็คงพอได้สายตากวาดมองหาร่างอันคุ้นเคย ก่อนจะเร่งฝีเท้าไปยังโต๊ะมุมร้านริมกระจกใสเมื่อเห็นมือที่โบกไหวๆเป็นสัญญาณ

“กริช...ทางนี้...”

“ไง...รอนานหรือเปล่าฉันไม่ค่อยคุ้นเคยหนทาง สถานที่” กริชนะถามเมื่อเดินมาถึงทั้งทรุดตัวลงนั่งโดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายเชื้อเชิญ

“ไม่นานหรอกฉันเองก็เผื่อเวลาไว้สำหรับการเดินทางของนายเหมือนกัน”

“ขับรถวนหาอยู่ตั้งหลายรอบ กว่าจะเจอ”น้ำเสียงบอกเล่ามากกว่าจะเป็นเรื่องบ่น

“นี่อุตส่าห์เลือกร้านนี้เพราะติดถนนสายหลักมีสัญลักษณ์เด่นสะดุดตา ไม่คิดว่านายยังมีปัญหากับการหาร้านอยู่อีก”ธนัญชัยว่าพรางหัวเราะก่อนจะหันไปกวักมือเรียกพนักงานประจำร้านเพื่อสั่งเครื่องดื่มให้เพื่อน

“นายจะดื่มอะไรดีที่นี่นอกจากกาแฟแล้วยังมีเบียร์เย็นเป็นวุ้นบริการด้วยนะ”

“ขอเอสเปรสโซร้อนๆสักถ้วยก็แล้วกัน” กริชนะหันไปบอกบริกรแทน

“ยังเข้มจัดเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนนะ”ธนัญชัยเอ่ย คำตอบที่ได้รับจากเพื่อนก็ยังเป็นเพียงรอยยิ้มบางๆก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่ดูจริงจังขึ้น

“ว่าแต่ที่เรียกฉันมาเกี่ยวกับเรื่องคุณป้านายได้ความคืบหน้าว่ายังไง”

ธนัญชัยเอนหลังพิงพนักบุนวมในท่าสบายทั้งยกถ้วยกาแฟที่เขาสั่งมาก่อนหน้าเพื่อนจะมาถึงขึ้นจิบ ก่อนจะเริ่มเรื่อง “ฉันติดต่อไปทางท้องที่ที่เกิดเหตุแล้วแจ้งความจำนงว่านายต้องการรื้อฟื้นคดี”

“ทางนั้นว่าไง”

“เขาก็บอกไม่มีปัญหา หากเจ้าทุกข์จะยืนยันว่านั่นไม่ใช่อุบัติเหตุแต่เขาอยากให้นายไปติดต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดคดีด้วยตนเองนายพอมีเวลาปลีกตัวขึ้นเหนือไปได้สักสองสามวันหรือเปล่า”

“หากมันจะทำให้ความจริงกระจ่างให้ไปเป็นเดือนฉันก็ไปได้”

“โอเค...ถ้านายไปได้จริงๆนายติดต่อคนนี้เลยนะ สารวัตรก้องเกียรติเป็นเจ้าของคดี...โชคดีทีเดียวที่เขาเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันกับเพื่อนฉันที่เป็นตำรวจประจำอยู่ที่นี่แล้วนายจะได้รับความสะดวกทุกอย่าง” อธิบายสรรพคุณพร้อมยื่นนามบัตรไปให้

กริชนะรับนามบัตรแผ่นนั้นมาพิจารณาก่อนจะหย่อนมันลงในกระเป๋าที่อกเสื้อ “คงต้องขอเคลียร์งานสักสามสี่วันไว้วันไหนพร้อมเดินทางฉันจะโทรหานาย...”

“ได้ๆ...ถ้าจะดีนายโทรบอกฉันล่วงหน้าหลายวันหน่อยก็ดีนะ เผื่อว่างจะได้ตามไปด้วย ไปแอ่วชมสาวเหนือให้หัวใจกระชุ่มกระชวยสักหน่อย”

“ตกลงตามนั้น” กริชนะตอบแล้วก็ยกถ้วยกาแฟรสเข้มสุดๆขึ้นจิบด้วยความหวังเรืองรองที่จะเรียกความเป็นธรรมของคุณป้าให้คืนกลับมาอีกครั้ง

ยังไม่จบนะคะ ไว้พรุ่งนี้จะมาต่อ....

ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆที่เขมขวัญนำติดตัวมาเพื่อใช้ชีวิตในเมืองกรุงถูกวางกองอยู่ที่หน้าบ้าน ก่อนที่คนรับใช้ที่ถูกสั่งให้มาช่วยขนของจะแยกย้ายกันไปโดยไม่มีใครคิดจะช่วยเธอจัดข้าวของให้เข้าที่เลยสักคน...

“เอ่อ...เดี๋ยวจ้ะพี่สาวคือว่ากุญแจบ้านหลังนี้?” เขมขวัญเรียกและเอ่ยถามเมื่อคนขนของคนสุดท้ายกำลังจะผละจากไป

หญิงรับใช้คนนั้นมองหน้าเธอสลับกับมองตัวบ้านด้วยสีหน้าแปลก ๆ ที่พออ่านออกว่าเจือความกลัวเกรงอยู่ในทีหรือพวกเธอเหล่านี้จะเคยโดนเหมือนอย่างที่เธอกำลังประสบอยู่

“อยู่กับคุณยายเอียดค่ะคุณรอสักเดี๋ยวนะ”

ว่าแล้วร่างค่อนข้างท้วมก็รีบแจ้นจากไปอย่างไม่คิดเหลียวหลังทิ้งหญิงสาวให้คว้างอยู่ที่หน้าบ้านไม้ปิดตายหลังนี้ตามลำพัง

“เอาไงดีล่ะทีนี้”ถามตัวเองแล้วก็มองหาที่นั่งรอ...เก้าอี้เหล็กดัดตัวยาวสีขาวที่วางอยู่ใต้ต้นลีลาวดีดูจะเป็นที่เหมาะสมที่สุด

เขมขวัญนั่งปล่อยจิตปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับความสวยงามของสิ่งแวดล้อมรายรอบตัวและความคิดคำนึงถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันไหลเลื้อยสู่อนาคต

นี่คงเป็นครั้งแรกที่เขมขวัญกำลังจะมีโอกาสได้เหยียบย่างเข้าสู่บ้านน้อยหลังงามในสภาวะของความเป็นจริงไม่ใช่ในความฝัน นึกอยากรู้ว่าภายในจะเป็นเช่นไรและเธอจะสามารถทนอยู่ในบ้านสุดเฮี้ยนหลังนี้ได้นานแค่ไหนกัน แต่...อยู่กับผีที่นี่ก็ยังดีกว่าต้องเสียเงินจ่ายค่าเช่า ถ้าคนกับผีตกลงกันได้อยู่ใครอยู่มันอย่างสันติ เงินเดือนของเธอก็จะเหลือส่งกลับบ้านในจำนวนเท่าที่คำนวณเอาไว้แต่ต้นดีไม่ดีอาจมากกว่าเดิม เพราะเจ้านายอาจใจดีให้เธอติดรถไปทำงาน ประหยัดได้อีกมากโข คิดแล้วก็ให้รู้สึกกระหยิ่มในใจ

แดดยามสายสาดส่องผ่านม่านใบไม้มากระทบใบหน้าให้เขมขวัญต้องขยับเลื่อนหลบแล้วก็ต้องลุกขึ้นยืนเมื่อมองเห็นบุคคลกลุ่มหนึ่งกำลังเดินตรงมาหนึ่งในนั้นเธอจำได้ว่าเป็นพี่สาวที่มาช่วยขนของ แต่อีกสองคนแม้ยังไม่เคยเห็นหน้าแต่ก็พอจะเดาได้ว่าหญิงชราผู้มีเด็กสาวอีกคนเดินประครองอยู่จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคุณยายละเอียดคนที่ทำหน้าที่เก็บกุญแจประจำประตูทุกบานในบ้าน

“สวัสดีค่ะ”ความนอบน้อมคือสิ่งที่เขมขวัญคิดว่าเป็นการผูกมิตรที่ดีที่สุดในการลดภาวะศัตรูที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวเธอจึงยกมือไหว้ทันทีที่ผู้สูงวัยเดินมาถึง

“หล่อนคือคนที่คุณหนูพามานอนค้างที่บ้านเมื่อคืนใช่ไหม”

คำถามแรกก็เล่นเอาเขมขวัญแทบสะอึก...คุณยายคนนี้ดูท่าจะดุเอาเรื่องแฮะ...

“ค่ะ...เอ่อ...เขมไม่สบายค่ะเจ้านายท่านเลยเมตตาพามาพักชั่วคราว” เขมขวัญเอ่ยพยายามระงับความรู้สึกประหม่าที่เกิดขึ้นเมื่อยืนอยู่ตรงหน้าสายตาดุ ๆ คู่นี้

“ชั่วคราวเมื่อคืนแต่ถาวรในวันนี้...” หญิงวัยชราเมินหน้าไปมองรอบๆบริเวณก่อนจะหันไปสั่งเด็กรับใช้ที่มาด้วย “ไขกุญแจ...เธอ ช่วยแม่นี่จัดของ ดูดี ๆ อย่าให้ไปยุ่มย่ามของของคุณผู้หญิงล่ะแล้วก็แบ่งกุญแจให้หล่อนเก็บไว้ด้วย...รักษาดี ๆ ล่ะ”คำกำชับสุดท้ายมาพร้อมหางตาที่ตวัดมอง ก่อนคุณยายละเอียดจะขยับตัวเดินกลับไปโดยไม่รอ ให้เด็กที่มาด้วยเข้าพยุง

โห...ดูท่าจะเจอศึกหนักแล้วสิเรา...คิดแล้วก็เย็นวาบไปทั้งสันหลัง

“เข้ามาเถอะคุณบ้านหลังนี้มีห้องอยู่แค่สองห้อง คือห้องทำงานของคุณผู้หญิง กับห้องพักผ่อนถ้าคุณจะอาศัยอยู่ที่นี่จริงๆ ก็คงต้องจัดห้องพักผ่อนให้เป็นห้องนอน”คนรับใช้ที่ถูกมอบหมายให้อยู่ช่วยอธิบายพอไม่ให้บรรยากาศเกิดความเงียบเชียบจนเกินไป

เขมขวัญหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเข้าไปวางในส่วนที่พี่คนรับใช้บอกว่าเป็นห้องพักผ่อนภายในห้องตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หรูปูพรมไว้ทั้งพื้นห้องสัมผัสถึงความนุ่มเมื่อก้าวเข้ามาเหยียบ ชิดเพดานมีเครื่องปรับอุณหภูมิห้องที่ถูกปกปิดด้วยการบิวอินลายไม้สัก เขมขวัญคิดว่าเธอคงไม่จำเป็นต้องใช้มัน เพราะเมื่อเดินไปเปิดหน้าต่างออกกว้างๆ สายลมเย็น ๆ ก็โชยพัดความหอมของกลิ่นดอกไว้เข้ามาให้ชื่นใจแล้ว

“ห้องตรงข้ามเป็นห้องทำงานของคุณผู้หญิงนะถ้าไม่จำเป็นก็อย่าเข้าไป...” หญิงรับใช้เอ่ยเตือน

“ทำไมคะ”

“ไม่รู้สิ...ตั้งแต่คุณผู้หญิงท่านเสียมักมีคนเห็นอะไรแปลก ๆ ที่ห้องนี้เสมอ” บอกพลางทำท่าขนพลองสยองเกล้า

“แปลกยังไง” แม้พอจะรู้อยู่บ้างว่าพี่สาวคนนี้หมายถึงอะไร แต่เขมขวัญก็ยังอยากได้คำยืนยันว่าสิ่งที่เธอเห็นและได้สัมผัสมาแต่ต้น ไม่ใช่เพราะจิตของเธอหลอกตัวเธอเอง

“บางคืนก็มีแสงไฟลอดออกมาจากห้องทำงานในคืนเดือนหงายบางทีก็เห็นเหมือนมีเงาคนเดินผ่านหน้าต่างไปมาภายในห้อง ทั้ง ๆที่ไม่มีใครอยู่ บรื๋อ...คิดแล้วก็หลอน คุณจะอยู่ได้หรือเปล่าล่ะทีนี้”เล่าไปแล้วก็นึกห่วงความรู้สึกของหญิงสาวที่ยืนฟังเธอเล่าตาปริบ ๆ

“อยู่ไม่ได้ก็ต้องอยู่ไปก่อนจ้ะพี่...พี่ก็เห็นฉันไม่มีที่จะไปแล้ว ถูกไล่ออกมาแบบไม่ทันตั้งตัว จะไปหาที่พักที่ไหนได้ทัน”ว่าแล้วก็ต้องถอนหายใจเฮือกกับโชคชะตาของตัวเอง

“คุณกริชท่านถึงจะชอบทำหน้าดุแต่ก็ใจดีมาก ๆ คุณลองขอท่านไปออยู่บนตึกใหญ่สิ”

คำแนะนำของหญิงรับใช้ที่เขมขวัญยังไม่ทราบชื่อก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อยถ้าไม่เพราะปากที่พูดออกไปแบบบังคับไม่ได้ป่านนี้เธอก็คงจะมีที่ซุกหัวนอนบนตึกนั้นไปแล้ว...แต่เมื่อนึกเห็นคุณยายละเอียดเขมขวัญกลับรู้สึกว่า ได้พักที่นี่น่าจะดีกว่า

“ไม่ล่ะ ขวัญว่าพักที่นี่ดีที่สุดแล้วอย่างนี้ก็ไม่เป้นที่ขวางหูขวางตาคุณยาย”

“อ้อ...คุณยายละเอียด...แกก็ทำดุไปอย่างนั้นแหล่ะตามประสาคนแก่เจ้าระเบียบ”

“คุณยายละเอียดนี่เป็นคุณยายของคุณกริชหรือเปล่า”

“ไม่ใช่หรอก แกเป็นคนเก่าแก่ที่นี่อยู่มาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อของคุณผู้หญิงเป็นแม่นม เป็นพี่เลี้ยงของคุณกริช ทั้งคุณกริชและคุณผู้หญิงรักและให้เกียรติแกเลยกลายเป็นคนสำคัญที่สุดในบ้านหลังนี้รองจากคุณกริช”

“มิน่า...ถึงได้ทำท่าหวงเจ้านายเหลือเกิน”

“ไม่หวงได้ไงคะ ก็คุณกริชทั้งเท่ทั้งหล่อ ทั้งสมาร์ท แถมยังเป็นทายาทรับมรดกร้อยล้านพันล้าน ใครได้เป็นคุณนายบ้านนี้ล่ะสบายไปทั้งชาติ คุณยายแกก็กลัวผู้หญิงไม่ดีจะมาปอกลอกยังไงคุณก็ห่างๆคุณกริชไว้หน่อยก็แล้วกัน ถ้าอยากอยู่ที่นี่แบบสบายใจอย่าริสร้างศัตรูเป็นดีที่สุด”

คนทำงานด้วยกันจะอยู่ให้ห่างกันได้ยังไง ยิ่งทำงานเลขานุการด้วยแล้ว ยิ่งต้องติดตามกันเป็นเงาตามตัว“เฮ้อ...” ไม่รู้ว่าคนหรือผีกันแน่ที่น่ากลัวกว่ากันถ้าจะให้คะแนนความน่ากลัว คุณยายละเอียดดูท่าจะชนะขาดซะแล้วตอนนี้




Create Date : 05 กรกฎาคม 2558
Last Update : 7 กรกฎาคม 2558 16:43:32 น. 2 comments
Counter : 666 Pageviews.

 
เห็นฤทธิ์กามเทพหรือยังจ๊ะหนูขวัญ5555555


โดย: panon IP: 27.55.9.89 วันที่: 5 กรกฎาคม 2558 เวลา:10:27:53 น.  

 
รอตอนต่อไปจ๊ะ


โดย: panon IP: 203.158.141.8 วันที่: 7 กรกฎาคม 2558 เวลา:18:03:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
นิยายฝันหวาน
Location :
มหาสารคาม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




เชิญอ่านนิยายสนุกๆ สไตล์นิยายฝันหวาน



Writer By tonglang
: Copyright © 1999-2008
ข้อตกลง
1. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะเป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงผลงาน

2. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

3. ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งเจ้าของบล็อกทันที


Smells like Christmas

Posted by Daniela Andrade on 23 ธันวาคม 2014
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2558
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
5 กรกฏาคม 2558
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นิยายฝันหวาน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.